วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569

นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (2)

 


นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (2)


ปีที่สองในคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล


ในปีที่สอง ผมได้เข้าร่วมในชมรมปาฐกถาและโต้วาทีของสโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมการโต้วาที ระหว่างคณะและระหว่างมหาวิทยาลัยสองครั้ง


พลีคลินิก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อข้ามฟากมาเรียน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็ต้องเริ่มเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่เรียกว่า พลีคลินิก แต่ก็ยังใช้สถานศึกษา ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อนที่เลือกเรียนคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ก็ต้องข้ามฟากไปเรียนที่โรงพยาบาลศิริราช


พี่ ๆ ชั้นปี 5 ปี 6 ก็ข้ามฝั่งมาชวนทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาชีพแพทย์โดยตรง คือเข้าร่วมกิจกรรมกับศูนย์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย(ศนพท.) ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักศึกษาแพทย์หลายสถาบัน เช่น คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลเชียงใหม่ เป็นต้น มีการออกวารสาร ศูนย์นิสิตนักศึกษาแพทย์สัมพันธ์ มีพี่สุรเกียรติ พี่ยงยศเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ


ต่อมา ก็มีการจัดกิจกรรมของ ศนพท.ที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนโดยตรง กล่าวคือเชื่อมโยงกับ COMMUNITY MEDICINE


ในคราวนั้น เนื่องจาก เห็นพ้องต้องกันว่า นอกจากจะเป็นการเชื่อมโยงการเรียนการศึกษากับชีวิตจริงแล้ว ยังเป็นการให้บริการประชาชนด้วย แทนที่จะเอาแต่เรียนเพียงอย่างเดียว


จึงเลือกเอาสลัมคลองเตยเป็นเป้าหมายในการทำกิจกรรม เมื่อเป็นอย่างนี้ แพทย์ศาสตร์รามาธิบดี และแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์จะต้องรับงานหนักหน่อย เพราะศิริราชและเชียงใหม่อยู่ห่างไกลมาก และแทบจะกล่าวได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้ามามีส่วนร่วมโดยไม่ให้เสียการเรียน


ผมจึงได้รับมอบหมายให้ดูแลครอบครัวในสลัมคลองเตย โดยดำเนินการจัดการแยกเอาพื้นที่เป็นโซน หรือตรอกซอยถนนแคบในนั้นเป็นเขตรับผิดชอบ ต้องไปดูแลสุขภาพทั่วไป วัดความดัน เก็บข้อมูลเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ว่าจะเป็น วัณโรค โรคติดต่ออื่น ๆ การได้รับวัคซีนของเด็ก การเลี้ยงลูกด้วยนมมารดา สุขอนามัยประจำครอบครัว หรือแต่ละคน


ในปี 2514 การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาทั่วไป เริ่มเข้มข้นมากยิ่งขึ้น จอมพลถนอมปฏิวัติตนเอง ห้ามเชิญบุคคลนอกมหาวิทยาลัยเข้ามาอภิปรายหรือแสดงปาฐกถา เริ่มมีหนังสือพิมพ์รายวันฉบับละบาทของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ผมเป็นเอเย่นในการนำมาขายในคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในตอนนั้น ผมเริ่มเชิญบุคคลภายนอกมาอภิปรายปัญหาสังคมและการเมืองในไทยระยะนั้นอยู่เนือง ๆ ภายหลังถูกห้าม ผมจำได้ว่า อาจารย์ทางสังคมวิทยา ท่านขอพบผม แต่ผมไม่ได้ไปพบท่าน (จำไม่ได้ว่าเพราะอะไร)


ตอนปลายปีที่ 4 พี่เป้งและเพื่อนร่วมรุ่นของพี่เป้งที่รามาธิบดี จบอินเทอร์น ต้องการจะบวชที่สวนโมกข์ จึงให้ผมเป็นผู้ประสานงาน เพราะผมไปสวนโมกข์เกือบจะทุกปิดภาคการศึกษา ผมยินดีมาก และประสานกับท่านอาจารย์ปัญญานันทะภิกขุ เพื่อทำการการบวชของคณะใหญ่ และได้มีโอกาสร่วมเป็นพระนวกะกับพี่น้องจำนวน (12?) รูปในปลายปีน2514


บวชอยู่กว่าเดือน อาจารย์พุทธทาสได้บรรยายธรรมเป็นตำราเล่มใหญ่ “เตกิจฉกธรรม หรือพระพุทธเจ้าในฐานะที่เป็นแพทย์ของสัตว์โลกทั้งมวล” พวกเรานับเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ไปบวชและปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข์เป็นกลุ่มที่สอง ถัดจาก ชมรมพุทธจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่บวชก่อนพวกเราหนึ่งปี


พี่ ๆ ทุกคนศึกษาและปฏิบัติธรรมได้อย่างเข้มงวดกวดขันมาก ประทับใจผมมาก นอกจากนี้พี่ๆทุกคน ยังเรียนหนังสือเก่งมากด้วย ผมยังตรึงตราในความทรงจำจนเท่าทุกวันนี้เลย ว่าเป็น คนที่เรียนหนังสือเก่งทุกคน เป็นคนตั้งใจบวช ตั้งใจปฏิบัติธรรมจริงทุกคน ผมโชคดีมากที่ได้มีโอกาส เป็นพระสงฆ์ร่วมรุ่นกับพี่ ๆ ทุกท่านครับ


นพ.เหวง โตจิราการ

5 ก.ย. 56


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเหวง


คึกคัก ตั้งโต๊ะลงชื่อ เลือกตั้ง สสร. 100% โดยประชาชน และร่วมแสดงเจตนารมณ์ ลบมรดก 6 ตุลา ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ผ่านไปมา ร่วมลงชื่อ และส่งเสียงถึง กกต. ให้สั่งฟ้อง ส.ว. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท

 


คึกคัก ตั้งโต๊ะลงชื่อ เลือกตั้ง สสร. 100% โดยประชาชน และร่วมแสดงเจตนารมณ์ ลบมรดก 6 ตุลา ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ผ่านไปมา ร่วมลงชื่อ และส่งเสียงถึง กกต. ให้สั่งฟ้อง ส.ว. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท


วันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00-20.00 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เกาะพญาไท กลุ่ม Concenter จัดกิจกรรม “ดนตรีเปิดหมวกไล่หวด กกต. EP. 2.29 ตอน กกต. ต้องสั่งฟ้อง ส.ว. และ สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้ง” ใช้เสียงดนตรีเป็นพื้นที่ส่งเสียงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งดำเนินการและสั่งฟ้องต่อข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100%


📣 ชวนลงชื่อ #Noระบอบสีน้ำเงิน ได้ที่เว็บ https://conforall.com/


นอกจากนี้ ภายในงานยังเปิดให้ประชาชนร่วมเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายเพื่อ ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 มรดกจากคณะรัฐประหาร 6 ตุลา ที่เพิ่มโทษคดีมาตรา 112 จากเดิมจำคุกไม่เกิน 7 ปี เป็นจำคุก 3–15 ปี และเพิ่มอัตราโทษความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นในหลายมาตรา


เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนกว่า ๆ เท่านั้นก่อนปิดรับรายชื่อ เรายังต้องการรายชื่ออีกมาก อย่างน้อย 10,000 รายชื่อ เพื่อเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา


🫵🏼 ขอคนละ 1 ชื่อ และช่วยกันแชร์ต่อให้คนรอบตัว 

ลงชื่อได้ที่

🔗 https://decoup6octsins.com/


รวมทั้งการ “ขาย popCON / วาด CONtour” ชวนตั้งคำถามถึงสิทธิในการพักผ่อนและมีเวลาว่าง โดยเชื่อมโยงกับสภาพการทำงาน ชั่วโมงการทำงาน รายได้ และการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะและศิลปวัฒนธรรม พร้อมเสนอให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่รับรองสิทธิในการพักผ่อน เวลาว่าง ชั่วโมงการทำงานที่เป็นธรรม และสิทธิในการเข้าถึงและมีส่วนร่วมในศิลปวัฒนธรรม


ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักท่ามกลางเสียงดนตรีพี่น้องประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาก็แวะมาร่วมลงชื่อและอุดหนุนสินค้าภายในงาน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #สั่งฟ้องสว #conforall #สสรเลือกตั้ง #concenter50ปี6ตุลา #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา


















“ดนตรีเปิดหมวกไล่หวด กกต.” ชวนส่งเสียงผ่านเสียงเพลง จี้ กกต. #สั่งฟ้องสว คดีโกงเลือกสว. ล่ารายชื่อ สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100% และลบมรดก 6 ตุลา

 


“ดนตรีเปิดหมวกไล่หวด กกต.” ชวนส่งเสียงผ่านเสียงเพลง จี้ กกต. #สั่งฟ้องสว คดีโกงเลือกสว. ล่ารายชื่อ  สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100% และลบมรดก 6 ตุลา 


วันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00-20.00 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เกาะพญาไท กลุ่ม Concenter จัดกิจกรรม “ดนตรีเปิดหมวกไล่หวด กกต. EP. 2.29 ตอน กกต. ต้องสั่งฟ้อง ส.ว. และ สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้ง” ใช้เสียงดนตรีเป็นพื้นที่ส่งเสียงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งดำเนินการและสั่งฟ้องต่อข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100%


ผู้จัดกิจกรรมระบุว่า ขณะที่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฮั้วเลือก ส.ว. ยังคงรอการดำเนินการจาก กกต. ขณะเดียวกันกำลังมีข้อเสนอเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งอาจเปิดทางให้ ส.ว. ชุดปัจจุบันมีส่วนในการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้าไปทำหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญ ถ้าหาก กกต. ไม่เร่งดำเนินการ อาจกลายเป็นผู้มีส่วนกำหนดว่าใครจะได้เข้าไปเขียนกติกาการเมืองฉบับใหม่ของประเทศ 


นอกจากประเด็นเกี่ยวกับที่มาของ สสร. แล้ว ภายในกิจกรรมยังนำเสนอประเด็นสิทธิและชีวิตประจำวันของประชาชนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้แนวคิดว่ารัฐธรรมนูญเป็นกติกาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคน


หนึ่งในกิจกรรมคือ “ฟัง CONcert” กิจกรรมครั้งนี้มีการแสดงดนตรีจาก Narwhal Narwhal, กายกานนท์, Don IPlayAlone, Eleven Fingers และ Iseast พร้อมด้วยการอ่านบทกวีจาก รอนฝัน ตะวันเศร้า ดำเนินรายการโดย บอย-ธัชพงศ์ และ มายด์-ภัสราวลี 


กิจกรรมดังกล่าว ชวนตั้งคำถามถึงสิทธิของคนทำงานดนตรี ศิลปินกลางคืน และคนทำงานสร้างสรรค์ โดยชี้ว่า แม้คนทำงานกลุ่มนี้จำนวนมากทำงานแบบอิสระ รับงานเป็นครั้ง ๆ และมีรายได้ไม่แน่นอน แต่ยังอาจเข้าไม่ถึงสิทธิและสวัสดิการเช่นเดียวกับแรงงานประจำ จึงเสนอให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่รับรองสิทธิแรงงานให้ครอบคลุมคนทำงานทุกรูปแบบ


อีกกิจกรรมคือ “แจก CONdom” ที่ชวนพูดถึงสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย สิทธิทางเพศ และอนามัยการเจริญพันธุ์ โดยเสนอว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรรับรองสิทธิในการกำหนดเนื้อตัวและร่างกายของตนเอง สิทธิในการให้หรือถอนความยินยอม ตลอดจนสิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์โดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ


ส่วนกิจกรรม “ขาย popCON / วาด CONtour” ชวนตั้งคำถามถึงสิทธิในการพักผ่อนและมีเวลาว่าง โดยเชื่อมโยงกับสภาพการทำงาน ชั่วโมงการทำงาน รายได้ และการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะและศิลปวัฒนธรรม พร้อมเสนอให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่รับรองสิทธิในการพักผ่อน เวลาว่าง ชั่วโมงการทำงานที่เป็นธรรม และสิทธิในการเข้าถึงและมีส่วนร่วมในศิลปวัฒนธรรม


นอกจากนี้ ภายในงานยังเปิดให้ประชาชนร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายสนับสนุนการเลือกตั้ง สสร. 100% โดยประชาชน และ “ลบมรดก 6 ตุลา” ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปฯ ที่เพิ่มโทษคดีมาตรา 112


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #สั่งฟ้องสว #conforall #สสรเลือกตั้ง #concenter























วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569

นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (1)

 


นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (1)


ความทรงจำ เมื่อเข้าเรียน ที่คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ของ นพ.เหวง โตจิราการ


ความทั่วไป


ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อเข้าเรียนที่แพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลได้ในปีการศึกษา 2511-2512 การเรียนแพทย์นั้นต้องเรียน ที่คณะวิทยาศาสตร์ ทั่วไปก่อน สองปี ต่อมาเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์ (พรีคลินิค) อีกสองปี ทั้งสี่ปีนี้เรียนที่ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ถนนพระรามหก ที่เรียกกันว่าตึกจานบิน จากนั้นจึงข้ามฟากไปเรียนวิชาแพทยศาสตร์ที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี อีกสองปี


หากผม เล่าความทรงจำ เฉพาะสองปีสุดท้ายที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็จะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และอาจจะไม่สามารถเข้าใจความเป็นมาเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง จึงขออนุญาตเล่าต่อเนื่องทั้งหกปีเสียทีเดียว แต่คงไม่ยาวเกินไป


ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยมหิดล

ในช่วงมัธยมต้น (ม.ศ. 1-3) ที่โรงเรียนสหพาณิชย์แผนกสามัญสีลม

และมัธยมปลาย (ม.ศ. 4-5) ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพญาไท

ชีวิตผมอยู่ในช่วงค้นหาความหมายว่า “ชีวิตคืออะไร ชีวิตต้องการอะไร และชีวิตควรเป็นอย่างไร”


กล่าวได้ว่า ผม “ค้นพบคำตอบดังกล่าว แม้ไม่สมบูรณ์รอบด้าน แต่ถือได้ว่าค่อนข้างมั่นคงชัดเจน” ในช่วงมัธยมนี้แหละ นั่นคือผมพบคำตอบ “จากคำสอนทางพุทธศาสนาของท่านอาจารย์พุทธทาส” ว่า “เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว ต้องเพื่อ ทำลายความยึดมั่นถือมั่น ว่าตัวกู ว่าของกู”


ปีแรกในมหาวิทยาลัยมหิดล


ผมจึงเริ่มปีหนึ่งในมหาวิทยาลัย ด้วยการเป็นเลขานุการของนักศึกษาปีหนึ่ง แต่เมื่อเกิดความไม่สะดวกในการ เผยแพร่ “คำสอนของท่านอาจารย์พุทธทาส” ผมจึง ข้ามกิจกรรมอื่นๆ เพื่อไปวางน้ำหนักไว้ที่การ “คัดสรร เอาคำกลอน หรือคำสอนที่ เป็นถ้อยคำสั้น ๆ แต่กินความกว้างขวางและลึกซึ้ง” มาติดไว้ที่ผนังข้างห้อง บรรยายรวมที่ตึกจานบิน เป็นประจำ


ในตอนนั้น พี่เป้งที่เรียนปีสี่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้พบผมที่สวนโมกข์หลายครั้ง เห็นผมเอาจริงเอาจังในการเผยแพร่คำสอนของท่านอาจารย์พุทธทาส จึงออกปากชวนผมให้มาทำหน้าที่เป็น “ประธานชมรมพุทธศาสนาและประเพณีของมหาวิทยาลัยมหิดล” ในตอนนั้น


ที่จริงผมยังอ่อนหัดมาก แต่เมื่อพี่เป้งออกปากชวนและผมก็ตั้งใจที่ทำการเผยแพร่คำสอนอ.พุทธทาสอย่างเต็มที่แล้ว ผมจึงรับปาก แต่ผมก็ไม่ได้สร้างผลงานอะไรมากนัก


ในตอนนั้นเท่าที่ผมจำได้ กิจกรรมก็มี การพยายามนำเอาหนังสืออาจารย์พุทธทาสมาเผยแพร่ นำเอาคำสอนของอาจารย์พุทธทาส มาติดตามผนังหรือบริเวณที่สามารถติดได้ ทั้งในห้องบรรยายของตึกกลม และตามบอร์ดของใต้ถุนตึกฟิสิกส์ และพยายามเชิญผู้รู้มาบรรยายธรรมตามโอกาส ความที่ยังไม่ประสีประสาในการทำงานมากในครั้งนั้น จึงค่อนข้างเถรตรงในการทำงาน โดยปฏิเสธวิธีการที่ตนเองเห็นว่าเน้นหนักทางด้านวัตถุมากกว่าทางด้านจิตใจ


ในขณะเดียวกัน ผมก็ต้องทำงานทางด้านวัฒนธรรมและประเพณีด้วย ในปีนั้นจึงได้นำเอา “การแสดงโปงลางของพื้นบ้านอิสานมาแสดงในงานประจำปีของมหิดลถือว่าเป็นผลงานค่อนข้างใหญ่หน่อยในตอนนั้น


ในขณะเดียวกัน ก็ได้ติดต่อทำกิจกรรมกับเพื่อนนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัย ที่ได้คบหาสมาคมกันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย อันได้แก่ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งทางธรรมศาสตร์เขาก้าวไปไกลทางการเมืองมาก เขามีการร่วมกลุ่มเป็นสภาหน้าโดม เขามีกิจกรรมต่อต้านบอลประเพณี ต่อต้านการรับน้อง หรือประเพณีโซตัส


ต่อมาเขายกระดับไปสู่การต่อต้านสงครามเวียดนาม และการที่รัฐบาลของถนอมประภาสในสมัยนั้นนำประเทศไทยไปเข้าร่วมสงครามอินโดจีน ยอมให้อเมริกาใช้ไทยเป็นฐานทัพในการสู้รบกับสามประเทศอินโดจีน โดยเฉพาะความหวาดกลัว ตามทฤษฎี โดมิโนของสหรัฐอเมริกาที่ภูมิภาคนี้จะพ่ายแพ้ให้แก่คอมมิวนิสต์และเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์ทั้งภูมิภาค


ผมเริ่มขยายวงใน การศึกษาค้นคว้า และเรียนรู้ กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในช่วงนี้เองที่ ผมได้มีโอกาสสัมผัส หลักปรัชญาและทฤษฎีทางการเมืองของยุโรปและการเคลื่อนไหวปฏิวัติต่าง ๆ หลากหลายสำนัก อาทิ อริสโตเติล โสเครติด พลาโต้ ไล่มาจน มองเตสกิเออ โทมัสมัว เดวิดริคาร์โด โอเวน เฮเกล มาร์กซ เองเกล เลนิน สตาลิน เชกูวารา โฮจิมินท์ ฯลฯ


ของไทย ก็เริ่มศึกษาการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ประวัติศาสตร์การเมืองไทย การต่อสู้ระหว่างคณะราษฎรกับคณะนิยมเจ้า ตลอดจนเริ่มได้อ่านเอกสารของปัญญาชนก้าวหน้าในอดีตที่ผ่านมา กบฏสันติภาพ รวมไปถึงเริ่มรับรู้การมีอยู่และการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย


นพ.เหวง โตจิราการ

5 ก.ย. 56


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเหวง

“พริษฐ์” เปิดข้อสังเกตเพิ่มเติมคดีโกงเลือกสว.จากหลักฐานคลิปเสียง โยงนายกท้องถิ่น หนองคาย จี้ชี้แจง ย้ำคำถามถึง กกต. ก่อน ลงมติ 31 ส.ค. คาดเตรียมเป่าคดี

 


“พริษฐ์” เปิดข้อสังเกตเพิ่มเติมคดีโกงเลือกสว.จากหลักฐานคลิปเสียง โยงนายกท้องถิ่น หนองคาย จี้ชี้แจง ย้ำคำถามถึง กกต. ก่อน ลงมติ 31 ส.ค. คาดเตรียมเป่าคดี 


เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดกิจกรรม “เวทีผู้นำฝ่ายค้าน : แนวทางปฏิรูปสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล” ในช่วงท้ายของงานเสวนา พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้กล่าวสรุปถึงคดีทุจริตกระบวนการเลือก สว.


โดยระบุว่าเรื่องนี้ไม่สามารถแยกออกจากปัญหาเชิงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ 2560 และองค์กรอิสระที่ขาดความยึดโยงกับประชาชนได้ หากมองกระบวนการโกง สว. สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ฉาก ตั้งแต่การวางแผนเพื่อยึดเสียงในวุฒิสภา การจัดตั้งและชักชวนผู้สมัครเข้าสู่เครือข่าย การรวมตัวกันตามศูนย์ทำโพยก่อนการเลือกระดับประเทศ การใช้โพยกำกับการลงคะแนนในวันเลือกระดับประเทศ และการรวมตัวของ ส.ว. ที่ได้รับเลือกเพื่อกำหนดทิศทางการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภาก่อนเริ่มทำงาน


กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นคู่ขนานกับการทำงานของ กกต. ซึ่งสามารถมองได้เป็นอีก 5 ฉาก ตั้งแต่การออกระเบียบที่อาจไม่รัดกุมเพียงพอต่อการป้องกันการทุจริต การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครที่ถูกตั้งคำถาม การปล่อยปละละเลยต่อการใช้โพยในวันเลือก การดำเนินคดีที่ล่าช้าหลังการเลือก ไปจนถึงข้อกังวลว่า กกต. อาจยุติคดีโดยอ้างว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ซึ่งน่าตั้งคำถามว่าทั้งสองกระบวนการเกิดขึ้นคู่ขนานโดยความบังเอิญ หรือมีการรู้เห็นเป็นใจหรือสมรู้ร่วมคิดกันในบางระดับ ซึ่งเป็นประเด็นที่จำเป็นต้องตรวจสอบต่อไป


พริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงคดีฮั้ว สว. ว่า คาดว่า กกต. จะมีการลงมติในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมนี้ ซึ่งฝ่ายค้านก็จะจัดกิจกรรมในวันที่ 29-30 สิงหาคม เพื่อเป็นการทิ้งทวน ก่อนที่ กกต. จะมีมติ ซึ่งคาดว่า กกต. อาจจะมีการเป่าคดี หลังปล่อยปละละเลยให้กระบวนการฮั้ว สว. เกิดขึ้นได้


พริษฐ์อธิบายว่า เหตุผลที่เลือกจัดกิจกรรม ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันนี้ เนื่องจากตามคำให้การของพยานบุคคลหลายคน สถานที่ดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในศูนย์ทำโพย ที่ใช้รวมตัวผู้สมัคร สว. ก่อนการเลือกระดับประเทศในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 จากข้อมูลที่รวบรวมได้ พบว่ามีสถานที่หลายแห่งในพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครนายก และสมุทรสาคร ที่ถูกกล่าวอ้างว่าใช้เป็นจุดรวมตัวของผู้สมัครจากหลายจังหวัด โดยเมื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากพยานแต่ละรายเข้าด้วยกัน จะสามารถเห็นเครือข่ายของผู้สมัครและสถานที่ได้ชัดเจนขึ้น


ในกรณีโรงแรมกรุงศรีริเวอร์ มีพยานให้ข้อมูลว่าผู้สมัครจากสุโขทัยและนครพนมเคยมารวมตัวที่นี่ ขณะที่ข้อมูลอีกส่วนหนึ่งเชื่อมโยงไปถึงบุคคลซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภาบางราย จากหลักฐานที่เคยนำเสนอในสภาก่อนหน้านี้ รวมถึงคลิปเสียงโทรชักชวนและเสนอผลประโยชน์ให้ผู้สมัคร สว. รายอื่นเข้าร่วมเครือข่าย หลายฝ่ายชี้ว่าบุคคลในคลิปอาจเป็น สิทธิกร บุญมาก สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่ตนเคยนำเสนอข้อมูลเส้นทางการเงินเกี่ยวกับการซื้อตั๋วเครื่องบินให้ผู้สมัครรายอื่น และมีพยานหลายคนให้ข้อมูลว่าได้พบเห็นที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ในช่วงวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 นอกจากนี้ ตามคำให้การของพยาน มีสมาชิกวุฒิสภาและนักการเมืองบางรายจากจังหวัดนครพนมปรากฏตัวที่โรงแรมดังกล่าวในช่วงเวลาเดียวกันด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง


พริษฐ์ชี้ว่า จากคลิปเสียงที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดตั้งผู้สมัคร สว. ที่เคยเผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ จึงขอตั้งคำถามว่าบุคคลผู้เป็นเจ้าของเสียงในคลิปดังกล่าวคือ ว่าที่ร้อยตรี วิทยา คำพวง นายกเทศมนตรี ต.โพนสา จ.หนองคาย หรือไม่ แม้ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาและคำถามที่ต้องพิสูจน์เพิ่มเติม หลักฐานส่วนแรกคือภาพจากช่วงท้ายของคลิปที่เห็นบุคคลบางส่วน ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับภาพของวิทยาแล้วมีลักษณะคล้ายคลึงกันทั้งบุคคล สถานที่ และองค์ประกอบภายในห้อง


ส่วนที่สองเป็นการเปรียบเทียบเสียงจากคลิปที่เป็นประเด็นกับคลิปที่วิทยาเคยพูดในที่ประชุมแห่งหนึ่ง ซึ่งพริษฐ์ เห็นว่ามีลักษณะเสียงใกล้เคียงกันในระดับที่สมควรตั้งคำถามเพิ่มเติม หลักฐานอีกส่วนหนึ่งเป็นคำให้การของพยานรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ได้เข้าพักที่โรงแรม B2 รังสิต จ.ปทุมธานี และถูกเรียกไปรวมตัวกับผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศอีกหลายคน โดยมีบุคคลที่พยานเรียกว่า ‘นายกวิทยา’ เป็นผู้พูดคุย และกล่าวอ้างว่ามีเครือข่ายผู้สมัครทั่วประเทศประมาณ 1,700 คน พร้อมให้ผู้สมัครจดหมายเลขบุคคลที่จะต้องเลือกตามที่กำหนดไว้


พริษฐ์ระบุว่าเมื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบกับหลักฐานการจองโรงแรม พบการจองห้องพักที่โรงแรม B2 ในช่วงวันที่ 25-26 มิถุนายน 2567 จำนวน 2 รายการ โดยชำระเงินผ่านบัญชีชื่อ ว่าที่ร้อยตรี วิทยา คำพวง รวม 8 ห้อง และเมื่อพิจารณารายชื่อผู้เข้าพักที่รวบรวมได้ทั้งหมด 12 รายชื่อ พบว่าอย่างน้อย 8 รายเป็นผู้สมัคร สว. ทำให้ต้องตั้งคำถามต่อวิทยาว่าเป็นบุคคลในคลิปดังกล่าวหรือไม่ หากใช่ เหตุการณ์และคำพูดที่ปรากฏในคลิปหมายถึงอะไร และมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทางการเมืองหรือพรรคการเมืองใดหรือไม่


วิทยา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ต.โพนสา จ.หนองคาย ได้โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์และกิจกรรมในพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์หรือความใกล้ชิดกับนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยบางราย แม้ความสัมพันธ์ในลักษณะดังกล่าวยังไม่สามารถใช้สรุปได้ว่าพรรคการเมืองหรือบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว. ที่ถูกกล่าวหาได้ แต่ก็เป็นข้อมูลที่ทำให้สามารถตั้งคำถามเพิ่มเติมถึงระดับความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงทางการเมืองของบุคคลในคลิปได้


ในช่วงท้ายพริษฐ์กล่าวถึงมติของ กกต. ที่สังคมกำลังจับตา โดยระบุว่าหลักเกณฑ์ที่ กกต. ต้องใช้พิจารณาไม่ได้สูงถึงระดับเดียวกับการพิสูจน์คดีในศาลว่าต้องสิ้นข้อสงสัย แต่หากมี ‘หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต’ กกต. ก็มีหน้าที่ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาต่อแล้ว


คดีเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ไม่ใช่เป็นเพียงคดี แต่สัมพันธ์กับโครงสร้างอำนาจทางการเมืองทั้งระบบ เพราะหากกลุ่มการเมืองสามารถควบคุมเสียงในวุฒิสภาได้ ก็ย่อมมีอำนาจสำคัญในการให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบนักการเมือง ในทางกลับกัน หากการยึดกุมวุฒิสภาทำสำเร็จและสามารถมีอิทธิพลต่อที่มาขององค์กรตรวจสอบได้ ระบบดังกล่าวก็อาจย้อนกลับมาเป็นเครื่องมือสกัดกั้นการตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่ง สว. เอง การตรวจสอบคดีดังกล่าวจึงมีความสำคัญมากกว่าการชี้ว่าใครกระทำผิดในกระบวนการเลือก สว. เท่านั้น แต่เป็นการตรวจสอบกลไกที่อาจนำไปสู่การรวบอำนาจและลดทอนประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบถ่วงดุลทั้งระบบ


“การโกง สว. มันเป็นเครื่องมือในการสร้างระบบการเมืองที่รวบอำนาจ เพราะถ้ากลุ่มการเมืองใดคุมเสียง สว. ได้ ก็สามารถชี้ขาดได้ว่าใครจะเข้าไปนั่งในองค์กรอิสระต่างๆ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบทางการเมือง หากทำสำเร็จระบบที่รวบอำนาจแบบนี้ก็เป็นเครื่องมือในการสกัดกั้นการตรวจสอบคดีโกง สว. เช่นกัน” พริษฐ์กล่าว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ฮั้วสว #โกงเลือกสว #กกต #สั่งฟ้องสว