“ณัฐพงษ์” แสดงข้อห่วงใยสถานการณ์ประเทศ ฝากรัฐบาลเร่งฟื้นความชอบธรรม
กล้าตรวจสอบคนของตัวเอง ไม่ทำธุรกิจการเมือง-หาผลประโยชน์ต่างตอบแทน
ฝากประชาชนขอให้มีความหวัง-ร่วมตรวจสอบติดตามการเมืองใกล้ชิด
วันที่
19 มีนาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
เพื่อเสนอชื่อและพิจารณาบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน
ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคประชาชน
ได้ร่วมอภิปรายเสนอข้อห่วงใยต่อที่ประชุม และข้อฝากไปถึงรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีในอนาคต
โดยณัฐพงษ์ระบุว่าวันนี้การที่พรรคประชาชนรับรองและเสนอชื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรี
ไม่ได้เพื่อต้องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่ง
เพราะประชาชนทั้งประเทศต่างรู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่แท้จริงเกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่
8 กุมภาพันธ์ 2569 แล้ว
และพรรคประชาชนไม่เคยดำเนินการหรือมีความพยายามใดในการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย
ซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง
และตนก็อยากให้สภายึดถือหลักการนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ควรจะต้องทำร่วมกันในการเมืองระบบรัฐสภา
ที่ไม่ว่าพรรคใดจะชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง
ควรจะได้รับสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน
การอภิปรายในวันนี้จึงไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ไม่ใช่วิธีการแสดงวิสัยทัศน์ แต่เป็นเวทีการแสดงข้อห่วงใยต่อประเทศชาติ
ซึ่งการแก้ไขข้อห่วงใยดังกล่าวจะต้องประกอบไปด้วยรัฐบาลที่มีความชอบธรรม
มีเจตจำนงทางการเมือง และคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าตาที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ
ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าในด้านความชอบธรรมของรัฐบาล
เหตุผิดปกติที่เกิดขึ้นในการโยกย้ายข้าราชการในฝั่งกระทรวงมหาดไทย
ซึ่งหลายส่วนก็เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา
รัฐบาลอาจจะบอกว่าการจัดเลือกตั้งนั้นไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลโดยตรง
แต่เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.
แต่อีกวิธีที่รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยจะสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมาได้บางส่วน
ก็คือการกำกับดูแลจัดการคนในของตัวเอง
ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
เช่น กรณีสุพรรณบุรี เขต 2
กกต. เองก็มีการสอบภายในแล้วว่าการนับคะแนนมีเหตุผิดปกติอย่างยิ่ง
เมื่อคะแนนที่มีการนับใหม่กับคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
จากการที่คณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ไม่ได้มีการโชว์บัตรเลือกตั้งให้ประชาชนเห็น
ทำให้ประชาชนตั้งคำถามเป็นจำนวนมาก
ว่าแล้วหน่วยเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สังเกตการณ์จะมีปัญหาแบบนี้เช่นเดียวกันหรือไม่
และไม่มีใครในประเทศนี้ที่เชื่อหรอกว่า กปน. ดำเนินการด้วยตัวเองโดยพลการ
โดยไม่มีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง
ดังนั้นสิ่งที่ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป
ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
จะดำเนินการได้คือการตรวจสอบคนของตัวเองอย่างเข้มงวด
และถ้ามีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
สิ่งที่สังคมคาดหวังคือการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาในการจัดการคนของของตัวเอง
ก็น่าจะพอที่จะกอบกู้ศรัทธาความเชื่อมั่นกลับมาได้บางส่วน
ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าข้อน่าเป็นห่วงประการต่อมาคือเรื่องของวิกฤตและภัยที่กำลังแวดล้อมประเทศไทยในปัจจุบัน
มีทั้งภัยจากภายนอกและภัยจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ
คุณภาพชีวิต และธรรมาภิบาลของภาครัฐ
ทุกคนเห็นแล้วว่าสถานการณ์ภัยความมั่นคงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยอย่างไรบ้าง
และยังมีความขัดแย้งอีกหลายส่วนที่กำลังเกิดขึ้นรอบโลก
รวมถึงที่ประเทศไทยเองก็มีความขัดแย้งด้านชายแดนกับประเทศกัมพูชา
ทุกปัญหาภัยความมั่นคงและความขัดแย้งเหล่านั้นล้วนส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจปากท้องของคนในประเทศไทยอย่างหลีกหนีไม่พ้น
ทุกวันนี้เศรษฐกิจของคนตัวเล็กตัวน้อย
เอสเอ็มอี โรงงานต่างๆ ในประเทศกำลังถูกปิดลงเป็นจำนวนมาก
เนื่องด้วยปัญหาสินค้าเถื่อนราคาถูกไหลทะลักจากต่างประเทศ แต่ต้นตอจริงๆ
ก็คือปัญหาการทุจริต ที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐเกี่ยวข้องแทบทุกระดับ
วันนี้ลุกลามบานปลายไปถึงภาคเกษตร มีล้งต่างชาติ ธุรกิจนอมินีต่างประเทศ
เข้ามากดราคาสินค้าเกษตรไทย
ผลผลิตการเกษตรจากต่างประเทศไหลทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรไทยขายไม่ออกและราคาตกต่ำ
ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าเมื่อประชาชนมีเงินในกระเป๋าที่ลดลง
คุณภาพชีวิตทั้งการศึกษาและการรักษาก็ต่างมีปัญหา
ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นประเทศที่ใครมีเงินมากกว่าย่อมมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า
แทนที่ไม่ว่าจะเกิดมารวยหรือจนล้วนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการรักษาที่เท่าเทียมกันได้
สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือการเลือกตั้งที่เป็นทางออก
ในการได้รัฐบาลชุดใหม่ที่สามารถเข้ามาหาทางออกให้กับประเทศได้
พรรคประชาชนเชื่อในการทำงานการเมืองเพื่อประชาชน
รัฐบาลต้องมีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหา รัฐบาลมีเจตจำนงทางการเมือง
เข้าไปแล้วกล้าที่จะชนกับปัญหาเชิงโครงสร้าง กล้าที่จะตรวจสอบคนของตัวเอง
ไม่ได้เข้าไปเพื่อทำธุรกิจการเมืองหรือได้รับผลประโยชน์ต่างตอบแทน ไม่มีบุคคลสำคัญในรัฐบาลที่อาจมีส่วนพัวพันกับกลุ่มธุรกิจพลังงาน
และเกี่ยวข้องกับวิกฤตปัญหาน้ำมันที่เกิดขึ้น
ไม่มีบุคคลระดับสูงในรัฐบาลที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
ที่รับงานก่อสร้างภาครัฐหลายส่วน แล้วทำการก่อสร้างที่ขาดคุณภาพ จนเกิดเหตุเครนถล่มและปัญหาต่างๆ
ที่ผ่านมาในอดีต
ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าปัญหาที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่สะสมมาอยู่เรื่อยๆ
และกำลังทำลายความหวังของประชาชนคนไทยลงไปเรื่อยๆ
วันนี้สิ่งที่พรรคประชาชนพร้อมน้อมรับคือผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา
ขอฝากไปถึงว่าที่รัฐบาลและว่าที่นายกรัฐมนตรีคนถัดไป ขอให้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่มากที่สุด
สำหรับพรรคประชาชน วิธีในการทำงานการเมืองอาจจะแตกต่างไป
ท่านอาจคิดว่าการเมืองก็เป็นแบบนี้ มันก็ต้องทำแบบนี้
ไม่เช่นนั้นก็เข้าสู่อำนาจไม่ได้ แต่พวกตนก็เป็นเช่นนี้ ทำวิถีทางการเมืองแบบนี้
วันนี้ก็เลยยังเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่
แต่ตนเชื่อว่าวิธีการในการทำงานการเมืองของพรรคประชาชนที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน
ได้ช่วยพาสังคมไทยไปข้างหน้า ขอให้ทุกคนอย่าหมดความหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ
ไม่ว่านักการเมืองในประเทศนี้จะเลือกวิถีทางใด ถ้าประชาชนร่วมกันสอดส่องตรวจสอบ
ตัดสินใจในการเข้าคูหาเลือกตั้งอย่างดีที่สุด ในวันนั้นประเทศจะเปลี่ยนได้
พรรคประชาชนในวันนี้จะเดินหน้าทำหน้าที่อย่างเต็มที่ต่อไป
และขอให้สมาชิกพรรคประชาชนเชื่อมั่นในสิ่งที่ทุกคนทำอยู่ สิ่งที่ทุกคนทำมีความหมาย
และพวกตนแกนนำพรรคในปัจจุบัน ไม่รู้ว่าวันนี้จะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่
แต่เราก็ยังเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้อยู่เคียงข้างกับทุกคนต่อไป
จนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน












