นพ.เหวง
โตจิราการ :
ยืนยันอุดมการณ์ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าไม่สำเร็จไม่ถอยหลังเป็นอันขาด
ปราศรัยในงาน
“2 ทศวรรษ แห่งการต่อต้านรัฐประหารของ นวมทอง ไพรวัลย์ นักต่อสู้สามัญชน” 20 ปี
ต่อต้านรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
ณ
สดมภ์อนุสรณ์ นวมทองไพรวัลย์
ถนนวิภาวดีรังสิต
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
เมื่อ
31 ตุลาคม 2569
ท่านอาจารย์สันต์
ครูประทีป อาจารย์ธิดา รวมทั้ง สส. สว. ที่ยังคงอยู่นะครับ
รวมทั้งพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ตรงหน้าสนง.ไทยรัฐ
และที่รับชมการถ่ายทอดทั่วประเทศที่เคารพ ผมเป็นคนพูดคนสุดท้าย
ก็พยายามจะนึกประเด็นว่าจะพูดประเด็นอะไรดี
สุดท้ายก็เลยคิดว่าควรจะพูดเอาประเด็นสำคัญที่สุดของลุงนวมทอง
สำหรับผมคิดว่าประเด็นที่สำคัญที่สุดคือคำพูดที่ท่านว่า
“ชาติหน้าเกิดมาคงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก” ถ้าท่านเห็นด้วยกับผม
เป็นการยืนยันว่าประเทศไทยไม่ควรจะต้องมีการปฏิวัติอีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าท่านไม่เห็นด้วยแปลว่าท่านประสงค์ที่อยากจะให้มีการปฏิวัติอีกต่อไป
หรือท่านคิดว่าหมดสิ้นหนทางในการที่จะยุติการปฏิวัติอีกต่อไป ผมก็เลยคิดประเด็นนี้
ผมพยายามคิดสืบทอดต่อจากลุงนวมทอง ด้วยญาณวิถีใดก็แล้วแต่
ผมเชื่อว่าท่านคงติดตามพวกเราอยู่ในวันนี้
“ชาติหน้าเกิดมาคงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก”
ทีนี้จะทำอย่างไร? เรื่องนี้ไม่ยาวเลยครับ ผมว่าไม่ยาก แต่ทำลำบาก คือการยึดอำนาจแบบเก่า
ๆ ที่ทหารจะใช้รถถังออกมาแล้วไปยึดสถานีวิทยุกระจายเสียง ไปยึดที่โน่นที่นี่
ยึดถนนหนทางอะไรต่าง ๆ เคลื่อนพลจากภาคเหนือมา จากภาคใต้มา จากราบ 11 มา
ผมคิดว่าเป็นไปได้ยากมากขึ้น เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นประชาชนจะต่อต้านอย่างรุนแรง
พวกทหารเผด็จการเขาฉลาด
เขาก็เลยซ่อนการยึดอำนาจเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ ท่านจะเห็นอย่างชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญปี
60 มันซ่อนวิญญาณของการยึดอำนาจปี 57 หรือกล่าวโดยสรุปคือ
ซ่อนวิญญาณของการรัฐประหารยึดอำนาจตลอด 20 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 2549
สิ่งสำคัญที่สุด อาจารย์ธิดาได้พูดไปบ้างแล้ว
ก็คือเราต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดการเลือก สสร.
เพื่อให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เราต้องทำให้ได้ ส่วนจะทำอย่างไร เราคงไปหารือกันนอกรอบต่อไป
แต่เราต้องปักอุดมการณ์ไว้ก่อนว่าพวกเราทุกคนปักใจที่จะให้มีการเลือก สสร.
เพื่อยกมีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมา
ผมค่อนข้างเป็นห่วง
คนไทยมีข้อดีเยอะ แต่มีจุดอ่อนคือลืมง่าย! เราอาจจะเคยไปลงคะแนนเสียง 21.6
ล้านเสียง บอกว่าเราต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
แต่วันนี้ผมถามว่าใครโกรธแค้นถึงขั้นที่ว่า ทำไมมีขยับสักที มีใครสักกี่คน
ฉะนั้นพวกเราต้องปักใจให้ลึกเลย อุดมการณ์ในการที่จะให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ถ้ายังไม่สำเร็จเราจะต้องไม่ถอยหลังเป็นอันขาด
เราต้องคิดคร่าว
ๆ เอาไว้ก่อนว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่เราต้องการจะเป็นยังไง?
ในวันนี้ประชาชนต้องส่งเสียงออกมาว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่พวกเราต้องการ หน้าตา ท่าทางจะเป็นอย่างไรบ้าง?
สำหรับผมก็คือว่า 1) ถ้าจะมี สว. ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ
แต่สำหรับผมจริง ๆ แล้วผมไม่เอา สว. ครับ เหตุผลที่ผมไม่เอา สว.
เพราะผมมีชีวิตยาวนานพอที่จะรู้รายละเอียดของปี 35, ปี 40 ปีนั้นมีการเลือก สสร.
มายกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่าคณะกรรมการ สสร. ในปีนั้นเขามีทัศนคติที่ผมคิดว่าไม่ถูก
คือไปดูถูกดูแคลนประชาชน เห็นว่าประชาชนซื้อเสียงได้ สส. มาจากการซื้อเสียง
เพราะฉะนั้น สส. ที่มาจากการซื้อเสียงมันก็มาถอนทุนคืน คนที่ยกร่างรัฐธรรมนูญปี 40
ตรงนี้เป็นจุดอ่อนของเขา
ดังนั้นปี
40 ก็เลยมีองค์กรอิสระขึ้นมาควบคุม สส. เพราะคิดว่า สส. เป็นพวกขี้โกง
หาเสียงโดยการซื้อเสียง ต้องมีคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบควบคุม
แล้วก็ต้องมีอีกองค์กรที่เลือกคณะกรรมการอิสระในลักษณะที่ได้ดุลกับ สส.
เลยเป็นที่มาของ สว. เลือกตั้ง
เริ่มต้นจากองค์กรอิสระก่อน
องค์กรอิสระเริ่มมาจากดูแคลนประชาชนก่อน ดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลน เหยียดหยามประชาชน
หาว่าประชาชนขายเสียงก็เลยไปเลือก สส. มา นี่คือความเห็นส่วนตัวผมในประเด็นที่เป็นจุดอ่อนมาก
จึงเป็นที่มาขององค์กรอิสระ
ตอนแรกดูสวย
ดูดี แต่พอคณะรัฐประหารยึดอำนาจเขายึดองค์กรอิสระเลย แล้วเขาก็ตั้ง สว. เลย ปี 50
เขาตั้งครึ่งหนึ่ง ดูคล้าย ๆ ดูจะดี แต่ว่า สว. ที่เหลือก็ไม่มีอำนาจไปต่อรองกับ
สว.แต่งตั้ง โดยคณะรัฐประหาร องค์กรอิสระทั้งหลายก็เลยถูกคณะรัฐประหารยึดไปเลย
พอมาปี
60 ยิ่งหนักใหญ่เลย ให้ สว. เลือกตามกลุ่มอาชีพ ท่านก็เห็นการฮั้ว สว. ชัด ๆ
หลักฐานเยอะแยะไปหมด แต่ผมดูแล้วความหวังริบหรี่ในการที่จะเอา สว.ฮั้ว
มาลงโทษตามกฎหมาย อย่างเก่ง 77 คนหรือเทาไหร่ผมจำไม่ได้ จาก 296 คน
ผมว่าในที่สุดไม่รู้มันจะไปถึงที่สุดหรือเปล่า ผมดูแล้วคงจะไปไม่ถึงที่สุด
ดังนั้นความเห็นส่วนตัวผมนะ เราต้องส่งเสียงดัง ๆ ออกมา 1) ต้องไม่มีองค์กรอิสระ
หรือถ้าจะมีองค์กรอิสระนั้นต้องมาจากประชาชนโดยตรง ไม่ใช่มาจากการคัดเลือกโดย
สว.เลือกตั้งก็ดี หรือ สว.แต่งตั้งก็ดี
2)
ผมเห็นว่าไม่ควรจะมี สว. ครับ เพราะขณะนี้ความตื่นตัวของประชาชนสูงมาก ดูจาก 21.6
ล้านเสียงที่ยกมือให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แปลว่าประชาชนมีจิตสำนึกทางการเมือง
21.6 ล้านเสียง เทียบกับ 11 ล้านเสียง ก็คือ 2/3 หรือเกือบ 70%
ของประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองแล้ว แปลว่าประชาชนเขาเลือกจากคุณงามความดี
จากนโยบายของ สส. เขาไม่เลือกไอ้พวกขี้โกงเป็นอันขาด ผมเชื่อของผมนะ
เราต้องเร่งรีบให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร.
แต่เราต้องส่งเสียงด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรจะต้องมีเนื้อหาสำคัญอะไรบ้าง
สำหรับผม ตัวสำคัญคือองค์กรอิสระ
ในวันนี้อำนาจอธิปไตยของประชาชนทั้งหลายจริง
ๆ แล้ว องค์กรอิสระไม่กี่คน บางองค์กร 5 คน บางองค์กร 7 คน หรือ 10 กว่าคน
สามารถคว่ำคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนจำนวนหลายล้านเสียง หลายแสนเสียง ได้อย่างง่ายดาย
อย่างยุบพรรค ง่าย ๆ เลย ไม่กี่คนยกมือยุบพรรคได้ ทั้ง ๆ ที่ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกมา
15 ล้านเสียง ส่วนตัวผม
ถ้าจะมีองค์กรอิสระต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือโดยอ้อมของประชาชน
เรื่องที่
2 ก็คือว่า สว. ผมไม่เห็นด้วยที่จะมี สว. ถ้าอยากจะมี สว.
ก็ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ผมพูดคร่าว ๆ ในเรื่องรัฐธรรมนูญตรงนี้ก่อน
ประการต่อมาก็คือว่า ถ้าเราปล่อยสถานการณ์ทางการเมืองอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ
ผมว่ามันสิ้นหวัง ถึงแม้อาจารย์ธิดาจะพูดถึงประกายไฟ มีคบไฟ 21 ล้านเสียง
แต่ผมดูแล้วมันสิ้นหวัง เพราะผมดูแล้ว สว.ฮั้ว ในที่สุดก็จับใครลงโทษไม่ได้เหมือนจีนเทา
แล้วเรื่องเขากระโดง ศาลฎีกาท่านมีคำพิพากษาชัดเจนว่าต้องคืนให้กับแผ่นดิน
ยังเงียบ!!! แล้วดูเรื่องการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ชัด ๆ อยู่แล้วว่ามีการโกง
สุดท้ายไปถึงไหน? เท่าที่ผมจำได้ก็คือรวบรวมพยานหลักฐานไม่ทัน ในที่สุดต้องปล่อยไป
เพราะฉะนั้นเราปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้
ผมจึงอยากให้กำลังใจ สส. ผมไม่ได้เชียร์พรรคการเมืองฝ่ายไหนทั้งสิ้น แต่ผมอยากให้
สส. และ สว. ทำหน้าที่ เอาเรื่องฮั้ว สว. เอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ 2) เรื่องจีนเทา
กวาดล้างให้หมดไปจากประเทศไทยให้ได้ 3) เรื่องการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
ต้องเอาตัวใหญ่ ๆ ที่อยู่เบื้องหลังดังกล่าวมาลงโทษให้ได้ และถ้าเป็นไปได้
ผมอาจจะฝันกลางวัน ผมอยากให้พรรคฝ่ายค้านทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันบาดแผลเต็มไปหมด
ให้อภิปรายอย่างมีคุณภาพ จนนำไปสู่การโหวตคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดปัจจุบัน
แล้วจะได้มีการเลือกตั้งใหม่ขึ้นมาได้
และถ้าหากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ขึ้นมา
เราก็ต้องเลือกพรรคการเมืองที่มีคุณภาพของฝ่ายประชาธิปไตย ให้มีเสียงข้างมากเกินกว่า
300 เสียง นี่เป็นความฝันฤดูร้อนของผม แต่ผมดูแล้วมันไม่มีทางอื่นเลยที่เราจะเดิน
เพราะว่าเราเดินสันติวิธีครับ เราเดินทางรัฐสภา เราเดินระบอบเลือกตั้ง
เราปฏิเสธโดยสิ้นเชิงในการต่อสู้ด้วยอาวุธ เส้นทางที่เราเดินก็มีเท่านี้แหละครับ
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าเราสามัคคีกันจริง
ๆ นะ ทำให้รัฐธรรมนูญปรากฏให้ได้ และฝากให้พรรคฝ่ายค้านทำหน้าที่ทางการเมืองให้มีประสิทธิภาพ
อภิปรายดี ๆ จนประชาชนเขาเห็นกระจ่างชัดเลย ผมเชื่อว่ารัฐบาลอยู่ไม่ได้ครับ
ผมก็ขออนุญาตพูดเพียงเท่านี้นะครับ สวัสดีครับ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คปช53 #นวมทองไพรวัลย์ #20ปีนวมทอง #20ปีนวมทองไพรวัลย์






















