‘พูนศักดิ์’ จี้รัฐเร่งตรวจสอบสารเคมีรั่วปราจีนบุรี
หวั่นของเสียอันตรายแพร่กระจาย
เสนอชะลอเพิ่มวัตถุดิบโรงงานจนกว่าตรวจสอบระบบป้องกันมลพิษ
วันที่
2 ตุลาคม 2569 พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ
และประธานคณะกรรมการเชิงประเด็นสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ พรรคประชาชน
กล่าวถึงกรณีการรั่วไหลของคราบสารเคมีจาก บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี
จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งประกอบกิจการหลุมฝังกลบของเสียอุตสาหกรรม การทำเชื้อเพลิงผสมและเชื้อเพลิงทดแทน
รวมถึงการทำอิฐจากของเสียอุตสาหกรรม โดยระบุว่า จากข้อมูลของมูลนิธิบูรณะนิเวศ
ปัญหาที่พบในพื้นที่อาจไม่ได้มีเพียงคราบน้ำมัน
แต่ยังพบการกระจายตัวของของเสียอุตสาหกรรมอันตราย
ซึ่งคาดว่าอาจรั่วไหลจากกระบวนการผสมของเสียเพื่อส่งต่อไปกำจัดที่โรงปูนซีเมนต์
จึงจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยเร็ว
พูนศักดิ์ระบุด้วยว่า
ภาคประชาชนพบว่าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีมีประกาศแจ้งเรื่องการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการขยายโรงงานของบริษัทดังกล่าว
ในส่วนการเพิ่มวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ โดยประกาศเมื่อวันที่ 22 กันยายน
2569 และกำหนดให้แจ้งความคิดเห็นภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2569
“จากการที่ในปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานรัฐใดเข้าไปควบคุมจัดการปัญหาในพื้นที่
ผมเห็นว่าต้องเร่งดำเนินการทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว
เพื่อป้องกันไม่ให้มลพิษแพร่กระจายและสร้างผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่”
พูนศักดิ์กล่าว
สำหรับมาตรการระยะเร่งด่วน
พูนศักดิ์เสนอให้จังหวัดปราจีนบุรีและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรีเข้าควบคุมพื้นที่
เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของมลพิษ ขณะที่กรมควบคุมมลพิษต้องเร่งตรวจสอบน้ำ ดิน
และตะกอน โดยเฉพาะสารอันตรายและโลหะหนัก หากพบความเสี่ยงต้องแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำทันที
รวมถึงตรวจสอบชนิดและปริมาณของเสียอุตสาหกรรมที่โรงงานรับเข้ามา
พูนศักดิ์ย้ำว่า
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีควรชะลอกระบวนการพิจารณาการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ของโรงงานไว้ก่อน
จนกว่าจะตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและประสิทธิภาพของระบบป้องกันมลพิษให้ชัดเจน
ส่วนมาตรการระยะกลาง
คือ เสนอให้ตรวจสอบโรงงานทั้งระบบตามหลักวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม
ไม่ใช่ตรวจเฉพาะจุดที่พบปัญหา โดยต้องตรวจสอบตั้งแต่ความเหมาะสมของพื้นที่
ระบบป้องกันน้ำท่วม ระบบรวบรวมน้ำเสียและน้ำชะกาก พื้นที่เก็บกาก
ระบบป้องกันการรั่วซึม ตลอดจนตรวจสอบปริมาณการรับของเสีย การแปรรูป การส่งออก
และการฝังกลบ ว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่
ขณะที่มาตรการระยะยาว
พูนศักดิ์เสนอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทบทวนระบบกำกับดูแลโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะโรงงานประเภท 106
รวมถึงปรับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมได้จริง
นอกจากนี้
ยังเสนอให้ยกระดับการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ESA) โดยให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ
ตรวจสอบคุณสมบัติของบริษัทที่ปรึกษา และเปิดเผยผลการประเมินต่อชุมชนก่อนดำเนินการ
พร้อมระบุว่า หากพบว่าการอนุญาตมีความผิดพลาด
ผู้ที่มีหน้าที่อนุญาตก็ควรได้รับการตรวจสอบด้วยเช่นกัน
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #สารเคมีรั่วปราจีนบุรี #พรรคประชาชน




















































