วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569

สส.ปชน.ลุยช่วยประชาชนน่านล้างบ้าน-ดันโคลน ฟื้นฟูสภาพหลังน้ำลด พร้อมเฝ้าระวังมวลน้ำไหลไปที่ อ.เวียงสา

 


สส.ปชน.ลุยช่วยประชาชนน่านล้างบ้าน-ดันโคลน ฟื้นฟูสภาพหลังน้ำลด พร้อมเฝ้าระวังมวลน้ำไหลไปที่ อ.เวียงสา


วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ทีมพรรคประชาชน จังหวัดน่าน นำโดย เชาว์วิชญ์ อินน้อย สส.น่าน เขต 1, เจริญ อภิภัทรโกศล สส.น่าน เขต 3, และ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย (กมธ.ปภ.) สภาผู้แทนราษฎร ยังคงอยู่ในพื้นที่จังหวัดน่านต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม รวมถึงเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลง


สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน เชาว์วิชญ์และภัทรพงษ์ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเจาะจงไปยังจุดที่น้ำท่วมหนักที่สุดอย่างบ้านดอนมูล ตำบลดู่ใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี จุดที่ลึกที่สุดมีระดับน้ำสูงถึง 3 เมตรและกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก ทั้งนี้ ทางทีมงานได้รับการสนับสนุนเรือยนต์จากอาสาสมัครกู้ภัยเฉพาะกิจเชียงใหม่ และมูลนิธิพุทธไธสวรรย์ จังหวัดลพบุรี ในการนำทีมงานเข้าไปสำรวจแนวการระบายน้ำ และแจกจ่ายอาหารกลางวันให้แก่ผู้ประสบภัยที่ยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน


ขณะที่ในพื้นที่ซึ่งระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ได้เข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟู โดยในพื้นที่อำเภอท่าวังผา เชาว์วิชญ์พร้อมทีมงานได้นำรถไถเข้าช่วยดันโคลนและเคลียร์เศษขยะ เพื่อฉีดล้างทำความสะอาดถนนในพื้นที่บ้านดอนตัน ตำบลศรีภูมิ และบ้านดอนแก้ว ตำบลป่าคา เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้เส้นทางสัญจรได้โดยเร็ว ส่วนที่อำเภอปัว เจริญพร้อมด้วยทีมงานพรรคและกลุ่มอาสาสมัคร ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนในการฉีดล้างทำความสะอาดคราบดินโคลนภายในบ้านเรือน ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ เพื่อฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดในขณะนี้คือพื้นที่อำเภอเวียงสา ซึ่งทีมพรรคประชาชนได้ติดตามเส้นทางการไหลของมวลน้ำจากอำเภอเมืองน่านที่กำลังมุ่งหน้าสู่อำเภอเวียงสา โดยพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นจุดรับมวลน้ำทั้งหมดที่ไหลบ่ามาจากทั้งลำน้ำน่าน ลำน้ำหว้า และลำน้ำสา ทางทีมงานจึงได้เตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนขอให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมรับมือและติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ ทีมพรรคประชาชน ทั้งเครือข่ายจังหวัดน่าน ทีมเชียงราย รวมถึงเครือข่ายปีกชาติพันธุ์ที่ส่งทีมงานเข้ามาร่วมสนับสนุน ยืนยันความพร้อมในการเดินหน้าทำงานเคียงข้างประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยทุกปัญหา ข้อติดขัด และเสียงสะท้อนจากประชาชนที่พบเห็นจากการลงพื้นที่หน้างานทั้งหมด จะถูกนำไปผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านกลไกของ กมธ.ปภ. เพื่อยกระดับแผนการรับมือภัยพิบัติของประเทศ และป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับความสูญเสียจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเช่นนี้อีกต่อไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #น้ำท่วม69 #น้ำท่วมน่าน

















สส.ปชน.น่านปักหลักช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เปิดศูนย์ประสานงาน 24 ชม. พร้อมแจ้งเตือนพื้นที่ท้ายน้ำเตรียมรับมือน้ำล้นตลิ่ง

 


สส.ปชน.น่านปักหลักช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เปิดศูนย์ประสานงาน 24 ชม. พร้อมแจ้งเตือนพื้นที่ท้ายน้ำเตรียมรับมือน้ำล้นตลิ่ง


วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ทีมพรรคประชาชน จังหวัดน่าน นำโดย เชาว์วิชญ์ อินน้อย สส.น่าน เขต 1 และ เจริญ อภิภัทรโกศล สส.น่าน เขต 3 ยังคงปักหลักในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมกันตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์และประสานงานความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมกับหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาตั้งแต่วานนี้ เพื่อเร่งกระจายความช่วยเหลือและรับเรื่องร้องเรียนจากผู้เดือดร้อนให้ครอบคลุมทุกจุดอย่างรวดเร็วที่สุด


ตลอดช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา สส.พรรคประชาชนทั้งสองเขต พร้อมด้วยทีมงานจังหวัด ได้ลงพื้นที่ตระเวนเฝ้าระวังภัย ตรวจสอบระดับน้ำตามจุดเสี่ยงต่างๆ และแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำ พร้อมกันนี้ยังได้จัดส่งเรือลำเลียงน้ำดื่ม ถุงยังชีพ อาหารแห้ง และสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัยในศูนย์อพยพชั่วคราว รวมถึงประชาชนที่ยังติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือนที่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้


ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ เชาว์วิชญ์ พร้อมด้วย ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว เทศบาลเมืองน่าน เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อน รวบรวมข้อมูลความเสียหาย และประสานการสนับสนุนสิ่งของจำเป็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเตรียมนำข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการภัยพิบัติไปผลักดันต่อในระดับสภาผู้แทนราษฎร


สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่เมื่อเวลา 06:00 น. ที่ผ่านมา หลายจุดในเขตอำเภอเมืองน่านยังคงเผชิญกับระดับน้ำที่ท่วมสูง โดยเฉพาะบริเวณถนนหน่อคำที่มีระดับน้ำลึกถึง 1-1.7 เมตร ส่วนถนนมโนและบริเวณใกล้เคียงโรงเรียนสตรีศรีน่านมีระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 40-60 เซนติเมตร และบางจุดลึกกว่า 1 เมตร ส่งผลให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ต้องอาศัยเรือและรถยกสูงในการเข้าให้ความช่วยเหลือเท่านั้น


ขณะที่ข้อมูลจากสถานีวัดระดับน้ำเมื่อเวลา 07:00 น. พบว่าสถานี N.64 บ้านผาขวาง อำเภอเมืองน่าน ระดับน้ำอยู่ที่ 9.57 เมตร ซึ่งล้นระดับตลิ่ง แต่มีแนวโน้มลดลง ส่วนสถานี N.1 หน้าสำนักงานป่าไม้ อำเภอเมืองน่าน ระดับน้ำอยู่ที่ 8.53 เมตร ล้นระดับตลิ่งและยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่งในขณะนี้คือมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่กำลังไหลบ่าลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ซึ่งล่าสุดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งระบบข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในพื้นที่อำเภอเวียงสา โดยเฉพาะในเขตตำบลกลางเวียง ตำบลไหล่น่าน ตำบลขึ่ง และตำบลส้าน เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำน่านได้ขึ้นถึงจุดสูงสุดตั้งแต่ช่วงเวลา 08:00 น. เป็นต้นมา จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงในทันที และหากประเมินสถานการณ์แล้วพบว่าไม่ปลอดภัยหรือต้องการความช่วยเหลือในการอพยพ ขอให้รีบแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. ในพื้นที่โดยด่วน


ทั้งนี้ สส.น่านของพรรคประชาชน พร้อมด้วยทีมจังหวัด จะยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์และทำงานประสานกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงพี่น้องประชาชนชาวน่านในทุกพื้นที่อย่างรวดเร็วที่สุด


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #น้ำท่วม69 #น้ำท่วมน่าน
















‘เดชรัต’ จับได้เบอร์ 4 คิกออฟชิงนายก อบจ.นนทบุรี ลุยเดินสาย 30 วันพบชาวนนท์ทุกพื้นที่ ชวนออกมาเลือกอนาคต 20 ก.ย. ด้าน ‘ณัฐพงษ์’ ย้ำไม่ได้มายึดเมืองนนท์ พร้อมสานต่อสิ่งที่ดี เติมสิ่งใหม่ให้ดีกว่าเดิม


เดชรัต’ จับได้เบอร์ 4 คิกออฟชิงนายก อบจ.นนทบุรี ลุยเดินสาย 30 วันพบชาวนนท์ทุกพื้นที่ ชวนออกมาเลือกอนาคต 20 ก.ย. ด้าน ‘ณัฐพงษ์’ ย้ำไม่ได้มายึดเมืองนนท์ พร้อมสานต่อสิ่งที่ดี เติมสิ่งใหม่ให้ดีกว่าเดิม


วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงาน อบจ.นนทบุรี ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ร่วมเดินทางมาเป็นสักขีพยานในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.นนทบุรี ของ ‘เดชรัต สุขกำเนิด’ ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี พรรคประชาชน พร้อมร่วมลุ้นการจับสลากหมายเลข ท่ามกลางประชาชนและผู้สนับสนุนที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจจำนวนมาก โดยเดชรัตจับสลากได้หมายเลข 4


หลังเสร็จสิ้นกระบวนการสมัคร เดชรัตได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนโดยระบุว่า จากนี้มีเวลาหาเสียง 30 วัน ตนจะใช้เวลาทุกวันให้คุ้มค่าที่สุดในการลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างทั่วถึง ร่วมกับ สส. และผู้สมัคร สจ. ของพรรคในแต่ละพื้นที่ โดยจะเริ่มต้นวันแรกที่อำเภอไทรน้อยและอำเภอบางบัวทอง ก่อนหมุนเวียนไปจนครบทุกพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด


เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการแข่งขันกับกลุ่มการเมืองที่มีฐานเสียงในจังหวัดนนทบุรีมาอย่างยาวนาน เดชรัตระบุว่า ตนไม่ได้กังวลในเรื่องดังกล่าว สิ่งที่กังวลมากกว่าคือการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับวันเลือกตั้ง จึงขอเชิญชวนชาวนนทบุรีร่วมกันออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ. ในวันที่ 20 กันยายนนี้ให้มากที่สุด ตลอดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาชาวนนทบุรีต้องเผชิญกับข่าวเศร้าหลายเหตุการณ์ ตนจึงอยากให้วันเลือกตั้งเป็นวันที่ทุกคนมาร่วมผนึกกำลังเพื่อเปลี่ยนจังหวัดนนทบุรี ไม่ว่าจะตัดสินใจเลือกตนหรือผู้สมัครคนใด สิ่งสำคัญคือการออกมาใช้สิทธิเพื่อแสดงพลังว่านนทบุรีพร้อมจะเดินหน้าต่อไป


เดชรัตกล่าวต่อไปว่า สำหรับด้านนโยบาย พรรคประชาชนเตรียมเผยแพร่รายละเอียด 20 นโยบายผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือเรื่องการศึกษา ซึ่งตนพร้อมที่จะสานต่อสิ่งที่ อบจ.นนทบุรีทำไว้ดีอยู่แล้ว ดังนั้น กระแสข่าวที่ว่าหากพรรคประชาชนเข้ามาบริหารแล้วจะตัดเงินช่วยเหลือหรือทำให้บุคลากรตกงานนั้นไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน ตนรับราชการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาเกือบ 30 ปี ย่อมเข้าใจถึงคุณค่าและความสำคัญของการศึกษาเป็นอย่างดี อีกทั้งลูกของตนก็เคยศึกษาในโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.นนทบุรีเช่นกัน


นอกจากการสานต่อสิ่งเดิมแล้ว ยังจำเป็นต้องเพิ่มเติมระบบดูแลสุขภาพจิต ท่ามกลางภาวะสังคมที่สร้างความกดดันให้ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และครู โดยตั้งเป้าดำเนินมาตรการให้ทุกคนสามารถเข้าถึงคำปรึกษาและความช่วยเหลือได้ภายใน 30 วันแรกของการทำงาน รวมถึงนโยบาย “นนท์ค้นฝัน” เติมเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนชาวนนทบุรีได้ค้นหาความฝันและเติบโตตามศักยภาพ ตลอดจนการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME เนื่องจากนนทบุรีถือเป็นเมืองหลวงของ SME แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก อบจ. จึงควรเข้ามามีบทบาทช่วยเหลืออย่างจริงจัง รวมทั้งภาคการเกษตร ซึ่งแม้นนทบุรีจะขยายตัวเป็นเมืองและพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น แต่ก็ต้องรักษาภาคเกษตรกรรมไว้ให้เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดต่อไป


เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการไม่มีประสบการณ์ลงสมัครในสนามท้องถิ่นมาก่อน เดชรัตกล่าวว่า พรรคประชาชนทำงานกันเป็นทีม มีทั้งผู้บริหารท้องถิ่นระดับ อบจ. เทศบาล สจ. และ สส. ที่มีประสบการณ์ ความมั่นใจของตนจึงไม่ได้เกิดจากการทำงานเพียงคนเดียว แต่เกิดจากศักยภาพและประสบการณ์ของทีมทั้งหมด ประกอบกับประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยทำงานร่วมกับหลายพื้นที่และศึกษานวัตกรรมจากต่างประเทศ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนานนทบุรีได้ทันที


ส่วนกรณีที่มีการนำประวัติและจุดยืนทางการเมืองของตนในอดีตมาเป็นประเด็นนั้น เดชรัตมองว่า ประชาชนมีสิทธิตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของตนทั้งในทางการเมืองและด้านอื่นๆ ตราบใดที่ไม่ใช่การนำเสนอข้อมูลเท็จ หากประชาชนเห็นว่าการตัดสินใจในอดีตของตนมีข้อผิดพลาด ก็มีสิทธิท้วงติงหรือต่อว่าได้ ซึ่งตนไม่เคยมองว่าเป็นการกระทำที่เกินเลย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมาของตนอยู่ในกรอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด และจากนี้ก็จะยังคงมุ่งมั่นทำงานการเมืองด้วยแนวทางดังกล่าวต่อไป โดยไม่ต้องการสร้างการปะทะหรือทำให้เกิดความรู้สึกว่าพรรคประชาชนกำลังเข้ามายึดเมืองนนท์


พรรคประชาชน เราเป็นอิฐสีส้มที่จะเข้ามาปูทางให้เมืองนนทบุรีดีขึ้น และทุกคนอยู่ร่วมกันได้ ทุกสีสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ในนนทบุรี” เดชรัตกล่าว


ด้านณัฐพงษ์ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีการนำ “ลำพูนโมเดล” มาปรับใช้ในนนทบุรี โดยระบุว่า แต่ละจังหวัดมีปัญหาและบริบทที่แตกต่างกัน การจัดทำนโยบายจึงต้องออกแบบให้ตอบโจทย์เฉพาะพื้นที่ ไม่ใช่นำนโยบายจากจังหวัดหนึ่งมาวางทับอีกจังหวัดทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นประโยชน์ เช่น การเปิดเผยข้อมูลงบประมาณและการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน พรรคพร้อมนำมาปรับใช้แน่นอน สิ่งใดที่อดีตผู้บริหารทำไว้ดี พรรคประชาชนพร้อมสานต่อ ส่วนสิ่งใดที่สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ก็พร้อมทำเพิ่มเติม


เดชรัตกล่าวเสริมโดยยกตัวอย่างระบบบริการสาธารณสุขว่า โจทย์ของนนทบุรีมีความแตกต่างจากจังหวัดลำพูน เนื่องจากชาวนนทบุรีสามารถเดินทางไปใช้บริการสุขภาพในกรุงเทพฯ ได้ แต่ต้องแลกมาด้วยเวลาและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จึงมีแนวคิดพัฒนาระบบสุขภาพในจังหวัดนนทบุรีให้ “ใกล้บ้าน ใกล้ใจ” ดูแลประชาชนได้สะดวกใกล้บ้านและผ่านระบบดิจิทัล ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ


เมื่อถูกถามถึงการแข่งขันกับกลุ่มการเมืองในพื้นที่ ณัฐพงษ์กล่าวว่า สำหรับตนควรแยกคำว่า “บ้านใหญ่” ออกจาก “มุ้ง” เพราะมุ้งหมายถึงการรวมตัวกันด้วยผลประโยชน์ ขณะที่บ้านใหญ่ในบางพื้นที่อาจหมายถึงผู้บริหารท้องถิ่นเดิมที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและทำงานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ซึ่งหากเป็นตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งและดูแลประชาชนได้ดี การได้รับเลือกตั้งต่อเนื่องก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด การแข่งขันครั้งนี้จึงต้องพิจารณาทั้งเรื่องปัญหา นโยบาย และตัวบุคคล ซึ่งตนมีความมั่นใจในตัวเดชรัตที่เป็นคนนนทบุรี มีประสบการณ์ด้านการศึกษามาอย่างยาวนาน และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน


ทุกการเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจอยู่แล้วว่าจะเลือกใคร ในฐานะพรรคการเมือง เรามีหน้าที่ส่งแคนดิเดตที่เราคิดว่าดีที่สุด เชื่อมั่นว่าดีที่สุด และนำเสนอนโยบายที่ดีที่สุดให้แก่พี่น้องประชาชน” ณัฐพงษ์กล่าว


ภายหลังเสร็จสิ้นการให้สัมภาษณ์ เดชรัต พร้อมด้วยณัฐพงษ์และทีมงานพรรคประชาชน ได้ร่วมขึ้นรถแห่เพื่อเปิดฉากการหาเสียงวันแรก โดยเคลื่อนขบวนออกจากศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี มุ่งหน้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ ผ่านอำเภอปากเกร็ด ก่อนเข้าสู่ถนนประชาราษฎร์ ถนนพิบูลสงคราม และสิ้นสุดขบวนบริเวณหอนาฬิกาท่าน้ำนนท์ โดยตลอดเส้นทางมีประชาชนให้ความสนใจ ร่วมทักทาย ให้กำลังใจ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะหาเสียงอย่างอบอุ่น


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #อบจนนทบุรี #นายกอบจ #นนทบุรี #Newนนท์