วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“เพื่อไทย” ปูพรมจอ LED ทั่วไทย ชู “ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เลือกเพื่อไทยสองใบให้ชนะขาด"

 


“เพื่อไทย” ปูพรมจอ LED ทั่วไทย ชู “ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เลือกเพื่อไทยสองใบให้ชนะขาด"


วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคเพื่อไทย สร้างแรงสั่นสะเทือนในช่วงโค้งสุดท้าย เดินเกมสื่อสารดิจิทัลแบบจัดเต็มด้วยการปูพรมโฆษณาผ่านจอ LED และจอดิจิทัลบิลบอร์ดหลายร้อยจุดทั่วประเทศ และทั่วทุกภาคของประเทศไทย ภายใต้แคมเปญ “ยศชนันทำได้” ของ พรรคเพื่อไทย และ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ปรากฏโฉมบนจุดยุทธศาสตร์สำคัญทุกทิศทาง เช่น กรุงเทพฯ ขอนแก่น โคราช นครศรีธรรมราช สงขลา เชียงใหม่ และ ลำปาง เป็นต้น  


ตอกย้ำการ “ยกเครื่องประเทศไทย” และสื่อสารตรงถึงคนเมืองและคนทุกรุ่นในทุกจังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจ และ การจดจำสูงสุดก่อนวันเข้าคูหาเลือกตั้ง


โดยปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย จะจัดวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ณ สนามเทพหัสดิน 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #เลือกตั้ง2569






















ปชน. กระจายกำลังทั่วไทยส่งท้ายคาราวานประชาชน “ศิริกัญญา-พิธา-ปิยบุตร-วิโรจน์” แท็กทีมใหญ่ปราศรัยขอนแก่น “ธนาธร” เคลื่อนไปฉะเชิงเทรา “พิจารณ์-ช่อ” ปราศรัยสมุทรสงครามเย็นนี้ “โรม” ลุยหาเสียงแม่ฮ่องสอน

 


ปชน. กระจายกำลังทั่วไทยส่งท้ายคาราวานประชาชน “ศิริกัญญา-พิธา-ปิยบุตร-วิโรจน์” แท็กทีมใหญ่ปราศรัยขอนแก่น “ธนาธร” เคลื่อนไปฉะเชิงเทรา “พิจารณ์-ช่อ” ปราศรัยสมุทรสงครามเย็นนี้ “โรม” ลุยหาเสียงแม่ฮ่องสอน


วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 คาราวานรถแห่เลือกอนาคตของพรรคประชาชนเดินหน้าต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 หลังจากคาราวานสายภาคใต้และสายภาคเหนือสิ้นสุดลง คงเหลือจำนวน 4 สายในวันนี้ ทุกสายได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีประชาชนโบกมือทักทาย นำอาหารและเครื่องดื่มมาให้เพื่อเป็นกำลังใจ


สำหรับคาราวานสายอีสานใต้ “คมแฝก” เดินทางไปที่จังหวัดร้อยเอ็ดและมหาสารคาม ก่อนที่ช่วงเย็นจะมารวมกับคาราวานสายอีสานเหนือ “นายฮ้อยทมิฬ” ที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อปราศรัยใหญ่ที่ตลาดต้นตาล อ.เมือง จ.ขอนแก่น นำโดย ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ของพรรคประชาชน, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียง


ด้านคาราวานภาคตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” นำโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง เดินทางไปที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส. ช่วงหนึ่งธนาธรได้พบประชาชนหลากหลายกลุ่มที่นำอาหารมามอบให้เป็นกำลังใจ ประชาชนคนหนึ่งกล่าวกับธนาธรด้วยความตื้นตันว่าติดตามมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ครั้งนี้ขอให้ไปได้ไกล


ขณะที่คาราวานภาคกลาง “มนต์รักลูกทุ่ง” นำโดย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค และ กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรค ช่วงเช้าเดินทางไปที่จังหวัดสมุทรสาครเพื่อช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส. โดยพิจารณ์กล่าวว่าการเลือกตั้ง 2566 ประชาชนมอบความไว้วางใจให้พรรคก้าวไกลมาแล้ว ครั้งนี้ขอความไว้วางใจอีกครั้ง เลือกพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบให้ถล่มทลายเพื่อให้เรามีเสียงมากเพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาลประชาชน ทั้งนี้ ช่วงเย็นจะมีการปราศรัยที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม นำโดย พิจารณ์, กรุณพล และ พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียง


ขณะที่ รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส. ของพรรคทั้ง 2 เขต ช่วงเช้าไปที่ อ.เมือง และช่วงบ่ายไปที่ อ.แม่สะเรียง โดยขึ้นรถแห่รอบเมือง มีประชาชนให้ความสนใจเข้ามาขอถ่ายรูปอย่างคึกคัก ทำให้คาราวานของพรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้สามารถเดินทางไปครบ 77 จังหวัดก่อนปิดท้ายที่เวทีปราศรัยใหญ่ ณ ศูนย์เยาวชน ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพมหานครในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน












พรรคประชาชนประกาศ "เปลี่ยน" จัดแคมเปญขึ้นบิลบอร์ดทั่วประเทศ ปลุกประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ 8 ก.พ.นี้

 


พรรคประชาชนประกาศ "เปลี่ยน" จัดแคมเปญขึ้นบิลบอร์ดทั่วประเทศ ปลุกประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ 8 ก.พ.นี้


วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2569) มีรายงานว่าตั้งแต่วันที่ 4-7 กุมภาพันธ์นี้ พรรคประชาชนปล่อยแคมเปญ "เปลี่ยน" หวังปลุกประชาชนทุกคน เปลี่ยนอนาคตประเทศผ่านปลายปากกาที่คูหาเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยขึ้นบิลบอร์ดทั่วประเทศในจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้

 

กรุงเทพ

ชลบุรี

พัทยา

เชียงใหม่

เชียงราย

ลำพูน

ลำปาง

นครศรีธรรมราช

อยุธยา

ภูเก็ต

สงขลา

สุราษฎร์ธานี

อุดร

ขอนแก่น

นครราชสีมา

สมุทรปราการ

นครปฐม

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน













ปชน. ร่วมเดินขบวนปลุกพลัง 8 กุมภาฯ กาเห็นชอบประชามติ “พริษฐ์” ย้ำต้องชนะให้ขาด เปิดประตูบานแรกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แก้วิกฤตประเทศ

 


ปชน. ร่วมเดินขบวนปลุกพลัง 8 กุมภาฯ กาเห็นชอบประชามติ “พริษฐ์” ย้ำต้องชนะให้ขาด เปิดประตูบานแรกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แก้วิกฤตประเทศ


วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ, ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร, เพียงพนอ บุญกล่ำ, ณัฐยา บุญภักดี, พิศาล มาณวพัฒน์, มุนินทร์ พงศาปาน, และมณิสรา บารมีชัย ร่วมกิจกรรม “ขบวนสุดท้าย ปล่อยท่าไม้ตายประชาชน” เพื่อเดินขบวนแสดงพลัง “กาเห็นชอบ” ประชามติให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยเริ่มเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปสิ้นสุดที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน


พริษฐ์เป็นตัวแทนของพรรคประชาชนในการขึ้นกล่าวบนเวทีหน้าหอศิลป์ฯ โดยระบุว่า วันนี้ตนมาในสองสถานะ หนึ่งคือตัวแทนของพรรคประชาชน เพื่อยืนยันว่าพรรคประชาชนสนับสนุนและเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนกาเห็นชอบในการทำประชามติรัฐธรรมนูญที่จะมาถึง แต่สถานะที่สองที่สำคัญกว่า คือการมายืนอยู่ตรงนี้ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง เพื่อมายืนยันว่าเป้าหมายในการมีกติกาสูงสุดของประเทศและระบบการเมืองที่โปร่งใส เป็นประชาธิปไตย และประชาชนพึ่งพาได้ ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นภารกิจของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เปรียบเทียบกับการแข่งขันฟุตบอล แต่ละทีมเวลาแข่งก็แข่งขันกันจริงจัง อาจจะมีการเขม่นกันบ้าง แต่เชื่อว่าถ้าเมื่อใดที่กติกาฟุตบอลไม่เป็นธรรม ไม่มีความโปร่งใส พวกเขาจะผนึกกำลังเพื่อร่วมกันแก้ไขแน่นอน  


พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า หลายคนชอบถามว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหาอะไร ทำไมถึงต้องแก้ ตนก็ต้องขอถามกลับว่าแล้วถ้าไม่แก้ เราจะต้องอยู่กับปัญหาอะไรบ้าง เราจะยังคงมี สตง. ที่เข้มงวดกับการตรวจใบเสร็จรับเงินของครูเวลาไปซื้ออุปกรณ์การเรียน แต่เมื่อการก่อสร้างตึกของตัวเองมีความหละหลวม กลับตรวจสอบได้ยาก เราจะยังคงมี ป.ป.ช. ที่พี่น้องประชาชนตั้งคำถามว่ายืนอยู่ข้างความโปร่งใสจริงหรือไม่ ในเมื่อมีกรณีทั้งคดีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน หรือกรณีล่าสุดอย่างการรับสินบนทองคำ เราจะยังมี สส. ที่เมื่อเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งสวมเสื้อพรรคหนึ่งหาเสียง แต่เมื่อได้รับเลือกตั้งไปแล้ว ผ่านไปไม่กี่เดือนกลับย้ายไปอยู่อีกพรรคหนึ่งเพื่อต่อรองผลประโยชน์ส่วนตน โดยไม่เคยมาขออนุญาตจากพี่น้องประชาชน เราจะยังมี สว. ที่อำนาจล้นฟ้า ชี้ขาดได้ว่าใครจะไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระ แต่กลับมีที่มาจากระบบที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน และสุ่มเสี่ยงต่อการฮั้ว และเราจะยังมี กกต. ที่ถึงแม้จะทำงานค้านสายตาพี่น้องประชาชนแค่ไหน ก็ถอดถอนไม่ได้ ถ้าย้อนกลับไปสมัยก่อนแล้วเราเปลี่ยน 1 ล้านแชร์บนเพจไอลอว์ในช่วงวันเลือกตั้งล่วงหน้า มาเป็น 1 ล้านรายชื่อที่เข้าชื่อยื่นถอดถอน ป่านนี้เราถอดถอน กกต. ไปได้แล้ว 50 ครั้ง ดังนั้น หลายปัญหาที่เราเผชิญกันอยู่ จะแก้ได้ ต้องแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น


พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับท่านที่ฟังมาถึงตอนนี้อาจจะถามต่อว่า เข้าใจปัญหาทั้งหมด แต่ถ้าจะแก้ ทำไมถึงไม่เสนอว่าจะแก้มาตราไหน ทำไมถึงไม่พูดให้ชัด ตนก็ต้องขอตอบกลับไปว่าอย่ามากล่าวหากันลอยๆ เพราะตนและพรรคประชาชนยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเข้าไปในสภาฯ เกือบ 20 ร่าง ทั้งการยกระดับสิทธิเสรีภาพ การปฏิรูปองค์กรอิสระ และการเพิ่มกลไกในการป้องกันการทุจริต ถ้านำมาเรียบเรียงต่อกันก็น่าจะพอคาดการณ์ได้ว่าเราอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร แต่เหตุผลที่เรายังไม่ได้ลงรายละเอียดในวันนี้ ก็เพราะหากเราเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จริง คนที่จะมาออกแบบว่าเนื้อหาจะเป็นอย่างไรไม่ใช่พรรคประชาชน แต่คือพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ 


แล้วสำหรับใครที่ยังถามต่อไปว่า ก็รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ทำไมถึงไม่แก้เป็นรายมาตรา ทำไมต้องมาจัดทำฉบับใหม่ ตนก็ต้องตอบกลับไปเช่นกันว่าเราพยายามแก้รายมาตรามาเกือบจะ 30 ครั้งแล้ว ถ้าเราจะพยายามแก้รายมาตราต่อไปควบคู่กับการจัดทำฉบับใหม่ ตนก็ยินดีและพร้อมเดินหน้า แต่จากประวัติที่ผ่านมา แต่ละพรรคการเมืองยื่นไปหลายร่าง ผ่านแค่ร่างเดียวคือการแก้ไขระบบเลือกตั้ง เพราะติดเงื่อนไขต้องขอเสียง 1 ใน 3 ของ สว. ดังนั้น แปลว่าถ้าเราเดินหน้าแก้ไขรายมาตรา คนที่จะมาชี้ขาดว่าเนื้อหาแบบใดแก้ได้หรือไม่ได้ ก็คือ สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่หากเราจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วไม่เติมเงื่อนไข 1 ใน 3 สว. เข้าไปอีก คนที่ชี้ขาดว่าเนื้อหาจะเป็นอย่างไรคือพี่น้องประชาชน ผ่านการทำประชามติ


พริษฐ์กล่าวสรุปว่า ดังนั้น การทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง มีอนาคตของประเทศ อนาคตของลูกหลานของพวกเราทุกคนเป็นเดิมพัน ถ้าเราชนะร่วมกัน เราจะนำพาประเทศไปสู่การเปิดประตูบานแรกจากอีกหลายๆ บานในการร่วมกันจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ถ้าเราแพ้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มีความเสี่ยงว่าเราจะแพ้ไปอีกนานและมีโอกาสสูงที่ประตูในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกปิดทุกบาน บางคนอาจจะบอกว่าแพ้แล้วก็ไปแก้รายมาตราไม่ได้หรือ ก็ต้องเรียนตามตรงว่าถ้าแพ้รอบนี้ และผลประชามติออกมาว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนเชื่อว่ามีคนในรัฐสภาพร้อมอยู่แล้วที่จะนำผลประชามติดังกล่าวมาตีความว่าประชาชนชื่นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้น จะเสนอแก้รายมาตราไหน เขาก็อาจจะไม่ยอมให้แก้ 


“ถ้าเราทุกคนอยากจะหลุดพ้นออกจากระบบการเมืองที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ที่เป็นผลผลิตของรัฐธรรมนูญ 60 วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้เราต้องมาร่วมกันชนะ และต้องชนะให้ขาด เพื่อให้เสียงและพลังของประชาชนมีมากพอในการไปยันกับผู้มีอำนาจในรัฐสภาและผู้มีอำนาจในองค์กรต่างๆ ที่ไม่อยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชนะให้ขาดเพื่อตอกย้ำให้เห็นชัดว่าประชาชนที่สนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้มีแค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และเราต้องร่วมกันชนะให้ขาด เพื่อตอกย้ำว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นฉันทามติใหม่ของคนไทยทุกคน ทุกรุ่น ทุกอาชีพ และทุกเฉดสีทางการเมือง ดังนั้น 8 กุมภาพันธ์นี้ มาร่วมชนะขาดไปด้วยกัน 8 กุมภาฯ กาเห็นชอบครับ” พริษฐ์กล่าว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน #ประชามติ2569