"ชัชชาติ" ลงพื้นที่บางกอกน้อย รับฟังปัญหาร้องเรียนเรื่องน้ำท่วมขังข้ามปีและการละเลยไม่ขุดลอกท่อระบายน้ำ พร้อมชูนโยบายแก้น้ำท่วมริมเจ้าพระยา และแผนปฏิบัติการยกระดับคุณภาพชีวิตเขตบางกอกน้อย
วะนที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 ลงพื้นที่ทําคะแนนเสียงในพื้นที่เขตบางกอกน้อย โดยเริ่มเดินเท้าตั้งแต่ชุมชนวัดโพธิ์เรียง ทักทายกลุ่มผู้ขับขี่วินจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล และพนักงานออฟฟิศ เพื่อรับฟังปัญหาร้องเรียนเรื่องน้ำท่วมขังข้ามปีและการละเลยไม่ขุดลอกท่อระบายน้ำ ก่อนเข้าสํารวจจุดก่อสร้างโรงบําบัดนน้ำเสียธนบุรี
นายชัชชาติเปิดเผยว่า ปัญหาหลักของเขตบางกอกน้อยในปัจจุบันคือความล่าช้าของโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสีย ซึ่งเป็นบิ๊กโปรเจกต์เชื่อมท่อระบายน้ําจากคลองต่างๆ ที่ค้างคามาตั้งแต่ช่วงปี 2563 - 2564 ก่อนที่ตนจะเข้ามาบริหาร โดยโครงการนี้ประกอบด้วยโรงบําบัด 1 แห่ง และโครงการเก็บรวบรวมน้ำเสียอีก 3 โครงการ
กาง 3 ปัญหาหลักและเงื่อนไขปมท่อบําบัดน้ำเสียฝั่งธนฯ :
คอขวดงานก่อสร้าง : ผู้รับเหมาทําการปิดล้อมลําคลองเพื่อเคลื่อนย้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าหน้างาน ส่งผลกระทบขัดวางระบบทางระบายน้ำเดิมและกีดขวางการจราจรในตระกูลซอยจรัญฯ
ค่าปรับและเวลาที่สูญเสีย : โครงการเผชิญสิทธิ์ขยายระยะเวลาปฏิบัติงานเยียวยาช่วงสถานการณ์โควิด-19 นานกว่า 400 วัน ส่งผลให้งานก่อสร้างยืดเยื้อไร้กําหนดเสร็จสิ้น
ความผิดพลาดเชิงโครงสร้าง : การออกแบบพิมพ์เขียวเดิมในอดีตอาจไม่ตรงกับสภาพหน้างานจริงใต้ดิน ทําให้บางเส้นทางยังไม่มีการลอกท่อระบายน้ําเพื่อรองรับน้ำเสียอย่างถูกต้อง
จากนั้น นายชัชชาติได้เดินเท้าทะลุเข้าซอยวัดอัมพวา ผ่านโรงเรียนวัดอัมพวา โดยได้นําเสนอนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษาผ่านแอปพลิเคชัน "Sosafe" เพื่อเปิดช่องทางด่วนให้กลุ่มเยาวชนและผู้ปกครองแจ้งเหตุการณ์ถูกกลั่นแกล้งหรือบูลลี่ (Bullying) ในโรงเรียนสังกัด กทม. ได้ทันที
นอกจากนี้ ได้แถลงถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาพื้นที่พหุวัฒนธรรมและสังคมผู้สูงอายุในย่านบางกอกน้อย โดยชูยุทธศาสตร์ "การเชื่อมต่อเส้นเลือดฝอยสู่เส้นเลือดใหญ่"
แผนปฏิบัติการยกระดับคุณภาพชีวิตเขตบางกอกน้อย :
โครงสร้างคมนาคมรองรับรถไฟฟ้า : เร่งปรับปรุงทางเท้า (ฟุตบาท) และผิวการจราจรบนถนนอิสรภาพและถนนจรัญสนิทวงศ์ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนตรอกซอยสามารถสัญจรเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าสายสีใหญ่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ปูพรมติดไฟส่องสว่าง LED และขุดลอกคูคลองถาวร
ระบบสาธารณสุขเชิงรุก : กระจายบุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุหนาแน่นและผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนด่านหน้า
มาตรการคุมเข้มอัคคีภัยด้วยเทคโนโลยี : ติดตั้งถังดับเพลิงเคมีแบบหิ้ว (ถังแดง) ประจําตรอกซอยแคบ พร้อมยกระดับติดตั้งระบบระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนตัวถัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านสแกนตรวจสอบวันหมดอายุและสถานะความพร้อมใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดักทางโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้
นายชัชชาติย้ำชัดโดยอ้างอิงข้อมูลส่วนตัวว่า พื้นที่บางกอกน้อยคือตัวอย่างของเมืองที่โตจากไร่สวนจนกลายเป็นชุมชนหนาแน่น ปัญหาความขัดแย้งระหว่างการก่อสร้างเส้นเลือดใหญ่กับการใช้ชีวิตในเส้นเลือดฝอยจึงต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ซึ่งหากได้รับโอกาสกลับมาทําหน้าที่ต่อ ตนพร้อมเดินหน้าสะสางและเร่งรัดสัญญางานโยธาที่ค้างคาเหล่านี้เพื่อคืนความปกติสุขให้คนฝั่งธนฯ โดยเร็วที่สุด
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #เลือกตั้งผู้ว่ากทม69

















































