วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

กู้ตามคาด "ศิริกัญญา" บอก คาดเดาได้เพราะสถานะการคลังไม่สู้ดี รัฐบาลกำลังหลังชนฝา เงินสำรองกำลังจะหมด ไม่เหลือพอจะทำมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วนแน่

 


กู้ตามคาด "ศิริกัญญา" บอก คาดเดาได้เพราะสถานะการคลังไม่สู้ดี รัฐบาลกำลังหลังชนฝา เงินสำรองกำลังจะหมด ไม่เหลือพอจะทำมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วนแน่


เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณี รัฐบาลจ่อออก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท พร้อมขยายเพดานหนี้สาธารณะ ว่า และแล้ว ก็ต้องกู้จริงๆ ตามคาด ที่เดาได้เพราะสถานะการคลังไม่สู้ดี รัฐบาลกำลังหลังชนฝา เงินสำรองกำลังจะหมด ไม่เหลือพอจะทำมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระะยะเร่งด่วนแน่ๆ สถานการณ์คล้ายช่วงเริ่มต้นของโควิดปี 2563 แบบที่ยังไม่รู้ว่าวิกฤตพลังงานจะไปจบลงที่ตรงไหน และเศรษฐกิจจะตกไปที่เท่าไหร่ แม้สภาพัฒน์จะประเมินว่าเหลือ 0.2-1.4%


แม้รัฐบาลจะเหลืองบกลาง เงินสำรองของปี 69 อยู่ 20,000 กว่าล้านบาท แต่ไม่น่าพอเยียวยาประชาชน แถมยังกระมิดกระเมี้ยนที่ใช้ เพราะยังต้องกันส่วนหนึ่งไว้จ่ายรายประจำต่างๆ ที่ตั้งงบไว้ไม่พอ ดูตัวอย่างมติครม.นัดพิเศษนั่นก็ได้ อนุมัติงบกลาง 7,700 ล้านบาท เป็นมาตรการเยียวยาเฉพาะหน้าแค่ 3,000 ล้าน อีก 4,700 ล้าน จ่ายเข้ากองทุนประชารัฐ เพราะเงินไม่พอจ่ายสวัสดิการตามปกติ


จังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานนี้ รัฐบาลจึงเลือกแทงม้า 2 ตัว คือ ออกพรบ.โอนงบ เพื่อโอนงบเหลือจ่ายของปี 69 และ ออก พรก.เงินกู้ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เริ่มที่เรื่องการโอนงบก่อน ก่อนหน้านี้ปลัดคลังออกมาพูดว่าจะออกเป็นพรก.นั้น รมต.สำนักนายกได้ยืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง และจะออกเป็นพรบ.ตามที่ควรเป็น แต่ออกเร็วไม่ได้เพราะถ้าออกเร็ว เงินที่โอนต้องถูกเอาไปใช้หนี้เงินคงคลัง เพราะกฎหมายเงินคงคลังบอกชัดว่าต้องใช้คืนในโอกาสแรก รัฐบาลจึงต้องรอกระบวนการตั้งงบ 70 ให้แล้วเสร็จก่อน พอไม่เร็วแบบนี้ ก็แทบจะไม่มีประโยชน์ ไม่น่าจะโอนได้มาก และกว่าจะผ่านกฎหมายก็คงเป็นไตรมาสสุดท้ายก่อนปิดปีงบ 69 นู่นเลย


ถ้าจะใช้เงินด่วนจริง ๆ รัฐบาลคงต้องลุยไฟออกพรก.เงินกู้ และลุยไฟขยายเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งถ้าพูดกันแบบไม่ฉวยโอกาสทางการเมือง ก็ดูเป็นทางเลือกสุดท้ายแล้วสำหรับรัฐบาลที่เจอทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตการคลัง ที่จะมีเงินมาเยียวยาประชาชนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ต้องตอบ 2 คำถามนี้ให้ได้


ทำไมต้องกู้ถึง 500,000 ล้านบาท ราว 2.6% ของ GDP ถ้าใช้ดีๆ อาจทำ GDP โตได้เพิ่ม 2% แต่ถ้าใช้เปล่าประโยชน์ ก็ทำหนี้สาธารณะเพิ่ม 2% ของ GDP เช่นกัร ถ้าเทียบกับช่วงโควิดที่กู้ 1 ล้านล้าน รอบนี้กู้ลดลงครึ่งนึง แต่สถานการณ์เศรษฐกิจก็ต่างกันมาก รัฐบาลกำลังตั้งเป้าอะไรอยู่กันแน่ ประคับประคอง ฟื้นฟู หรือกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าประคับประคอง ระยะสั้น เน้นเร็ว ถึงกลุ่มเป้าหมาย ไม่น่าใช้งบมากถึง 500,000 ล้าน


ถ้าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจ อาจจะถึง 500,000 ล้านได้ แต่เป็นมาตรการระยะกลาง ที่อาจกินเวลา 4-5 ปี ดังนั้นอาจไม่จำเป็นต้องออกพรก. ทำแผนทำโครงการเสร็จแล้วออกเป็นพ.ร.บ.ได้ ถ้าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงนี้ ด้วยเม็ดเงินถึง 500,000 ล้าน บอกได้เลยว่าไม่ควร ด้วยความเสี่ยงเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพพุ่ง (stagflation) อาจจะยังไม่ใช่เวลามากระตุ้นเวลานี้ ด้วยเม็ดเงินมหาศาลขนาดนี้


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน


ศาลอุทธรณ์พิพากษา สายน้ำ-ออย จำคุก 12 เดือน คดี พ.ร.บ.โบราณสถาน เหตุพ่นสีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย-เสาชิงช้า เรียกร้องสิทธิประกันตัว ”หยก“

 


ศาลอุทธรณ์พิพากษา สายน้ำ-ออย จำคุก 12 เดือน คดี พ.ร.บ.โบราณสถาน เหตุพ่นสีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย-เสาชิงช้า เรียกร้องสิทธิประกันตัว ”หยก“


วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 9.00 น. ศาลอาญารัชดา ห้องพิจารณาคดีที่ 714 ศาลอุทธรณ์พิพากษา คดี “สายน้ำ” นภสินธุ์ และ “ออย” สิทธิชัย ลงโทษจำคุก 12 เดือน ไม่รอลงอาญา กรณีพ่นสีฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย-เสาชิงช้า ขณะที่วันนี้มีประชาชน ครอบครัว และเพื่อนมาให้กำลังใจมากกว่า 10 คน


ในข้อหา “ร่วมกันทำให้โบราณสถานเสียหายหรือเสื่อมค่าฯ” ตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 และ “ร่วมกันขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใด ๆ ในที่สาธารณะ” ตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 12 กรณีการพ่นสีสเปรย์ตัวเลข 112 พร้อมขีดฆ่าทับ เครื่องหมายอนาคิสต์ และข้อความ “หยกโดน 112 ตรงนี้” บริเวณฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและฐานเสาชิงช้า เมื่อปี 2566


ขณะนี้ทนายกำลังยื่นประกันตัวชั้นฎีกา


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ 






วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

ด่วน ! "ศาลอาญาคดีทุจริตฯ" ยกฟ้อง "7 กกต.-เลขาฯแสวง" กรณีการดำเนินคดีฮั้ว สว. ล่าช้า ชี้ "ผู้ร้อง" ไม่มีอำนาจ

 


ด่วน ! "ศาลอาญาคดีทุจริตฯ" ยกฟ้อง "7 กกต.-เลขาฯแสวง" กรณีการดำเนินคดีฮั้ว สว. ล่าช้า ชี้ "ผู้ร้อง" ไม่มีอำนาจ


วันที่ 20 เมษายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางศาล มีคำสั่งยกฟ้องชั้นตรวจฟ้อง คดีที่ สว.สำรอง ยื่นฟ้องกรรมการการเลือกตั้ง 7 คน และเลขาธิการ กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีการดำเนินคดีฮั้ว สว. ล่าช้า


คดีนี้ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อมคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวม 8 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง


สืบเนื่องจากกรณีการสอบสวนคดีฮั้ว สว. ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการล่าช้า และไม่มีความคืบหน้า


ภายหลังฟังคำสั่ง นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าโจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้อง คนมีอำนาจฟ้องจะต้องเป็นอัยการสูงสุด ซึ่งคดีนั้น สน.ทุ่งสองห้องทำสำนวนส่ง ปปช.ไปเเล้ว และหลังจากนี้ก็จะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อ อาจตะมีการยื่นต่อศาลฎีกาเเต่จะเป็นประเด็นไหนขอยังไม่เปิดเผย ส่วนจะยื่นอุทธรณ์ต่อหรือไม่ หรือใช้ช่องทางอื่นก็จะไปพิจารณาปรึกษากันอีกที


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ศาลเคยนัดฟังคำสั่งครั้งเเรกเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2568 และมีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง ซึ่งโจทก์ได้ยื่นคำฟ้องฉบับใหม่ภายในกำหนด ศาลจึงรับไว้พิจารณาในชั้นตรวจฟ้อง


ต่อมา เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ศาลนัดฟังคำสั่งครั้งที่ 2 เเละวันนั้นมีคำสั่งให้สำนักงาน กกต. และสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องรวม 10 ประเด็น ภายในวันที่ 23 ม.ค. 2569


แต่ปรากฏว่าสำนักงาน กกต. ยื่นขอขยายเวลาชี้แจงออกไปอีก 30 วัน ซึ่งศาลอนุญาตให้ถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่ สน.ทุ่งสองห้อง ยังไม่ส่งคำชี้แจงต่อศาลภายในกำหนด


ศาลจึงแจ้งให้โจทก์ทราบ และเปิดโอกาสให้ยื่นคัดค้านเป็นหนังสือภายในวันที่ 9 มีนาคม 2569 หากไม่ยื่นจะถือว่าไม่ติดใจโต้แย้ง พร้อมมีคำสั่งเลื่อนนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องออกไปเป็นวันนี้ก่อนจะมีคำพิพากษายกฟ้อง

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

‘ไอซ์ ชลธาร’ สส. พรรคประชาชน ได้รับเลือกจากรัฐสภา 82 แห่งทั่วโลก ด้วยคะแนนเสียงสูงสุด ให้เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสมาชิกรัฐสภา แห่งสหภาพรัฐสภา (IPU)

 


ไอซ์ ชลธาร’ สส. พรรคประชาชน ได้รับเลือกจากรัฐสภา 82 แห่งทั่วโลก ด้วยคะแนนเสียงสูงสุด ให้เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสมาชิกรัฐสภา แห่งสหภาพรัฐสภา (IPU)


วันที่ 20 เมษายน 2569 ชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ สส. กรุงเทพฯ เขตพระโขนง-บางนา พรรคประชาชน ได้รับเลือกตั้งจากรัฐสภา 82 แห่งทั่วโลกให้เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสมาชิกรัฐสภา แห่งสหภาพรัฐสภา (IPU) เป็นคะแนนเสียงสูงสุดในบรรดาสมาชิกรัฐสภาผู้เข้ารับการคัดเลือกจากทั่วโลก


ชลธารกล่าวว่าตนมีความยินดีที่จะแจ้งให้ทุกคนทราบว่าตนเพิ่งได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก "คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสมาชิกรัฐสภา" (Committee on the Human Rights of Parliamentarians) ของสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union — IPU) ในฐานะตัวแทนจากกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก การก้าวเข้าสู่บทบาทนี้ในการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 152 ณ นครอิสตันบูล นับเป็นความภาคภูมิใจที่จะได้ทำหน้าที่ปกป้องเพื่อนสมาชิกรัฐสภาจากทั่วโลก


ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา การทำงานด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกฎหมายผู้ลี้ภัยของตน ตนขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่นในหลักการว่า “ไม่ควรมีใครถูกลงโทษโดยไม่ชอบธรรมเพียงเพราะเขาลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของผู้อื่น” การได้รับมอบหมายภารกิจในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการสานต่ออุดมการณ์ที่ยึดมั่นมาตลอดชีวิตการทำงานของตน


จากนั้น ชลธารได้อธิบายว่าคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสมาชิกรัฐสภา คืออะไร?


ในทุก ๆ ปี มีสมาชิกรัฐสภาหลายร้อยคนทั่วโลกต้องเผชิญกับการคุกคาม การถูกจับกุมคุมขังโดยพลการ การทรมาน หรือแม้กระทั่งอันตรายถึงชีวิต เพียงเพราะพวกเขาทำหน้าที่ของตนเอง คณะกรรมาธิการของ IPU ชุดนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2519 และเป็นกลไกระหว่างประเทศเพียงกลไกเดียวที่อุทิศการทำงานทั้งหมดให้กับการตรวจสอบการละเมิดสิทธิของสมาชิกรัฐสภา และปกป้องผู้แทนราษฎรที่ตกอยู่ในอันตราย คณะกรรมาธิการทำงานเพื่อให้ความคุ้มครอง เรียกร้องความรับผิดชอบ และสร้างภารดรภาพระหว่างรัฐสภาทั่วโลกเพื่อช่วยเหลือสมาชิกรัฐสภาที่ถูกคุกคาม


ทำไมงานนี้ถึงสำคัญต่อโลก?


เมื่อสมาชิกรัฐสภาตกเป็นเป้าหมายหรือถูกปิดปาก เสียงของประชาชนนับหมื่นนับแสนคนที่พวกเขาเป็นตัวแทนก็ย่อมถูกปิดปากไปด้วย การปกป้องผู้แทนราษฎร จึงหมายถึงการปกป้องรากฐานของระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน รัฐสภาจะสามารถตรวจสอบการใช้อำนาจ ส่งเสริมสันติภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อสมาชิกมีเสรีภาพในการพูดความจริงโดยปราศจากความหวาดกลัวต่อการถูกลงโทษ


ชลธารกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนชาวพระโขนง-บางนาของตน หรือการยืนหยัดเคียงข้างผู้แทนราษฎรผู้กล้าหาญบนเวทีโลก ความมุ่งมั่นต่อความยุติธรรมของตนก็ไม่เปลี่ยนแปลง

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569

พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม 1 พ.ค. นี้ ชูปฏิรูป 4 ด้าน พร้อมเดินหน้ารณรงค์หลายจังหวัด

 


พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม 1 พ.ค. นี้ ชูปฏิรูป 4 ด้าน พร้อมเดินหน้ารณรงค์หลายจังหวัด


วันที่ 19 เมษายน 2569 เครือข่ายแรงงานพรรคประชาชนได้จัดกิจกรรมสมาชิกสัมพันธ์ที่อาคารอนาคตใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับพรรคประชาชน ที่จะยื่นเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้


สำหรับร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับพรรคประชาชน มีจุดประสงค์ในการปฏิรูปกองทุนประกันสังคมทั้งระบบ และแก้ไข 4 ด้านสำคัญคือ


1. ด้านความโปร่งใส เสนอให้กองทุนต้องเปิดเผยฐานะรวมอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น พอร์ตลงทุน ผลตอบแทนเทียบดัชนีอ้างอิง รายงานคณิตศาสตร์ประกันภัย รายงานการประชุมบอร์ด เพื่อให้ผู้ประกันตนรวมถึงนายจ้างรับทราบข้อมูลมากขึ้น


2. ด้านการบริหารแบบมืออาชีพ เสนอให้จัดตั้ง “กองทุนประกันสังคม” เป็นนิติบุคคลอิสระตามกฎหมายเฉพาะ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารเงินหลักล้านล้านบาท ภายใต้โครงสร้างใหม่


3. ด้านความยึดโยงกับผู้ประกันตน เสนอปรับเปลี่ยนโครงสร้างบอร์ดประกันสังคม โดยมาจาก 3 ฝ่ายเช่นเดิม แต่ไม่เกิน 13 คน ประกอบด้วย ผู้แทนฝ่ายรัฐบาล ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน โดยจำนวนของผู้แทนแต่ละฝ่ายจะมีสัดส่วนที่สอดคล้องกับสัดส่วนของการส่งเงินสมทบของแต่ละฝ่าย  


ระหว่างวาระ รัฐบาลสามารถเปลี่ยนตัวฝ่ายรัฐบาลได้ ส่วนฝั่งผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถเข้าชื่อกันเพื่อถอดถอนเป็นรายบุคคลได้ เลขาธิการหรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารต้องได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการ ผ่านกระบวนการที่เปิดเผยและมีการแข่งขัน ทำสัญญาที่มีระยะเวลาแน่นอน และมีตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่ชัดเจน


4. ด้านความยั่งยืนของกองทุน สาระสำคัญคือการกำหนดให้รัฐบาลรับประกันการจ่ายประโยชน์ทดแทนให้กับผู้ประกันตน ต้องมีการทบทวนอัตรานำส่งเงินสมทบและเพดานฐานค่าจ้างทุก ๆ 3 ปี การเปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนของกองทุนประกันสังคมกับกองทุนระดับโลกในรูปแบบเดียวกัน เพื่อประเมินผลและปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสม


ในส่วนของสิทธิประโยชน์ การกำหนดและปรับประโยชน์ทดแทน พรรคประชาชนเสนอให้บอร์ดใหญ่มีอำนาจออกประกาศโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง


เซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคประชาชนเสนอการปฏิรูปประกันสังคม เพื่อทำให้สำนักงานประกันสังคมสามารถอยู่กับประชาชนไปได้ในระยะยาว หากไม่มีการปฏิรูป หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าสำนักงานประกันสังคมจะอยู่ได้ไม่เกิน 30 ปี 


ที่ผ่านมาพรรคประชาชนพูดถึงปัญหาความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง เราต้องการสร้างกระบวนการให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น รวมถึงกระบวนการการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตน ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคต เมื่อมีการปฏิรูปประกันสังคม เมื่อกองทุนเติบโตขึ้น การเพิ่มสิทธิประโยชน์ก็สามารถทำได้อยู่แล้ว


สำหรับการรณรงค์ร่างกฎหมายประกันสังคมนั้น เซียกล่าวว่าพรรคประชาชนจะจัดการรณรงค์ในหลายจังหวัด ก่อนยื่นร่างกฎหมายต่อสภาในวันที่ 1 พฤษภาคม และหลังจากนั้นพรรคจะเดินหน้ารณรงค์ต่อเนื่องให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาและเจตจำนงในการปฏิรูปประกันสังคมให้มากที่สุดเพื่อทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นร่างกฎหมายของทุกคน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ประกันสังคม















วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569

พริษฐ์ ชี้กฎหมายปัจจุบันเปิดช่องให้รัฐบาล และ ป.ป.ช. ฮั้วกันได้ โดยใช้ประธานสภาเป็นเครื่องมือ ชวนทุกฝ่ายร่วม #แก้มาตรา236 เพื่อตัดดุลพินิจประธานสภา ที่อาจถูกใช้สกัดกั้นภาคประชาชนในกลไกตรวจสอบ ป.ป.ช.

 


พริษฐ์ ชี้กฎหมายปัจจุบันเปิดช่องให้รัฐบาล และ ป.ป.ช. ฮั้วกันได้ โดยใช้ประธานสภาเป็นเครื่องมือ ชวนทุกฝ่ายร่วม #แก้มาตรา236 เพื่อตัดดุลพินิจประธานสภา ที่อาจถูกใช้สกัดกั้นภาคประชาชนในกลไกตรวจสอบ ป.ป.ช.


วันที่ 18 เมษายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน แสดงความเห็นผ่านเพจเฟสบุ๊คระบุว่า 


จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้ รัฐบาล และ ป.ป.ช. ฮั้วกัน โดยใช้ประธานสภาเป็นเครื่องมือ? ทำไมเราจำเป็นต้อง #แก้มาตรา236 เพื่อตัดดุลพินิจของประธานสภา ที่อาจถูกใช้สกัดกั้นภาคประชาชนในกลไกตรวจสอบ ป.ป.ช.


ประเทศเราจะแก้ปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันไม่ได้ หากหน่วยงานหลักของประเทศเรื่องการต่อต้านการทุจริต ไม่ทำงานอย่างเที่ยงธรรมและตรวจสอบได้


แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ถูกตั้งคำถามมากขึ้น หลังเราค้นพบว่า ป.ป.ช. ได้มีมติยกคำร้องคดีที่คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ (อดีต รมว.คมนาคม) ถูกกล่าวหาว่าซุกหุ้นหรือถือหุ้นแทน (นอมินี) ในบริษัท หจก. บุรีเจริญคอนสตรัคชัน และแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ซึ่งเคยเป็นชนวนที่ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อ 2 ปีก่อน - ในส่วนของข้อพิรุธต่อมติดังกล่าว ทาง สส. ปกรณ์วุฒิ ได้ตั้งข้อสังเกตไว้เบื้องต้นแล้ว ( https://thestandard.co/pakornwut-nacc-saksayam-stock-case/ ) และเราคงต้องตรวจสอบคำอธิบายของ ป.ป.ช. ที่เลขาฯ ป.ป.ช. แจ้งว่าจะมีการเผยแพร่เป็นเอกสารในเร็วๆนี้ เป็นการต่อไป


อย่างไรก็ตาม หนึ่งประเด็นที่หลายคนตั้งคำถาม คือหากสมมุติเราค้นพบว่า ป.ป.ช. ได้ดำเนินการอะไรไป (ไม่ว่าจะในกรณีคุณศักดิ์สยาม หรือกรณีอื่น) ที่เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือขัดต่อกฎหมาย “ประชาชนจะทำอะไรได้บ้าง?”


ความจริงแล้ว กฎหมายปัจจุบัน (มาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ) มีการเปิดช่องให้ ประชาชน 20,000 รายชื่อ สามารถเข้าชื่อกล่าวหา ป.ป.ช. โดยให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบ ป.ป.ช. ตามข้อกล่าวหาได้ (ซึ่งแตกต่างจากองค์กรอิสระอื่น ที่ประชาชนไม่มีสิทธิเข้าชื่อตามกลไกดังกล่าวเลย)


แต่ ! กลไกนี้มีช่องโหว่ขนาดใหญ่ เพราะมาตรา 236 ดันไปเพิ่มขั้นตอนเข้ามา ว่าหากประชาชนเข้าชื่อได้ครบถ้วนแล้ว จะต้องส่งไปให้ประธานรัฐสภาเสียก่อน เพื่อให้ประธานรัฐสภาใช้ “ดุลพินิจ” ในการกลั่นกรองและตัดสินใจว่าจะส่งเรื่องต่อไปที่ประธานศาลฎีกาเพื่อให้ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ หรือจะปัดตกและยุติข้อร้องเรียนให้ไปไม่ถึงศาล


หากมองแบบผิวเผิน หลายคนอาจไม่ได้รู้สึกเอะใจอะไร และมองว่าการเพิ่มขั้นตอนดังกล่าว ก็เป็นไปเพื่อให้เรามีประธานสภามาช่วยกลั่นกรองข้อกล่าวหาต่างๆให้มีความรอบคอบขึ้น


แต่เราต้องอย่าลืมว่าประธานสภามักจะเป็น สส. รัฐบาล (เหมือนในยุคปัจจุบัน)


ดังนั้น ทุกท่านลองจินตนาการดูครับ ว่าหากวันไหนที่รัฐบาล และ ป.ป.ช. เกิด “ฮั้ว” กัน และตกลงกันว่าจะให้ ป.ป.ช. “เกียร์ว่าง” และละเว้นตรวจสอบการทุจริตของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล : หากเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าประชาชนกี่ล้านคนจะร้องเรียน ป.ป.ช. ผ่านกลไกนี้ แต่เรื่องดังกล่าวก็แทบจะไม่มีโอกาสไปถึงศาล เพราะรัฐบาลก็สามารถสั่งการหรือกดดันให้ประธานรัฐสภาใช้อำนาจที่มีตามมาตรา 236 เพื่อปัดตกทุกข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ได้


ดังนั้น ตราบใดที่ประธานรัฐสภายังคงมีอำนาจและดุลพินิจตามมาตรา 236 บทบัญญัตินี้จะเป็นช่องโหว่ที่เปิดช่องให้รัฐบาลกับ ป.ป.ช. ฮั้วกันได้ง่ายขึ้น และทำให้กลไกตรวจสอบ ป.ป.ช. ใช้งานไม่ได้จริง


เพื่อป้องกันการฮั้วกันระหว่างรัฐบาลกับ ป.ป.ช. และเพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพของกลไกของภาคประชาชนในการตรวจสอบ ป.ป.ช. ผมเห็นว่าเราจำเป็นต้อง #แก้มาตรา236 โดยการตัดอำนาจและดุลพินิจของประธานรัฐสภาในการชี้ขาด ว่าจะส่งเรื่องร้องเรียนของประชาชนต่อ ป.ป.ช. ไปที่ศาลหรือไม่


ทางเราพรรคประชาชนได้ยื่นร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสภาแล้ว โดยเราหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากสมาชิกรัฐสภาเพื่อผลักดันให้สำเร็จ ตามนโยบายของรัฐบาลที่เขียนไว้ในคำแถลงต่อรัฐสภาว่าต้องการ “แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง”


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน

พรรคประชาชนกระทุ้งรัฐบาลแก้เชิงรุกฝุ่น PM2.5 หลังอีสานหลายจังหวัดจมฝุ่น เผยทุกวันนี้คนอีสานไม่ได้รวยเงินทอง แต่รวยขี้ฝุ่นขี้ดำเต็มปอด เรียกร้อง ครม. ยืนยันร่างกฎหมายอากาศสะอาดมาพิจารณาต่อในสภา

 


พรรคประชาชนกระทุ้งรัฐบาลแก้เชิงรุกฝุ่น PM2.5 หลังอีสานหลายจังหวัดจมฝุ่น เผยทุกวันนี้คนอีสานไม่ได้รวยเงินทอง แต่รวยขี้ฝุ่นขี้ดำเต็มปอด เรียกร้อง ครม. ยืนยันร่างกฎหมายอากาศสะอาดมาพิจารณาต่อในสภา  


วันที่ 18 เมษายน 2569 ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง อดีต สส.ขอนแก่น เขต 3 พรรคประชาชน กล่าวถึงปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานในหลายจังหวัดทางภาคอีสานขณะนี้ว่า ปัญหาฝุ่นพิษในภาคเหนือและภาคอีสานไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นวิกฤตซ้ำซากที่รัฐบาลรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้นตามฤดูกาลในเดือนมกราคม-เมษายน ทั้งจากการเผาป่า เผาเศษวัชพืช รวมถึงครั้งนี้ภาคอีสานได้รับผลกระทบจากจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน กลายเป็นมลพิษข้ามแดน ที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติบางพื้นที่เท่านั้น ไม่ครอบคลุมกับพื้นที่ปัญหา และการทำงานโดยรวมของรัฐบาลอนุทินยังน้อยเกินไป ช้าเกินไป ไม่ตรงจุด ไม่ได้เตรียมงบกลางให้ท้องถิ่นเพื่อรับมือปัญหานี้อย่างเพียงพอตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก่อนที่ฝุ่นจะมา ไม่ได้ปรับปฏิทินการทำงานของกระทรวงต่างๆ ให้สอดคล้องกับฤดูกาลฝุ่น 


“ตราบใดที่รัฐบาลบริหารแบบสุกเอาเผากิน คนเหนือคนอีสานก็ต้องเวียนวนกลับมาเจอฝุ่นทุกปี รัฐบาลอนุทินไม่ใช่รัฐบาลหน้าใหม่ นายกฯ พูดเองว่าประเทศไทยไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ แต่สภาพที่เห็นในวันนี้คือการบริหารแบบมือสมัครเล่น ขาดการเตรียมการเชิงรุก หลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสาน เป็นพื้นที่ที่พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งได้รับความไว้วางใจจากประชาชนด้วยซ้ำ แต่ท่านตอบแทนด้วยการให้ประชาชนดมฝุ่นไปตามยถากรรมอย่างนั้นหรือ”


“คนอีสานทุกวันนี้ไม่ได้ร่ำรวยเงินทองหรอกครับ แต่กลับรวยขี้ฝุ่นขี้ดำเต็มปอดพี่น้องเฮา อยากให้รัฐบาลช่วยจริงจังกับปัญหานี้เสียที ส่วนเรื่องความรวย พวกเราทำมาหากินเก็บออมกันเอง ดูทรงแล้วจะง่ายกว่า”


ชัชวาล กล่าวด้วยว่า นอกจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในระยะยาวพรรคประชาชนยืนยันว่าจำเป็นต้องแก้ไขปัญหานี้ที่โครงสร้างหรือการออกกฎหมายอากาศสะอาด โดยยึดหลักการ “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” ซึ่งจนถึงวันนี้ยังรอให้คณะรัฐมนตรียืนยันร่างอากาศสะอาดกลับมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อ หากภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลไม่ยืนยัน เท่ากับกฎหมายนี้ที่ประชาชนรอคอยอยู่ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นหลักปี จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้อำนาจที่มีอยู่เต็มไม้เต็มมือเพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ใช่ปกป้องผู้ก่อมลพิษหรือนิ่งเฉยต่อความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นแทบทั่วประเทศในเวลานี้  


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน