วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เปิดตัวแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ” ล่า 5 หมื่นรายชื่อ เสนอร่างกฎหมายยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 คืนเสรีภาพ คืนอำนาจให้ประชาชน

 


เปิดตัวแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ” ล่า 5 หมื่นรายชื่อ เสนอร่างกฎหมายยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 คืนเสรีภาพ คืนอำนาจให้ประชาชน


วันนี้ (5 กรกฎาคม 2569) เวลา 13.00 - 17.30 น. ห้อง LT1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีกิจกรรม “ครึ่งศตวรรษรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ถึงเวลาลบมรดกบาป” ร่วมทบทวนประวัติศาสตร์ ทำความเข้าใจผลพวงของรัฐประหาร และร่วมแลกเปลี่ยนถึงแนวทางการลบ “มรดกของคณะรัฐประหาร”


สืบเนื่องจากในปี 2569 นี้ กำลังจะครบ 50 ปีหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แต่ผลพวงจากการรัฐประหารและการแก้ไขกฎหมายโดยคณะรัฐประหาร ที่เพิ่มโทษขั้นต่ำของมาตรา 112 ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญโทษจำคุกหนักขึ้น จากการใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน


เครือข่ายฯ มีการเปิดแคมเปญให้ร่วมลงชื่อเสนอกฎหมาย เพื่อยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 โดยระบุว่าเป็นกฎหมายที่ไม่มีความชอบธรรมด้านที่มา และเนื้อหาเป็นการจำกัดเสรีภาพของประชาชนเกินสมควร เพื่อลบล้างมรดกทางกฎหมายของการรัฐประหารในครั้งนั้น และแก้ไขอัตราโทษของความผิดในประมวลกฎหมายอาญาให้เหมาะสม


ภายหลังจากวงเสวนาที่ห้อง LT1 คณะนิติศาสตร์ แล้วเสร็จ เวลาประมาณ 17.00 น. มีการเดินขบวนไปยังประติมานุสรณ์ 6 ตุลา ใกล้หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่ออ่านแถลงการณ์เปิดแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ” ก่อนยุติกิจกรรม


โดยแถลงการณ์ มีรายละเอียดดังนี้


แถลงการณ์เปิดแคมเปญ "ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ"


หลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มักถูกกล่าวถึงในฐานะหน้าประวัติศาสตร์อันโศกเศร้าในฐานะบทเรียนความรุนแรงของรัฐ แต่สำหรับพวกเราที่ชีวิตถูกหักรากถอนโคนด้วยน้ำมือของเผด็จการ อีกทั้งมรดกบาปของการรัฐประหารในวันนั้น ยังคงฝังรากลึกและทำหน้าที่กดทับสิทธิเสรีภาพของประชาชนไทย อยู่จนถึงวินาทีนี้


ในตอนเย็นของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ได้มีการก่อการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ระหว่างการปกครองโดยคณะรัฐประหารได้มีการออกคำสั่งของคณะหลายฉบับ หนึ่งในนั้นคือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งแก้ไขโทษของกฎหมายหลายมาตราให้สูงขึ้นทั้งหมิ่นศาลหมิ่นประมาทและอื่น ๆ รวมถึงมาตรา 112 ที่ต่างเป็นสาเหตุของคดีทางการเมืองและผู้ต้องขังทางการเมืองจำนวนมากในปัจจุบัน


จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้ คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินไม่มีอยู่แล้ว แต่ผลพวงของกฎหมายยังคงอยู่ และยังมีการทำรัฐประหารซึ่งฉุดรั้งประเทศมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องด้วยโอกาสครบรอบ 50 ปีนี้ เราจึงอยากให้ 6 ตุลาเป็นวาระให้รับใช้ประชาชน โดยการร่วมกันยกเลิกประกาศดังกล่าว “ทั้งฉบับ”


นี่ไม่ใช่แค่การลบมรดกบาปในช่วงเวลาดังกล่าวเท่านั้น แต่เป็นการปักธงว่า คณะรัฐประหารและกฎหมายของพวกเขาที่ไม่ได้มาจากประชาชนเป็นสิ่งที่ “มิอาจยอมรับได้และไม่ควรมีที่ยืนในสังคม” อีกต่อไป


พวกเราจึงอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมลงชื่อ เพื่อยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองฉบับที่ 41 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม ไม่ว่าจะเป็นพวกเราหรือคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เราต่างได้รับผลกระทบของรัฐประหารด้วยกันทั้งนั้น การผสานพลังของพวกเราจะช่วยให้ประเทศไทย เป็น “ประชาธิปไตยขึ้นอีกก้าว” มาร่วมลงชื่อด้วยกัน เพื่อลบมรดกบาปรัฐประหารและเขียนอนาคตด้วยประชาชน


ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา

คืนเสรีภาพ คืนอำนาจให้ประชาชน

ขอบคุณ


ร่วมลงชื่อลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา 2519 ได้ที่เว็บไซต์:

https://decoup6octsins.com


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ลบมรดกบาป6ตุลา #50ปี6ตุลา #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา









“ครึ่งศตวรรษรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ถึงเวลาลบมรดกบาป” ฉายสารคดี ‘นิรโทษกรรม จำเลยคดี 6 ตุลา’ ล้อมวงคุย ‘ประวัติศาสตร์การใช้มาตรา 112’ เปิดตัวแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา” ลงชื่อยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2519 เพิ่มโทษขั้นต่ำคดี ม.112

 


“ครึ่งศตวรรษรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ถึงเวลาลบมรดกบาป” ฉายสารคดี ‘นิรโทษกรรม จำเลยคดี 6 ตุลา’ ล้อมวงคุย ‘ประวัติศาสตร์การใช้มาตรา 112’ เปิดตัวแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา” ลงชื่อยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2519 เพิ่มโทษขั้นต่ำคดี ม.112


วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 - 17.30 น. ห้อง LT1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีกิจกรรม “ครึ่งศตวรรษรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ถึงเวลาลบมรดกบาป” ร่วมทบทวนประวัติศาสตร์ ทำความเข้าใจผลพวงของรัฐประหาร และร่วมแลกเปลี่ยนถึงแนวทางการลบ “มรดกของคณะรัฐประหาร”


สืบเนื่องจากในปี 2569 นี้ กำลังจะครบ 50 ปีหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แต่ผลพวงจากการรัฐประหารและการแก้ไขกฎหมายโดยคณะรัฐประหาร ที่เพิ่มโทษขั้นต่ำของมาตรา 112 ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญโทษจำคุกหนักขึ้น จากการใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน


เครือข่ายฯ มีการเปิดแคมเปญให้ร่วมลงชื่อเสนอกฎหมาย เพื่อยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 โดยระบุว่าเป็นกฎหมายที่ไม่มีความชอบธรรมด้านที่มา และเนื้อหาเป็นการจำกัดเสรีภาพของประชาชนเกินสมควร เพื่อลบล้างมรดกทางกฎหมายของการรัฐประหารในครั้งนั้น และแก้ไขอัตราโทษของความผิดในประมวลกฎหมายอาญาให้เหมาะสม


สำหรับกิจกรรมในวันนี้ มีการฉายสารคดี ‘นิรโทษกรรม จำเลยคดี 6 ตุลา’ และมีวงคุยหลังสารคดี โดย ชัยธวัช ตุลาธน และ วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ อดีตจำเลยคดี 6 ตุลา


ต่อด้วยวงเสวนา ‘ประวัติศาสตร์การใช้มาตรา 112’ โดย บุณยนุช มัทธุจักร จาก iLaw, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ธงชัย วินิจจะกูล อดีตจำเลยคดี 6 ตุลา, สราวุทธิ์ กุลมธุรพจน์ อดีตจำเลยในศาลทหารเชียงราย และ จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ จำเลยในยุคราษฎร 2563 ร่วมพูดคุยในประเด็นที่มาของคำสั่งคณะปฏิวัติ การถูกดำเนินคดีในช่วง 6 ตุลา 2519 ช่วงรัฐประหาร 2557 และช่วงปี 2563


จากนั้นมีการอธิบายร่างกฎหมาย โดย ธีรภพ เต็งประวัติ ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าวว่า เรามีเป้าหมายจำนวน 50,000 ชื่อในการเสนอชื่อต่อรัฐสภา เพื่อเสนอยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 เพื่อคืนมาตรฐานโทษที่เป็นธรรม โดยเฉพาะในข้อหามาตรา 112 เพื่อให้โทษกลับไปสู่ “ไม่เกิน 7 ปี” ไม่ใช่ “3–15 ปี” ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าข้อเสนอเดิมเกี่ยวกับมาตรา 112 จะถูกทิ้งไป แต่ในครั้งนี้เพื่อให้มีการทบทวนและถกเถียงเกี่ยวกับคำสั่งของคณะปฏิวัติฯ ฉบับดังกล่าวในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ


จากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. มีการเดินขบวนไปยังประติมานุสรณ์ 6 ตุลา ใกล้หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่ออ่านแถลงการณ์เปิดแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ” ก่อนยุติกิจกรรม


ร่วมลงชื่อลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา 2519 ได้ที่เว็บไซต์:

https://decoup6octsins.com


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ลบมรดกบาป6ตุลา






























วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

วงพูดคุย “อหังการแห่งเสียงหัวเราะ: ปฏิบัติการต่อต้านอำนาจแบบชวนหัว” ในวันเปิดนิทรรศการ “เกรียนบ้าน เกรียนเมือง”

 


วงพูดคุย “อหังการแห่งเสียงหัวเราะ: ปฏิบัติการต่อต้านอำนาจแบบชวนหัว” ในวันเปิดนิทรรศการ “เกรียนบ้าน เกรียนเมือง”


วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ KINJAI CONTEMPORARY มีงานเปิดนิทรรศการ “เกรียนบ้าน เกรียนเมือง (Parodical Exhibition)” โดยพิพิธภัณฑ์สามัญชน และกลุ่มอิสระล้อการเมือง แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนมารับชมผลงานศิลปะล้อเลียนและเสียดสีการเมืองที่ถ่ายทอดมุมมองร่วมสมัยผ่านอารมณ์ขัน ความคิดสร้างสรรค์ และการตั้งคำถามต่อสังคม


เวลา 16.00 น. มีวงพูดคุยในชื่อว่า “อหังการแห่งเสียงหัวเราะ: ปฏิบัติการต่อต้านอำนาจแบบชวนหัว” ร่วมพูดคุยกับนักวิชาการ และนักปฏิบัติการที่เคยใช้อารมณ์ขันและการเสียดสีเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมือง ว่าด้วยพลังของเสียงหัวเราะ ซึ่งเป็นการแสดงออกตามปกติของมนุษย์ที่มีต่อระบอบการปกครองหรือสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่เป็นปกติ


โดยมีผู้ร่วมพูดคุย ได้แก่ จันจิรา สมบัติพูนศิริ นักวิชาการจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เขียนหนังสือหัวร่อต่ออำนาจ, สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้สร้างปรากฏการณ์ “กินแม็คต้านรัฐประหาร” และแต่งคอสตูม “คนตกงาน” เพื่อทวงถามเงินที่ถูกอายัดจาก พล.อ.ประยุทธ์ และ ธันชนก สุวรรณจินดา กลุ่มอิสระล้อการเมืองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่กำลังเตรียมขบวน “ล้อการเมือง” สำหรับงานบอลครั้งต่อไป


สำหรับนิทรรศการเปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 (หยุดทุกวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 11.00–18.00 น. KINJAI CONTEMPORARY (MRT สิรินธร ทางออก 1)


ติดตามรับชมรับฟังวงพูดคุยได้ที่

https://www.youtube.com/live/4nWQEfzFTVM?si=sQOxn6MHxb1qyPGQ


#UDDnews  #ยูดีดีนิวส์ #เกรียนบ้านเกรียนเมือง