วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

คณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติฯ พรรคเพื่อไทยแถลงขอบคุณประชาชน ผลประชามติ “เห็นชอบ” เปิดทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภารกิจคณะกรรมการรณรงค์ฯ บรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์

 


คณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติฯ พรรคเพื่อไทยแถลงขอบคุณประชาชน  ผลประชามติ “เห็นชอบ” เปิดทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภารกิจคณะกรรมการรณรงค์ฯ บรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์


วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายชูศักดิ์ ศิรินิล และคณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แถลงข่าวแสดงความยินดีและขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ร่วมใช้สิทธิออกเสียงประชามติ จนทำให้ประชามติ “เห็นชอบ” การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยผลการออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการ (นับคะแนนแล้ว 94% ณ เวลา 11.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์) พบว่า คะแนน “เห็นชอบ” 19.9 ล้านเสียง และคาดว่าเมื่อนับครบแล้วจะมีผู้เห็นชอบมากกว่า 20 ล้านเสียง


นายจาตุรนต์ คณะกรรมการฯ กล่าวว่า การตัดสินใจของประชาชนในครั้งนี้คือก้าวสำคัญในการเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชน และสะท้อนเจตจำนงของสังคมไทยต่อการปรับปรุง “กติกาสูงสุดของประเทศ” ให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น โดยการออกเสียงครั้งนี้เกิดขึ้นควบคู่กับการเลือกตั้งทั่วไป ยิ่งตอกย้ำว่าประชาชนต้องการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตประเทศผ่านทั้ง “การเลือกผู้แทน” และ และการร่วมตัดสินใจต่อรัฐธรรมนูญซึ่งเป็น ‘กติกาสูงสุด’ ที่กำหนดทิศทางประชาธิปไตยไทยระยะยาว


คณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พรรคเพื่อไทย จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งพรรคเพื่อไทย ที่ 0017/2568 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เพื่อทำหน้าที่สื่อสาร สร้างความเข้าใจ และรณรงค์เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติในทาง “เห็นชอบ” อย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นระบบ โดยภารกิจดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายพรรคเพื่อไทยที่ส่งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ข้อที่ 41 นโยบายด้านประชาธิปไตย ซึ่งยืนยันหลักการว่า “ประชาชนต้องมีอำนาจมากขึ้น” ผ่านกฎหมายที่ตอบโจทย์ประชาชนและการตัดสินใจร่วมกันของประเทศด้วย “ประชามติ” ทั้งการเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชนมีส่วนร่วม การรณรงค์ให้ประชาชนใช้สิทธิ “ประชามติ” เพื่อร่วมตัดสินใจอนาคตประเทศ ตลอดจนการปฏิรูปองค์กรอิสระให้ยึดโยงกับประชาชน ตรวจสอบอำนาจอย่างเป็นธรรมและมีดุลยภาพ  ตลอดช่วงการทำงาน คณะกรรมการฯ เดินหน้ารณรงค์เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสื่อสารสาธารณะ การพบประชาชนในพื้นที่ และการทำกิจกรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อให้ประชาชน “รับรู้–เข้าใจ–ไปใช้สิทธิ–กาเห็นชอบ” โดยดำเนินงานควบคู่ทั้งกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในชุมชน การสื่อสารผ่านเวทีหาเสียงและเวทีปราศรัยเพื่ออธิบายเหตุผลความจำเป็นของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และแนวทางการลงคะแนนให้เข้าใจตรงกัน พร้อมใช้ชุดข้อมูลและสื่อรณรงค์มาตรฐาน เช่น บัตรย้ำเตือน คู่มือ 9 คำถาม–คำตอบสำหรับประชาชน และคู่มือสำหรับผู้สมัคร/ตัวแทนพรรค เพื่อให้การสื่อสารเป็นชุดเดียวกันทั่วประเทศ


นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังจัดวงพูดคุยและเวทีเสวนาขนาดย่อมในหลายภูมิภาค ลงพื้นที่เข้าถึงกลุ่มประชาชนที่หลากหลายรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อรับฟังข้อเสนอและย้ำสารสำคัญว่า “รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของทุกคน” ทุกเสียงมีความหมาย อีกทั้งใช้การรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ที่เข้าใจง่ายในพื้นที่ชุมชน เช่น การเดินตลาด พบปะประชาชน กิจกรรมมีส่วนร่วมแบบเป็นมิตร ตลอดจนคาราวานและรถแห่ เพื่อสื่อสารให้ถึงบ้านถึงชุมชนและชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างทั่วถึง


พรรคเพื่อไทย ขอเรียนยืนยันว่า กิจกรรมทั้งหมดมุ่งหมายให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และสามารถใช้สิทธิได้อย่างมีความหมาย ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเป้าหมายสำคัญของภารกิจครั้งนี้คือการเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิและร่วมกันทำให้ประชามติ “เห็นชอบ” สำเร็จตามเจตจำนงของประชาชน และในวันนี้ คณะกรรมการฯ ขอประกาศว่า ภารกิจการรณรงค์บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และจะสรุปผลการดำเนินงาน บทเรียน ข้อค้นพบ และเจตนารมณ์ของประชาชนนี้ไปยังพรรคเพื่อไทยต่อไป


ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของภาคประชาสังคม ภาคีเครือข่าย พรรคการเมืองต่าง ๆ สื่อมวลชนทุกแขนง และที่สำคัญอย่างยิ่งคือพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่รับรู้เข้าใจ มองเห็นปัญหาและความจำเป็นในการที่จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯ จึงขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันทำให้การใช้สิทธิครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างมีความหมาย “การเห็นชอบ” ในประชามติครั้งนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่เส้นทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชนยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องร่วมกันผลักดันต่อไป


ดังนั้น ภารกิจสำคัญจากนี้จะถูกส่งต่อเข้าสู่ “รัฐสภา” ซึ่งเป็นกลไกหลักในการเดินหน้าตามเจตนารมณ์ของประชาชน คณะกรรมการฯ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันกระบวนการที่เกี่ยวข้องให้เดินหน้าอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้เสียง “เห็นชอบ” ของประชาชนหยุดอยู่เพียงวันลงคะแนน และนำพลังจากประชามติไปต่อยอดในเวทีนิติบัญญัติอย่างเต็มที่ ผ่านบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และพรรคการเมืองต่างๆ  เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนในการออกเสียงครั้งนี้ แต่จะผลักดันผ่านรัฐสภาอย่างเดียวไม่ได้จึงขอให้ทุกฝ่ายชี้แจงและรณรงค์ให้ประชาชนมีข้อมูลและมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ให้เกิดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #ประชามติ2569 #รัฐธรรมนูญฉบับใหม่


ประมวลภาพบรรยากาศชุมนุมหน้า กกต. ตลอดทั้งวัน บก.ลายจุด - กัณวีร์ จี้เปิดเผยข้อมูลทั้งประเทศ ภาคประชาชนส่งเสียง “นับใหม่ทั้งประเทศ”

 


ประมวลภาพบรรยากาศชุมนุมหน้า กกต. ตลอดทั้งวัน บก.ลายจุด - กัณวีร์ จี้เปิดเผยข้อมูลทั้งประเทศ ภาคประชาชนส่งเสียง “นับใหม่ทั้งประเทศ”  


วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศวันนี้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B มีประชาชนและนักศึกษามาชุมนุมประท้วง กกต. มีการถือป้ายประท้วง ยื่นหนังสือ และปราศรัย สืบเนื่องจากปัญหาผลการนับคะแนนเลือกตั้งเรียกร้องให้ “นับใหม่ทั้งประเทศ” ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยตลอดทั้งวัน


นอกจากนั้นแล้วในช่วงเช้ามี บก.ลายจุด หรือ “หนูหริ่ง” สมบัติ บุญงามอนงค์ เข้ามาสอบถามขอให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลคะแนนรายหน่วยทั่วประเทศ และถามถึง War Room ที่ใช้รวมคะแนนเลือกตั้ง โดยยังมีนักการเมืองเข้าเรียกร้องต่อ กกต. ได้แก่ “เต้” มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ และกัณวีร์ สืบแสง ทยอยเข้ามาทวงถามผลการนับคะแนนการเลือกตั้งที่ผิดปกติ ในขณะที่ สนธิญา สวัสดี ที่ได้เข้ามายื่นหนังสือในช่วงบ่ายเช่นกัน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง69 #นับใหม่ #นับใหม่ทั้งประเทศ






























วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กลุ่มภาคประชาชน ประชิดเข้าด้านใน กกต.จี้ คำแถลงการณ์! พร้อมเรียกร้อง “นับใหม่ทั้งประเทศ” ขณะที่ “สนธิญา”ยื่นหนังสือขอ กกต. เดินหน้าตรวจสอบตามกฎหมาย-เปิดหีบหน่วยมีปัญหานับคะแนนใหม่

 


กลุ่มภาคประชาชน ประชิดเข้าด้านใน กกต.จี้ คำแถลงการณ์! พร้อมเรียกร้อง “นับใหม่ทั้งประเทศ” ขณะที่ “สนธิญา”ยื่นหนังสือขอ กกต. เดินหน้าตรวจสอบตามกฎหมาย-เปิดหีบหน่วยมีปัญหานับคะแนนใหม่


วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.20 น. สนธิญา สวัสดี เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B เพื่อยื่นหนังสือให้กำลังใจ กกต. และเรียกร้องให้ดำเนินการวินิจฉัยและตรวจสอบการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมายอย่างรอบคอบ รวมถึงเปิดหีบนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหา เพื่อความโปร่งใส


สนธิญาระบุว่า ขอให้ กกต. ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด พร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีข้อร้องเรียนในขณะนี้ เห็นว่าควรดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง


เขากล่าวเพิ่มเติมว่า เห็นด้วยกับการที่ กกต. เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ใช้เวลา 1–2 วันในการตรวจสอบข้อร้องเรียน โดยเห็นว่าหากหน่วยเลือกตั้งใดมีปัญหาและมีหลักฐานเพียงพอ ก็ควรเปิดหีบให้ประชาชนตรวจสอบ พร้อมยืนยันว่าเดินทางมาเพื่อให้กำลังใจ กกต. ในการปฏิบัติหน้าที่


สนธิญายังกล่าวถึงกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 44 คน ของพรรคประชาชน ว่าในขณะนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา และหากศาลรับคำร้องแล้ว เห็นว่าควรยุติการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวปฏิบัติที่ผ่านมา หากมีการยื่นคำร้องขอไม่ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ตนจะไปคัดค้าน โดยเห็นว่าควรยึดแนวทางเดียวกันตามหลักกฎหมาย


นอกจากนี้ เขายังฝากถึงพรรคประชาชนพิจารณาไม่เข้าไปสนับสนุนปัญหาในครั้งนี้ เพราะตนเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการร้องเรื่องการยุบพรรคตามมา พร้อมระบุว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569 ตนเคยยื่นหนังสือขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปเนื่องจากกังวลว่าจะเกิดปัญหา ซึ่งวันนี้ก็เป็นจริง ก็ขอให้มีการตรวจสอบให้ชัดเจนส่วนพี่น้องประชาชนจะเห็นด้วยหรือไม่กับคะแนนหรือการเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็เป็นหน้าที่ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญในการร้องให้นับคะแนนใหม่ตามกฎหมาย


หลังการแถลงข่าว พระสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งมารับฟัง ได้สอบถามสนธิญาว่าสนับสนุนประชาธิปไตยหรือเผด็จการ เนื่องจากมีประชาชนบางส่วนไม่ไว้วางใจการทำงานของ กกต. สนธิญาตอบว่า การดำเนินการของตนเป็นไปตามสิทธิและเสรีภาพตามกฎหมาย หาก กกต. ปฏิบัติไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิดชอบ และตนสามารถดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายได้ พร้อมยืนยันว่าไม่เห็นว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นเรื่องเผด็จการ


ขณะเดียวกันนั้นประชาชนและกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ที่ปักหลักประท้วงอยู่หน้าอาคารในวันนี้ ได้เข้ามาประท้วงการทำงานของ กกต. ภายในอาคารด้วย ระบุว่าขอให้ “นับใหม่ทั้งประเทศ” โดยระบุว่าจะปักหลักจนถึงช่วงเย็นของวันเดียวกัน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง69 #นับใหม่ #นับใหม่ทั้งประเทศ