พริษฐ์ ชี้ ‘ภูมิใจไทย’ เลิกขู่ฟ้องแล้วหันมาแจงปมฮั๊วสว. จี้ อนุทิน-พวก แจงปมฮั้วสว. จี้ ‘อนุทินพร้อมพวก’ เคลียร์เส้นทางการเงิน-ที่พัก เตือนกกต. ระวังโดนฟ้อง ม.157 หากตัดตอนช่วย "น้ำเงิน" เตรียมใช้กลไกสภาซักฟอก
วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.15 น.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)ให้สัมภาษณ์ภายหลังงานเปิดหลักฐานคดีฮั้วเลือก สว. ภาค 2 โดยเปิดเผยถึงการขยายผลข้อมูลในวันนี้ว่า ข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอต่อสาธารณะมีความมั่นใจว่าเป็นชุดข้อมูลที่มีอยู่ในสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อยู่แล้ว สาเหตุที่ต้องนำออกมาตีแผ่ต่อสาธารณะ เนื่องจากมีความกังวลว่าหน่วยงานตรวจสอบอาจทำหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา และเกรงว่าเรื่องจะไปไม่ถึงชั้นศาล
ทั้งนี้ นายพริษฐ์ ได้สรุปภาพรวมขบวนการโกง สว. ออกเป็น 5 ฉากสำคัญ 1.การวางแผน กำหนดแนวทางดำเนินการอย่างเป็นระบบ 2.การจัดตั้งและจ้างคนมาสมัคร ในระดับอำเภอ เพื่อไต่ระดับขึ้นสู่ระดับจังหวัด ซึ่งมีหลักฐานเส้นทางการเงินเชื่อมโยงชัดเจน 3. การกระจายไปเก็บตัวตามศูนย์ฮับโพล ก่อนวันเลือก สว. ระดับประเทศ 1-2 วัน 4.กระบวนการกลุ่มมวลชน ที่ใช้คนจากบริษัทชัดเจน มีคลิปปรากฏภาพประธานวุฒิสภาในขณะที่เป็นผู้สมัคร นำโพยมายื่นให้ กกต. 5.การบล็อกโหวตผ่านการประชุมที่โรงแรมพูลแมน ซึ่งเปรียบเสมือนการ "ปฐมนิเทศ สว." หลังการเลือก
"ผมคิดว่าการพยายามนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่า กระบวนการนี้ถูกกล่าวหาอย่างไร มีองค์ประกอบอย่างไร หลังจากนี้ผมคิดว่าเราก็ยังได้รับข้อมูลที่หลากหลายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผมจะทำหน้าที่ต่อไปในการนำเสนอภาพตรงนี้ให้ชัดขึ้น" นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ระบุว่าร่างคำฟ้องหมิ่นประมาทเรื่องฮั้ว สว. เสร็จเรียบร้อยแล้วและปล่อยให้ฝ่ายค้านหาแสงว่า ตอนนี้บุคคลที่ต้องเตรียมตัวมากกว่าคือ ผู้ที่ถูกกล่าวหาจากพรรคภูมิใจไทย ในการตอบคำถามที่ได้ตั้งไว้จากเวทีเสวนา ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ย้ำว่าบุคคลสาธารณะจากพรรคภูมิใจไทยควรออกมาชี้แจงข้อสงสัยของประชาชน โดยเฉพาะรายนามที่ถูกพาดพิง ไม่ว่าจะเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี, นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึง นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภา
นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอต่อสาธารณะมีความมั่นใจว่าอยู่ในสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่ยังกังวลคือหลักฐานเหล่านี้อาจไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาจนเรื่องไปไม่ถึงชั้นศาล พร้อมระบุว่าหลังจากนี้จะมีข้อมูลทยอยหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนจะทำหน้าที่นำเสนอให้สังคมเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อถามถึงความน่าเชื่อถือของพยานบุคคล นายพริษฐ์ กล่าวชี้แจงใน 3 ประเด็นหลัก 1. หลักฐานไม่ได้มีแค่พยานบุคคล แต่ยังรวมถึงเส้นทางการเงิน หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน และการจองที่พัก ซึ่งสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ 2. หลักฐานพิสูจน์ได้ แม้คำกล่าวอ้างของพยานจะเป็นคำพูด แต่เป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ได้ไม่ยาก เช่น สถานที่และเวลาในการนัดหมายรวมตัวตามโรงแรมต่าง ๆ 3. เหตุผลที่พยานส่วนใหญ่เป็นผู้สมัคร สว.เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวกับการเลือก สว. โดยตรง จึงเข้าใจได้ว่าผู้ที่มีข้อมูลคือผู้สมัคร ทั้งนี้ หลายคนมีสถานะเป็น สว.สำรอง หรือผู้สมัครที่ตกรอบไปแล้ว ซึ่งต่อให้มีการถอดถอน สว. ทั้งสภา บุคคลเหล่านี้ก็ไม่ได้กลับมาเป็น สว. อยู่ดี จึงอยากให้สังคมมองที่ "สาระของคำพูด" มากกว่า หากข้อมูลไม่จริงอีกฝ่ายควรออกมาชี้แจง การนิ่งเฉยยิ่งทำให้ข้อกล่าวหามีน้ำหนักมากขึ้น
ด้าน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่กรรมการ กกต. ระบุว่าต้องเร่งพิจารณาจากสำนวนเดิมเพราะได้เรียกผู้ถูกกล่าวหามาหมดแล้ว และการพิจารณานอกสำนวนจะไม่เป็นธรรมว่า กระบวนการทำงานของ กกต. ต้องใช้ "ระบบไต่สวน" ซึ่งหมายถึงการแสวงหาข้อเท็จจริงทุกรูปแบบ การออกมาตัดตอนพยานหรือปัดตกข้อมูลนอกสำนวนถือว่าผิดไปจากกระบวนการทางกฎหมาย
นายพริษฐ์ กล่าวเสริมถึงข้อกังวลกรณีที่ กกต. จะมีมติชี้ขาดว่า สิ่งที่กังวลที่สุดไม่ใช่การยกคำร้องทั้งหมดแบบโจ่งแจ้ง แต่เป็นการ "ตัดตอนแบบแนบเนียน" คือการส่งฟ้องบางคนและยกคำร้องบางคน โดยไม่ได้ตัดสินบนพื้นฐานของพยานหลักฐาน แต่ตัดสินจากความใกล้ชิดกับระบบอำนาจ โดยเป็นการ "สังเวยน้ำเงินอ่อนเพื่อปกป้องน้ำเงินเข้ม"
"ถ้า กกต. มีมติยกฟ้องบางคน สิ่งที่ต้องทำคือต้องดำเนินคดีกับ กกต. ฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 157)" นายพริษฐ์ กล่าว และว่าหากบุคคลที่เกี่ยวข้องรวมถึงนายอนุทินยังคงเก็บเงียบไม่ยอมออกมาชี้แจง ฝ่ายค้านจะยกระดับการตรวจสอบผ่าน การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะไม่จำกัดแค่ประเด็นโกง สว. เท่านั้น รวมถึงการใช้กลไกสภาอื่น ๆ เช่น การตั้งกระทู้ถามสดและการทำงานของคณะกรรมาธิการต่อไป



















