วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เปิดชื่อ 6 บุคคล ถูก กกต.ฟ้องหลายข้อหา คดีถ่ายภาพ-ถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง 22 ก.พ. ฐานขัดขวางเลือกตั้ง อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น นำเข้าข้อมูลเท็จ

 


เปิดชื่อ 6 บุคคล ถูก กกต.ฟ้องหลายข้อหา คดีถ่ายภาพ-ถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง 22 ก.พ. ฐานขัดขวางเลือกตั้ง อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น นำเข้าข้อมูลเท็จ


วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี กกต. มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัส คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกต้้ง ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.นั้น มีรายงานบุคคลที่ กกต.แจ้งความให้มีการดำเนินคดีนั้นมีจำนวน 6 รายประกอบไปด้วย


1. นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม


2. นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain


3. นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black.


4. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง


5. นายพริษฐ์ วัชรสินธ์ โฆษกพรรคประชาชน


6. ทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar


โดยให้ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14


ทั้งนี้ความผิดตามข้อกฎหมายดังกล่าวบัญญัติถึงลักษณะความผิดและบทลงโทษไว้ค่อนข้างรุนแรง โดยตามมาตรา 66 พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 กำหนดว่าผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือกรรมการที่ กกต. แต่งตั้ง ถ้าการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้นได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือเพื่อให้การเลือกตั้งและเป็นได้เป็นไปโดยสุจริตเป็นเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้กระทำต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทรวมทั้งจำทั้งปรับ


ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กำหนดว่า ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือการปกครองประเทศโดยใช้กำลังความรุนแรง หรือกระทำการใดๆ ในการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี


ส่วนมาตรา 209 ซึ่งเป็นความผิดฐานเป็นอั้งยี่ บัญญัติว่าผู้ใดเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายทำผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000


มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึก หรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 บัญญัติถึงการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม เท็จที่ส่งผลเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคง หรือเป็นข้อมูลลามก รวมถึงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง2569 #กกต #กกตฟ้องประชาชน

รักชนก-สหัสวัต พร้อมแกนนำพรรคประชาชน สำรวจศูนย์อาหารกระทรวงแรงงาน เรียกร้องประกันสังคมใช้ระเบียบเลือกตั้งเดิมและจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด

 


รักชนก-สหัสวัต พร้อมแกนนำพรรคประชาชน สำรวจศูนย์อาหารกระทรวงแรงงาน เรียกร้องประกันสังคมใช้ระเบียบเลือกตั้งเดิมและจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด


วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 รักชนก ศรีนอก, สหัสวัต คุ้มคง, ธนพร วิจันทร์ และธีระชาติ ก่อตระกูล ตัวแทนจากพรรคประชาชน ได้เดินทางมาที่กระทรวงแรงงานเพื่อร้องเรียนเรื่องระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และตรวจสอบความเหมาะสมในการใช้ศูนย์อาหารของกระทรวงแรงงาน


โดยสหัสวัตกล่าวว่า จุดประสงค์ในการมาวันนี้คือมาร้องเรียนแนวทางการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และเชิญชวนให้ทุกคนได้สำรวจโรงอาหารที่ถูกสร้างด้วยเงินของกองทุนประกันสังคม ถึงแม้จะมีการกล่าวอ้างว่าโรงอาหารดังกล่าวถูกสร้างมาเพื่อรองรับการใช้บริการของผู้ประกันตน แต่ทุกคนก็เห็นได้ว่าในแต่ละวันมีประชาชนเข้ามาใช้บริการมากน้อยเพียงใด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของความเหมาะสมในการใช้เงินดังกล่าว


ด้านรักชนกกล่าวว่า เรื่องการใช้เงินกองทุนกับอะไรนั้นสามารถถกเถียงกันได้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือวิธีคิดของบางคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ได้กล่าวในที่ประชุมว่าจุดประสงค์ในการสร้างโรงอาหารแห่งนี้เพื่อทำให้เป็นศูนย์อาหารแบบในห้างสรรพสินค้า ติดเครื่องปรับอากาศ เพราะไม่อยากให้สถานที่นี้เป็นเหมือน “โรงอาหารคนงาน” ทั้งที่ศูนย์อาหารแห่งนี้ถูกสร้างด้วยเงินของคนงาน ซึ่งถือเป็นการดูแคลนกลุ่มคนที่นำเงินของตนมาสร้างศูนย์อาหาร


ทั้งนี้ ตนขอย้ำว่า การใช้เงินจำนวน 12 ล้านบาทมาปรับปรุงศูนย์อาหารนั้น ไม่ใช่เรื่องดีหรือไม่ดี หรือถูกหรือผิด แต่คือวัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณ เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ภายใต้กระทรวงแรงงาน ซึ่งควรตั้งเป็นงบประมาณแผ่นดินในการปรับปรุงจะเหมาะสมกว่าหรือไม่ ตนจึงขอถามผู้ประกันตนว่า การใช้งบประมาณจากเงินของผู้ประกันตนในการทำศูนย์อาหารแห่งนี้มีความคุ้มค่าและเหมาะสมหรือไม่


ระหว่างการสำรวจศูนย์อาหาร มีผู้ประกันตนเดินทางมาจากจังหวัดระยองเพื่อใช้บริการศูนย์อาหารกระทรวงแรงงาน โดยกล่าวว่าตนเดินทางมาในฐานะผู้ที่ส่งเงินเข้ากองทุนทุกเดือน และขอตั้งคำถามว่า การจะใช้บริการจากเงินที่ตนส่งเป็นประจำทุกเดือน จำเป็นต้องขับรถมาที่กรุงเทพมหานครหรือไม่ วันนี้จึงเดินทางมาเพื่อที่จะเห็นด้วยตาตนเองว่า เงินที่ถูกนำมาใช้มีความเหมาะสมหรือไม่ และในอนาคตเงินที่จะถูกหักทุกสิ้นเดือนจะถูกใช้ตามความต้องการของผู้ประกันตนมากน้อยเพียงใด


ทั้งนี้ การเบิกใช้เงินแต่ละครั้งมีเงื่อนไข แต่เงินที่ตนส่งไปกลับถูกนำมาใช้สร้างตึก ซ่อมแซมศูนย์อาหาร หรือแม้กระทั่งเพื่อการตัดสูทตามที่เป็นข่าวที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตนยังเชื่อว่าปัญหาต่าง ๆ สามารถแก้ไขได้ และอยากเห็นการเริ่มต้นในการแก้ไข


รักชนกให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวว่า ประเด็นหลักที่เดินทางมาวันนี้คือการร้องเรียนเรื่องระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งมี 3 ประเด็น ดังนี้


ประเด็นแรก คือ ผลการทำประชาพิจารณ์ระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ว่ามีสัดส่วนผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเท่าใด โดยเข้าใจว่าระเบียบดังกล่าวเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในการประกาศใช้ จึงอยากให้สำนักงานประกันสังคมและกระทรวงแรงงานเปิดเผยผลการประชาพิจารณ์ก่อน


ประเด็นที่สอง คือ บอร์ดประกันสังคมที่มีวาระ 2 ปี ได้หมดวาระไปตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หากอ้างอิงจากกฎหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน แต่กรณีบอร์ดประกันสังคมยังมีช่องว่างอยู่ จึงขอให้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะบอร์ดปัจจุบันแม้จะมีอำนาจตามหลักการ แต่อาจถูกอำนาจข้าราชการกดทับไว้


ประเด็นสุดท้าย คือ การเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลการประชุมทุกครั้งที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนระเบียบเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้ประกันตนรับทราบว่า ในการประชุมทั้งบอร์ดใหญ่และอนุกรรมการ มีใครกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวบ้าง


เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สำนักงานประกันสังคมให้เหตุผลในการเปลี่ยนระเบียบเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนจำหมายเลขผู้สมัครได้ง่าย โดยให้เลือกได้เพียงคนเดียวเหมือนการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา สหัสวัตให้ความเห็นว่า แนวทางดังกล่าวไม่เหมาะสม เพราะการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตัวแทนหนึ่งคนต่อหนึ่งเขต แต่การเลือกบอร์ดประกันสังคมต้องมีตัวแทน 7 คน ผู้ประกันตนจึงควรเลือกได้ทั้ง 7 คน เช่นเดียวกับการเลือกสมาชิกสภาเทศบาล หากในพื้นที่ต้องมีตัวแทน 4 คน ประชาชนก็ต้องเลือกได้ครบทั้ง 4 คน


หากใช้แนวคิดตามที่สำนักงานประกันสังคมเสนอ จะเป็นการลดทอนสิทธิของผู้ประกันตน และทำลายหลักการเลือกตั้งระบบตัวแทน อีกทั้งเมื่อระเบียบเลือกตั้งใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ ตามหลักการควรยึดระเบียบเดิม เพราะขณะนี้บอร์ดประกันสังคมชุดใหญ่ได้หมดวาระลงแล้ว จึงไม่มีผู้มีอำนาจในการอนุมัติระเบียบใหม่


ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่สำนักงานประกันสังคมชี้แจงต่อกรรมาธิการสมาชิกวุฒิสภาว่า ผลประชาพิจารณ์จะเปิดเผยได้ภายในเดือนมีนาคม โดยรักชนกกล่าวว่า หากเทียบกับกรณีประชาพิจารณ์สูตรบำนาญ CARE ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจเช่นกัน สามารถเปิดผลได้ภายใน 4 วัน เหตุใดประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจึงยังไม่สามารถเปิดเผยผลได้


เมื่อถามว่าหลังจากนี้พรรคประชาชนจะติดตามสถานการณ์อย่างไร รักชนกกล่าวว่า ปัจจุบันพรรคประชาชนอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน จึงต้องฝากให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ตอบสนองต่อสิ่งที่ควรดำเนินการอยู่แล้ว หากรัฐบาลดำเนินการอย่างเหมาะสม พรรคประชาชนคงไม่ต้องมายืนอยู่ ณ ที่นี้


พร้อมกันนี้ รักชนกได้ฝากคำถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรีนุช เทียนทอง ว่า ตลอด 3 เดือนหลังเข้ารับตำแหน่ง ได้ดำเนินการเรื่องใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นกรณีตึก SKY9 ที่ยังไม่มีความคืบหน้า หรือสูตรบำนาญ CARE ที่ยังไม่เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี และในฐานะที่เป็น สส.เขตที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะยอมให้มีการล้มการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมหรือไม่ หรือเกรงใจข้าราชการ


ด้านสหัสวัตได้กล่าวปิดท้าย โดยยืนยันว่า ขอให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด โดยอ้างอิงหลักการเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กำหนดให้จัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน และให้ใช้ระเบียบการเลือกตั้งเดิมไปก่อน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #บอร์ดประกันสังคม #กระทรวงแรงงาน















"ทนายอั๋น" พร้อมประชาชน ยื่นดีเอสไอ จี้รับเป็นคดีพิเศษเอาผิด กกต. ปมเลือกตั้ง ก.พ. 69 ข้อสงสัยเพียบ แฉพฤติการณ์บัตรเขย่ง-พิรุธ QR Code บนบัตรที่อาจระบุตัวตนคนเลือกได้ จ่อเปิดหลักฐานเด็ด เส้นทางเงิน "คอนเนกชั่น" โยงขบวนการเดิมสัปดาห์หน้า!

 


"ทนายอั๋น" พร้อมประชาชน ยื่นดีเอสไอ จี้รับเป็นคดีพิเศษเอาผิด กกต. ปมเลือกตั้ง ก.พ. 69 ข้อสงสัยเพียบ แฉพฤติการณ์บัตรเขย่ง-พิรุธ QR Code บนบัตรที่อาจระบุตัวตนคนเลือกได้ จ่อเปิดหลักฐานเด็ด เส้นทางเงิน "คอนเนกชั่น" โยงขบวนการเดิมสัปดาห์หน้า!


วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” พร้อมด้วยภาคประชาชน กลุ่ม สว.สำรอง เพจแม่แนน และน้องสมาร์ท เข้ายื่นคำร้องเพื่อขอให้ดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวม 7 ราย กรณีการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 และ 22 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเห็นว่าอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหลายบท ต่างกรรมต่างวาระ พร้อมขอให้รับเป็นคดีพิเศษ ดำเนินการสืบสวนสอบสวน เรียกพยานบุคคล รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยมีนายนทีธร มีชัย รองผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง


นายภัทรพงศ์ เปิดเผยว่า ในฐานะประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง มิได้สังกัดพรรคการเมืองใด เห็นว่าการจัดการเลือกตั้งทั้งสองวันมีข้อสงสัยเรื่องความสุจริตเที่ยงธรรม จึงยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยอ้างถึงประเด็นบัตรเลือกตั้งผิดปกติ การนับคะแนนที่ถูกตั้งข้อสังเกต กรณีมีการคลุมกล้องวงจรปิด รวมถึงการปรากฏ QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตั้งคำถามถึงความเป็นความลับของผู้ใช้สิทธิ


ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ กกต. ได้ประกาศรับรองผลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตจำนวน 396 ราย โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 124 อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องเห็นว่าควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้สิ้นข้อสงสัยเสียก่อน เพื่อธำรงหลักความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของสาธารณชน


นายภัทรพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีข้อกังขาเกี่ยวกับเส้นทางการเงินในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่าจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า พร้อมเรียกร้องให้ดีเอสไอออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องในบางพื้นที่มาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้การสืบสวนครบถ้วนรอบด้าน


สำหรับประเด็นการถ่ายภาพหรือวิดีโอภายในหน่วยเลือกตั้ง ทนายอั๋นเห็นว่า การบันทึกภาพมิใช่ความผิด เว้นแต่จะก่อให้เกิดการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานหรือมีการบิดเบือนข้อมูล พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของการดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าไปตรวจสอบการเลือกตั้ง


นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยยืนยันว่าจะเข้าให้การเป็นพยาน หากมีการพิจารณาคดีในชั้นศาลตามกำหนดนัดในเดือนเมษายนและพฤษภาคมนี้


ด้านทนายทิวา ลี้จากภัย ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของทนายอั๋น กล่าวว่า กรณีที่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนักวิชาการหรือประชาชนที่เข้าไปตรวจสอบการเลือกตั้งนั้น หากไม่มีพฤติการณ์ขัดขวางการเลือกตั้งจริง ผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีสิทธิใช้ช่องทางกฎหมายดำเนินคดีกลับ ฐานแจ้งความเท็จหรือกลั่นแกล้ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 และ 174 พร้อมย้ำว่าพนักงานสอบสวนมีหน้าที่รับคำร้องทุกข์ตามกระบวนการกฎหมาย


ทั้งนี้ คำร้องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของดีเอสไอ ว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ท่ามกลางกระแสจับตาของสังคมต่อความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง2569 #DSI #กกต










พรรคประชาชนส่ง “วาโย” ยื่นฟ้องอาญา กกต. ฟัน ม.157 ร่วม พ.ร.ป.กกต.-พ.ร.ป.เลือกตั้ง เตรียมนำกรณี กกต. ฟ้องประชาชนใส่เพิ่ม

 


พรรคประชาชนส่ง “วาโย” ยื่นฟ้องอาญา กกต. ฟัน ม.157 ร่วม พ.ร.ป.กกต.-พ.ร.ป.เลือกตั้ง เตรียมนำกรณี กกต. ฟ้องประชาชนใส่เพิ่ม

 

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยทีมทนายความ ได้ดำเนินการยื่นฟ้องดำเนินคดีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในฐานะเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งมาตรา 69 เจ้าหน้าที่ละเว้นกระทำการ หรือกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่, พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ประกอบมาตรา 164 ทำเครื่องหมายอันเป็นที่สังเกตได้ลงบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีโทษตามมาตรา 164


ซึ่งขณะนี้ได้มีการลงเลขรับคดีไว้แล้ว รอฟังคำสั่งอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีคำสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง หรือจะมีคำสั่งให้รับฟ้อง หรือไม่รับฟ้อง ภายใน 30 วัน ซึ่งหากมีการรับฟ้อง ก็จะต้องมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องต่อไป ซึ่งน่าจะมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องได้ภายใน 45-60 วันนับจากวันที่ 24 มีนาคม 2569


วาโยกล่าวต่อไปว่าที่ผ่านมามีข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นจำนวนมาก และมีคดีตัวอย่างแล้วคือกรณี วาสนา เพิ่มลาภ เมื่อปี 2549 ซึ่งมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาออกมาเมื่อปี 2558 ซึ่งตนและทีมงานได้ศึกษาโดยละเอียดและนำข้อเท็จจริงมาปรับใช้ร่วมกันได้พอสมควร ซึ่งคดีนั้นศาลได้ตัดสินเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.กกต. มาตรา 24 ประกอบมาตรา 42 ซึ่งเทียบเคียงกับปัจจุบันคือ พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 ตามที่ฟ้องไป โดยคดีนี้น่าจะใช้เวลาต่อสู้กันอีกยาวนานถึงชั้นอุทธรณ์และฎีกาแน่นอน สิ้นสุดน่าจะใช้เวลาสัก 10 ปีคล้ายกับกรณีของวาสนา


ทั้งนี้ หลายคนอาจมีความกังวลว่ามาตรา 157 มีความเป็นพิเศษ นอกจากการแสดงเจตนาโดยทั่วไปแล้ว โจทก์จะลองสืบให้ได้ว่าจำเลยมีเจตนาพิเศษที่ซ่อน เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งไม่ง่าย คดีตัวอย่างตอนปี 2558 ก็ไม่ได้มีการตัดสินตามมาตรา 157 จึงมีความจำเป็นที่ต้องฟ้องตาม พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 ประกอบด้วย ซึ่งน่าจะสามารถรองรับได้ 


วาโยยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความแตกต่างของการยื่นฟ้องคดีครั้งนี้จากการยื่นฟ้องคดีตามช่องทางอื่นๆ โดยระบุว่าการยื่นกับผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นเรื่องของการให้เหตุการณ์และข้อเท็จจริงนี้ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีอำนาจในการวินิจฉัยคดีอาญา แต่จะเป็นเรื่องของตำแหน่งหน้าที่ หรือการมีคำสั่งให้เลือกตั้งนั้นเป็นโมฆะหรือไม่ หรือหากไปที่ศาลปกครอง ก็จะมีอำนาจเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครอง สั่งให้มีการเลือกตั้งหรือสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือลงคะแนนใหม่ หรือแม้แต่เป็นแบบพิมพ์บัตรต่างๆ เพราะฉะนั้นแต่ละส่วนไปคนละที่กัน แต่ส่วนที่พวกตนมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในวันนี้คือคดีอาญา ส่วนเรื่องจะมีการรวมสำนวนหรือไม่เป็นไปตามดุลพินิจของศาล แต่ไม่ใช่การฟ้องซ้ำซ้อนแน่นอน เพราะผู้เสียหายเป็นคนละคนกัน


การที่ราษฎรจะฟ้องคดีอาญาด้วยตัวเองโดยหลักไม่ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งเป็นคดีอาญาทุจริตยิ่งยากขึ้น การฟ้องต่อเจ้าพนักงานของรัฐยิ่งยากขึ้นอีก การสืบพยานก็มีกระบวนการวิธีที่แตกต่างกันจากคดีอาญาโดยทั่วไป แต่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนถือได้ว่าเป็นผู้เสียหาย สามารถมีสิทธิโดยชอบที่จะฟ้องคดีแบบนี้ต่อคณะกรรมการ กกต.ได้ ถ้าเทียบเคียงกับกรณีปี 2559 ศาลให้แนวฎีกาไว้แล้วว่าการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม หรือมีการกระทำใดๆ ที่เกิดขึ้นและกระทบต่อสิทธิของประชาชนเป็นวงกว้างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนถือว่าเป็นผู้เสียหายตามนิตินัย โดยหลักคือการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและในกฎหมายหลายฉบับ ว่าการเลือกตั้งว่าต้องเป็นไปโดยตรงและลับ


วาโยกล่าวต่อไปว่าส่วนในฐานะพรรคการเมือง มีทั้งในเรื่องของการเลือกตั้งและความเสียหายทางเศรษฐกิจ ในฐานะที่พรรคการเมืองมีวัตถุประสงค์จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อส่งผู้แทนราษฎรลงเลือกตั้ง เสนอนโยบาย และให้ประชาชนเลือกเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทนประชาชน มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางเศรษฐกิจ มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มีการใช้บุคลากรจำนวนมาก ย่อมมีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ตรง และไม่ลับ


ผู้สื่อข่าวยังได้ถามถึงกรณีที่ กกต.กทม. ฟ้องร้องดำเนินคดีต่อประชาชน ซึ่งวาโยระบุว่าที่ กกต. อ้างว่าต้องฟ้องร้องประชาชนโดยระบุว่าถ้าไม่ทำจะโดนมาตรา 157 เป็นการกระทำตามหน้าที่และอำนาจ แต่การกระทำของ กกต. นี้เสี่ยงต่อมาตรา 157 มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะ กกต. มีสิทธิที่จะสามารถใช้ดุลพินิจในการฟ้องร้องบุคคลใดหรือไม่ก็ได้ ไม่ได้เป็นหน้าที่หรือมีกฎหมายบังคับเฉพาะว่าเมื่อเกิดเหตุนี้แล้วต้องทำ กกต. ต้องประเมินว่าการฟ้องคดีนั้นเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือไม่ 


ตนจึงคิดว่าจะเอาการกระทำนี้ของ กกต. ไปแก้ฟ้องเพิ่มเติมภายใน 15 วัน เพื่อใส่เข้าไปเพิ่มเติมว่าการกระทำแบบนี้เป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่ใช่ว่าทำแล้วจะไม่ผิด 157 แต่ทำแล้วจะโดน 157 มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดผลเสียต่อผู้หนึ่งผู้ใด การที่ กกต. ดำเนินคดีฟ้องประชาชนที่มาพิสูจน์ความผิดปกติ แต่กลับไม่ตั้งคณะกรรมการตามอำนาจของตัวเองในการไต่สวนเรื่องราวดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นว่า กกต. มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงเมื่อปี 2549


วาโยยังกล่าวต่อไปว่าขณะนี้เป็นการยากมากที่ประชาชนจะทำอะไรกับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และเป็นอีกครั้งที่ประชาชนเห็นได้อย่างประจักษ์ชัด เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ขององค์กรอิสระ และเห็นได้ชัดว่าองค์กรอิสระไม่มีความยึดโยงกับประชาชน และไม่มีกลไกอะไรเลยในการเข้าชื่อหรือแสดงออกในการคัดค้านหรือถอดถอนองค์กรอิสระได้


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #กกต





ละครใบ้ ชิงกระเป๋าบัตรเลือกตั้ง ใน “เวทีไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงเสียงประชาชน” นักแสดงเผย สิ่งที่กกต.ทำ ตลกไม่ออก ชี้มาเวทีนี้เพราะเห็นความไม่ยุติธรรม มาเพื่อแสดงว่า ประชาชนไม่ยอม โดยเป็นการรวมตัวเฉพาะกิจ เพื่อแสดงละครใบ้เรื่องนี้


ละครใบ้ ชิงกระเป๋าบัตรเลือกตั้ง ใน “เวทีไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงเสียงประชาชน” นักแสดงเผย สิ่งที่กกต.ทำ ตลกไม่ออก ชี้มาเวทีนี้เพราะเห็นความไม่ยุติธรรม มาเพื่อแสดงว่า ประชาชนไม่ยอม โดยเป็นการรวมตัวเฉพาะกิจ เพื่อแสดงละครใบ้เรื่องนี้


วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 – 20.30 น. บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรม (BACC) แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ มีการชุมนุม “เวทีไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงเสียงประชาชน” โดยคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ร่วมกับเครือข่าย People GO Network สืบเนื่องจากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง 2569 ที่ผ่านมา เช่น การนับคะแนนและรายงานผลการเลือกตั้ง หรือกรณีบัตรบาร์โค้ด โดยกิจกรรมถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่การไต่สวนสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมผ่านกระบวนการยุติธรรมในรูปแบบการจำลอง เพื่อพิพากษาการทำงานของ กกต. ในประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่า “โกงเสียงประชาชน” นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือหนูหริ่ง (บก.ลายจุด) ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือเป๋า ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)


โดยเวลา 18.00 น. เป็นการแสดงแบบไม่แหวง โดย คณะละครใบ้สำโรง ซึ่งทำการแสดง 3 คน ดำเนินเรื่องสื่อถึงตัวละคร 1 คน (ประชาชน) ที่มีความพยายามและฝ่าฟันอุปสรรคในออกไปลงคะแนนหย่อนบัตรเลือกผู้แทนตามสิทธิ


จากนั้น 2 ตัวละคร หนึ่งสวมกางเกงสีน้ำเงินและอีกหนึ่งสวมกางเกงสีแดง ทั้งสองร่วมมือกัน เพื่อชิงกระเป๋าที่ใส่บัตรเลือกตั้ง ก่อนที่จะเชิญประชาชนที่มานั่งชม ขึ้นไปร่วมการแสดงด้วย โดย ประชาชนท่านนั้นสวมเสื้อสกรีนข้อความว่า "คนที่คุณก็รู้ว่าใคร" เป็น ตัวแทนของผู้ที่จะเปิดกระเป๋าที่ใส่บัตรเลือกตั้งได้ (กกต.) และเมื่อเปิดกระเป๋าได้ นักแสดงที่สวมกางเกงสีน้ำเงินและสีแดงได้ร่วมฉีกทำลายบัตรลงคะแนนที่อยู่ข้างใน


หลังการแสดงจบผู้ดำเนินรายการได้พูดคุยกับนักแสดงทั้ง 3 ราย กล่าวว่า ประชาชนตั้งตารอคอยที่จะมาพร้อมกันที่คูหา เพื่อกาบัตร แต่ผลออกมาเป็นอย่างนี้ ไม่ว่าจะทำตลก แต่เรื่องนี้ บางทีมันตลกไม่ออก


พร้อมกล่าวว่า วันนี้ที่มายืนอยู่ตรงนี้เพราะเห็นความไม่ยุติธรรม เราจึงได้มาแสดงได้เห็นแล้วว่า ประชาชนไม่ยอม โดยเป็นการรวมตัวเฉพาะกิจ เพื่อแสดงละครใบ้เรื่องนี้


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กกต #เลือกตั้ง2569

 











‘ยิ่งชีพ ผนึก บก.ลายจุด’ ‘ไต่สวนสาธารณะ’ หน้าหอศิลป์ ภาคประชาชนเป็นโจทก์ซัก กกต. ปม “โกงเสียงประชาชน” ก่อน กป.อพช.พร้อม เครือข่าย People GO อ่านแถลงคำประกาศ จับ กกต.ใส่กรงชัยชนะประชามติ เดินหน้ารัฐธรรมนูญใหม่

 


‘ยิ่งชีพ ผนึก บก.ลายจุด’ ‘ไต่สวนสาธารณะ’ หน้าหอศิลป์ ภาคประชาชนเป็นโจทก์ซัก กกต. ปม “โกงเสียงประชาชน” ก่อน กป.อพช.พร้อม เครือข่าย People GO อ่านแถลงคำประกาศ จับ กกต.ใส่กรงชัยชนะประชามติ เดินหน้ารัฐธรรมนูญใหม่


วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 – 20.30 น. บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรม (BACC) แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ มีการชุมนุม “เวทีไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงเสียงประชาชน” โดยคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ร่วมกับเครือข่าย People GO Network สืบเนื่องจากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง 2569 ที่ผ่านมา เช่น การนับคะแนนและรายงานผลการเลือกตั้ง หรือกรณีบัตรบาร์โค้ด โดยกิจกรรมถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่การไต่สวนสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมผ่านกระบวนการยุติธรรมในรูปแบบการจำลอง เพื่อพิพากษาการทำงานของ กกต. ในประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่า “โกงเสียงประชาชน” นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือหนูหริ่ง (บก.ลายจุด) ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือเป๋า ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)


สำหรับบรรยากาศกิจกรรม พบว่าบริเวณลานหอศิลป์ มีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมงานตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. โดยมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น “ยกหีบหนีบหนี” จำลองการปิดผนึกหีบบัตรเลือกตั้ง กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เติมน้ำใส่ถังจาก 94% ให้เต็ม 100% สื่อถึงการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งของ กกต. เขียนป้ายผ้าข้อความ และกิจกรรมจับคู่บัตร “Barcode”


ช่วงแรกเปิดด้วยการแสดงดนตรีจากวงสามัญชน ต่อด้วยการแสดงละครใบ้จากคณะละครใบ้สำโรง ที่สะท้อนถึงการเลือกตั้ง 2569 และต่อด้วยกิจกรรมไฮไลต์ “การไต่สวนสาธารณะ” การแสดงบทบาทสมมติผ่านกระบวนการยุติธรรมแบบจำลองระหว่าง กกต. และโจทก์ ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ โดยหากเห็นด้วยให้ปรบมือ หากไม่เห็นด้วยให้ใช้ขวดน้ำเคาะพร้อมทำเสียงโห่ร้อง และหากมีคำถามให้ยกมือถาม


การไต่สวนดังกล่าวมี สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และ “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ พร้อมตัวแทนอีกหลายคน สลับกันเป็นตัวแทนฝ่าย ‘โจทก์’ และฝ่าย กกต. โดยหยิบยกปัญหาในหลายประเด็น เช่น กรณีบัตรบาร์โค้ด กรณีแจ้งความประชาชนที่ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ. 2569 การนับคะแนนผลการเลือกตั้ง การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าและการออกเสียงประชามติ และกรณีบัตรเขย่ง มาตั้งคำถามและตอบในการไต่สวน


ช่วงท้าย เวลา 20.20 น. กป.อพช. และเครือข่าย People GO ร่วมแถลงคำประกาศ จับ กกต.ใส่กรงชัยชนะประชามติ เดินหน้ารัฐธรรมนูญใหม่ โดยคำแถลงระบุถึง


ประการแรก กกต. ต้องลาออกทั้งหมดจากตำแหน่งทันที เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้งที่ตามมาด้วยความไม่เชื่อมั่นของประชาชน และ สว. ต้องหยุดคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็น กกต. ชุดใหม่ จนกว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปที่มาของ กกต. ให้เป็นกลางทางการเมือง


ประการที่สอง การที่ กกต. รับรองผลการเลือกตั้ง สส. จำนวน 396 เขตในวันนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ ขอให้ยุติการรับรองทันที หากไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง จะเป็นการยากที่ประชาชนจะยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ และกระบวนการทางการเมืองที่ตามมาหลังจากนี้


และประการที่สาม ระหว่างที่ยุติการรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อรอคำวินิจฉัยจากศาล ซึ่งหวังว่าจะมาถึงโดยเร็วที่สุด กกต. ต้องเปิดเผยข้อมูลการเลือกตั้งทั้งหมดในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้เกิดความโปร่งใส รวมถึงคะแนนดิบทั้งหมด จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวนบัตรที่เหลือและที่ใช้ไป ให้ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้


โดยวันนี้ สมบัติ บุญงามอนงค์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “เรารู้กันโดยสามัญสำนึกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่ล้มเหลว สกปรก มีข้อครหา ไม่โปร่งใส และยังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย อีกทั้ง กกต. ก็ไม่ทำหน้าที่ในระดับที่ควรจะทำ เช่น ไม่รายงานจำนวนผู้ที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง


"ในวันนี้สังคมตั้งคำถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้นับว่าเป็นการเลือกตั้งได้หรือไม่ เนื่องจากมีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ และกระบวนการอาจไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย แต่ กกต. ได้ประกาศรับรอง สส. ไปก่อนแล้ว”


สมบัติกล่าวว่าในส่วนของตนซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พบว่าการทำงานของ กกต. ตกต่ำลงมาเรื่อย ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มีปัญหาหลายครั้ง และครั้งนี้ถือว่ามีปัญหามากที่สุด ดังนั้นจะทำการตรวจสอบรายการทั้งหมดว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ของ กกต. มีความผิดพลาดเรื่องใดบ้าง โดยจัดในรูปแบบการไต่สวนสาธารณะ วันนี้ได้เชิญตัวแทนมาอภิปรายคำถาม และจำลองเหตุการณ์ชุดคำตอบที่ กกต. เคยออกมาอธิบายต่อสังคม


สมบัติระบุอีกว่า หาก กกต. พร้อม ในครั้งหน้าไม่ควรจัดเพียงแถลงข่าวฝ่ายเดียว แต่ควรเปิดเป็นเวทีไต่สวนสาธารณะ และเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาตั้งคำถาม เนื่องจากขณะนี้ กกต. ไม่ตอบคำถาม โดยเฉพาะข้อมูลระดับหน่วย ซึ่งตนมีคำถามหลายประเด็น ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.จะต้องทราบดีว่าการเลือกตั้งแบบใดเป็นการลงคะแนนเสียงโดยลับหรือไม่ลับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง2569 #กกต