นพ.เหวง
โตจิราการ :
เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (2)
ปีที่สองในคณะวิทยาศาสตร์
ม.มหิดล
ในปีที่สอง
ผมได้เข้าร่วมในชมรมปาฐกถาและโต้วาทีของสโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
เข้าร่วมการโต้วาที ระหว่างคณะและระหว่างมหาวิทยาลัยสองครั้ง
พลีคลินิก
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อข้ามฟากมาเรียน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
ก็ต้องเริ่มเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่เรียกว่า พลีคลินิก แต่ก็ยังใช้สถานศึกษา
ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อนที่เลือกเรียนคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
ก็ต้องข้ามฟากไปเรียนที่โรงพยาบาลศิริราช
พี่
ๆ ชั้นปี 5
ปี 6 ก็ข้ามฝั่งมาชวนทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาชีพแพทย์โดยตรง
คือเข้าร่วมกิจกรรมกับศูนย์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย(ศนพท.)
ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักศึกษาแพทย์หลายสถาบัน เช่น
คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลเชียงใหม่ เป็นต้น มีการออกวารสาร
ศูนย์นิสิตนักศึกษาแพทย์สัมพันธ์ มีพี่สุรเกียรติ พี่ยงยศเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ
ต่อมา
ก็มีการจัดกิจกรรมของ ศนพท.ที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนโดยตรง กล่าวคือเชื่อมโยงกับ
COMMUNITY
MEDICINE
ในคราวนั้น
เนื่องจาก เห็นพ้องต้องกันว่า
นอกจากจะเป็นการเชื่อมโยงการเรียนการศึกษากับชีวิตจริงแล้ว
ยังเป็นการให้บริการประชาชนด้วย แทนที่จะเอาแต่เรียนเพียงอย่างเดียว
จึงเลือกเอาสลัมคลองเตยเป็นเป้าหมายในการทำกิจกรรม
เมื่อเป็นอย่างนี้ แพทย์ศาสตร์รามาธิบดี
และแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์จะต้องรับงานหนักหน่อย
เพราะศิริราชและเชียงใหม่อยู่ห่างไกลมาก และแทบจะกล่าวได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้ามามีส่วนร่วมโดยไม่ให้เสียการเรียน
ผมจึงได้รับมอบหมายให้ดูแลครอบครัวในสลัมคลองเตย โดยดำเนินการจัดการแยกเอาพื้นที่เป็นโซน หรือตรอกซอยถนนแคบในนั้นเป็นเขตรับผิดชอบ ต้องไปดูแลสุขภาพทั่วไป วัดความดัน เก็บข้อมูลเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ว่าจะเป็น วัณโรค โรคติดต่ออื่น ๆ การได้รับวัคซีนของเด็ก การเลี้ยงลูกด้วยนมมารดา สุขอนามัยประจำครอบครัว หรือแต่ละคน
ในปี
2514 การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาทั่วไป เริ่มเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
จอมพลถนอมปฏิวัติตนเอง ห้ามเชิญบุคคลนอกมหาวิทยาลัยเข้ามาอภิปรายหรือแสดงปาฐกถา
เริ่มมีหนังสือพิมพ์รายวันฉบับละบาทของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
ผมเป็นเอเย่นในการนำมาขายในคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในตอนนั้น
ผมเริ่มเชิญบุคคลภายนอกมาอภิปรายปัญหาสังคมและการเมืองในไทยระยะนั้นอยู่เนือง ๆ
ภายหลังถูกห้าม ผมจำได้ว่า อาจารย์ทางสังคมวิทยา ท่านขอพบผม แต่ผมไม่ได้ไปพบท่าน
(จำไม่ได้ว่าเพราะอะไร)
ตอนปลายปีที่
4 พี่เป้งและเพื่อนร่วมรุ่นของพี่เป้งที่รามาธิบดี จบอินเทอร์น
ต้องการจะบวชที่สวนโมกข์ จึงให้ผมเป็นผู้ประสานงาน
เพราะผมไปสวนโมกข์เกือบจะทุกปิดภาคการศึกษา ผมยินดีมาก และประสานกับท่านอาจารย์ปัญญานันทะภิกขุ
เพื่อทำการการบวชของคณะใหญ่ และได้มีโอกาสร่วมเป็นพระนวกะกับพี่น้องจำนวน (12?)
รูปในปลายปีน2514
บวชอยู่กว่าเดือน
อาจารย์พุทธทาสได้บรรยายธรรมเป็นตำราเล่มใหญ่ “เตกิจฉกธรรม
หรือพระพุทธเจ้าในฐานะที่เป็นแพทย์ของสัตว์โลกทั้งมวล” พวกเรานับเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ไปบวชและปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข์เป็นกลุ่มที่สอง
ถัดจาก ชมรมพุทธจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่บวชก่อนพวกเราหนึ่งปี
พี่
ๆ ทุกคนศึกษาและปฏิบัติธรรมได้อย่างเข้มงวดกวดขันมาก ประทับใจผมมาก
นอกจากนี้พี่ๆทุกคน ยังเรียนหนังสือเก่งมากด้วย
ผมยังตรึงตราในความทรงจำจนเท่าทุกวันนี้เลย ว่าเป็น คนที่เรียนหนังสือเก่งทุกคน
เป็นคนตั้งใจบวช ตั้งใจปฏิบัติธรรมจริงทุกคน ผมโชคดีมากที่ได้มีโอกาส เป็นพระสงฆ์ร่วมรุ่นกับพี่
ๆ ทุกท่านครับ
นพ.เหวง
โตจิราการ
5 ก.ย. 56
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเหวง




















































