วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2569

‘เท้ง-พิธา’ ปลุกชาวนนท์ออกมาใช้สิทธิ 20 ก.ย. ดัน ‘เดชรัต’ เข้าบริหาร อบจ. นำ “4 ส.” สร้างนิวนนท์น่าอยู่-นำหน้า-เป็นของทุกคน


‘เท้ง-พิธา’ ปลุกชาวนนท์ออกมาใช้สิทธิ 20 ก.ย. ดัน ‘เดชรัต’ เข้าบริหาร อบจ. นำ “4 ส.” สร้างนิวนนท์น่าอยู่-นำหน้า-เป็นของทุกคน


วันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ และตลาดนกฮูก อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี แกนนำและผู้ช่วยหาเสียง รวมทั้ง สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ทั้ง 8 เขต ร่วมกิจกรรมหาเสียงและเปิดเวทีปราศรัยสำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยพรรคประชาชนได้ส่ง เดชรัต สุขกำเนิด เป็นผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี เบอร์ 4


กิจกรรมหาเสียงในวันนี้เริ่มต้นในช่วงเย็นที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ โดยมี เดชรัต พร้อมด้วย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมพบปะประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยและสัญจรไปมา จากนั้นทั้งหมดได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมหาเสียงที่ตลาดนกฮูก โดยมี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ มาร่วมสมทบเพื่อพบปะประชาชน ก่อนจะขึ้นเวทีปราศรัยในช่วงค่ำ


ด้านณัฐพงษ์ระบุว่า การส่งเดชรัตลงสมัครนายก อบจ. ครั้งนี้ พรรคประชาชนไม่ได้ต้องการเข้ามาผูกขาดทางการเมืองในนนทบุรี แม้ที่ผ่านมาพรรคจะได้รับความไว้วางใจในการเมืองระดับประเทศจนมี สส.นนทบุรีครบทั้ง 8 เขต รวมถึงมีนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาท้องถิ่นจากพรรคจำนวนมากก็ตาม แต่พรรคเห็นโอกาสที่จะพัฒนาจังหวัดภายใต้แนวคิด “นิวนนท์” เพื่อขับเคลื่อนให้นนทบุรีเป็นเมืองน่าอยู่ นำหน้า และเป็นของทุกคน


สำหรับด้านการศึกษา งบประมาณที่ใช้สนับสนุนปีละประมาณ 1,600 ล้านบาทจะยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่มีปรับลด มีแต่จะปรับเพิ่ม โดยสิ่งที่ทำดีอยู่แล้วจะได้รับการสนับสนุนต่อ พร้อมกับเพิ่มพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกทักษะจากการลงมือทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่อินเทอร์เน็ตหรือ AI ไม่สามารถทดแทนได้


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของเป้าหมาย “นนท์ของทุกคน” ประชาชนจะมีส่วนร่วมโดยตรงกับการบริหารงบประมาณ ผ่านโครงการ “นายกสัญจร” ที่จะลงพื้นที่พบปะประชาชนตามชุมชนต่างๆ ทุกเดือน เพื่อรับฟังความต้องการและปัญหา ก่อนจะนำมาจัดทำเป็นโครงการในงบประมาณประจำปี


สิ่งที่ตนต้องการให้ชาวนนทบุรีพิจารณาในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรค ความรู้ความสามารถและความเข้าใจปัญหาของเดชรัต ตลอดจนวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม ซึ่งหากเดชรัตได้รับเลือก จะสามารถทำงานร่วมกับ สส.นนทบุรี ทั้ง 8 เขต ตัวแทนพรรคในท้องถิ่น และบุคลากรของพรรคในด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


อย่างไรก็ตาม ณัฐพงษ์ย้ำว่า ต่อให้พรรคหรือผู้สมัครหาเสียงมากเพียงใด คนที่สามารถตัดสินผลการเลือกตั้งได้ก็คือประชาชน การเลือกตั้งระดับประเทศที่ผ่านมามีชาวนนทบุรีออกมาใช้สิทธิประมาณ 70% ขณะที่การเลือกตั้งนายก อบจ. ครั้งล่าสุดมีผู้ออกมาใช้สิทธิเพียงประมาณ 40% ซึ่งต่างกันถึงราว 30% ตนจึงอยากขอให้ผู้สนับสนุนช่วยกันชักชวนคนรอบตัวให้ออกมาใช้สิทธิในวันที่ 20 กันยายนนี้ โดยพรรคตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิจาก 40% เป็น 50-60% ซึ่งหากมีผู้มาใช้สิทธิถึง 50% ก็มีลุ้นชนะอย่างแน่นอน


จากนั้น เดชรัตได้ขึ้นปราศรัยนำเสนอแนวทางบริหารนนทบุรีผ่าน “4 ส.” ได้แก่ ศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ โดยระบุว่าตนต้องการนำประสบการณ์จากการเป็นอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นเวลา 30 ปี และการทำหน้าที่ผู้อำนวยการนโยบายของพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน มาผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริงในจังหวัดนนทบุรี


สำหรับ ส. แรก คือ การศึกษา ตนขอยืนยันอีกครั้งว่าจะรักษางบประมาณด้านการศึกษาประมาณ 1,600 ล้านบาท ทั้งในส่วนของการจ้างครูและการลงทุนด้านโรงเรียนเอาไว้ พร้อมเดินหน้าเติมเต็มสิ่งที่ยังขาด โดยหนึ่งในภารกิจแรกคือการสร้างระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนให้ครอบคลุมทั้งนักเรียน ครู และผู้ปกครองภายใน 30 วัน เพื่อให้ทันภาคการศึกษาถัดไป รวมถึงสร้าง “นนทบุรี Learning Space” ด้วยการพัฒนาพื้นที่เดิมให้เป็น Co-working Space ห้องสมุด และพื้นที่กิจกรรม ตลอดจนจัดทำโครงการ “บ้านนิทาน ลานของเล่น” และมุ่งลดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่กับโรงเรียนขนาดเล็ก


ส. ที่สอง คือ สุขภาพ เราจะผลักดันให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่ “ใกล้บ้าน ใกล้ใจ” โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงพยาบาลใหม่ แต่จะใช้วิธีเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการ ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด ไปจนถึงโรงพยาบาลขนาดใหญ่ พร้อมพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะสำหรับการเดินทางไปสถานพยาบาล เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน


ส. ที่สาม คือ สิ่งแวดล้อม นนทบุรีมีปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายประการ โดยเฉพาะปัญหาบ่อขยะไทรน้อยที่ต้องรองรับขยะจากทั่วจังหวัดประมาณ 1,800 ตันต่อวัน ซึ่งตนจะเข้าไปเริ่มแก้ไขภายใน 100 วันแรก ทั้งการลดเวลารอคิวของรถขยะ ลดปริมาณน้ำฝนที่เข้าไปผสมกับน้ำชะขยะ และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการดำเนินงาน นอกจากนี้จะให้ความสำคัญกับการดูแลแม่น้ำลำคลองและการป้องกันน้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสวนทุเรียนนนท์ โดยจะนำระบบพยากรณ์มาใช้และประสานงานกับกรมชลประทานเพื่อบริหารน้ำจืดผลักดันน้ำเค็ม รวมถึง อบจ. จะต้องทำหน้าที่เป็นแกนกลางประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่อยู่ในลุ่มคลองเดียวกันด้วย


ส. ที่สี่ คือ เศรษฐกิจ เราจะมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อฟื้นฟูพื้นที่สำคัญของนนทบุรี โดยเฉพาะท่าน้ำนนท์ให้กลับมาคึกคักในบทบาทใหม่ ทั้งในฐานะพื้นที่การเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ และการพัฒนาศาลากลางหลังเก่าให้เป็นพื้นที่ที่คนในจังหวัดภาคภูมิใจ


สำหรับเกาะเกร็ด จะต้องเพิ่มกิจกรรมและการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นได้ทุกวัน โดยไม่จำกัดอยู่แค่ตลาดเสาร์-อาทิตย์ พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามามากขึ้น รวมถึงพัฒนาย่านอื่นๆ อย่างบางกรวย บางใหญ่ และไทรน้อย ให้เป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์


ขณะเดียวกันในด้านการเกษตร ตนจะเชื่อมโยงเกษตรกรในจังหวัดเข้ากับระบบอาหารของโรงเรียน สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกผลผลิตเพื่อส่งเป็นอาหารกลางวันให้นักเรียน เพื่อสร้างตลาดที่แน่นอนให้แก่เกษตรกร ควบคู่ไปกับการยกระดับโภชนาการของเด็กในโรงเรียนขนาดเล็ก


“การศึกษาต้องสานต่อและเสริมเติมแต่งให้ครบถ้วน เรื่องสุขภาพต้องดูแลใกล้บ้านใกล้ใจ เรื่องสิ่งแวดล้อม แม่น้ำลำคลอง ขยะ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ต้องจัดการให้เมืองนนท์น่าอยู่ และเรื่องสุดท้ายคือเศรษฐกิจ ที่ต้องมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์” เดชรัตกล่าว


ปิดท้ายด้วย พิธา ที่ขึ้นปราศรัยเป็นคนสุดท้าย โดยระบุว่า หากต้องสรุปสิ่งที่ผู้ปราศรัยทั้งสามคนต้องการสื่อ ณัฐพงษ์ได้อธิบายไปแล้วว่าทำไมประชาชนจึงต้องออกไปเลือกตั้ง ส่วนเดชรัตได้อธิบายว่าจะทำอะไรบ้างหากได้รับเลือก สำหรับตนจะขอมาอธิบายว่า จะทำอย่างไรให้สิ่งที่เดชรัตนำเสนอกลายเป็นความจริง


ความผสมผสานกันระหว่างเดชรัตและพรรคประชาชนสามารถสะท้อนผ่านสิ่งที่เรียกว่า “นนทบุรี 4 เด้ง” เด้งแรก คือชาวนนทบุรีจะได้ผู้สมัครที่เป็นตัวจริงเสียงจริงด้านนโยบาย ซึ่งตนมีโอกาสทำงานร่วมกับเดชรัตมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล จึงมั่นใจในความสามารถด้านการพัฒนาและการออกแบบนโยบายของเดชรัตเป็นอย่างยิ่ง


เด้งที่สอง คือการทำงานอย่างไร้รอยต่อกับ สส.พรรคประชาชนทั้ง 8 เขตในนนทบุรี เป็นการเชื่อมการทำงานระหว่างระดับชาติและผู้บริหารท้องถิ่นที่รับผิดชอบงบประมาณของจังหวัด เด้งที่สาม คือการได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรระดับหัวกะทิของพรรค ทั้งผู้ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา เศรษฐกิจ และสาธารณสุข ซึ่งพร้อมนำองค์ความรู้มาสนับสนุนการทำงานตามแนวทาง “4 ส.” ของเดชรัต


และเด้งที่สี่ คือการได้ทีมบุคลากรของพรรคเข้ามาช่วยสนับสนุนการบริหารท้องถิ่น เปรียบเสมือนการซื้อหนึ่งแถมสี่ เพราะการเลือกเดชรัตไม่ได้หมายถึงการได้ผู้สมัครเพียงคนเดียว แต่ได้ทีมงานของพรรคประชาชนที่พร้อมเข้ามาช่วยกันทำงานขับเคลื่อนนนทบุรีไปด้วยกัน


พิธากล่าวเน้นย้ำในตอนท้ายว่า สิ่งที่ตนกังวลที่สุดคือการที่ประชาชนซึ่งเคยออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งระดับประเทศ จะไม่ออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งท้องถิ่น หากจำนวนผู้มาใช้สิทธิลดลงจากประมาณ 8 แสนคนเหลือ 4 แสนคน ต่อให้ผู้สมัครหรือพรรคจะหาเสียงอย่างเต็มที่เพียงใด ก็ยากที่จะคว้าชัยชนะมาได้


“การเลือกตั้งครั้งนี้เดิมพันสูงมาก และคนที่จะกำหนดชะตาชีวิตของชาวนนทบุรีได้ ก็คือพี่น้องชาวนนทบุรีนั่นเอง จงออกไปใช้สิทธิใช้เสียงกันอย่างถล่มทลายในวันที่ 20 กันยายนนี้ ใครที่ตั้งใจจะไปเลือกตั้งอยู่แล้ว ขอให้ช่วยชักชวนคนรอบตัวอีกคนละ 4 คนให้ออกมาใช้สิทธิ และขอคะแนนให้เดชรัต หมายเลข 4 ได้เป็นนายก อบจ.นนทบุรี คนต่อไป” พิธากล่าวทิ้งท้าย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เดชรัตNEWนนท์ #อบจนนท์