วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“ณัฐพงษ์” เดินหน้ายื่นตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามเงินกู้ 4 แสนล้าน เพื่อความโปร่งใสและรอบคอบ มั่นใจไม่มีเหตุผลขัดขวางหากไม่จงใจสอดไส้-ปิดกั้นสภาตรวจสอบ

 


“ณัฐพงษ์” เดินหน้ายื่นตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามเงินกู้ 4 แสนล้าน เพื่อความโปร่งใสและรอบคอบ มั่นใจไม่มีเหตุผลขัดขวางหากไม่จงใจสอดไส้-ปิดกั้นสภาตรวจสอบ


วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงยื่นญัตติด่วนขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ วงเงิน 4 แสนล้านบาท


โดยณัฐพงษ์ระบุว่าจากคำชี้แจงเมื่อช่วงเช้าวันนี้ของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ระบุว่าในเวลานี้คณะกรรมการกลั่นกรองก็เริ่มเดินหน้าทำงานแล้ว และน่าจะมีการส่งไปที่คณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติโครงการต่างๆ ให้มีการใช้จ่ายเงินโดยเร็วที่สุด หรือภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ สำหรับพรรคประชาชนเห็นว่าหากรัฐบาลไม่ได้ตั้งใจที่จะสอดไส้หรือปกปิดไม่ให้สภาได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบงบประมาณอย่างโปร่งใส ก็ไม่มีเหตุผลความจำเป็นอื่นใดในการขัดขวางไม่ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ชุดนี้


ที่ผ่านมาในอดีต พ.ร.ก.เงินกู้ฯ เช่น ในสถานการณ์โควิด ในสภาเองก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้เช่นเดียวกัน และเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาทุกคนในการช่วยกันตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะในการใช้จ่ายงบประมาณส่วนนี้ ให้มีการเยียวยาอย่างตรงเป้ามากที่สุด และกลั่นกรองโครงการต่างๆ ให้มีความโปร่งใส และเนื่องจากครั้งนี้เป็นการยื่นญัตติด่วนด้วยลายลักษณ์อักษร จึงต้องรอให้มีการตรวจสอบและบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมสภา ซึ่งกรณีที่เป็นญัตติด่วนก็จะถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาก่อน แต่ถ้าทุกคนเห็นตรงกัน การเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาก็สามารถเสนอในที่ประชุมและลงมติตั้งได้โดยเร็วที่สุด 


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับเหตุผลที่มีการหยิบยกขึ้นมาอ้าง ว่าต้องรอให้มีการใช้จ่ายเงินก่อนแล้วค่อยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นมานั้นฟังไม่ขึ้น เพราะในกระบวนการงบประมาณปกติ สภามีอำนาจที่จะพิจารณาตั้งแต่ชั้นที่ส่งร่าง พ.ร.บ. เข้ามาพิจารณา ในการกลั่นกรองโครงการรายละเอียดต่างๆ ในร่าง พ.ร.บ. และมีอำนาจในการอนุมัติและการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณหลังจากที่ผ่านสภาไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการอนุมัติงบประมาณ รวมทั้งการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณที่มีการอนุมัติไปแล้ว ในกระบวนการงบประมาณปกติสภามีอำนาจในการตรวจสอบทั้งหมด 


ดังนั้น สำหรับ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ฉบับนี้ก็เช่นเดียวกัน ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรอให้มีการใช้จ่ายไปก่อนที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาได้ หากเริ่มมีการเสนอโครงการเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองแล้ว สภาก็ควรเดินหน้าตรวจสอบคู่ขนานกัน 


ณัฐพงษ์ยังกล่าวต่อไปว่า เราต้องการให้การพิจารณาเงินกู้นี้มีความโปร่งใสและรอบคอบมากที่สุด แม้การนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการสามัญซึ่งประธานอาจมาจากฝั่งฝ่ายค้าน แต่เรายังยืนยันเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพราะต้องการให้คณะกรรมาธิการชุดนี้มีองค์ประกอบที่ครบถ้วน มีตัวแทนจากฝั่งคณะรัฐมนตรีด้วย ในสถานการณ์เศรษฐกิจและการคลังของประเทศปัจจุบัน ที่พื้นที่ทางการคลังเหลือไม่มาก การออก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ขึ้นมาต้องใช้จ่ายอย่างตรงเป้าและตรงจุด การมีคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะจึงเป็นเรื่องจำเป็น


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน










“ปิยรัฐ” ซัดรัฐล้มเหลวการข่าวหลังพบอาวุธสงครามโยงเครือข่ายจีนเทาในชลบุรี จี้สอบให้ถึงเจ้าหน้าที่รัฐและเบื้องหลัง อัดรัฐมัวจับตานักกิจกรรมการเมืองจนปล่อยภัยคุกคามใหม่แทรกไทย ด้าน “เจเศรษฐ์” ชี้ไม่ใช่ความล้มเหลวแต่เป็น “ช่องว่างการบูรณาการ” ยันขยายผลถึงเบื้องหลัง เดินหน้ากวาดล้างนอมินี-เครือข่ายต่างชาติเต็มที่

 


“ปิยรัฐ” ซัดรัฐล้มเหลวการข่าวหลังพบอาวุธสงครามโยงเครือข่ายจีนเทาในชลบุรี จี้สอบให้ถึงเจ้าหน้าที่รัฐและเบื้องหลัง อัดรัฐมัวจับตานักกิจกรรมการเมืองจนปล่อยภัยคุกคามใหม่แทรกไทย ด้าน “เจเศรษฐ์” ชี้ไม่ใช่ความล้มเหลวแต่เป็น “ช่องว่างการบูรณาการ” ยันขยายผลถึงเบื้องหลัง เดินหน้ากวาดล้างนอมินี-เครือข่ายต่างชาติเต็มที่


วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ถามกระทู้สดด้วยวาจาต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงกรณีการพบอาวุธสงครามจำนวนมากในบ้านพักที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรีของ หมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเป็นผู้ตอบกระทู้แทน


โดยปิยรัฐระบุว่าจากกรณีเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุการจับกุมชาวต่างชาติ หมิงเฉิน ซัน ซึ่งถ้าเป็นอาวุธปกติทั่วไปก็คงไม่เป็นข่าว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและทำให้สังคมเกิดความตระหนกก็คือการพบอาวุธสงครามซึ่งมีจำนวนมาก ทั้งระเบิดที่สามารถนำไปก่อวินาศกรรมได้ อาวุธปืนเล็กยาวที่มีใช้เฉพาะในกองทัพ และหนังสือเดินทางจำนวนมาก แต่การจับกุมไม่ได้เกิดจากการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง แต่เกิดจากการที่รถที่บรรทุกอาวุธเหล่านี้ประสบอุบัติเหตุ จนตำรวจไปพบพิรุธ จึงได้ขยายผลจับกุมและตรวจค้นจนเจอ


เหตุการณ์จับกุมแบบนี้ไม่ควรเกิดจากอุบัติเหตุ และหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายก็ออกมาตอบคำถามกันคนละทิศคนละทาง คำถามคือรัฐบาลยอมรับหรือไม่ว่ากรณีนี้เป็นความล้มเหลวของการข่าวหรือข้อมูลการข่าวของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่บกพร่อง สะท้อนถึงความล้มเหลวเชิงระบบของหน่วยงานความมั่นคง และรัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างไร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการรับมือกับภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่เช่นนี้


ในส่วนของเจเศรษฐ์ ระบุว่าตนเพิ่งทราบข้อมูลและมีการสอบถามไปยังหน่วยข่าวกรอง ได้มีการย้อนรอยผู้ต้องหารายนี้จนตรวจทราบว่ามีการเข้าออกหลายประเทศในหลายทวีป และหน่วยข่าวกรองก็ได้สอบถามไล่กลับไปยังแต่ละประเทศว่ามีข้อมูลของผู้ต้องหารายนี้หรือไม่ ซึ่งแต่ละประเทศก็ชี้แจงว่าไม่ได้มีข้อมูลของผู้ต้องหารายนี้ ว่าเป็นผู้ก่อการร้ายหรือเป็นผู้ที่มีการวางแผนจะก่อเหตุร้ายแรงกับประเทศในประเทศหนึ่ง


ในเรื่องการข่าวหรือข้อมูล ถ้าจะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้ามาก่อการร้ายในประเทศใดประเทศหนึ่ง ถ้าย้อนรอยไปแล้วต้องพบการติดต่อ มีเบื้องหลัง มีประวัติข้อมูลบ่งชี้ หรือมีองค์กรใดหนุนหลัง แต่สำหรับผู้ต้องหารายนี้เท่าที่ตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูลเหล่านี้


เจเศรษฐ์กล่าวต่อไปว่าตนขออนุญาตไม่ใช้คำว่าล้มเหลว แต่เป็นช่องว่างที่ยังไม่ได้มีการบูรณาการอย่างเต็มที่ แต่วันนี้หน่วยงานรัฐและรัฐบาลได้กำชับให้มีการจัดการรูรั่วหรือรอยต่อระหว่างหน่วยงานต่างๆ ให้มีน้อยที่สุดแล้ว เพื่อไม่ให้กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นได้อีก ซึ่งจากข้อมูลก็บ่งชี้ว่าถ้าผู้ต้องหามีความต้องการหรือเจตนาที่จะก่อเหตุร้ายแรง เป้าและจุดประสงค์จะต้องชัดเจน หน่วยงานรัฐได้ทำการค้นข้อมูลทุกอย่าง ทั้งข้อมูลที่จับต้องได้หรือบุคคลใกล้ชิด แต่ ณ วันนี้ยังไม่พบข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงจุดนั้น


ด้านปิยรัฐได้ถามต่อว่าจากที่รัฐมนตรีระบุว่ามีข้อมูลอยู่บ้าง เพียงแต่ข้อมูลก่อนหน้านี้หน้านั้นไม่พบว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นอาชญากรหรือบุคคลที่รัฐจะต้องเฝ้าติดตาม แต่โดยปกติทุกคนทราบดีว่าประเทศไทยมีผู้เข้าออกที่เป็นชาวต่างชาติจำนวนมาก ประเทศไทยเปิดรับทุกชาติเข้ามาด้วยไมตรีจิต แต่ที่ผ่านมามีการตั้งข้อสังเกตอยู่บ่อยครั้งว่าคนที่เดินทางเข้าออกบ่อยครั้งจนผิดปกติเช่นนี้ โดยที่ไม่ได้มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง อยู่บ้านหรู มีเงินหมุนเวียนในบัญชีหลายสิบล้านบาท เรื่องแบบนี้รัฐบาลควรจะเพ่งเล็งได้ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่


ประเทศไทยมีหน่วยงานความมั่นคงที่ดูแลเรื่องการข่าวอยู่ไม่น้อยกว่า 7 หน่วยงาน เกินครึ่งขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี และยิ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ทั้งกรณีเมื่อต้นเดือนมกราคม 2568 คือการก่ออาชญากรรมร้ายแรงกลางกรุงในเขตบางลำพู คือการยิงอดีตผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชาเสียชีวิต ผู้ก่อเหตุคือ “จ่าเอ็ม” ซึ่งเป็นทหารเรือ ศาลพิพากษาจำคุกไปแล้ว เมื่อก่อเหตุก็หลบหนีไปได้และไปปรากฏตัวที่กัมพูชา จนสุดท้ายมีการประสานงานส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย


ปิยรัฐกล่าวต่อไปว่าถัดมาอีกเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถูกลอบสังหาร และแม้จะรอดปลอดภัยมาได้แต่ก็มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย เพิ่งมีการออกหมายจับผู้ต้องหาซึ่งก็เป็นนายทหารเรือจากกองทัพเรือเช่นกัน และล่าสุดกรณีหมิงเฉิน ซัน ก็มีการออกหมายเรียกและหมายจับผู้เกี่ยวข้องที่ปรากฏว่าเป็นทหารเรือเช่นกัน 


ถ้าหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ย่อมไม่สามารถจัดหาอาวุธเช่นนี้ได้ จึงขอถามรัฐมนตรีว่าจะมีการขยายผล สอบหาข้อเท็จจริงถึงแรงจูงใจหรือผู้จ้างวานที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะสามกรณีที่ตนพูดมานี้ไม่เคยสาวถึงผู้อยู่เบื้องหลังได้เลย และตัดตอนจบถึงผู้ที่จับกุมได้เท่านั้น รัฐบาลจะขยายผลและจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยให้มีการนำพาอาวุธสงครามเหล่านี้ไปสู่พื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทยได้อย่างไร


ในส่วนของเจเศรษฐ์ ระบุว่ากรณีนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกำลังจะนำคดีนี้เข้าสู่คดีพิเศษ ที่สามารถดึงทุกหน่วยงานเข้ามาร่วมกันบูรณาการในการทำงานได้ วันนี้ฝ่ายปกครองก็ทำการไล่ไปถึงต้นตอ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายทะเบียน ซึ่งจะมีการออกหมายจับในวันพรุ่งนี้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องก็มีการดำเนินคดีตั้งข้อกล่าวหาจากตำรวจแล้ว และยังมีการตรวจสอบลึกไปถึงวิถีชีวิต การเกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่อง ว่าไปพัวพันกับชาวต่างชาติได้อย่างไร และมีบุคคลใดบ้างระหว่างทาง 


ส่วนจะเหมือนสองคดีก่อนหน้าที่ปิยรัฐกล่าวถึงหรือไม่ ต้องขอเวลาให้กระบวนการพิสูจน์ในขั้นตอน แต่ถ้าเรื่องนี้มีเบื้องหลัง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีใครกล้าที่จะแบกรับหรือตัดตอนไปได้ ถ้ามีเบื้องหลังนอกจากผู้ต้องหารายนี้ก็จะต้องเปิดเผยและนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายให้สิ้นสุด


ในส่วนของปิยรัฐได้ถามต่อว่าจากที่ได้ฟังคำตอบตนก็ชื่นใจขึ้นมาบ้าง ว่ารัฐบาลพยายามทำอยู่และจะพยายามต่อไป แต่ทุกความความพยายามของรัฐบาลแลกมาด้วยความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในทุกวินาที เพราะเมื่อความชัดเจนไม่มี ก็ไม่รู้แนวทางว่าการปฎิบัติหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการขั้นไหน หรือจะเอาจริงเอาจังเพียงใด


ตนจึงขอถามว่ารัฐบาลนี้จะมีมาตรการและแผนการอย่างไรหลังจากนี้ ไม่เฉพาะเจาะจงแค่คดีนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจและความศรัทธากลับมา ว่ารัฐบาลนี้จะปกป้องคุ้มครองดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนได้ โดยเฉพาะในวันนี้ที่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจชิ้นเดียวที่ขับเคลื่อนประเทศอยู่คือการท่องเที่ยว เมื่อไหร่ที่การท่องเที่ยวไม่ได้รับความเชื่อมั่น นักท่องเที่ยวรู้สึกหวาดกลัว ประเทศไทยก็อาจประสบเหตุทางเศรษฐกิจได้


ปิยรัฐกล่าวต่อไปว่าตนจึงขอถามถึงภาพเชิงยุทธศาสตร์ ว่ารัฐบาลได้มีการพูดคุยกันหรือยัง ว่าเรื่องนี้จะต้องไม่ปล่อยผ่าน และจะต้องนำมาสู่การบูรณาการทุกหน่วยงาน รัฐบาลมีแผนรองรับอย่างไรในอนาคตสำหรับภาพรวมของยุทธศาสตร์ทั้งประเทศ


ทางด้านเจเศรษฐ์ ระบุว่าในส่วนของชาวต่างชาติที่อาศัยการเปิดรับนักท่องเที่ยวของประเทศไทย แล้วเข้ามามีการดำเนินการที่ผิดกฎหมายในประเทศ เมื่อวานนี้ก็ได้มีปฏิบัติการในการถอนรากถอนโคนนอมินี ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่เกาะพงันหรือ จ.ภูเก็ต และจะยังมีการดำเนินการต่อไป ในส่วนของชาวต่างชาติที่มีการขออนุญาตอยู่ในประเทศประเทศไทยกินระยะเวลานานกว่าปกติ ตอนนี้กระทรวงมหาดไทยได้ทำการตรวจสอบย้อนหลังกลับไป ว่าบ้านเลขที่ที่แจ้งมาตรงหรือไม่กับที่อยู่ปัจจุบัน และที่อยู่เป็นระยะเวลายาวนานมีเจตนาอย่างไร


เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน แต่วันนี้ก็มีการคลี่คลายและแก้ไขไปหลายปัญหาแล้ว ในเรื่องการบูรณาการวันนี้รัฐบาลสามารถบูรณาการในทุกสัดส่วน ทุกกรม ทุกกระทรวงอย่างชัดเจน


เจเศรษฐ์กล่าวต่อไปว่าส่วนเรื่องที่ปิยรัฐถามนั้น มีความเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงและกระบวนการทางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด วันนี้ตนจึงอาจยังตอบอะไรได้ไม่ตรงโจทย์ แต่ตนก็พยายามตอบด้วยชุดข้อมูลที่ตนได้รับมาและเข้าถึงในฐานะตัวแทนของนายกรัฐมนตรีได้ดีที่สุด วันนี้ประชาชนมีความกังวลว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ รัฐบาลมีการทำงานแบบบูรณาการและมีการตรวจสอบ กระทรวงกลาโหมก็เน้นย้ำถึงอาวุธทุกชนิด มีการตรวจสอบและตรวจย้ำโดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ และได้รับรายงานกลับมาว่าไม่มีการเล็ดรอดไปในส่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม ทางตำรวจก็มีการออกปฏิบัติการที่ชัดเจนในการกวาดล้างและทลายนอมินี รัฐบาลพร้อมที่จะดูแลประชาชนในทุกมิติทุกเรื่อง


สุดท้าย ปิยรัฐได้ฝากถึงรัฐบาล โดยระบุว่าตนขอขอบคุณรัฐมนตรีที่ได้ตอบคำถาม แม้อาจจะยังตอบคำถามได้ไม่ชัดเจนในเรื่องยุทธศาสตร์และรูปธรรมในอนาคต ตนมีข้อเสนอแนะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ ฝ่ายค้านก็จะช่วยจับตาและเสนอแนะสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะปัจจุบันงานการข่าวและสรรพกำลังของฝ่ายรัฐบาลเพียบพร้อม มีความมั่นคงในระดับหนึ่ง ถ้ารัฐบาลใช้เครื่องมือนั้นอย่างเต็มประสิทธิภาพและมอบหมายภารกิจให้เหมาะสมและตรงจุด


แต่ปัจจุบันฝ่ายความมั่นคงอาจยังสนใจแต่เรื่องความขัดแย้งทางการเมืองของไทย เช่น กรณีที่ตำรวจตามไปคุกคามนักกิจกรรมทางการเมืองถึงบ้านอยู่ เรื่องเหล่านี้ควรจะพอได้แล้ว ควรจะมุ่งเป้าไปที่ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มาในรูปของนักลงทุนชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยว ที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปก่อเหตุหรือเป็นที่แลกเปลี่ยนสินค้าเงินตราที่ได้มาโดยมิชอบ รัฐบาลควรสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนเพื่อตัดตอนตั้งแต่วินาทีนี้ ถ้าไม่มีเงินและอำนาจรัฐเข้าไปช่วยเหลือ ขบวนการเหล่านี้ก็ย่อมไม่สามารถจัดหามาซึ่งอาวุธสงครามและอิทธิพลเหล่านี้ได้ จึงขอฝากรัฐบาลให้มีการปรับยุทธศาสตร์มุ่งเป้าไปสู่การตั้งรับและเชิงรุกกับภัยคุกคามใหม่ที่จะเกิดขึ้นด้วย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน

พรรคประชาชนยื่นร่างนิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าฉบับใหม่ หลัง ครม. ทิ้งร่างจากสภาชุดก่อน ย้ำเป้าหมายคืนความเป็นธรรมประชาชนผู้อาศัยบนที่ดินบรรพบุรุษตนเอง ไม่นิรโทษนายทุน-ผู้บุกรุกใหม่


พรรคประชาชนยื่นร่างนิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าฉบับใหม่ หลัง ครม. ทิ้งร่างจากสภาชุดก่อน ย้ำเป้าหมายคืนความเป็นธรรมประชาชนผู้อาศัยบนที่ดินบรรพบุรุษตนเอง ไม่นิรโทษนายทุน-ผู้บุกรุกใหม่


วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมแถลงข่าวยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ หรือกฎหมายนิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า ฉบับใหม่ของพรรคประชาชน ภายหลังมีความชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ได้รับรองร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าฉบับที่สภาชุดที่แล้วมีมติรับหลักการและผ่านการพิจารณารายมาตราเสร็จแล้ว ส่งผลให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกว่า 30,000 รายถูกลอยแพต่อ


โดยเลาฟั้งกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเสียดาย สภาฯ ชุดที่แล้วพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ใกล้เสร็จแล้ว แต่ยุบสภาเสียก่อน แม้รัฐธรรมนูญเปิดทางให้สามารถนำร่างมาพิจารณาต่อได้ในสภาชุดปัจจุบัน แต่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่กลับไม่รับรอง ร่างกฎหมายนี้จึงตกไปทันที ทำให้ต้องนำกลับมายื่นใหม่อีกรอบ


เลาฟั้งกล่าวต่อว่า หลังการรัฐประหารปี 2557 มีคำสั่ง คสช.ที่ 64/2557 เรื่องทวงคืนผืนป่า ทำให้ทหารและเจ้าหน้าที่ป่าไม้อ้างคำสั่งนี้สนธิกำลังตรวจยึดและจับกุมดำเนินคดีชาวบ้านทั่วประเทศ โดยไม่ได้มุ่งดำเนินการกับนายทุนและผู้มีอิทธิพลตามที่ระบุในคำสั่ง คสช.


เมื่อชาวบ้านธรรมดาถูกจับกุมจำนวนมาก ภาคประชาสังคมจึงออกมาคัดค้าน นำมาสู่การออกคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 โดยเพิ่มเติมว่า “การดำเนินการใดๆ จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อยู่อาศัยในพื้นที่นั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ยกเว้นผู้บุกรุกใหม่” ความหมายคือเน้นย้ำว่าเจตนารมณ์ของนโยบายทวงคืนผืนป่า มุ่งปราบปรามเฉพาะนายทุน ผู้มีอิทธิพล และผู้บุกรุกใหม่เท่านั้น ไม่ให้จับกุมชาวบ้านที่ทำกินมานานแล้ว


อย่างไรก็ตาม ทหารและกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ ก็ยังเดินหน้าสนธิกำลังจับกุมดำเนินคดี ตรวจยึดและตัดทำลายไม้ยืนต้นของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง แม้ในเวลาต่อมาจะมีการกลั่นกรองคนก่อนบ้าง แต่ผู้ที่ถูกดำเนินการยังเป็นชาวบ้านผู้ยากไร้อยู่นั่นเอง จากรายงานของกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ พบว่า ระหว่างปี 2557-2562 มีการตรวจยึดและดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าไปแล้ว 29,190 คดี มีที่ดินถูกยึดไปประมาณ 800,000 ไร่ ในขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เปิดเผยว่า เป็นคดีที่บุกรุกใหม่ประมาณ 80,000 ไร่ หรือคิดเป็น 10% ของพื้นที่ที่ถูกดำเนินคดีเท่านั้น


เมื่อผู้ที่ถูกดำเนินคดี ส่วนใหญ่เป็นประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ที่พวกเขาอยู่อาศัยบนที่ดินดังกล่าวมาก่อน หรือแม้อยู่ภายหลังแต่ก็มีนโยบายผ่อนผันและอยู่ระหว่างดำเนินการออกหนังสืออนุญาตตามนโยบายของรัฐบาล หรือได้รับการยกเว้นตามคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 อยู่แล้ว


เลาฟั้งกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ จึงมีความประสงค์ที่จะคืนความเป็นธรรมให้แก่ราษฎรผู้ที่ได้อยู่อาศัยและทำกินมาแต่เดิมหรือได้รับการคุ้มครองตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว พร้อมกำหนดให้ล้างมลทิน และปลดล็อกที่ดินที่ถูกตรวจยึดอย่างไม่เป็นธรรม ให้สามารถนำกลับมาเข้ากระบวนการพิสูจน์สิทธิ์หรืออนุญาตตามนโยบายของรัฐบาลที่มีอยู่ ซึ่งนโยบายขณะนี้คือการจัดที่ดินให้ชุมชนแบบแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ หรือ คทช. ต่อไป


กลุ่มเป้าหมายตามร่างกฎหมายฉบับนี้ คือผู้ถูกดำเนินคดีในฐานความผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้ ประกอบด้วย

(1) ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ก่อนถูกประกาศเป็นพื้นป่า


(2) ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ภายหลังวันที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่ป่า แต่ได้รับการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2541


(3) ผู้ที่ได้รับการยกเว้นตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 66/2557 คือ เป็นผู้ยากไร้ มีรายได้น้อย หรือไร้ที่ดินทำกิน ที่ไม่ใช่ผู้บุกรุกใหม่


สำหรับกรณีที่พิสูจน์ได้ว่ามาอยู่อาศัยหลังคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 หรือเป็นนายทุน ผู้มีอิทธิพล คนต่างถิ่นที่เข้ามาใหม่ คนกลุ่มนี้จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมแต่อย่างใด


เลาฟั้งทิ้งท้ายว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องการให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งมีจำนวนมากทั่วประเทศ ให้พวกเขาหลุดพ้นจากการถูกดำเนินคดีและเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิหรือออกหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินตามกฎหมายปกติ เนื้อหาในร่างเป็นเนื้อหาเดียวกันที่ผ่านการพิจารณาของทุกฝ่ายในสภาชุดที่แล้ว จึงหวังว่าทุกพรรคการเมืองที่เห็นแก่ความเป็นธรรมที่จะเกิดกับประชาชน จะให้การสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ร่วมกัน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน




ธิดา ถาวรเศรษฐ : เรื่องคำว่า “พฤษภาทมิฬ”

 


ธิดา ถาวรเศรษฐ : เรื่องคำว่า “พฤษภาทมิฬ”


จากอาจารย์ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่ท่านได้ฝากมาถึงดิฉัน ก็ยินดีที่จะเป็นอีกแรง ช่วยชี้แจงเพิ่มเติม


คำว่า “พฤษภาทมิฬ” ก็จะหมายถึงเหตุการณ์ทหารปราบปรามประชาชนในวันที่ 17 พฤษภาคม 2535 โดยที่คณะนำชุดขับเคลื่อนมวลชน คือ “สมาพันธ์ประชาธิปไตย” เป็นคณะนำที่นำมวลชน แล้วถูกปราบปรามที่ถนนราชดำเนิน ทั้งการตบตีกระทืบในโรงแรมรัตนโกสินทร์และบนถนนราชดำเนินกลาง มีผู้สูญเสียชีวิตและสูญหาย ขณะนี้ก็มีสถูปอนุสรณ์อยู่ที่สวนสันติพร สมาพันธ์ประชาธิปไตยเป็นคณะนำ มีคุณจำลอง ศรีเมือง คุณหมอสันต์ หัตถีรัตน์ คุณครูประทีป อึ้งทรงธรรม คุณหมอเหวง โตจิราการ คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข และคุณฉลาด วรฉัตร แต่ละคนต่างเป็นตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ ทว่าก่อนหน้านี้มีการนำหลายกลุ่ม เป็นกลุ่ม NGO และพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งด้วย แต่ท้ายสุดคณะนำคือสมาพันธ์ประชาธิปไตย ซึ่งก็แยกทางกันเดินไปคนละสี โดยคุณจำลองและคุณสมศักดิ์ไปหนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) อาจารย์ปริญญา ก็ไม่ถึงกับไปเป็นผู้นำฝ่ายสีเหลืองและกปปส. นอกจานั้นที่เหลือ 3 ท่านก็ยืนหยัดต่อต้านรัฐประหาร 2549 เท่ากับจบคณะสมาพันธ์ประชาธิปไตย


คำว่า “พฤษภาทมิฬ” ในเหตุการณ์ปี 2535 นี้ ใครริเริ่มเรียกก่อน ดิฉันก็ไม่ทราบ แต่ที่ปรากฏจาก Facebook ของท่านอาจารย์ ชาญวิทย์ คือสถาบันพระปกเกล้า กรณีนี้ดิฉันขอสรุปว่า


บุคคลที่มีโลกทัศน์และชีวทัศน์ที่ก้าวหน้าพึงระวัง (แม้แต่พวกที่มีโลกทัศน์และชีวทัศน์แบบอนุรักษ์นิยม/จารีตนิยม ก็พึงระวัง)


1. การเหยียดเชื้อชาติที่สืบทอดต่อ ๆ กันมา ทั้งโดยความคิด วาจา และการกระทำล้วนเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ดิฉันเห็นด้วยว่าหลีกเลี่ยงใช้ชื่อชนชาติในการดูถูกเหยียดหยาม


2. การเหยียดคนต่างความเชื่อ ต่างศาสนา นี่ไม่ใช่ทัศนะของฝ่ายก้าวหน้าเช่นกัน และทั้ง 2 กรณีนี้นำไปสู่ความเสียหาย กระทั่งรบราฆ่าฟันจนเกิดสงครามใหญ่


3. การเหยียดเพศสภาพ เหยียดสตรี หรือผู้ที่มีความหลากหลายในเรื่องเพศ ก็แสดงถึงความคิดจารีต ล้าหลัง เห็นคนไม่เท่าเทียมกัน


4. การเหยียดคนที่ระดับการศึกษา เป็นที่มาของปริญญาปลอม วุฒิการศึกษาปลอม ด็อกเตอร์ปลอม ๆ ทำให้ผู้ที่เข้ามาทำงานมีบทบาทนำ เป็นพวกปลอม ๆ ไม่มีความรู้จริง สร้างภาวการณ์นำพาประเทศและแม่พิมพ์เยาวชนปลอม ๆ ไม่มีความรู้จริง


5. การเหยียดทางชนชั้นและผู้ด้อยโอกาสทั้งปวง นี่คือข้อสำคัญที่สุด และทำให้ชนชั้นกลางบนขึ้นไปถึงกลุ่มชนชั้นนำประมาณ 10% ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและอำนาจรัฐในระบบ/นอกระบบ คือกลุ่มชนชั้นนำเป็นใหญ่ ไม่ยอมให้ประชาชน มวลชนส่วนใหญ่ที่ยากจนขาดโอกาส มีอำนาจตามระบอบประชาธิปไตยจริง


ทั้งหมดนี้คือคำว่า “คนเท่ากัน” ไม่อยู่ในความคิดจิตวิญญาณ ดังนั้นเป็นข้อที่พึงสังวรว่า ขอให้ตรวจสอบว่าจุดยืนทางชนชั้นและอื่น ๆ เป็นจุดยืนที่ก้าวหน้าจริงหรือไม่?


แน่นอนว่าเราทุกคนอาจมีความผิดพลาดบกพร่องจากการสืบทอดอดีตของฝ่ายจารีตนิยม แต่ถ้ารู้ว่าไม่ถูกก็แก้ไขได้ เช่น คำว่า “พฤษภาทมิฬ” ก็เปลี่ยนเป็น พฤษภา ปี 35 หรือ เมษาพฤษภา ปี 53 ตามคำเตือนของผู้ใหญ่ที่กรุณาเตือนมา


ธิดา ถาวรเศรษฐ

14 พ.ค. 69


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พฤษภาทมิฬ #พฤษภา35

งานรำลึกและสดุดีวีรชน #16ปีเมษาพฤษภา53 นับถอยหลัง 4 ปี คดีหมดอายุความ

 



งานรำลึกและสดุดีวีรชน #16ปีเมษาพฤษภา53 
นับถอยหลัง 4 ปี คดีหมดอายุความ


ณ ราชประสงค์ บริเวณสะพานลอยที่ 1 ฝั่งเซ็นทรัลเวิลด์

ในวันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569


กำหนดการ ดังนี้ :


16.00 น. ดนตรี ชมนิทรรศการ ซุ้มอาหาร-เครื่องดื่มฟรี ซุ้มขายหนังสือลดราคา/แจกฟรี! และซุ้มกิจกรรมขององค์กรต่าง ๆ 


17.00 น. พิธีสงฆ์ ถวายสังฆทาน


17.30 น. กล่าวสดุดี รำลึกวีรชนเมษา - พฤษภา 53 จากเครือข่ายฝ่ายการเมือง ประชาชนและเยาวชนผู้รักความยุติธรรม

                - ดนตรี แป๊ะ บางสนาน และการแสดงจากเยาวชน

                - ดนตรี บุ๊ค Elevenfinger


19.30 น. จุดเทียนรำลึก/วางดอกไม้ อธิษฐานจิตต่อดวงวิญญาณวีรชน เมษา-พฤษภา53 

                - ดนตรี อาเล็กและเพื่อนศิลปินเพลงเพื่อราษฎร


นิรโทษกรรมให้คนเป็น ทวงความยุติธรรมให้คนตาย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คนเสื้อแดง #นปช #คปช53

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รำลึก 16 ปี เสธ.แดง ถูกลอบยิง ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สีลม 👉 "ป้าพวง" ผู้ที่รักศรัทธาเสธแดง ยังคงทำข้าวกล่องมาแจกผู้ผ่านไปมาบริเวณนี้เป็นประจำทุกปี และปีนี้ก็เช่นกัน

 


รำลึก 16 ปี เสธ.แดง ถูกลอบยิง ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สีลม 👉 "ป้าพวง" ผู้ที่รักศรัทธาเสธแดง ยังคงทำข้าวกล่องมาแจกผู้ผ่านไปมาบริเวณนี้เป็นประจำทุกปี และปีนี้ก็เช่นกัน


วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ครบรอบ 16 ปี การเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ที่ถูกลอบยิง บริเวณแยกศาลาแดง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสีลม(ลุมพินี) เมื่อ 13 พฤษภาคม 2553 ระหว่างการชุมนุมคนเสื้อแดง


ไม่ว่าบางปีจะคนมากหรือคนน้อย หรือไม่มีใครเลย อย่างน้อยทุกปีจะมี ป้าพวง ประชาชนคนธรรมดา ที่ออกไปร่วมสู้กับคนเสื้อแดงในปี 2553 ออกไปเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อเลือกตั้งใหม่ ทุกวันที่ 13 พฤษภาคม ป้าพวงจะนำอาหารบางปีก็มาทอดไข่เจียวแจก บางปีก็เป็นข้าวแกง บางปีก็เป็นอาหารกล่อง และปีนี้ก็เช่นกันป้าพวงนำอาหารกล่องมาแจกให้กับผู้คนที่ผ่านไปมาบริเวณ MRT สีลม เพื่อรำลึกนึกถึงการจากไปของเสธแดง 

 

เสธ.แดง" นายทหารผู้รักประชาธิปไตย และเป็นทหารของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย (อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ได้กล่าวไว้)


ซึ่งในวันนี้ นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย บุตรสาวเสธแดง ได้เดินทางมาวางดอกไม้รำลึกด้วย


ยูดีดีนิวส์ ชวน [ย้อนอ่าน] จากบทบรรยาย "ยุทธการยิงนกในกรง"


(เหตุการณ์หลัง 10 เมษายน 2553 – 20 พฤษภาคม 2553)


ยุทธการกระชับวงล้อมราชประสงค์ – ปฏิบัติการขั้นที่ 1


ปฏิบัติการขั้นที่ 1 เริ่มต้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 แต่ในความเป็นจริง ปฏิบัติการยุทธการกระชับวงล้อมของรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 เพราะนายอภิสิทธิ์ได้สั่งการในที่ประชุม ศอฉ. ให้ฝ่ายทหารเริ่มปฏิบัติการตามแผนที่วางไว้ เพื่อยุติการชุมนุม จนมาถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความรุนแรงฉบับที่ 2 จากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ โดยเริ่มมาตรการระงับบริการสาธารณะและปิดล้อมแยกราชประสงค์อย่างสมบูรณ์ และชี้แจงมาตรการจากเบาไปหาหนัก และรวมถึงการใช้กระสุนจริงในการปราบปรามประชาชนด้วย


7 ชั่วโมงเศษหลังจากการแถลงของ ศอฉ. ความสูญเสียศพแรกของยุทธการกระชับวงล้อมจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เริ่มขึ้น นั่นคือ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ซึ่งถูกยิงด้วยสไนเปอร์ขณะกำลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าว กระสุนพุ่งเข้าใส่หน้าผากขวาของเสธ.แดงกดทะลุท้ายทอย ซึ่งก็ยืนยันได้ว่าถูกยิงจากที่สูง ซึ่งนั่นก็หมายถึงหน่วยสไนเปอร์ของกองกำลังทหารนั่นเอง การตายของเสธ.แดงนั้น ในยุทธศาสตร์ของทหารได้ให้ความสำคัญว่า เสธ.แดงเป็นตัวจักรสำคัญทางด้านการวางแผน การดูแลรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุมเสื้อแดง การปลิดชีพเสธ.แดงได้นั้น ทหารถือว่าเป็นการโค่นผู้นำทางทหารของคนเสื้อแดง รายละเอียดการเสียชีวิตของเสธ.แดงนั้นระบุว่า ขณะที่ เสธ.แดง กำลังเดินตรวจแนวการ์ดนปช. บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เขาถูกซักถามโดยนักข่าว โดยในเวลานั้นมีนักข่าวหรือช่างภาพไม่ทราบสังกัดคนหนึ่งเปิดไฟแฟลชเป็นระยะ ราวกับกำลังชี้เป้าให้มือสังหาร และมีการหน่วงเหนี่ยว เสธ.แดง ด้วยการพูดคุยนานจนผิดปกติ โดยกระสุนที่สังหาร เสธ.แดง นั้น เป็นกระสุนยี่ห้อลาปัว ขนาด.308 จากอาวุธปืนไรเฟิลแรงสูงเข้าที่ศีรษะและบริเวณเสื้อเกราะที่หน้าอกอีก 1 นัด และเสียชีวิตด้วยอาการไตวายในวันที่ 17 พฤษภาคม 2553


นอกจากการตายของ เสธ.แดง แล้ว อีก 1 ศพของวีรชนคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจากยุทธการกระชับวงล้อมของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์คือ นายชาติชาย ชาเหลา ในเวลา 22.50 น. บริเวณปากซอยศาลาแดง 1 ซึ่งถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ศีรษะ สมองฉีกขาด กะโหลกแตกเป็นเสี่ยง ๆ ซึ่งนับว่าเป็นการแสดงถึงความโหดร้ายของปฏิบัติการนี้ตั้งแต่เริ่มต้น


ขอบคุณรูป : ป้าพวง 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #16ปีเมษาพฤษภา53 #เสธแดง #คนเสื้อแดง #นปช #คปช53




นพ.เหวง โตจิราการ : ฝากนักศึกษาทุกคนตระหนักว่า คุณเป็นเจ้าของประเทศ!!!

 


นพ.เหวง โตจิราการ : ฝากนักศึกษาทุกคนตระหนักว่า คุณเป็นเจ้าของประเทศ!!!


กล่าวในงาน Mahidol Activists Reunion

ที่ Sky Baiyok ราชปรารภ

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569


สิ่งที่อยากจะฝากคนรุ่นใหม่ ข้อแรกสุดผมอยากให้น้อง ๆ นักศึกษาทุกคนตระหนักว่าพวกคุณเป็นเจ้าของประเทศ ประเทศจะดีขึ้นหรือจะเลวลงอยู่ที่พวกคุณด้วยเช่นกัน ซึ่งสมัยพวกผมเจอเผด็จการทรราช ก็บุกออกมาข้างหน้าในการต่อสู้เผด็จการทรราช เพื่อสั่นคลอน ทำลายล้างยังไม่ได้ครับ มันยังคงอยู่ แต่สั่นคลอน ดังนั้นผมฝากไว้นะ ไม่ต้องร้องไห้ครับ ถ้าร้องไห้ต้องด้วยความปลื้ม ด้วยที่ฉันทำถูกแล้ว ฉันเดินมาทางนี้ ต้องปลื้มอย่างนี้ ดังนั้นข้อแรกเลย คุณเป็นเจ้าของประเทศ คุณต้องตระหนักตรงนี้ก่อนนะ ถ้าคุณไม่ตระหนักตรงนี้ทุกอย่างจบเลย เพราะคุณจะทิ้งทุกอย่าง เราเกิดมาเป็นมนุษย์แล้วคุณต้องตอบคำถามนะ เกิดมาเพื่ออะไร? แล้วจะต้องทำอะไร? จากนั้นขยับมาหนึ่งขั้นก็คือ คุณเป็นเจ้าของประเทศ คุณต้องรับผิดชอบประเทศ ประเทศมันจะไปได้ต่อเมื่ออำนาจสูงสุดของประเทศนั้นอยู่ในมือประชาชนอย่างแท้จริง


คือถ้าอำนาจทางการเมืองสูงสุดของประเทศไม่ได้อยู่ในมือของประชาชนอย่างแท้จริง ประเทศจะแย่ลง ๆ จนถึงขั้นพินาศฉิบหายก็ได้ ในวันนี้เข้าสู่ประเด็นเลยก็คือว่า อำนาจของประเทศนี้อยู่ในมือของกลุ่มที่เรียกกันว่า “รัฐพันลึก” ดังนั้นพวกรัฐพันลึกมันจะกดหัวประชาชนไว้หมด ไม่ต่างอะไรกับเผด็จการถนอม-ประภาส แต่เขาฉลาดกว่า คือเขาเปิดช่องให้ประชาชนได้มีโอกาสโผล่หัวมาบ้างเพื่อลดแรงกดดันไม่ให้มันสะสมจนระเบิดเหมือนกับ สฤษดิ์-ถนอม-ประภาส ฉะนั้นต้องตระหนักตรงนี้ก่อนนะ


แล้วผลพวงที่เกิดเนื่องจากรัฐพันลึกก็คือ ขณะนี้ประเทศไทยมีความแตกต่างทางรายได้มากที่สุดของโลก ปีนี้จะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ว่าผมเอาตัวเลขมาจากหลายสำนัก เขาบอกเลยว่า 10% ของคนไทยเป็นเจ้าของความมั่งคั่ง 80% ของประเทศครับ หรือคุณจะให้เป็นอย่างนี้ต่อไปหรือ แล้วเดี๋ยวต่อไปมันจะขึ้นไปเรื่อย ๆ 10% จะเป็นถึง 90 ที่เหลือ 90% ได้แค่ 10 แล้วคุณจะให้เป็นอย่างนั้นหรือ ประเด็นก็คือมันอยู่ที่อำนาจของรัฐพันลึก เราต้องแก้ไขปัญหารัฐพันลึก นี่ข้อที่ 1

 

ข้อที่ 2 ก็คือว่า คงต้องมาประมวลปัญหาของประเทศในวันนี้ ปัญหามันสาหัสครับ ถ้าจะว่าเป็น “มะเร็ง” ผมว่ามันเป็นมะเร็งทุกระบบเลย 1) เรื่อง สว.ฮั้ว มันกำลังจะลอยไปในสายลมแล้ว สว.ฮั้วมันสำคัญมาก 2) เรื่องที่ดินเขากระโดงมีคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว แต่กำลังจะลอยไปในสายลมเช่นเดียวกัน 3) รัฐขณะนี้อยู่ในกำมือของกลุ่มการเมืองที่เรียกว่า “สีน้ำเงิน” แล้วมันกำลังจะอยู่ยาวไป กลุ่มการเมืองสีน้ำเงินก็จะตักตวงเอาผลประโยชน์เข้าสู่พวกเขาและสมัครพรรคพวกของเขา นอกจากนี้ยังมีปัญหาเยอะแยะ อีกเรื่องคือเรื่องแลนด์บริดจ์สำคัญนะครับ ล้านล้านนะครับท่านครับ ถ้าหากว่ามันล้มเหลวไม่มีใครรับผิดชอบ สำหรับผมเองผมไม่เห็นด้วยกับแลนด์บริดจ์ล้านล้านนี้เลย ต้องคิดใหม่ ทำอย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะว่าคุณจอดเรือประมาณ 2 หมื่นตัน คุณต้องใช้รถไฟประมาณ 1 พันขบวน เฉพาะเรือลำเดียวนะครับ แล้วคุณขนส่งรถไฟ รถไฟวิ่งไป ต้องขนลงจากรถไฟอีก แล้วขึ้นอีก มันเพิ่มเวลาครับ ที่จะมาบอกว่าลดเวลาที่จะผ่านมะละกา ไม่จริงครับ นี่เป็นตัวอย่างที่คุณจะเห็น


แล้วก็เมืองไทยเป็นสวรรค์ของมิจฉาชีพ วันนี้ยังเกิดข่าวอยู่เลยว่าคนจีน (บางคน) สะสมอาวุธร้ายแรง แล้วมีคนมาอธิบายบอกว่านิสัยของคนนี้มันขอบสะสมอาวุธ แล้วมีคนอธิบายบอกว่าคนนี้เป็นโรคซึมเศร้า กำลังจะซื้ออาวุธมาฆ่าตัวเอง มันไม่ใช่ทั้งนั้น อย่างนี้เป็นต้น ผมว่าเมืองไทยมันเป็นสวรรค์ของมิจฉาชีพ แล้วเร็ว ๆ นี้เราก็เห็นว่ามีประชาชนของบางประเทศที่กำลังทำสงครามอย่างรุนแรงอพยพมาอยู่ในประเทศไทย แล้วเป็นเจ้าของที่ดินมากมาย บางเกาะในภาคใต้เป็นเกาะสวรรค์ด้วยนะครับ แต่เขาเป็นเจ้าของได้ยังไง? อย่างนี้เป็นต้น


ค่าไฟฟ้าอีก เราเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีไฟฟ้าสำรองกว่า 60% ทั้ง ๆ ที่ทั่วโลกมี 15% แล้วไฟฟ้าสำรองคุณเอาเงินไปให้พวกนายทุนผูกขาดโดยที่เขาไม่ได้ผลิตไฟ แต่ของไทยจ่ายกำลังจะขึ้นมาเป็น 5 บาท/หน่วย แล้วไม่อนุญาตให้ประชาชนมีโซลาร์รูฟ การผลิตพลังงานโดยโซลาร์รูฟไม่เคยเกิดขึ้นเลย มีการคัดค้านอยู่ตลอดเวลา


ประเด็นที่ผมขอเสนอต่อน้อง ๆ ในวันนี้อย่างน้อย 3 ประเด็น


ข้อแรก ต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งรัฐธรรมนูญต้องร่างโดยตัวแทนของประชาชน ตั้งร่างโดย สสร.ที่เลือกมาโดยตรงจากประชาชนทั้งประเทศครับ นี่กลายเป็นว่ารัฐบาลปัจจุบันเขาปฏิเสธไปแล้วนะครับ ทั้ง ๆ ที่ 21 ล้านเสียงประชามติเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ ขณะที่ 10 ล้านเสียงไม่เห็นชอบ แล้วคุณจะทำยังไงกับเขา การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ซึ่งในนั้นจะมีประเด็นย่อย ๆ เยอะแยะ เอาเรื่องสำคัญก่อนละกัน สำหรับผม สว.ไม่ควรมี ถ้าคุณอยากจะมี สว. ต้องเลือกตั้งมาจากประชาชนทั้งประเทศ และต้องเคลียร์คดี สว.ฮั้ว ก่อน


ต้องปรับโครงสร้างทหาร ก็คือต้องให้สภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทในการกำหนดผู้บังคับบัญชาทหารทุกเหล่าทัพ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการยึดอำนาจรัฐประหารอีกต่อไป


องค์กรอิสระทั้งหมดต้องมาจากประชาชน ถ้าจะมีองค์กรอิสระ และองค์กรอิสระต้องตรวจสอบโดยประชาชนได้ ลงโทษได้ ถอดถอนได้ เดี๋ยวนี่ไม่ใช่ องค์กรอิสระทุกองค์กร อย่าง ป.ป.ช. คดีปี 53 ตอนแรกบอกว่ารัฐบาลสามารถใช้ความรุนแรงได้เพราะคนเสื้อแดงมีกองกำลังติดอาวุธ แต่ตอนหลังศาลทยอย ๆ พิพากษาว่าไม่จริง ยกฟ้อง ส่งข้อมูลเข้าไปใหม่ ป.ป.ช.ปัดตกหมดเลย ฉะนั้น ป.ป.ช. ต้องตรวจสอบได้นะครับ


ดังนั้น 1) สว. สำหรับผม ไม่ควรจะมี 2) องค์กรอิสระ ถ้าจะมี ประชาชนต้องเป็นคนเลือก แล้วก็หน่วยราชการที่ไปสร้างตึกอะไรต่าง ๆ ที่ผลาญเงินอะไรต่าง ๆ แล้วสูญไป ผู้รับผิดชอบนั้นหน่วยราชการต้องรับผิดชอบ


ข้อที่สอง ผมต้องเรียนว่าเป็นหน้าที่ของพวกคุณนะ ผมยังทำอยู่ยังไม่ได้ทิ้งและผมไม่ทราบว่าจะมีใครทำต่อหรือเปล่า กลุ่มอำนาจรัฐที่ใช้อาวุธปืนฆ่าประชาชนที่เห็นต่างสองมือเปล่าต้องได้รับโทษตามกฎหมาย เดี๋ยวนี้คดีต่าง ๆ มันลอยหายไปหมดแล้วเหลือคดีเดียวก็คือ พฤษภาเมษา53 อันนี้จะทำให้สำเร็จต้องทำย่อย ๆ 3 เรื่อง


- ต้องไปแก้กฎหมายอาญาว่า รัฐที่ฆ่าประชาชนสองมือเปล่าที่เห็นต่าง ไม่มีอายุความ แปลว่าอีก 100 ปีข้างหน้าก็จับคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้

- ทหารที่ฆ่าประชาชนสองมือเปล่าที่เห็นต่าง ต้องขึ้นศาลพลเรือน

- รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่รัฐ (นักการเมือง) ที่ใช้อำนาจในการฆ่าประชาชนสองมือเปล่าที่เห็นต่าง ต้องขึ้นศาลพลเรือน


ข้อที่สาม กอ.รมน. ผมคิดว่ายุบไปเลยครับ ผมไม่ได้เกลียดชัง กอ.รมน. นะครับ แต่ผมดูภาระหน้าที่ สมัยผม หลายคนอาจจะไม่รู้ 3 พันศพถังแดงฆ่าโดย กอ.รมน. ครับ เพียงแต่ว่าเห็นต่างทางการเมือง 3 พันศพ “ถีบลงเขา เผาลงถังแดง” ที่จริงในสมัย 14ตุลา ปี 17-18 เกือบ ๆ จะยุบ กอ.รมน. ได้แล้ว ต้องให้เครดิต ฯพณฯ ท่าน นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ด้วยเหมือนกันนะครับว่าท่านกำลังจะยุบ กอ.รมน. อยู่แล้ว อาจจะเป็นเหตุผลนี้หรือเปล่าที่ท่านโดยยึดอำนาจรัฐประหาร ผมไม่รู้! ฉะนั้น ผมคิดว่า กอ.รมน. ต้องยุบครับ ผมคิดว่ามันเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” ให้อำนาจทหาร ไม่ควรจะต้องมี กอ.รมน. อีกต่อไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเหวง #มหิดล