วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569

ด่วน! ศาลฎีกา ยกคำร้องประกันตัว คดี ม.112 ของ “ฟ้า พรหมศร” หลังวานนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก 2 ปี 10 เดือน คำสั่งระบุ “มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี” ฟ้ายังเริ่มอดอาหารในเรือนจำตั้งแต่วานนี้แล้ว เพื่อเรียกร้องการประกันตัว

 


ด่วน! ศาลฎีกา ยกคำร้องประกันตัว คดี ม.112 ของ “ฟ้า พรหมศร” หลังวานนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก 2 ปี 10 เดือน คำสั่งระบุ “มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี” ฟ้ายังเริ่มอดอาหารในเรือนจำตั้งแต่วานนี้แล้ว เพื่อเรียกร้องการประกันตัว


วันนี้ (10 มีนาคม 2569) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลฎีกายกคำร้องประกันตัว คดี #ม112 ของ “ฟ้า พรหมศร” จากกรณีการรวมตัวเรียกร้องให้ปล่อยตัว “นิว” สิริชัย นาถึง ซึ่งถูกจับกุมในยามวิกาลด้วยข้อหามาตรา 112 ที่บริเวณหน้า สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 


โดยวานนี้ (9 มี.ค. 2569) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก 2 ปี 10 เดือนและศาลจังหวัดธัญบุรีมีคำสั่งให้ส่งคำร้องขอประกันตัวให้ศาลฎีกาพิจารณา ทำให้เขาถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำอำเภอธัญบุรีตั้งแต่เมื่อวาน 


วันนี้ (10 มี.ค. 2569) ศาลฎีกายกคำร้องให้เหตุผลว่า "ศาลสั่งจำคุก 2 ปี 10 เดือน มีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี” ทั้งนี้ ฟ้า เริ่มอดอาหารตั้งแต่วานนี้ เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว โดยครั้งนี้นับเป็นการอดอาหารครั้งที่ 4 ของฟ้า


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #มาตรา112

"สมชัย" จ่อร้องกองปราบ ถามข้อมูลคดีที่ กกต.กล่าวหา 12 มี.ค.นี้ ชี้เป็นบทเรียนของ กกต.อย่าใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งอีก พร้อมเตรียมเปิดตัวกองทุนสู้ กกต.ช่วยเหลือประชาชนถูกฟ้อง

 


"สมชัย" จ่อร้องกองปราบ ถามข้อมูลคดีที่ กกต.กล่าวหา 12 มี.ค.นี้ ชี้เป็นบทเรียนของ กกต.อย่าใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งอีก พร้อมเตรียมเปิดตัวกองทุนสู้ กกต.ช่วยเหลือประชาชนถูกฟ้อง


วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. กล่าวถึงกรณีที่ กกต. ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ดบนบัตรเลือกต้้ง ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ โดยระบุว่า จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า กกต.แจ้งข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง เช่น การขัดขวางการทำหน้าที่ของ กกต.ในวันที่จัดการเลือกตั้งใหม่ หรือกระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง กระทำการผิดมาตรา 116 การทำการอันเป็นพฤติกรรมคณะบุคคลขบวนการที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งข้อกล่าวหาต่าง ๆ เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง


โดยเรื่องเหล่านี้ยังไม่เคยออกจากปาก กกต.ว่าได้ดำเนินคดีกับตนเอง มีเพียงแค่ข่าวที่ออกไปเท่านั้น ดังนั้นในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ตนเองและบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าว จะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่กองปราบ เพื่อขอทราบรายละเอียดของการกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นความจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้กล่าวหา ด้วยข้อกล่าวหาอะไร หวังว่าทางกองปราบจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะเสื่อมเสียทั้งในแง่ของชื่อเสียงและจะให้สังคมเข้าใจตนเองและคณะบุคคลอื่น ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวในทางที่ผิด


ขณะที่การจำลองการเลือกตั้งที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ สว.ว่า ตนเองไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว ดูเหมือนเรื่องจะเงียบไป ตนเองก็มองว่าควรจัดจำลองขึ้นอีกรอบดีหรือไม่ หรือกกต.ยังข้องใจว่าบัตรเลือกตั้งของตนเองไม่สามารถที่จะรั่วไหลได้ก็สามารถจัดการเลือกตั้งจำลองขึ้นอีก 1 รอบต่อหน้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง เอาตรงกลางลานอาคารบี ศูนย์ราชการก็ได้


เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า บัตรเลือกตั้งในเมื่อเป็นความลับทำไมถึงอยากจะเปิดเผยเชื่อมโยงจนอาจจะไปกระทบกับสิทธิของประชาชนนั้น นายสมชัยกล่าวว่า เราไม่เคยเปิดเผยว่าบัตรใบนี้ใครเลือกใคร เราเพียงแค่พิสูจน์ในวิธีการว่าการใช้วิธีการแบบนี้ จะนำไปสู่การเปิดเผยถึงตัวบุคคลได้ ทั้งการเล่าให้ฟังในเชิงทฤษฎีและในเชิงปฏิบัติด้วยการจัดการเลือกตั้งจำลอง และผลที่ออกมาคือทายถูก 100% 3 ใน 5 ทีม 90% 1 ทีม 40% 1 ทีม เพราะฉะนั้นรับรองได้ว่าภายใต้วิธีการที่ออกแบบมามีจุดอ่อนและทำให้สามารถที่จะล่วงรู้ว่าใครเลือกใครได้แต่ในคณะทำงานของเราไม่เคยเปิดเผยว่าใครเลือกใคร


เรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนให้ กกต.ทราบว่าในการเลือกตั้งคราวหน้าหรือการเลือกตั้ง กทม.ที่กำลังจะถึงไม่ควรมีบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าบาร์โค้ดดังกล่าวจะเชื่อมไปยังบัตรเลือกตั้งใบต่อใบ หรือจะเชื่อมไปยังเล่มหรือเชื่อมไปยังล็อตผลิตต่าง ๆ ก็ตาม ทำให้เกิดความหวาดระแวงไม่วางไว้วางใจจากประชาชนต่อบัตรเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรดีที่สุด ไปหาทางอื่นในการตรวจนับจำนวน หรือแหล่งที่มาหรือป้องกันการปลอมแปลง อีก 108 วิธีที่ทำได้ การใช้บาร์โค้ดเป็นวิธีการที่มีปัญหา แต่ถ้าท่านดื้อดึงดื้อรั้น ยังอยากจะมีบาร์โค้ดอีกก็เป็นสิทธิ์ของท่านที่จะตัดสินใจแต่ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาจากการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมด้วย


ตนเองเชื่อว่ากกต.ทำงานด้วยความตั้งใจแต่เอกสารรายละเอียดของการทำงานบางอย่าง จำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบมากกว่านี้ ขณะเดียวกัน เรื่องใดที่เห็นว่าควรทำหรือไม่ควรทำต้องกล้าที่จะให้ความเห็นต่อ กกต.ไม่ใช่ประเภทว่าเออ ออตาม กกต.อยากได้อะไรก็เอาตามนั้น เพราะฉะนั้นจะเป็นผลเสียที่เกิดขึ้นช่วยกันคลิปช่วยกันไตร่ตรองน่าจะดีที่สุด


สำหรับกองทุนช่วยประชาชนสู้คดีและฟ้องกลับ กกต. กำลังรวบรวมรายชื่อของประชาชนทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ เพราะกรณีที่ประชาชนถูกแจ้งความดำเนินคดีอาจจะต้องขึ้นศาลต้องใช้เวลาหลายปี อาจจะขาดรายได้ในการประกอบอาชีพ การจ้างทนายความ หรือเงินประกันตัวต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการในการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคาดว่าสัปดาห์หน้าสามารถจะแจ้งรายละเอียดได้


การตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา ตนเองจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนนี้ยกเว้นช่วยระดมทุน แต่เมื่อระดมทุนแล้วก็เป็นหน้าที่ของกรรมการ 5 คน ที่เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคมเป็นคนที่ต่อสู้ ในฐานะภาคประชาชน ซึ่งกรรมการทั้ง 5 คนนี้ จะต้องออกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชนในทางกฎหมาย โดยตั้งเป้าการทำงานนี้ยาวถึง 10 ปี ในการที่จะช่วยเหลือประชาชนที่จะปกป้องระบอบประชาธิปไตยแต่อาจจะถูกกลั่นแกล้งหรือถูกกระทำโดยมิชอบหรือไม่เป็นธรรม และหากพบเห็นการกระทำของ กกต.ที่มองว่าเป็นความผิด กองทุนนี้ก็จะเป็นกองทุนในการฟ้องกลับ กกต.ด้วย


เมื่อถามว่าการที่ตั้งกองทุนนี้เพราะมองเห็นแล้วว่า กกต.อาจมีแนวโน้มที่จะฟ้องประชาชนมากขึ้นใช่หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า เราไม่ทราบตัวเลขทั้งหมดที่แน่นอน แต่ล่าสุดมีคดีที่ชลบุรีและคันนายาว ไม่รู้ว่าพื้นที่อื่น ๆ จะมีอีกหรือไม่ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของกรรมการกองทุนที่จะต้องไปรับข้อมูลต่าง ๆ เข้ามาพิจารณาว่าจะดำเนินการตามขอบเขตได้มากน้อยแค่ไหน


"สัปดาห์หน้าจะมีการชี้แจงรายละเอียดของการตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา ซึ่งจะทำทุกอย่างให้โปร่งใสที่สุด เงินทุกบาทไม่ถึงมือผม ไม่เกี่ยวข้องกับผมแม้แต่บาทเดียว ผมจะไม่แตะต้องเงินแม้แต่บาทเดียว"


นายสมชัย กล่าวต่อว่า การฟ้องร้องมันเป็นต้นทุนของประชาชนที่ไม่เป็นธรรม ถ้าหากต้องปล่อยให้คนเหล่านี้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นในการจัดตั้งกองทุนขึ้นมา ซึ่งตนเองก็อาจจะเป็นหนึ่งในบุคคลที่จะขอความช่วยเหลือจากกองทุนก็ได้ ซึ่งการช่วยเหลือของกองทุนจะต้องเป็นคดีอาญาเท่านั้น แต่ถ้าจะฟ้องแพ่งต่อ กกต.ต้องฟ้องเอง จะมาเอาเงินจากกองทุนไม่ได้ ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและไม่ได้หวังให้พรรคการเมืองเข้ามาช่วยเหลือ เรื่องนี้เป็นเรื่องของประชาชนที่รวมตัวช่วยเหลือกันเอง


เมื่อถามว่าการมีนักการเมืองจะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้นหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่าเราไม่ได้สนใจและไม่ได้คิดว่าจะให้นักการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยชื่อกองทุน ชื่อเล่นว่า "กองทุนสู้ กกต." ส่วนชื่อจริงยังไม่ทราบเหมือนกัน


นายสมชาย ยังฝากถึง กกต.อยากให้ทบทวนสิ่งที่ทำมาทั้งหมด หากคิดว่าทบทวนแล้วทำดีแล้วก็ทำต่อไป แต่ถ้าคิดว่ายังมีจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องก็ควรจะปรับปรุงให้ดีขึ้น โต ๆ กันแล้วบอกอะไรมากก็ไม่ได้


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กกต #เลือกตั้ง2569

พรรคประชาชน ย้ำรัฐสภาและรัฐบาลชุดใหม่ ต้องเคารพฉันทามติประชาชน เดินหน้าแก้ไข รธน. สร้างกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด-ไม่ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 


พรรคประชาชน ย้ำรัฐสภาและรัฐบาลชุดใหม่ ต้องเคารพฉันทามติประชาชน เดินหน้าแก้ไข รธน. สร้างกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด-ไม่ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง


วันที่ 10 มีนาคม 2569 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่อกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาผลการออกเสียงประชามติ ที่มีผู้มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถึงกว่า 21 ล้านเสียง แต่กลับมีแหล่งข่าวระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นและมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจะไม่เร่งผลักดัน นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภาหรือรัฐบาลชุดใหม่ มีหน้าที่ต้องเคารพฉันทามติของประชาชน และพรรคประชาชนพร้อมจะผลักดันร่างแก้ไข รธน. เพื่อสร้างกลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่งแน่นอน


โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า “พรรคประชาชนขอขอบคุณประชาชน 21,621,638 เสียง ที่มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นไปตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และถือเป็นฉันทามติของประชาชน โดยมิได้จำกัดว่าอยู่แค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนที่ไม่เห็นชอบกว่า 11 ล้านเสียง และที่ไม่ได้แสดงความเห็นอีกกว่า 3 ล้านเสียง ที่อาจจะยังมีข้อกังวลต่อการจัดทำ รธน.ใหม่ ทั้งในเชิงรูปแบบ เนื้อหา กระบวนการ ตลอดจนความสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน อันเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ อธิบายและสร้างกระบวนการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการยกร่าง หรือในท้ายที่สุดต่อการออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบต่อร่างแก้ไข รธน.ที่จะจัดทำกลไกยกร่างทั้งฉบับใหม่ และร่าง รธน.ฉบับใหม่ อีกถึง 2 ครั้ง ในอนาคต”


ทั้งนี้เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ลงประกาศผลการออกเสียงและจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยออกเสียงประชามติฯ ม.68 ได้ระบุให้ กกต.รายงานผลให้นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบโดยเร็ว ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ อย่างไรก็ตามการดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากมิได้มีการแก้ไข รธน. โดยเฉพาะใน ม.256 และภายใต้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยในรัฐสภาชุดที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ มีนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้ดำเนินการจัดทำรายงานแล้วเสร็จและส่งให้รัฐสภาพิจารณารายมาตราในวาระ 2 แต่เกิดความเห็นต่างระหว่างสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เรื่องจำนวนเสียงของสมาชิกวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบร่าง รธน.ฉบับใหม่ จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่การยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่


นายณัฐวุฒิกล่าวว่า “ตนรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นข่าวว่ารัฐบาลชุดใหม่ ที่นายกฯ ก็อาจเป็นท่านเดิมกับนายกฯ คนปัจจุบัน จะไม่เร่งผลักดันเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะมิใช่เพียงรัฐบาลที่ต้องผูกพันต่อผลการออกเสียงประชามติที่ รัฐบาลเป็นผู้ถามเอง แม้แต่รัฐสภาก็ต้องเดินหน้าตามฉันทามติของประชาชนที่เห็นชอบให้มีการจัดทำ รธน.ใหม่ไปแล้ว”


ทางเลือกที่มีขณะนี้ก็คือคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องกลไกการจัดทำ รธน.ใหม่ ฉบับของ ครม.เอง หรืออาศัยอำนาจตาม รธน.มาตรา 147 ขอมาที่รัฐสภา เพื่อให้รัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภาเคยรับหลักการจำนวน 2 ร่าง คือร่างของพรรคประชาชน และร่างของพรรคภูมิใจไทย ให้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการดำเนินการต่อ แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้มีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง หรือดำเนินการทั้งสองทางพร้อมกัน จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่รัฐบาลชุดใหม่จะไม่เร่งดำเนินการ และควรสร้างความชัดเจนเสียแต่วันนี้อันถือเป็นสัญญาประชาคมต่อประชาชนทั้งประเทศ และหากละเลยต่อการเคารพฉันทามติของประชาชนที่มาออกเสียง หรือไม่ยืนยันร่างของพรรคประชาชนที่เคยผ่านวาระ 1 ไปแล้ว พรรคประชาชนก็พร้อมจะยื่นร่างแก้ไข รธน. อีกรอบ เพื่อผลักดันให้เกิดกลไกการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจผูกขาดและที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมมากที่สุดโดยทันที” นายณัฐวุฒิกล่าวในที่สุด

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เขียนรัฐธรรมนูญใหม่

“เท่าพิภพ” รายงานตัว สส.กทม. พรรคประชาชน เรียบร้อย พร้อมแย้ม พรรคมีความพร้อมในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส่ง สก.ทุกเขต

 


“เท่าพิภพ” รายงานตัว สส.กทม. พรรคประชาชน เรียบร้อย พร้อมแย้ม พรรคมีความพร้อมในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส่ง สก.ทุกเขต


วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่ตนไม่ได้มารายงานตัวพร้อมกับคณะสส.พรรคประชาชนเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า เนื่องจากติดภารกิจกับครอบครัว ส่วนการทำงานในพื้นที่ แม้เขตบางพลัด บางกอกน้อยจะเป็นพื้นที่ใหม่ และตนไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ก็มีความคล้ายคลึงกับเขตคลองสานที่ติดริมแม่น้ำ มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันหลายประการทั้งความหลากหลายทางศาสนา มีปัญหาด้านการเข้าถึงพื้นที่คล้ายกัน และเป็นปัญหาเรื้อรัง ซึ่งคนเป็นสส.อาจจะแก้ไขไม่ได้มาก เพราะปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาระดับท้องถิ่น ซึ่งอยากให้ในอนาคตมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เป็นพรรคประชาชน


นอกจากนี้ นายเท่าพิภพ ยังกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม วันนี้จะมีงานเสวนา อบรม เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งเราอยากได้สีส้มทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น และยืนยันว่าพรรคประชาชนส่งสก.ทุกเขต โดยมั่นใจว่าผู้สมัคร สก.จะเอาชนะได้ เพราะที่ผ่านมาก็มีการลงพื้นที่รวมถึงมีความสามารถ จึงขอให้ประชาชนให้ความสนใจกับการเลือกตั้งท้องถิ่น เนื่องจากปัญหาหลายปัญหา เป็นเรื่องใกล้ตัวและ เป็นเรื่องของท้องถิ่น นายเท่าพิภพยังแย้มว่า ผู้สมัครผู้ว่าฯ ในนามพรรคประชาชนครั้งนี้จะต้องสร้างความประหลาดใจแน่นอน


จากนั้น นายเท่าพิภพ เข้าไปรายงานตัว สส.ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำให้วันนี้ สส.พรรคประชาชนมารายงานตัวครบแล้วทั้ง 120 คน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน




วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569

‘ตี๋ ภัทรพงษ์’ แท็กทีม สส. ภาคเหนือ ลำพูน-เชียงใหม่ เดินหน้าปฏิบัติการ “ส้มสู้ไฟป่า”​ season 2 แม้สภายังไม่เปิด แต่ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ที่รอไม่ได้!

 


‘ตี๋ ภัทรพงษ์’ แท็กทีม สส. ภาคเหนือ ลำพูน-เชียงใหม่ เดินหน้าปฏิบัติการ “ส้มสู้ไฟป่า”​ season 2 แม้สภายังไม่เปิด แต่ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ที่รอไม่ได้!


วันที่ 8 มีนาคม 2569 สส. ภาคเหนือ พรรคประชาชน นำโดย​ภัทรพงษ์​ ลีลาภัทร์​ ในฐานะผู้จัดการทีม​ส้มสู้ไฟ​ พร้อมด้วย สส. จากจังหวัดเชียงใหม่ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล, พุธิตา ชัยอนันต์ และวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สส. จังหวัดลำพูน พรรคประชาชน ร่วมกันขับเคลื่อนประสานงานทีมส้มสู้ไฟป่า​ในพื้นที่​อำเภอดอยสะเก็ด, แม่ออน, สันทราย, สันป่าตอง, หางดง, แม่วาง​ จังหวัดเชียงใหม่, และอำเภอเมืองและอำเภอแม่ทา​ จังหวัดลำพูน


นาย​ภัทรพงษ์​ ลีลาภัทร์ กล่าวว่าโครงการ “ส้มสู้ไฟป่า” นี้ สส. ภาคเหนือ พรรคประชาชน​ ได้ขับเคลื่อนร่วมกับทุกภาคส่วนมาตั้งแต่ “ก้าวไกลสู้ไฟป่า”​” ส้มสู้ไฟ”​ season 1 และ​ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการต่อเนื่องจนมาถึง​ “ส้มสู้ไฟป่า”​ season 2 ในปีนี้ โดยทีมส้มสู้ไฟ ได้เริ่มปฏิบัติการในปีนี้ตั้งแต่วันที่​ 26 กุมภาพันธ์​ที่ผ่านมา​ และเดินหน้าทำภารกิจหลักคือการป้องกันไฟป่าโดยการลาดตระเวนด้วยโดรนตรวจจับความร้อน​ 


ภารกิจดับไฟป่าเริ่มด้วยการใช้วิบากไฟฟ้า​เข้าถึงพื้นที่ป่าลึก​ เครื่องฉีดน้ำ​ และเครื่องเป่าลม​ เพื่อทำให้สามารถดับไฟได้รวดเร็วและแม่นยำมากที่สุด​ และมีภารกิจเสริมคือการทำแนวกันไฟ​ โดยการทำงานของพวกเราทุกครั้งจะประสานและร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อให้การทำงานราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด


โดยปฏิบัติการนับตั้งแต่วันที่​ 26 กุมภาพันธ์​ถึงปัจจุบัน​ (8​ มีนาคม​ 2569) ทีมส้มสู้ไฟได้ทำภารกิจดับไฟป่าไปแล้วทั้งหมด​ 26 ภารกิจ​ (คิดเป็นระยะทางดับไฟ​ 40 กิโลเมตร) ทำแนวกันไฟไปแล้วทั้งหมด​ 13 กิโลเมตร และบินโดรนลาดตระเวนไปแล้วกว่า​ 14 ชั่วโมง​ คิดเป็นระยะทาง 326 กิโลเมตร​ จากไฟลท์บิน 68 เที่ยวบิน


นายภัทรพงษ์กล่าวว่า เป้าหมายในภารกิจนี้​ของเรา​ คือ​ การลด​ฝุ่นพิษ​ PM2.5 จากไฟป่า​ให้ได้มากที่สุด, การช่วยเหลือสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในภารกิจที่ยากและขาดแคลนงบประมาณ รวมถึงเพื่อเข้าใจถึงสาเหตุของไฟป่าที่มีหลากหลาย​ ตั้งแต่การจุดไฟป่าเพื่อล่าสัตว์หรือหาของป่า, ไฟป่าที่ลุกลามมาจากพื้นที่เกษตรกรรม, ไฟป่าที่ลุกลามจากไฟข้ามแนวกันไฟ และไฟป่าที่มีจากการตั้งใจจุดไฟของผู้ไม่ประสงค์ดี​ เป็นต้น​


โดยพรรคประชาชนยึดหลักการที่ว่า​ “การทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ​ที่ดีนั้น​ ต้องมาจากการลงมือทำ” เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนงานร่างกฎหมาย, งบประมาณ และการตรวจสอบพร้อมอภิปรายต่อรัฐมนตรีและหน่วยงาน​ ผ่านกลไกของรัฐสภาอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด


นายภัทรพงษ์กล่าวว่า จากการทำงานในพื้นที่อย่างเข้มข้นมาหลายปี​ พวกตนมั่นใจว่า​ ไฟป่า​เป็นปัญหาที่แก้ไขได้​ หากรัฐบาลตั้งใจที่จะแก้​ โดยพรรคประชาชนจะเดินหน้าเต็มที่​ตามกลไกของรัฐสภา​ เพื่ออากาศสะอาดของประชาชนชาวไทย​ ให้ครอบคลุมทุกแหล่งกำเนิด​ ทั้งที่มาจากการเผาและไม่ได้มาจากการเผา​ และขอเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้น​ เร่งหยิบร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด กลับมาพิจารณาโดยทันทีหลังจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้วเสร็จ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ไฟป่า #ส้มสู้ไฟป่า #ฝุ่นพิษ
















เท้ง นำทัพ สส.ปชน. รายงานตัว ยืนยันความพร้อมทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ผลักดันกฎหมาย-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง ไม่กังวลกรณี 44 สส. แต่ก็ไม่ประมาท เตรียมกระบวนการรับมือทุกฉากทัศน์ไว้หมดแล้ว


เท้ง นำทัพ สส.ปชน. รายงานตัว ยืนยันความพร้อมทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ผลักดันกฎหมาย-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง ไม่กังวลกรณี 44 สส. แต่ก็ไม่ประมาท เตรียมกระบวนการรับมือทุกฉากทัศน์ไว้หมดแล้ว


วันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา สส.พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมรายงานตัวเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดย สส.พรรคประชาชน ได้ร่วมเดินทางจากอาคารอนาคตใหม่โดยรถเมล์จ้างเหมา ก่อนเดินเข้าสู่อาคารรัฐสภาเพื่อรายงานตัวโดยพร้อมเพรียงกัน


โดยณัฐพงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนหลังกระบวนการรายงานตัวเสร็จสิ้น โดยระบุว่าวาระที่สำคัญต่อจากนี้ พรรคประชาชนจะมีการเตรียมตัวภายใน ซึ่งจะมีการประชุมกันต่อในที่ประชุม สส. ในช่วงบ่ายวันนี้และตลอดสัปดาห์นี้ รวมถึงการผลักดันชุดกฎหมายหลายฉบับที่พร้อมยื่นทันทีเมื่อสภากลับมาทำงานอย่างเต็มรูปแบบหลังการเลือกประธานสภาและตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชุดกฎหมายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ การต่อต้านการทุจริต การปฏิรูประบบงบประมาณ การยกระดับการตรวจสอบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สิทธิเสรี การเมือง การเปิดเสรีพลังงานเป็นต้น


ณัฐพงษ์ยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรม โดยระบุว่าเป็นกระบวนการปกติในสภาอยู่แล้วที่พรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลจะต้องทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ไม่ต้องมีการปรับกระบวนการในการทำงานอะไรมาก กลไกวิปฝ่ายค้านก็เป็นกระบวนการปกติที่สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้อยู่แล้ว ในอดีตเองพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน ก็ทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมืองในสภา โดยเฉพาะการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องมีจุดยืนหรือหลักการที่ตรงกัน


ส่วนกรณี 44 สส. ไม่ได้กังวลแต่ก็ไม่ได้ประมาท ทุกคนยืนยันในหลักการความบริสุทธิ์ว่าการทำหน้าที่ของ สส. ในการยื่นการแก้ไขกฎหมายใดก็ตามไม่ควรทำให้ต้องโดนคดีแบบนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ประมาท ช่วงบ่ายนี้และในอีกหลายโอกาสในสัปดาห์นี้จะมีการหารือภายในพรรคและในที่ประชุม สส. เพื่อให้เห็นภาพตรงกันว่าหากเกิดฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด คือหากถูกสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ทั้ง 10 คน พรรคจะเดินหน้าทำงานต่อในสภากันอย่างไร เพื่อให้การทำหน้าที่ในฐานะ สส. ไม่สะดุดลง


ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการเปลี่ยนตำแหน่ง พรรคได้มีการออกแบบกระบวนการและวิธีการรับมือไว้หมดแล้ว แต่ในตัวบุคคลต้องเกิดจากกระบวนการภายใน อาจต้องเริ่มจากการหารือในที่ประชุม สส. ก่อน และถ้าเกี่ยวพันกับตำแหน่งในระดับผู้บริหารพรรคก็ต้องออกจากทางที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมกันในช่วงเดือนเมษายนนี้ พรรคพยามออกแบบเรื่องของกระบวนการแต่ก็ไม่ได้ยึดติดตัวบุคคล ส่วนจะออกมาเป็นชื่อใครขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสมาชิกพรรคทุกคน


ณัฐพงษ์ยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีการตรวจสอบการเลือกตั้ง ว่าพรรคจะดำเนินการอย่างไรต่อหรือไม่ ซึ่งณัฐพงษ์ได้ระบุว่ารอให้เป็นไปตามกระบวนการก่อน หากที่สุพรรณบุรีมีผลชี้ขาดออกมาเป็นอย่างไร เช่น หากเกิดเหตุที่เห็นได้ชัดว่าน่าจะมีความผิดปกติเช่นนี้ในพื้นที่อื่น พรรคก็พร้อมที่จะดำเนินการต่ออย่างเต็มที่ ตอนนี้ในทีมกฎหมายของพรรคก็ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานไว้ค่อนข้างครบถ้วนแล้ว


สิ่งที่น่ากังวลต่อมาคือขณะที่หลายภาคส่วนยังตั้งคำถามกับกระบวนการในการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมถึงการที่ กกต. ออกมารับรองผลโดยที่สังคมยังตั้งคำถามอยู่ หากสภามีการเดินหน้าไป รวมถึงการตั้งรัฐบาล แต่สุดท้ายหากศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องนี้ออกมาบอกว่ากระบวนการการเลือกตั้งมีปัญหาจริง จะส่งผลเสียต่อประเทศเป็นอย่างมาก


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าส่วนการรายงานตัวของ สส. วันนี้ที่มีหลายคนออกมาตั้งข้อสงสัย พรรคประชาชนยืนยันว่าอยากได้การเลือกตั้งที่โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และประชาชนให้ความเชื่อมั่น พรรคประชาชนยอมรับผลการเลือกตั้งและการมารายงานตัวที่สภาก็เพื่อยืนยันว่าพรรคพร้อมที่จะทำหน้าที่ต่อในฐานะผู้แทนราษฎร แต่ในเรื่องกระบวนการตรวจสอบความผิดปกติหรือความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ต้องเดินหน้าคู่ขนานกันไป


ณัฐพงษ์ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชนว่าจะมีท่าทีอย่างไรต่อการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่เตรียมหารือในที่ประชุม สส. อยู่แล้ว พรรคพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งในสภา ซึ่งหนึ่งในตำแหน่งที่สำคัญคือตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านไม่สามารถที่จะเป็นพร้อมกันกับตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภาได้ แต่ก็ไม่ได้มีการปิดกั้นที่จะมีการเสนอชื่อ เพื่อให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ในสภา เพราะในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีการเสนอมาแล้ว แต่ตนยังไม่สามารถบอกแทนสมาชิกคนอื่นได้ พรรคมีวาระการประชุม สส. รออยู่แล้วในช่วงบ่ายวันนี้ รวมถึงวันอื่นในสัปดาห์นี้เช่นเดียวกัน และจะมีความชัดเจนก่อนที่จะมีการเรียกประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาแน่นอน

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569
























“พินทองทา” ร้องว้าวหลังรู้ “คนเสื้อแดง” เตรียมเดินทางจากทั่วประเทศมาปักหลักค้างคืนหน้าเรือนจำฯ รอ “ทักษิณ” พักโทษคุมประพฤติ


“พินทองทา” ร้องว้าวหลังรู้ “คนเสื้อแดง” เตรียมเดินทางจากทั่วประเทศมาปักหลักค้างคืนหน้าเรือนจำฯ รอ “ทักษิณ” พักโทษคุมประพฤติ


วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพฯ นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค พร้อมด้วย น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ (ภรรยา) น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ (สามี) เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ร่วมเดินทางเข้าเยี่ยม ซึ่งการเยี่ยมในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 46 โดยปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 6 เดือนแล้ว


ภายหลังจากที่ทั้งหมดได้ใช้เวลาเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ ประมาณ 1 ชม. โดย นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของ น.ส.พินทองทา ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้เป็นการพูดคุยเรื่องทั่วไป ซึ่งท่านยังสุขภาพแรงดี แต่นอนไม่หลับบ้างช่วงนี้ และตอนนี้ก็ครบ 6 เดือน ก็ใกล้แล้ว ทั้งนี้ ไม่ได้พูดเรื่องหลาน ๆ เพียงแต่คุยเรื่องสุขภาพเท่านั้น


เมื่อถามว่าคุณพ่อตื่นเต้นและตั้งตารอวันที่ 11 พ.ค. หรือไม่ นายณัฐพงศ์ ตอบว่า ก็อยากจะออกครับ


ด้าน น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. ซึ่งคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศจะเดินทางมาปักหลักค้างคืน เพื่อให้กำลังใจ ปรากฏว่า น.ส.พินทองทา ร้องว้าว แต่เรื่องนี้คุณพ่อยังไม่ทราบ เพราะก็ยังเหลืออีกสองเดือน แต่ก็ยิ่งใกล้ยิ่งยาว ต้องขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ แต่คุณพ่อวันนี้ก็ดูเหนื่อย ๆ เพราะนอนหลับไม่ค่อยดี ก่อนที่ทั้งหมดจะกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและคนเสื้อแดง และขึ้นรถเดินทางออกจากพื้นที่เรือนจำฯ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ทักษิณชินวัตร