“พริษฐ์-กิตติชัย” ร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนเลือกตั้งใหม่เขต 15 กทม. ตั้งคำถามให้ กกต. ชี้แจง ว่าเหตุใดวันนี้ถึงไม่ปรากฏรหัสบัตรตรงต้นขั้วเหมือนกับเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เตรียมนำประเด็นไร้รหัสต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง เพิ่มในคำฟ้อง เอาผิด กกต. ม.157 คาดยื่นภายในสัปดาห์นี้
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 กรุงเทพมหานคร ที่ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ พร้อมแสดงความเห็นต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
โดยพริษฐ์ระบุว่าประเด็นหลักที่ต้องสังเกตการณ์และตรวจสอบในการจัดการเลือกตั้งวันนี้ คือแนวปฏิบัติในวันนี้มีความเหมือนหรือแตกต่างจากแนวปฏิบัติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพราะหาก กกต. ยังคงยืนยันว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์เป็นไปอย่างถูกต้องทุกประการ และเป็นการออกเสียงโดยลับ ก็หมายความว่าแนวปฏิบัติในวันนี้ก็ต้องเหมือนกับแนวปฏิบัติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ทุกประการเช่นกัน นั่นคือ
1) บัตรเลือกตั้งยังต้องมีบาร์โค้ดอยู่ในบัตรสีชมพู (สส. บัญชีรายชื่อ) ซึ่งเป็นรหัสที่สามารถระบุรหัสบัตรได้ และมีคิวอาร์โค้ดอยู่ในบัตรสีเขียว (สส. เขต) ซึ่งยังคงต้องเป็นที่พิสูจน์ต่อไปว่าสามารถระบุได้ถึงรหัสบัตรอย่างเจาะจง หรือเป็นแค่รหัสของเล่มหรือรหัสของหน่วยเท่านั้น
2) ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งควรจะยังต้องเห็นรหัสบัตรตรงต้นขั้วของบัตรตนเอง ตอนเข้าคิวรับบัตรเลือกตั้ง ซึ่งจากภาพที่ปรากฏตามสำนักข่าวเมื่อเช้ากลับเห็นว่าไม่มีรหัสดังกล่าวปรากฏอยู่ที่ต้นขั้วเหมือนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แล้ว
3) รหัสต้นขั้วยังต้องเรียงตามลำดับของผู้มาต่อคิวใช้สิทธิเลือกตั้ง
4) เจ้าหน้าที่ยังมีการจดลำดับในบัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิ ตรงต้นขั้ว
5) เจ้าหน้าที่ยังชูบัตรและขานคะแนนต่อหน้าผู้สังเกตการณ์โดยที่ไม่มีเจตนาในการปิดบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด
หาก กกต. ยังคงยืนยันว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์เป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นการเลือกตั้งโดยลับ วันนี้ก็ควรต้องเห็นแนวปฏิบัติที่เหมือนกันทุกประการเช่นกัน โดยเฉพาะในห้าข้อดังกล่าวนี้ ถ้ามีแนวปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งที่แตกต่างออกไป สังคมก็มีสิทธิตั้งคำถามว่าเหตุใด กกต. ถึงใช้แนวปฏิบัติที่แตกต่างออกไป รวมถึงตั้งคำถามว่าการใช้แนวปฏิบัติที่แตกต่างออกไปนั้น เป็นการที่ กกต. ยอมรับแล้วหรือไม่ ว่ากระบวนการในวันที่ 8 กุมภาพันธ์มีจุดบกพร่อง
พริษฐ์กล่าวต่อไปว่าการมีรหัสบัตรตรงต้นขั้ว เป็นองค์ประกอบสำคัญที่อาจทำให้การออกเสียงเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ลับได้ ถ้าเกิดวันนี้มีการใช้บัตรเลือกตั้งที่แตกต่างออกไปในประเด็นนี้ ก็อาจถูกตีความได้ว่า กกต. ยอมรับแล้วว่าประเด็นนี้เป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นไปแล้วในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
ในส่วนคำถามว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นไปโดยลับหรือไม่ ประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่ว่าเราสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ “ยากหรือง่าย” ว่าใครลงคะแนนให้ใคร แต่ประเด็นหลักอยู่ที่ว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับ “ได้หรือไม่ได้” ซึ่งถ้าจะเป็นการลงคะแนนโดยลับ จะต้องตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเข้าถึงบัตรเลือกตั้งหรือข้อมูลต่างๆได้มากแค่ไหน
พริษฐ์กล่าวต่อไปว่าพรรคประชาชนไม่เคยไปด่วนสรุปว่า กกต. จงใจทุจริต แต่การที่ กกต. เลือกใช้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดที่สามารถระบุรหัสบัตรได้ เป็นการเปิดช่องโหว่ที่ทำให้หากพรรคการเมืองหรือผู้สมัครได้รับรู้ระบบนี้ก่อน สามารถออกแบบกระบวนการเพื่อเช็คได้ว่าใครกาให้กับใคร ซึ่งจะทำให้การออกเสียงนั้นไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการออกเสียงโดยลับ
ทั้งนี้ พรรคประชาชนมอบหมาย นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง ฝ่ายกฎหมายของพรรค ทำคำฟ้องมาตรา 157 โดยใกล้เสร็จสมบูรณ์ และจะยื่นในสัปดาห์นี้ เนื่องจากรอผลการสังเกตการณ์ในวันนี้ไปประกอบเพิ่มเติม




















































