วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

ลือสะพัดทำเนียบ! "สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล" ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีไม่ผ่าน หลังเจอคดี บุกรุกที่ดินสาธารณะหาดสวนยา จ.อุบลฯ พรรคเพื่อไทย ส่ง "นิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา" เสียบโควตา รมว.พม. แทน

 


ลือสะพัดทำเนียบ! "สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล" ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีไม่ผ่าน หลังเจอคดี บุกรุกที่ดินสาธารณะหาดสวนยา จ.อุบลฯ พรรคเพื่อไทย ส่ง "นิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา" เสียบโควตา รมว.พม. แทน


วันที่ 27 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังการยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ปรากฏว่า น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีชื่อนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้วไม่ผ่าน


โดยตำแหน่งดังกล่าวจะยังเป็นโควตาของน.ส.สุดาวรรณ ซึ่งจะส่ง นายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะคนใกล้ชิด เข้ามารับตำแหน่งแทน  และจะมีการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกันนี้ (27 มี.ค.)


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย

ยุติแล้ว คดี "หลวงพ่อธัมมชโย" อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย เหตุคดีขาดอายุความ

 


ยุติแล้ว คดี "หลวงพ่อธัมมชโย" อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย เหตุคดีขาดอายุความ


วันที่ 27 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า อาจารย์จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Jaturong Jongarsa ระบุว่า ยุติคดี "หลวงพ่อธมฺมชโย" แล้ว หลวงพ่อไม่ต้องหนีแล้วนะครับ โชว์ตัวได้เหมือนเดิม #จบข่าว #จบสิ้นกันที


ทั้งนี้ ยังได้โชว์เอกสารจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ แจ้งคำสั่งยุติการดำเนินคดี โดยมีเนื้อหาใจความระบุว่า


ตามที่ นายธรรมนูญ อัตโชติ กับพวก ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ สุทธิผล) หรือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ พระอธิการไชยบูลย์ ธัมมชโย และนางสาวศศิธร โชคประสิทธิ์ ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ 2542 มาตรา 5 มาตรา 9 และมาตรา 60 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 มาตรา 91 และมาตรา 357 ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 นั้น


ขอเรียนว่า อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งยุติการดำเนินคดี พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ สุทธิผล) หรือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระอธิการไชยบูลย์ ธัมมชโย และนางสาวศิศิธร โชคประสิทธิ์ ในความผิดฐาน สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 มาตรา 9 และมาตรา 60 พระราชบัญญัติป้องกันแลปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 มาตรา 91 และมาตรา 357 เนื่องจากคดีขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48(7) และขอให้ดำเนินการแจ้งผู้ต้องร้องทุกข์ทราบต่อไป ในการนี้ จึงเรียนมายังท่านเพื่อแจ้งคำสั่งยุติการดำเนินคดีของพนักงานอัยการ ตามมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา


คดีนี้เริ่มต้นจากการขยายผลคดีทุจริต สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงมายังอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จนนำไปสู่การออกหมายจับและการล้อมตรวจค้นวัดพระธรรมกายครั้งใหญ่เมื่อปี 2560 แต่ไม่สามารถควบคุมตัวพระธัมมชโยได้ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงปัจจุบันที่ข้อหาดังกล่าวหมดอายุความลง และคำสั่งยุติคดีในครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากหนึ่งในคดีที่ซับซ้อนและเป็นที่สนใจของประชาชนมากที่สุดอีกคดีหนึ่ง


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ธัมมชโย #ธรรมกาย


‘ตี๋ ภัทรพงษ์’ ชี้แจง ค่า​ PM2.5​ ภาคเหนือพุ่งสูงทะลุ​ 600 พรรคประชาชนเดินหน้าดับไฟ ร่วมกับทีม “ส้มสู้ไฟ”

 


‘ตี๋ ภัทรพงษ์’ ชี้แจง ค่า​ PM2.5​ ภาคเหนือพุ่งสูงทะลุ​ 600 พรรคประชาชนเดินหน้าดับไฟ ร่วมกับทีม “ส้มสู้ไฟ”


วันที่ 26 มีนาคม 2569 ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน เปิดภารกิจทีม “ส้มสู้ไฟ” เพื่อดับไฟเหนือ ลด PM2.5 ที่กำลังพุ่งสูงทะลุ 600 แล้ว โดยภัทรพงษ์กล่าวว่า ทีมส้มสู้ไฟได้ลงมือทำกันมาตั้งแต่​วันที่​ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้​ 


ภัทรพงษ์กล่าวว่า ทีมส้มสู้ไฟมีความพร้อมทั้ง​ อุปกรณ์​ ร่างกาย​ และประสบการณ์​ ทีมนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ไฟป่าปีที่แล้ว​ เพื่อให้เข้าใจอย่างละเอียดว่า​ การจัดสรรงบประมาณกับภารกิจไฟป่าควรเป็นอย่างไร​ อุปกรณ์ไหนรุ่นอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม​ ไฟในป่าแต่ละพื้นที่ความอันตรายมากน้อยต่างกันอย่างไร​ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยประมวลผล​ ด้วยเป้าหมายว่าหากเป็นรัฐบาลจะสามารถจัดสรรงบประมาณได้อยู่เหมาะสม


ทั้งในส่วนของเม็ดเงิน งบประมาณ​ อุปกรณ์ที่ใช้ได้จริง​ จำนวนคนที่เพียงพอ​ สวัสดิการเจ้าหน้าที่​ รวมถึงเวลาที่ถูกต้องที่ต้องสนับสนุนแต่ละส่วนลงไปให้ทันก่อนเกิดปัญหา


โดยปีนี้​ ทีมส้มสู้ไฟได้เดินหน้าทำภารกิจดับไฟป่าไปแล้ว​ 38 ภารกิจ​ คิดเป็นระยะแนวไฟที่ดับรวมแนวกันไฟทั้งหมด​ 107 กิโลเมตร​ ในพื้นที่​ อำเภอแม่วาง​ สันป่าตอง​ หางดง​ ดอยสะเก็ด​ สันกำแพง​ แม่ออน​ สันทราย​ จังหวัดเชียงใหม่​ และ​ อำเภอเมืองและแม่ทา​ จังหวัดลำพูน และยังมีภารกิจบินโดรนลาดตระเวน​และจับพิกัดแนวไฟเพื่อส่งให้ทีมเข้าดับ​อีก​กว่า​ 150 เที่ยวบิน​ คิดเป็นเวลาบินทั้งหมดกว่า​ 30 ชั่วโมง


ภัทรพงษ์กล่าวว่า แม้พรรคประชาชนจะไม่ได้เป็นรัฐบาล​ แต่พวกตนก็สู้กันเต็มที่เพื่อปอดของทุกคนสุดกำลังที่สามารถทำได้​ เคียงข้างเจ้าหน้าที่และประชาชน​ ทั้งการจัดการในระยะเร่งด่วนในการสู้ไฟป่า​ ลดฝุ่นพิษPM2.5 และระยะยาว​ในการแก้ปัญหาเรื่องต้นตอของการจุดไฟในป่าและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการไฟตามช่องทางและกลไกรัฐสภาอย่างเต็มที่ ภัทรพงษ์ยังทิ้งท้ายด้วยว่า พรรคประชาชน​ ลงมือทำแล้ว​ คำถามก็คือ รัฐบาล ทำอะไร


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ไฟป่า #ส้มสู้ไฟ #PM25 #ภาคเหนือ





วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569

พรรคประชาชนจี้รัฐอย่าดำเนินนโยบายแบบ ‘คิดไป ทำไป’ วิกฤตเกิดเพราะรัฐไม่คิดให้เป็นระบบ ไม่อธิบายให้สังคมเข้าใจ ไม่จริงใจในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

 


พรรคประชาชนจี้รัฐอย่าดำเนินนโยบายแบบ ‘คิดไป ทำไป’ วิกฤตเกิดเพราะรัฐไม่คิดให้เป็นระบบ ไม่อธิบายให้สังคมเข้าใจ ไม่จริงใจในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง


วันที่ 26 มีนาคม 2569 พรรคประชาชนมีความเห็นต่อ 7 มาตรการบรรเทาผลกระทบของ ศบก. ที่นำโดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ดังต่อไปนี้


1. รัฐบาลควรเตรียมพร้อมมาตรการเยียวยาล่วงหน้า ไม่ใช่คิดไปทำไป


สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยมาเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว แต่รัฐบาลกลับทยอยออกมาตรการเป็นครั้งคราวแบบกระท่อนกระแท่น แสดงถึงการไม่เตรียมความพร้อมด้านนโยบายและการบริหารประเทศยามวิกฤต รัฐบาลควรประเมินสถานการณ์และวางนโยบายที่คำนึงถึงผลกระทบลูกโซ่ที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มต่างๆ ไว้ล่วงหน้า และสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความตื่นตระหนกของสังคมและความไม่แน่นอนในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ


2. ต้องอธิบายหลักการบริหารจัดการราคาน้ำมันให้สังคมเข้าใจ


หลังสิ้นสุดกรอบเวลา 15 วันของการตรึงราคาน้ำมัน รัฐบาลกลับไม่ได้อธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าจะใช้แนวทางใดในการบริหารจัดการราคาน้ำมันต่อ เมื่อคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน จนทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับเพิ่มขึ้น 6 บาทต่อลิตรในวันนี้ จึงสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนอีกครั้ง รัฐบาลต้องแสดงความชัดเจนให้ประชาชนเห็นว่าจะใช้หลักการอะไรในการบริหารจัดการราคาน้ำมันต่อจากนี้ จะปล่อยให้ลอยตัวตามราคาตลาดโลกเลยหรือไม่ หรือจะใช้หลักการอุดหนุนแบบขั้นบันได หากใช้แนวทางขั้นบันได มีกรอบตัวเลขแต่ละขั้นอย่างไร เพื่อลดความกังวลของประชาชน 


ทั้งนี้ ถึงแม้พรรคประชาชนจะเห็นด้วยในการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเพื่อลดค่าครองชีพและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ แต่รัฐบาลจำเป็นต้องศึกษาความเป็นไปได้ของการดำเนินมาตรการดังกล่าวว่าอยู่ในอำนาจของรัฐบาลรักษาการหรือไม่ และเร่งจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการทางภาษีได้โดยสมบูรณ์ ที่สำคัญคือต้องคำนึงถึงรายได้ของรัฐบาลว่าจะเพียงพอสำหรับปีงบประมาณ 2569 ซึ่งภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอตัวหรือไม่

 

3. เร่งรัดจัดทำรายละเอียดการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 


นอกจากการลดราคาน้ำมันในตลาดสำหรับผู้บริโภคทุกคนแล้ว พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้า “ช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า” สำหรับกลุ่มผู้เปราะบาง กลุ่มรายได้น้อย เกษตรกร ชาวประมง หรือกลุ่มที่เป็นต้นน้ำที่จะส่งผลกระทบส่วนอื่นๆ เช่น ภาคขนส่ง รถโดยสารสาธารณะ โดยรัฐบาลสามารถพิจารณาการใช้งบกลาง ในส่วนของรายการเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็น ที่มีงบประมาณเหลืออยู่ประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยควรจัดสรรให้ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อนของประชาชนแต่ละกลุ่ม และเร่งรัดจัดทำรายละเอียดว่าจะช่วยเหลือแต่ละกลุ่มอย่างไร

.

4. เหตุใดจึงสอดแทรก “คู่สัญญาสัมปทานก่อสร้างภาครัฐ” มารับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน


การมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร หรือกลุ่มขนส่ง เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในแง่ของความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่เรื่องที่น่ากังขาคือ เหตุใดรัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือ “กลุ่มผู้รับเหมางานก่อสร้างภาครัฐ” ในระดับเดียวกับกลุ่มเปราะบางอื่นๆ ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้ประกอบการในทุกธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ต่างก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ทั้งในเรื่องของต้นทุนวัตถุดิบและการชะลอตัวของกำลังซื้อ


5. การช่วยเกษตรกรผ่านโครงการปุ๋ยธงเขียวแบบที่ทำมาได้ผลเพียง 0.1% 


ภาคเกษตรเป็นอีกกลุ่มสำคัญที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง เพราะไทยนำเข้าปุ๋ยปีละประมาณ 500,000 ตัน โดยเป็นปุ๋ยจากตะวันออกกลางถึง 1 ใน 3 ของการนำเข้าปุ๋ยทั้งหมด อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ปัญหาที่รัฐบาลมักเลือกใช้เป็นธงนำอย่างโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” ในทางปฏิบัติพบว่าช่วยเกษตรกรได้ในวงค่อนข้างจำกัด เช่นในปีงบประมาณที่ผ่านมา มีการจำหน่ายปุ๋ยธงเขียวราคาพิเศษจำนวน 5 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการใช้ปุ๋ยทั้งประเทศ 5.6 ล้านตัน จึงเข้าถึงเกษตรกรเพียง 0.1% ของความต้องการใช้ทั้งหมด รัฐบาลควรเข้าไปดูแลราคาทั้งห่วงโซ่ปัจจัยการผลิตของภาคเกษตรให้เป็นธรรม ตั้งแต่ต้นทางการนำเข้าจนถึงการจัดจำหน่ายและการเก็บเกี่ยว ไม่ให้เกิดการโก่งราคาหรือกักตุนเพื่อทำกำไรเกินควรระหว่างวิกฤต


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #วิกฤตน้ำมัน

ศาลยกฟ้อง นักกิจกรรม-ประชาชน รวม 18 คน คดี #คนอยากเลือกตั้ง #UN62 เมื่อ 21-22 พ.ค. 61 เห็นว่าการชุมนุมเป็นโดยสงบเรียบร้อย คำปราศรัยของจำเลยนั้นเรียกร้องต้องการให้มีการจัดการเลือกตั้ง เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

 


ศาลยกฟ้อง นักกิจกรรม-ประชาชน รวม 18 คน คดี #คนอยากเลือกตั้ง #UN62 เมื่อ 21-22 พ.ค. 61 เห็นว่าการชุมนุมเป็นโดยสงบเรียบร้อย คำปราศรัยของจำเลยนั้นเรียกร้องต้องการให้มีการจัดการเลือกตั้ง เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ


วันนี้ 26 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 910 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งชุมนุมประท้วง หมายเลขดำอ.1308/2562ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา7 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว เสรีธิวัฒน์, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายอานนท์ นำภา ทนายความ, น.ส.ณัฏฐา หรือโบว์ มหัทธนา , นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ, น.ส.ศรีไพร นนทรีย์, นายวันเฉลิม กุนเสน, นายธนวัฒน์ พรมจักร, นายประจิณ ฐานังกรณ์, นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์, นายปิยรัฐ หรือโตโต จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ ปชน ,น.ส. ชลธิชา หรือลูกเกด แจ้งเร็ว อดีต สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน , นายนิกร วิทยาพันธุ์, นายวิเศษณ์ สังขวิศิษฏ์, นายพุทไธสิงห์ พิมพ์จันทร์, นายคีรี ขันทอง, นายประสงค์ วางวัน และ นายภัทรพล จันทรโคตร ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-18 ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 , พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558


กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค. 2561 กลุ่มคนอยากเลือกตั้งร่วมกันชุมนุม เพื่อเรียกร้องการเลือกตั้ง และต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี คสช.รัฐประหาร และยุติการสืบทอดอำนาจคสช. บริเวณ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และหน้าองค์การสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนิน


พวกจำเลยให้การปฏิเสธและส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัวยกเว้นนายอานนท์ นำภา และนายเอกชัย หงส์กังวาล วันนี้ทนายความนายประจิณ ฐานังกรณ์ จำเลยที่9 และทนายความนายวิเศษณ์ สังขวิศิษฏ์ จำเลยที่ 14 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอเลื่อนฟังคำพิพากษา เนื่องจากจำเลยทั้งสองมีอาการป่วยหนักไม่สามารถเดินทางมาศาลได้


ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ ผ่านมานานพอควรแล้วเห็นสมควรพาจำเลยที่ 9 และจำเลยที่ 14 มาศาลเพื่อฟังคำพิพากษาเวลา 14.00 น. โดยจำเลยทั้งสองซึ่งมีอาการป่วยความดันโลหิตต้องนอนพักอยู่บนเตียงบริเวณห้องควบคุม


ส่วนกรณีนายพุทไธสิงห์ จำเลยที่ 15 เสียชีวิตนั้น ศาลให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ


ต่อมาเวลา 14.00 น.เศษ ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาโดยพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างเห็นว่า การชุมนุมของพวกจำเลยเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธตามสิทธิเสรีภาพของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยโดยมีเจตนาชัดเจนเพื่อให้รัฐบาลคสช.ขณะนั้นจัดการเลือกตั้งทั่วไปและมิให้รัฐบาลคสช.บริหารประเทศต่อไป โดยกลุ่มผู้ชุมนุมขออนุญาตชุมนุมถูกต้อง และไม่มีเจตนาพิเศษสร้างความรุนแรง แตกแยกให้ประชาชนกระด้างกระเดื่องหรือก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองอีกทั้งการชุมนุมก็มิใช่เป็นม็อบจัดตั้งหรือเกณฑ์คนมาร่วมชุมนุมแต่อย่างใด


ส่วนการจราจรอาจติดขัดบ้างเพราะเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงเหล็กมากั้นบนถนนเองเพื่อความเป็นระเบียบและความสะดวกในการสัญจรของประชาชนและยานพาหนะทั่วไป


อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ชุมนุมมิได้ขออนุญาตการใช้เครื่องขยายเสียงโดยถูกต้องจากเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.โฆษณาเครื่องขยายเสียง พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมานั้นยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษพวกจำเลยได้


พิพากษายกฟ้อง แต่ให้ปรับจำเลยทั้ง 17 คน ๆ ละ 200 บาทในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต


ทั้งนี้ ได้มีการเบิกตัวอานนท์ นำภา เอกชัย หงส์กังวาน มาฟังคำพิพากษาด้วย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์




“ณัฐพงษ์-วีระยุทธ” จี้รัฐบาลแจงขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว6บาท มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ จี้เปิดหน้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมันคือใคร ซัดนโยบายที่ผ่านมาไม่มีคำอธิบาย ไม่มีหลักการ ไม่เห็นใจประชาชน

 


ณัฐพงษ์-วีระยุทธ” จี้รัฐบาลแจงขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว6บาท มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ จี้เปิดหน้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมันคือใคร ซัดนโยบายที่ผ่านมาไม่มีคำอธิบาย ไม่มีหลักการ ไม่เห็นใจประชาชน


วันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวต่อกรณีการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา รวมทั้งการบริหารจัดการวิกฤติน้ำมันของรัฐบาลในด้านอื่นๆ


โดยในส่วนของณัฐพงษ์ ระบุว่าวันนี้ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะเมื่อมีการปรับราคาน้ำมันขึ้นมา 6 บาทต่อลิตร ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนได้พยามเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการที่ดีกว่านี้ สิ่งที่ตนอยากเรียกร้องถึงรัฐบาลโดยตรงคือการพูดความจริงกับประชาชนมากกว่านี้ และการบริหารที่ทำให้ประชาชนเชื่อใจได้มากกว่านี้ เวทีสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวทีที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจะสามารถใช้ชี้แจงประชาชนทั้งประเทศได้


จนถึงวันนี้ประชาชนยังมีข้อสงสัยหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีผลประโยชน์ทับซ้อนของคนที่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาล อย่าง พิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่เป็นประธาน ศบก. ด้วย มีการตั้งคำถามว่าหากคนในรัฐบาลรู้ล่วงว่าจะมีการดำเนินนโยบายอย่างไร จะตรึงราคาถึงเมื่อไหร่ แล้วจะมีการประกาศขึ้นราคาเมื่อไหร่ โดยเฉพาะเมื่อบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน การที่รัฐบาลแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวเข้าไปทำงานโดยอ้างความเชี่ยวชาญ จะกลายเป็นความช่ำชองหรือฉ้อฉลในการใช้อำนาจรัฐและมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าที่ผ่านมาในขณะที่รัฐบาลบอกว่าน้ำมันไม่ขาด แต่หน้างานจริงหลายพื้นที่ประชาชนต้องต่อคิวเติมน้ำมันหลายชั่วโมง และตอนนี้ก็ยังตามหาตัวไม่พบว่าคนที่กักตุนน้ำมันคือใคร แม้ตำรวจจะมีการจับกุมและแถลงข่าวทุกวันแต่ก็เป็นเพียงรายย่อยเท่านั้น สถานการณ์วันนี้เชื่อได้ว่ามีคนที่ได้ผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังบนความเดือดร้อนของประชาชนแน่นอน แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะชี้แจงผ่านเวทีสื่อมวลชนที่รัฐบาลสามารถควบคุมเนื้อหาในการสื่อสารได้เอง หลีกเลี่ยงไม่มาชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎร ที่สามารถตั้งคำถามในเชิงกล่าวหาได้ มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง และรัฐมนตรีหรือ สส. ที่ถูกพาดพิงสามารถใช้สิทธิพาดพิงในการตอบชี้แจงได้ทันที


แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า พรรคประชาชนพยายามเรียกร้องให้ตัวแทนรัฐบาลที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ใช้สิทธิตามข้อบังคับที่มีอยู่แล้วในการตอบชี้แจงข้อสงสัยที่สมาชิกได้ตั้งคำถาม แต่ตั้งแต่เช้าถึงค่ำกลับไม่มีการลุกขึ้นมาตอบชี้แจงข้อสงสัยแต่ประการใด อาจมีตัวแทน สส. ฝั่งรัฐบาลบางส่วนตอบชี้แจงบ้าง สถานการณ์วิกฤติในตอนนี้ สิ่งที่สำคัญคือวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชน และทุกคนกำลังตั้งข้อสงสัยว่าส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันจะเป็นผลประโยชน์ตกอยู่ที่ใคร และก่อนหน้านี้มีการกักตุนไว้หรือไม่ ถ้าวันนี้รัฐบาลยังไม่สามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาได้ ตนก็ยังไม่เห็นว่าจะหาทางออกจากสถานการณ์วิกฤตตรงนี้ให้กลับสู่สถานการณ์ปกติได้อย่างไร


ขณะเดียวกัน วีระยุทธระบุว่าการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาททันทีไม่มีคำอธิบาย ไม่มีหลักการ และไม่มีความเห็นอกเห็นใจประชาชน ทำตรงข้ามกับที่พูดมาโดยตลอด และไม่มีการรับฟังข้อเสนอที่มีการอภิปรายในสภาด้วย ข้อเสนอทั้ง 3 ข้อที่พรรคประชาชนรวบรวมเสนอไม่ได้ถูกนำไปใช้เลย ไม่ว่าจะเป็น


1) รัฐบาลยังคงใช้การบริหารแบบปิดห้องคุยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรายใหญ่แล้วมาบอกประชาชนให้ทำอย่างที่ต้องการ ไม่มีการเปิดรับฟังผู้ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีการเข้าไปหาชาวนา ชาวประมง กลุ่มขนส่งรายย่อย หรือไรเดอร์ที่ต้องขับรถรายวันเลย


2) ยังคงไม่ยอมรับว่าปัญหาความปั่นป่วนที่ผ่านมาเกิดจากการที่รัฐบาลประกาศตรึงราคา 15 วัน แล้วยังกลับมาชี้หน้าต่อว่าประชาชน พรรคประชาชนเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบเป็นขั้นบันได ซึ่งไม่ใช่แบบที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ในการขึ้น 6 บาททันที โดยไม่มีคำอธิบายว่าทิศทางในอนาคตจะเป็นอย่างไร คนไทยและผู้ประกอบการจะใช้ชีวิตอย่างไร ต้องรอเวลา 22.00 น. ในการประกาศและรอความไม่แน่นอนแบบนี้ต่อไปแค่ไหน หลักการขั้นบันไดที่พรรคประชาชนเสนอคือการประกาศให้ชัดว่าถ้าราคาโลกอยู่ในระดับนี้จะต้องอุดหนุนกี่ % ถ้าราคาสูงกว่านี้จะไม่อุดหนุนแต่มีเพดานอย่างไร ประกาศให้รู้ล่วงหน้า แล้วสังคมก็จะเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขไปด้วยกัน แต่อย่างน้อยต้องรู้ว่าหลักการคืออะไร


3) พรรคประชาชนเสนอว่าจำเป็นต้องมีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยมีการออกแนวทางอย่างเป็นทางการเลย มีเพียงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แต่ไม่เคยมีการเรียกรับฟังความคิดเห็น อีกทั้งการระบุว่าจะช่วยผู้ได้รับสัมปทานก่อสร้างภาครัฐโดยไม่มีคำอธิบาย ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าในบรรดากลุ่มที่จะได้รับการช่วยเหลือกลุ่มแรก ทำไมถึงมีกลุ่มผู้ได้รับสัมปทานก่อสร้างภาครัฐอยู่ด้วย นี่คือการทำงานบนความเชี่ยวชาญหรือเป็นการใช้ผลประโยชน์นำกันแน่


วีระยุทธกล่าวต่อไปว่านอกจากนี้รัฐบาลจะอ้างว่าไม่มีงบประมาณไม่ได้ เพราะมีทั้งงบกลางและเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นอยู่ อาจจะต้องขอ กกต. แต่สถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ไม่มีทางที่ กกต. จะปฏิเสธได้ เวลานี้มีเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นอยู่ราว 30,000 ล้านบาท ถ้ารัฐบาลเห็นอกเห็นใจประชาชนจริงๆสามารถใช้เงินก้อนนี้ได้เลย แต่รัฐบาลกลับปล่อยให้คนไทยและผู้ประกอบการไทยอยู่กับความไม่แน่นอนรายวัน


สิ่งที่รัฐบาลทำไม่มีคำอธิบาย ไม่มีหลักการ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจประชาชน มีเครื่องไม้เครื่องมือให้ใช้อยู่แล้วแต่กลับไม่ใช้ มีแต่การที่นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฯรัฐมนตรีไปออกรายการต่างๆ แล้วให้สัมภาษณ์ ไม่มีการออกประกาศอย่างเป็นทางการ สถานการณ์วิกฤตแบบนี้ภาวะความเป็นผู้นำยิ่งมีความสำคัญกว่าสถานการณ์ปกติ ต้องมีการสื่อสารกับประชาชนโดยตรง ตอบคำถามให้เป็นทางการ แต่แสดงความเห็นอกเห็นใจประชาชนด้วย ไม่ใช่สื่อสารผ่านหน้าข่าวหรือออกรายการบางรายการเท่านั้น


วีระยุทธกล่าวต่อไปว่าพรรคประชาชนเรียกร้องว่าการช่วยเหลือเยียวยาสามารถทำได้เลย โดยใช้เงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินที่อยู่ในงบกลาง เว้นแต่รัฐบาลจะเก็บไว้ทำอย่างอื่น ซึ่งพรรคประชาชนเห็นว่าตอนนี้เรื่องสำคัญเร่งด่วนที่สุด และไม่ใช่ข้ออ้างที่จะรอรัฐบาลใหม่ เรื่องภาษีสรรพสามิตอาจจะต้องรอรัฐบาลใหม่ พ.ร.ก. เงินกู้ต้องรอรัฐบาลใหม่ แต่การมีเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินอยู่สามารถใช้ได้เลยผ่าน กกต. และควรจะมีการนำมาใช้เลย

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #วิกฤตน้ำมัน





"จ่านิว" พร้อมพวกขึ้นศาลฟังคำพิพากษาคดีการชุมนุม "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" #คดีUN62 ชุมนุมในวันครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร คสช. โดยเบิกตัว อานนท์-เอกชัย มาขึ้นศาลด้วย จ่านิวยันเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อเรียกร้องการเลือกตั้ง

 


"จ่านิว" พร้อมพวกขึ้นศาลฟังคำพิพากษาคดีการชุมนุม "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" #คดีUN62 ชุมนุมในวันครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร คสช. โดยเบิกตัว อานนท์-เอกชัย มาขึ้นศาลด้วย จ่านิวยันเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อเรียกร้องการเลือกตั้ง


วันนี้ (26 มีนาคม 2569) ที่ห้องพิจารณา 903 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีชุมนุมของกลุ่ม "คนอยากเลือกตั้ง" หมายเลขดำ อ.1308/2562 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว พร้อมพวกรวม 18 คน เป็นจำเลย


จำเลยประกอบด้วยบุคคลทางการเมืองและนักกิจกรรมหลายราย อาทิ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นายเอกชัย หงส์กังวาน นายอานนท์ นำภาน.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด อดีต สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในข้อหาร่วมกันมั่วสุมยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558


คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2561 ที่กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และหน้าองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน เพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง และต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปีการรัฐประหาร


#คดีUN62 หรือ ชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เรียกร้องให้คสช.ออกจากตำแหน่ง และให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว บริเวณหน้าสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2561 คดีนี้ต่อสู้มานานกว่า 7 ปี


ขณะนั้น วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี รัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และพยายามเดินขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีข้อเรียกร้องหลัก คือ การให้รัฐบาล คสช. ออกจากตำแหน่ง และให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว แต่ก็มีการสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดการชุมนุม และจบลงด้วยการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่และจับกุมแกนนำกว่า 10 คน


โดยคดีนี้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ได้รับมอบอำนาจ จาก คสช. แจ้งความดำเนินคดีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ต่อเนื่องถึงองค์การสหประชาชาติ ทั้งหมด 62 คน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อคดี UN62 โดยแบ่งเป็นแกนนำผู้ถูกกล่าวหาฐานยุยงปลุกปั่น 21 คน และร่วมชุมนุมทางการเมือง 41 คน

 

คดีนี้อัยการได้ยื่นฟ้องแกนนำ 2 ชุด รวม 18 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยงคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 หนึ่งในจำเลยคดีนี้ คือ อานนท์ นำภา และ เอกชัย หงส์กังวาน ที่ถูกคุมขังในเรือนจำ


ในชั้นพิจารณา จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ และส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว ยกเว้นนายอานนท์ นำภา และนายเอกชัย หงส์กังวาน ซึ่งในวันนี้ทั้ง 2 ถูกเบิกตัวมาฟังคำพิพากษาด้วย


ด้านนายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังคำพิพากษาว่า การชุมนุมในวันเกิดเหตุเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อเรียกร้องการเลือกตั้ง พร้อมยืนยันว่า ไม่มีความรุนแรงหรือการทำร้ายเจ้าหน้าที่ มีเพียงการผลักดันกันบริเวณแนวกั้นเท่านั้น และไม่มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ

 

จ่านิว ระบุด้วยว่า การเคลื่อนไหวครั้งนั้นเป็นไปตามข้อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งตามโรดแมปในปี 2561 ที่ประกาศไว้ แต่ไม่เกิดขึ้น จึงต้องออกมาเรียกร้องสิทธิ พร้อมย้ำว่าคดีนี้ถือเป็นคดีสุดท้ายของตนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองในช่วงต่อต้านการรัฐประหาร

 

เมื่อถามว่าได้เตรียมหลักทรัพย์มาด้วยหรือไม่ จ่านิว กล่าวว่า หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาดหมายก็ได้เตรียมไว้อยู่ แต่ยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #มาตรา116