ภัณฑิล
ปชน. เรียกร้องกกต.พิจารณาส่งสำนวนคดีเลือก สว. ให้ศาลฎีกาวินิจฉัย
ขอยึดหลักฐาน-กฎหมายเป็นสำคัญ
วันที่
18 สิงหาคม 2569 เวลา 09.40 น. ณ
ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน แถลงถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
(สว.) โดยเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
พิจารณาดำเนินการตามพยานหลักฐานและกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พร้อมส่งสำนวนให้ศาลฎีกาพิจารณา หากเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือก สว.
ไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
นายภัณฑิล
กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา
62 กำหนดว่า
หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ กกต.
ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา โดยเห็นว่าบทบาทของ กกต.
ในขั้นตอนดังกล่าวเป็นการพิจารณาและกลั่นกรองพยานหลักฐานในเบื้องต้น
ขณะที่การวินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นหน้าที่ของศาลฏีกา
ขณะนี้มีเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบจำนวนมาก
รวมถึงข้อมูลเส้นทางการเงินจากการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
จึงเห็นว่า
กกต. ควรพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ
และดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบุคคลบางรายที่มีชื่อปรากฏในข้อมูลการตรวจสอบและมีความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง
โดยเห็นว่าควรมีการตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน
นายภัณฑิล
ยังกล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการเลือกใช้บุคคลบางรายในการปฏิบัติหน้าที่หรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการของ
กกต. โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและมาตรฐานในการดำเนินการ พร้อมเรียกร้องให้ กกต.
ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นที่สังคมมีข้อสงสัย โดยขอให้ กกต. พิจารณาการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวโดยยึดพยานหลักฐานและข้อกฎหมายเป็นสำคัญ
โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า
หากเจ้าหน้าที่ของรัฐละเว้นหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด
อาจมีประเด็นเกี่ยวกับความรับผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งควรพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
พร้อมยืนยันว่า ไม่ว่าผลการพิจารณาของ กกต. จะเป็นอย่างไร
ฝ่ายนิติบัญญัติยังสามารถติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานได้ผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ
โดยเฉพาะการขอข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย
มีความโปร่งใส และสามารถชี้แจงต่อประชาชนได้
