วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569

‘เดชรัต’ เรียกร้องรัฐบาลเร่งระบายน้ำนนทบุรี เสริมเครื่องสูบน้ำ ลดผลกระทบชุมชนตอนใน


‘เดชรัต’ เรียกร้องรัฐบาลเร่งระบายน้ำนนทบุรี เสริมเครื่องสูบน้ำ ลดผลกระทบชุมชนตอนใน


วันที่ 27 กันยายน 2569 เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต พรรคประชาชน กล่าวว่า แม้ว่าปริมาณน้ำฝนในพื้นที่นนทบุรีจะลดลงจากเมื่อวันก่อน และพื้นที่ถนนเริ่มกลับมาสัญจรได้ แต่ระดับน้ำท่วมขังในชุมชนตอนใน ทั้งฝั่งเทศบาลนครนนท์และเทศบาลนครปากเกร็ดยังคงสูงอยู่ เนื่องจากการระบายน้ำออกจากชุมชนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยายังทำได้จำกัด จึงเรียกร้องให้เร่งระบายน้ำจากพื้นที่ตอนในให้เร็วขึ้น


จากการลงพื้นที่ เดชรัตเสนอว่า สำหรับฝั่งงามวงศ์วานและรัตนาธิเบศร์ ที่ต้องระบายออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านประตูระบายน้ำปากคลองบางซื่อน้อย (ใกล้วัดกลางบางซื่อ) ประตูระบายน้ำปากคลองบางแพรก (ติดกรมราชทัณฑ์) ประตูระบายน้ำปากคลองบางธรณี (ติดกับกระทรวงพาณิชย์) และอื่น ๆ เทศบาลนครนนท์กำลังเร่งเดินเครื่องสูบน้ำอยู่ แต่จำเป็นต้องสลับกันเดินเครื่องเพื่อลดความร้อนของตัวเครื่อง หากรัฐบาลสามารถจัดเครื่องสูบน้ำเสริมในจุดต่าง ๆ นี้ จะช่วยลดระดับน้ำสำหรับชุมชนตอนในได้เร็วขึ้น


ส่วนในฝั่งแจ้งวัฒนะ สามัคคี และประชานิเวศน์ 3 ซึ่งต้องพึ่งการระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำปากคลองบางตลาด และประตูระบายน้ำปากคลองบางพูด ซึ่งจากการสำรวจล่าสุดของเดชรัตช่วงเที่ยงวันนี้ ที่ประตูระบายน้ำปากคลองบางตลาดเดินเครื่องสูบน้ำเพียง 1 เครื่อง จาก 4 เครื่อง ระบายน้ำได้ประมาณ 6 ลบ.ม./วินาที


ปัญหาที่จุดประตูระบายน้ำคลองบางตลาดมี 2 ปัญหาด้วยกัน คือ ปัญหาแรก มีเครื่องสูบน้ำเสียไป 2 เครื่อง และปัญหาที่สอง น้ำจากคลองด้านในชุมชนมาถึงปากคลองบางตลาดน้อยเกินไป ทำให้ระดับน้ำฝั่งตอนในต่ำเกินไป จนไม่สามารถเดินเครื่องสูบน้ำได้เต็มที่


เนื่องจากพื้นที่ปากคลองบางตลาดนี้จะต้องมีการสูบทอยน้ำจากคลองต่าง ๆ ที่อยู่ตอนใน ทั้งฝั่งนครนนท์และฝั่งนครปากเกร็ด มาสู่คลองบางตลาด และหากมีอุปสรรคในการสูบน้ำ ก็จะทำให้น้ำมาถึงจุดเครื่องสูบน้ำประตูระบายน้ำคลองบางตลาดน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้น นอกจากจะเพิ่มจุดสูบน้ำที่ปากคลองบางตลาดแล้ว ยังควรเพิ่มเครื่องสูบน้ำในคลองย่อยด้วย


เดชรัตให้ข้อมูลเพิ่มว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูง แต่ยังไม่ล้นแนวตลิ่ง ยังสามารถรับน้ำที่ระบายมาจากตอนในได้ ยกเว้นพื้นที่ริมเขื่อนป้องกันตลิ่ง ที่มีน้ำเซาะลอดใต้เขื่อน และลอดประตูระบายน้ำเข้าไปท่วมในพื้นที่ชุมชน เช่น ชุมชนท่าอิฐ อ้อมเกร็ด และบางไผ่ ทำให้ชุมชนได้รับผลกระทบน้ำท่วมขัง


“จุดสำคัญตอนนี้คือ การเร่งระบายน้ำออกอย่างเต็มกำลัง เพราะฉะนั้น การเร่งเสริมกำลังเครื่องสูบน้ำในการระบายน้ำออกจากคลองหลักที่ได้กล่าวมา จึงเป็นความสำคัญเร่งด่วน ที่ทางรัฐบาลควรสนับสนุนการดำเนินการของจังหวัดนนทบุรีและเทศบาลนครทั้งสองแห่งโดยเร่งด่วนที่สุด” เดชรัตกล่าว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #นนทบุรี #น้ำท่วม69




‘ณัฐพงษ์’ ลงพื้นที่จันทบุรี ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมหนองสีงา ชี้ ปภ.ขึ้นธงแดงแล้ว เร่งประสานงานช่วยประชาชน

 


‘ณัฐพงษ์’ ลงพื้นที่จันทบุรี ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมหนองสีงา ชี้ ปภ.ขึ้นธงแดงแล้ว เร่งประสานงานช่วยประชาชน


วันที่ 27 กันยายน 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่หนองสีงา อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พูดคุยกับพี่น้องประชาชน พร้อมเยี่ยมโรงครัวที่วัดซับยี่หร่า และส่งต่อความช่วยเหลือให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ


ณัฐพงษ์กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้น่าเป็นห่วง เนื่องจาก ปภ.จังหวัดขึ้นธงแดงเตือนภัยสูงสุดแล้ว แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย จึงเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งประสานงานและทำงานร่วมกันโดยด่วนที่สุด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที


จากสถานการณ์ล่าสุด ภาคตะวันออกยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลายพื้นที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีและตราด ขณะที่ภาคตะวันตกก็อยู่ในระดับที่ต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมเช่นกัน


“ผมเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน เพราะบางพื้นที่อาจได้รับผลกระทบมากขึ้นจากฝนที่ยังตกต่อเนื่องและระดับน้ำที่สูงขึ้น” ณัฐพงษ์กล่าว


ส่วนสถานการณ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากสถานการณ์ยังเป็นไปตามการคาดการณ์ นอกจากการดูแลกลุ่มเสี่ยงและเร่งระบายน้ำแล้ว ควรเตรียมแผนสำหรับการเคลียร์พื้นที่ การยกรถ และอำนวยความสะดวกในกระบวนการจ่ายเงินเยียวยา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือและกลับมาใช้ชีวิตได้โดยเร็วที่สุด


ณัฐพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเสร็จภารกิจในจันทบุรีและพื้นที่ภาคตะวันออก จะกลับไปติดตามสถานการณ์ต่อในกรุงเทพฯ เพื่อช่วยประสานงานและเติมในส่วนที่ขาด ให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือจากรัฐอย่างตรงจุด และเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #น้ำท่วม69 #พรรคประชาชน #จันทบุรี










ภาพบรรยากาศวันนี้ (27 ก.ย. 69) น้ำท่วมขังบริเวณเรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

 


ภาพบรรยากาศวันนี้ (27 ก.ย. 69) น้ำท่วมขังบริเวณเรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ


โดยเพจ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯโพสข้อความเมื่อวันวันที่ 26 กันยายน 2569 ระบุว่า


📢 ประกาศกลุ่มเรือนจำลาดยาว


 📌 เรื่อง สถานการณ์น้ำท่วมขังและการดูแลผู้ต้องขัง ตามที่มีน้ำท่วมขังบริเวณรอบกลุ่มเรือนจำลาดยาว ขณะนี้พื้นที่ภายในยังอยู่ภายใต้การควบคุม เจ้าหน้าที่เร่งสูบระบายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ต้องขังทุกคนปลอดภัย ได้รับอาหาร น้ำดื่ม และการดูแลด้านสุขอนามัยครบถ้วน


 ❌️ การเยี่ยมญาติ งดการเดินทาง เพื่อความปลอดภัย


  🌂 หากมีความคืบหน้าหรือการเปลี่ยนแปลงการให้บริการ ทางเรือนจำกลุ่มลาดยาวจะแจ้งให้ทราบต่อไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #น้ำท่วม69














ปล่อยตัว “อารีฟ” หลังถูกคุมขังครบโทษ 3 ปี คดี ม.112 เดินลุยน้ำออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

 


ปล่อยตัว “อารีฟ” หลังถูกคุมขังครบโทษ 3 ปี คดี ม.112 เดินลุยน้ำออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ


วันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 08.03 น. “อารีฟ” วีรภาพ วงษ์สมาน ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังครบกำหนดโทษจำคุก 3 ปี ในคดีมาตรา 112 จากกรณีพ่นสีสเปรย์ข้อความเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์บริเวณแยกดินแดง ระหว่างการชุมนุมในปี 2564 โดยอารีฟเดินลุยน้ำท่วมออกจากเรือนจำที่สูงเกือบถึงเอว


ตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนทยอยเดินทางมารอรับบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยมี “อาเล็ก” โชคร่มพฤกษ์, “นัท” ธีรเมท และ “ซาร่า” มาร่วมรอรับ ก่อนที่ “ซี” จันทนา จะตามมาสมทบ จากนั้นเมื่อเวลา 08.03 น. อารีฟเดินลุยน้ำออกจากเรือนจำ ท่ามกลางประชาชนที่เข้าสวมกอด แสดงความยินดี และให้กำลังใจหลังได้รับการปล่อยตัว


ขณะเดียวกัน บริเวณเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 72 เซนติเมตร หรือเกือบถึงเอว รถหลายคันถูกน้ำท่วมเกือบจม รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้ ต้องใช้รถขนาดใหญ่และเรือในการเดินทาง โดยเจ้าหน้าที่ใช้รถขนาดใหญ่เวียนรับส่งบุคลากรเข้าออกพื้นที่


อารีฟให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการปล่อยตัวที่ “ชุ่มฉ่ำมาก” และอยากกลับบ้านไปเจอลูก พร้อมเล่าถึงสถานการณ์น้ำท่วมในเรือนจำว่าค่อนข้างลำบาก ตัวเขาและผู้ต้องขังคดี ม.112 นอนชั้นล่างกันหมด พอน้ำเข้าห้องต้องอพยพไปนอนข้างบนเป็นสายกลาง คือจะมีห้องสองฝั่งและจะมีสายกลางเป็นทางเดิน ก็จะนอนตรงทางเดิน ตอนนี้ข้างในน้ำท่วมเท่าเข่าแล้ว การเข้าห้องน้ำก็ค่อนข้างแย่ เพราะมีการจำกัดการใช้น้ำ เนื่องด้วยเครื่องปั่นไฟและเครื่องปั๊มน้ำอยู่ค่อนข้างต่ำ ส่วนกิจกรรมในเรือนจำก็งดทั้งหมด ขณะที่น้ำและอาหารยังมีให้รับประทาน แต่มีปริมาณจำกัดกว่าเดิม


อารีฟยังถือจดหมายที่ประชาชนส่งมาให้กำลังใจผู้ต้องขังทางการเมืองติดตัวออกมาด้วย พร้อมภาพวาดที่ “Backart” ผู้ต้องขังคดี ม.112 อีกคน วาดให้อารีฟ


จากนั้นอารีฟเดินทางออกจากบริเวณเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มายังริมถนนงามวงศ์วาน โดยโบกรถขนาดใหญ่ของเรือนจำที่กำลังสัญจรออกจากพื้นที่เพื่อขอโดยสารออกมา และมีพ่อของอารีฟมารอรับ ก่อนวิดีโอคอลให้เขาพูดคุยกับลูก จากนั้นจึงเดินทางกลับบ้าน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #มาตรา112


















วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

ร่วมมื้ออาหารเย็นที่อานนท์ชอบกิน ซอยจุ๊ เนื้อย่าง ต้มแซ่ป ไก่ทอด กุ้งแช่น้ำปลา น้ำพริกหนุ่ม ในงาน UNFORGOTTEN: 3 ปีที่อานนท์ นำภาอยู่ในเรือนจำ

 


ร่วมมื้ออาหารเย็นที่อานนท์ชอบกิน ซอยจุ๊ เนื้อย่าง ต้มแซ่ป ไก่ทอด กุ้งแช่น้ำปลา น้ำพริกหนุ่ม ในงาน UNFORGOTTEN: 3 ปีที่อานนท์ นำภาอยู่ในเรือนจำ


วันนี้ (26 กันยายน 2569) 13.00-19.00 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน iLaw และแนวร่วมฯ จัดงาน UNFORGOTTEN: 3 ปีที่อานนท์ นำภาอยู่ในเรือนจำ ร่วมฉายภาพและถ่ายทอดเรื่องราวของอานนท์ นำภา ให้เรื่องราวของเขาได้ถูกปลดปล่อย ได้ออกมามีชีวิตนอกกรงขังอีกครั้ง ผ่านมุมมองของคนใกล้ชิดในเสวนา STORIES OF ARNON: วงคุย “เล่าเรื่องอานนท์ มองเรื่องมาตรา 112”


โดยมีการจัดอาหารมื้อเย็นเบี้ยงผู้ร่วมงาน ซึ่งเป็นอาหารที่อานนท์ชื่นชอบทั้งนั้น


โดยช่วงท้ายของงานจะเป็นการ“แถลงเชิญชวนปลดปล่อยนักโทษการเมืองเนื่องในโอกาส 50 ปี 6 ตุลา”


50 ปี 6 ตุลา 50,000 ชื่อ รื้อกฎหมายคณะรัฐประหาร ร่วมลงชื่อออนไลน์ได้ที่ https://decoup6octsins.com/


สำหรับอานนท์ เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 69 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนคดี #ม112 ของอานนท์ นำภา จำคุก 2 ปี กรณีปราศรัยในการชุมนุมที่หอศิลป์ มช. เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 63 กล่าวถึงประเด็นการเปลี่ยนแปลงการจัดการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในรัชกาลปัจจุบัน


คดีนี้เป็นคดีมาตรา 112 คดีแรกของอานนท์ ที่มีคำพิพากษาในระดับชั้นอุทธรณ์ จากทั้งหมด 14 คดีที่เขาถูกกล่าวหา โดยในจำนวนนี้มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นไปแล้วจำนวน 11 คดี ทุกคดีอานนท์ต่อสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์ ขณะนี้เขาถูกศาลชั้นต้นพิพากษาโทษจำคุกรวมกันทุกคดีเป็น 28 ปี 45 เดือน 20 วัน หรือประมาณ 31 ปี 9 เดือนเศษ


ทั้งนี้อานนท์ นำภา ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2566 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาครบ 3 ปีแล้ว ในวันนี้ (26 ก.ย. 69) 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #อานนท์นำภา #มาตรา112