iLaw เลคเชอร์สด “ผ่าพิภพ สว.” ชำแหละกลไกเลือก สว. สายสัมพันธ์เครือข่ายสีน้ำเงิน - เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. จี้ กกต. สั่งฟ้อง 229 คน ระบุ “ไม่ฟ้องคนไหน เราเปิดคนนั้น!”
วันนี้ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00–16.00 น. ที่โรงแรมมารวย การ์เด้น ถนนพหลโยธิน iLaw จัดงาน “ชนกำแพงให้จบๆ ผ่าพิภพ สว.” เลคเชอร์สดชำแหละกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แบบ “เลือกกันเอง” ตั้งแต่กลไกและช่องโหว่ของระบบ ไปจนถึงความเชื่อมโยงของกลุ่ม สว. สีน้ำเงินกับพรรคภูมิใจไทย พร้อมเปิดเผยข้อมูลและหลักฐานใหม่เกี่ยวกับคดีทุจริตเลือก สว. พร้อมชวนจับตาว่า กกต.ต้องสั่งฟ้องทั้ง 229 คน ถ้าไม่สั่งฟ้องคนไหน จะมีการเปิดหลักฐานของคนนั้นต่อไป
ตลอดงานดำเนินรายการโดย “ติ่งข่าว” สมภพ รัตนวลี และจอมขวัญ หลาวเพ็ชร เริ่มด้วย “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw อธิบายลำดับกระบวนการเลือก สว. และกลไกที่ iLaw เห็นว่าเป็นความผิดปกติ รวมถึงเปิดข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่าย สว. สีน้ำเงินและความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย
ยิ่งชีพอธิบายถึงกรณีที่สะท้อน “เหตุอันควรสงสัย” ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ โดยพบผู้สมัคร สว. “กลุ่มเสื้อเหลือง สูทดำ” นั่งด้วยกัน กลับด้วยกัน และขึ้นรถทะเบียนบุรีรัมย์ รวมถึงปรากฏการณ์ “คะแนนล้นกระดาน” ในวันเลือก สว. ระดับประเทศรอบเลือกไขว้ ซึ่งพบผู้สมัคร 6 คนในแต่ละกลุ่มได้คะแนนโดดทิ้งห่างผู้สมัครอีก 4 คนอย่างชัดเจน โดยเกิดรูปแบบเดียวกันครบทั้ง 20 กลุ่ม จนบางพื้นที่มีคะแนนสูงเกินช่องนับคะแนนและต้องต่อกระดาษ
ยิ่งชีพย้อนอธิบายถึงผลการเลือก สว. ว่า ในผลสรุปมี สว. จากจังหวัดบุรีรัมย์จำนวนสูงที่สุดถึง 14 คน ขณะที่มี 13 จังหวัดที่ไม่มี สว. นอกจากนี้ ในขั้นตอนการแบ่งกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม ยิ่งชีพตั้งข้อสังเกตถึงผู้สมัครหลายคนที่ระบุอาชีพเดียวกัน เช่น เย็บผ้า เก็บขยะในคลอง และไปสมัครในพื้นที่จังหวัดเดียวกัน
ยิ่งชีพกล่าวถึงกระบวนการเลือก สว. แบบ “เลือกกันเอง” รวมไปถึงการเลือกแบบไขว้ หรือแม้กระทั่ง “การจับสลาก” สำหรับผู้ที่มีคะแนนเท่ากัน โดยยิ่งชีพย้ำว่า ผู้ที่ออกแบบระบบการเลือกเช่นนี้คือ “มีชัย ฤชุพันธุ์” และกล่าวว่า ผู้ที่จะได้เป็น สว. จากกระบวนการเช่นนี้ สิ่งสำคัญอาจเป็น “ดวง”
ขณะที่เพียรพร ดีเทศน์ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 8 สิ่งแวดล้อม กล่าวถึงประสบการณ์ของตนเองว่า หากตนไม่ได้ลงสมัคร ก็คงไม่ทราบถึงระบบที่ “เฮงซวย” หรือระบบที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในประเทศนี้เลย โดยเธอตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของ กกต. ตลอดทั้งกระบวนการ ทั้งกรณีผู้สมัครกลุ่มใหญ่สวมเสื้อสีเฉพาะเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนในวันเลือก สว. โพยลงคะแนน กติกาการลงคะแนน และผลคะแนนที่ไม่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้สมัคร ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของการเลือก สว. และสุดท้าย กกต. ยังคง “ทนทาน” แม้จะมีข้อสงสัยจากสาธารณะอย่างท่วมท้น
ด้านหทัยรัตน์ พหลทัพ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน เล่าประสบการณ์ว่า บ้านเกิดของเธออยู่ที่หนองบัวลำภู จึงไปลงสมัครที่นั่น และพบว่ามีการซื้อเสียงกัน โดยตนถูกโทรศัพท์มาทักชวนให้เข้าไปอยู่ในกลุ่ม พร้อมถูกเสนอเงิน 6 หลัก รวมถึงกรณีโพยกระดาษ 19 รายชื่อที่จะเลือกประธานวุฒิสภา พร้อมขอค่าตอบแทนคนละ 3 ล้านบาท
จากนั้น ดิเรก พรสีมา ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 3 จังหวัดมหาสารคาม และณัฐพงษ์ สาโรจน์ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 17 จังหวัดหนองบัวลำภู ในฐานะพยานคดีของ DSI มาร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ในช่วงวันคัดเลือกผู้สมัคร สว.
ในช่วงท้าย “เป๋า” ยิ่งชีพ ระบุว่า กกต. มีหน้าที่ที่จะสั่งฟ้องทั้ง 229 คนต่อศาลเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น พร้อมขอบคุณความกล้าหาญของพยานที่ออกมาพูด ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการสอบสวน
ยิ่งชีพกล่าวว่า หากสัปดาห์หน้า กกต. สั่งฟ้องครบทั้ง 229 คน ตนจะเก็บเอกสารนี้ไว้และรอการพิจารณาคดีของศาล แต่หาก กกต. ไม่สั่งฟ้องใครเลย จะเปิดกองเอกสารทั้งหมด และหาก กกต. ไม่ฟ้องคนใด ก็จะเปิดเอกสารของบุคคลนั้นสู่สาธารณะ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เห็นด้วยตนเอง
ยิ่งชีพกล่าวว่า ใครที่เคยสงสัยว่ามีหลักฐานเส้นทางการเงินหรือไม่ มีหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือไม่ หรือมี Log โทรศัพท์หรือไม่ ให้รอติดตาม พร้อมขอให้ช่วยกันจับตา กกต. โดยระบุว่า “ไม่ฟ้องคนไหน เราเปิดคนนั้น!”
ทั้งนี้ กกต. วางกรอบพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ก่อนจะมีคำสั่งว่าจะดำเนินคดีต่อหรือไม่ และอย่างไร
ภายในงานยังมีกิจกรรม “ตำรวจตรวจใบ สว.3” ซึ่งเป็นเอกสารแนะนำตัวของผู้สมัคร สว. ครบทั้ง 20 กลุ่มอาชีพ พร้อมเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานนำปากกาไปไฮไลต์และนำสติกเกอร์ไปแปะ หากพบความพิรุธจากเอกสารดังกล่าว
นอกจากนี้ยังมีบูธจาก iLaw และบูธเข้าชื่อเสนอกฎหมาย #ยกเลิกมรดกรัฐประหาร6ตุลา และเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบ #Noระบอบสีน้ำเงิน
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #สั่งฟ้องสว #กกต





































