วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2569

นพ.เหวง โตจิราการ : 19 กันยายน 2549 : 20 ปี แห่งความพินาศย่อยยับของการเมืองไทย


19 กันยายน 2549

20 ปี แห่งความพินาศย่อยยับของการเมืองไทย


ตอนที่สาม : พวกขวาจัดอนุรักษ์นิยมทำลายเส้นทางประชาธิปไตยประชาชน เพื่อสร้างเส้นทางประชาธิปไตยขวาจัด


อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของประชาชนทั้งหลาย ในประวัติศาสตร์ระยะใกล้ของการเมืองไทยพิสูจน์ประจักษ์ชัดแจ้งโดยการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 40 พวกขวาจัดอนุรักษ์นิยมไม่ต้องการให้ประเทศและประชาชนไทยพัฒนาต่อไปบนเส้นทางนี้ และหวาดกลัวอย่างสุดขีดว่า ประเทศไทยและประชาชนไทยจะประสบผลสำเร็จในการแย่งยึดอำนาจจากพวกขวาจัดอนุรักษ์นิยมได้สำเร็จ


จึงก่อการยึดอำนาจรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โค่นล้มรัฐบาลทักษิณที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยรัฐธรรมนูญ 40 แล้วก็ใช้พวกขวาจัดอนุรักษ์นิยมจัดทำรัฐธรรมนูญฝ่ายขวาปี 2550 ขึ้น โดยกำหนดให้วุฒิสมาชิกครึ่งหนึ่งมาจากการแต่งตั้งของพวกเขา ทำให้พวกเขาสามารถยึดครององค์อิสระทั้งหมดเป็นของพวกเขา เพื่อกำหนดทิศทางทางการเมืองไปตามเส้นทางที่พวกเขาต้องการ พร้อมกับปิดหูปิดตาปิดปากมัดมือมัดเท้าประชาชนให้ไปลงประชามติรับรองรัฐธรรมนูญปี 2550 ของพวกเขา เพื่อที่จะได้แอบอ้างว่าได้รับการรับรองโดยการลงประชามติแล้วถือว่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว


นี่ทำให้ประชาชนที่รักประชาธิปไตยต่อต้านอย่างไม่ยอมจำนน และเพื่อให้สภาพที่กระจัดกระจายเป็นเบี้ยหัวแหลกหัวแตกของประชาชนที่ต่อต้านรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นปึกแผ่นเหนียวแน่นแสดงตัวได้อย่างมีพลัง จึงประกาศให้ผู้ต่อต้านคัดค้านรัฐธรรมนูญ 2550 ทุกคนให้ใส่ “เสื่อแดง”


คนเสื้อแดงจึงปรากฏขึ้นบนเส้นทางการต่อสู้ทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย คนเสื้อแดงจึงไม่ใช่ข้าช่วงใช้ หรือพวกหิวเงิน หิวอำนาจ หิวผลประโยชน์ หรือข้าทาสบริวารของพรรคการเมืองใด


“คนเสื้อแดง” คือผู้ที่มีจิตใจฮึกห้าวเหิมหาญในการประจัญบานกับพวกเผด็จการขวาจัดอนุรักษ์นิยม ผู้ใดแอบอ้าง “สีแดง” ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองส่วนตนหรือส่วนพวกพ้อง ล้วนเป็นพวกที่ไม่สุจริตทางการเมือง เป็นพวกแปลกปลอมทางการเมืองทั้งสิ้น


แม้กระนั้นประชาชนก็ยังเลือก สส.ฝั่งประชาธิปไตย มาบริหารประเทศชาติบ้านเมือง แต่พวกขวาก็ใช้อำนาจทางการเมืองที่สถิตย์ในองค์กรอิสระมาเล่นงานอำนาจทางการเมืองฝั่งประชาชนจนล้มรัฐบาลด้วยเรื่องทำกับข้าว เลือกตั้งใหม่ฝั่งประชาธิปไตยได้รับเลือกอีก ก็ล้มรัฐบาลด้วยการยุบพรรคจากการกล่าวหาว่าทุจริตเลือกตั้ง โดยมีการชุมนุมของมวลชนฝ่ายขวายึดทำเนียบ ยึดสนามบิน


หลังจากนั้นพวกฝ่ายขวาจงใจก่อให้เกิดรัฐบาลขวาขึ้น โดยเดินเรื่องให้ปีกขวาจัดในพรรครัฐบาลขณะนั้นตั้งพรรคใหม่ แล้วผลักดันให้พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นรัฐบาลขึ้นในค่ายทหารอย่างไม่อายฟ้าอายดิน นำมาซึ่งการต่อต้านอย่างร้อนแรงของฝั่งประชาธิปไตย


รัฐบาลอภิสิทธิ์โดยการอุปถัมภ์ของกองกำลังทหารขวาจัดได้อ้างอิง “การใส่ร้ายป้ายสีที่โกหกมดเท็จว่าฝั่งประชาชนมีกองกำลังติดอาวุธชายชุดดำ500คนเป็นพวกล้มเจ้า”


ตั้งศอฉ.ที่ออกคำสั่งใช้กองทัพไทยทั้งสามเหล่าทัพรวม สตช. เป็นจำนวนไม่ต่ำกว่าหกหมื่นคน กระสุนร่วมสองแสนนัด กระสุนเล็งยิงกว่าสองพันนัด กระสุนสไนเปอร์กว่าห้าร้อย เล็งยิงประชาชนสองมือเปล่าตายกลางกรุงเทพฯ ร่วมร้อยศพ  ทหารบนรถไฟฟ้าบีทีเอส หน้าวัดปทุมฯ ยิงประชาชนสองมือเปล่า ยิงหญิงพยาบาลที่ช่วยคนเจ็บสองมือเปล่าตายอย่างอำมหิตในหกศพวัดปทุมฯ แล้วยังเผาห้างเซนทรัลเวิลด์ ห้างเซน อาคารตลาดหลักทรัพย์ แล้วใส่ร้านป้ายสีว่าคนเสื้อแดง-นปช.ทำ จากนั้นก็จัด “บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” เพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมดไม่ให้สาวมาถึงพวกศอฉ.และรัฐบาลอภิสิทธิ์


แม้จะถูกทำลายอย่างยับเยิน การเลือกตั้งหลังจากที่ฝ่ายขวา รุมยิงนกในกรง/เผาเมืองหลวง” ประชาชนยังพร้อมใจเลือกพรรคฝั่งประชาธิปไตยอย่างท่วมท้น ทำให้กลุ่มทหารเผด็จการขวาจัดอนุรักษ์นิยมโกรธแค้นอย่างรุนแรง ก่อการเคลื่อนไหวกปปส. เพื่อสร้างเงื่อนไขยึดอำนาจอีกครั้ง เพราะยึดอำนาจปี 2549 ยังทำลายการเมืองระบอบประชาธิปไตยของประชาชนก้าวหน้าลงไปไม่ได้


พวกทหารเผด็จการขวาจัดอนุรักษ์นิยมจึงยึดอำนาจอีกครั้งเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 จากนั้นพวกเขาลงมือทำรัฐธรรมนูญ 2560 ทันที เนรมิต สว. มาจากการแต่งตั้งของพวกเขาที่มีอำนาจล้นฟ้า โหวตตั้งรัฐบาลได้ กำหนดองค์กรอิสระได้ และเพื่อให้ดูราวกับเป็นประชาธิปไตย จึงกำหนดให้ สว. มาจากการเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพ ซึ่งซ่อนเจตจำนงการเลือกพวกพ้องของตนไว้อย่างแนบเนียน จากนั้นก็ให้ลงประชามติแบบปิดหูปิดตาปิดปากมัดมือมัดเท้าเช่นเดิม เพื่ออ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย


ในที่สุดก็มาถึงปัจจุบันที่องค์กรอิสระก็ยังอยู่ในอำนาจของพวกขวาจัดอนุรักษ์นิยม


ที่หนักหนาสาหัสที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย คือการเลือก สว. ที่ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “ฮั้วสว. “เกิดขึ้น จนในทุกวันนี้ รัฐบาลก็เป็นรัฐบาลสีน้ำเงิน สว.ก็เป็นสว.สีน้ำเงิน เกิดเป็นสภาวะที่ เรียกกันว่า ระบอบสีน้ำเงิน” ครอบงำประเทศไทยอยู่ในทุกวันนี้ ทำให้ประเทศไทยถอยหลังลงคลองไปทั่วทุกด้าน จึงเป็น 20 ปี แห่งความพินาศย่อยยับของการเมืองไทยโดยแท้


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #19กันยา2549

นพ.เหวง โตจิราการ : 19 กันยายน 2549 : 20 ปี แห่งความพินาศย่อยยับของการเมืองไทย [ตอนที่สอง]



19 กันยายน 2549

20 ปี แห่งความพินาศย่อยยับของการเมืองไทย


ตอนที่สอง : รัฐธรรมนูญ 2540 รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่มาขององค์กรอิสระ


นายกฯ บรรหาร แก้ ม.211 ตามที่สัญญากับประชาชน จนได้ สสร. มาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ขึ้น แต่คณะนำของผู้ยกร่างมีรากฐานความคิดที่ไม่เชื่อมั่นในประชาชน โดยเชื่อสนิทใจว่า สส. จำนวนไม่น้อยได้มาโดยการซื้อเสียง


ดังนั้นต้องควบคุมตรวจสอบ สส. อย่างเข้มงวด/เคร่งครัด จึงเป็นที่มาขององค์กรอิสระทั้งหมดรวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญด้วย


จึงเกิดปัญหาว่า องค์กรอิสระที่จะเอาโทษ สส. ได้ ต้องมีที่มาไม่ด้อยกว่า สส.  วุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งจึงเป็นคำตอบ


รัฐธรรมนูญ 2540 จึงคลอดออกมาในสมัยรัฐบาล ชวลิต ยงใจยุทธ


การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 ทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกโดยเลือกนโยบาย


และก็พิสูจน์อย่างหนักแน่นว่าการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ระบอบรัฐสภาที่ประชาชนเลือกตั้งมา สามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติและประชาชนได้ (ยังมีต่อ)


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #19กันยา

นพ.เหวง โตจิราการ : 19 กันยายน 2549 " 20 ปี แห่งความพินาศย่อยยับของการเมืองไทย [ตอนที่หนึ่ง]


19 กันยายน 2549

20 ปี แห่งความพินาศย่อยยับของการเมืองไทย


ตอนที่หนึ่ง : เริ่มจากรัฐธรรมนูญ2540


หลังพฤษภา35 ฉลาด วรฉัตร เป็นหัวหอกทะลวงฟันให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับรสช.เพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรยกร่างเอง


แต่นายกฯ ชวน หลีกภัย ปฏิเสธ อ้างว่า มีรัฐธรรมนูญรสช.อยู่แล้ว มีมาตราบังคับการแก้ไขรธน.อยู่แล้ว ต้องทำไปตามนั้น  ทำให้เกิดการชุมนุมล้อมรอบ ฉลาด วรฉัตร มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เหตุการณ์ลุกลามบานปลายไปจนอาจจะเกิดกรณีฆ่าประชาชนซ้ำรอยขึ้นอีก เพราะกลุ่มเผด็จการทหารที่หลงเหลืออยู่ยังคงไม่พอใจเหตุการณ์ที่เกิด อาจใช้กำลังทหารมาฆ่าประชาชนซ้ำอีก


สมาพันธ์ประชาธิปไตย โดย หมอสันต์ หมอเหวง ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ที่บ้านซอยหมอเหล็ง สนทนากันตั้งแต่หัวค่ำจนสองนาฬิกาวันรุ่งขึ้น


นายกฯ ชวน ยอมรับในหลักการ เนื่องจากกรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นในสมัย ปรีดี พนมยงค์ แล้ว ใดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการย่อว่าเจ็ด ร.เรือ (รวบรวมเรียบเรียงเพื่อยกร่างเป็นรัฐธรรมนูญ)


นายกฯ ชวนขอให้สองหมอไปคุยกับคณะกรรมการบริหารประชาธิปัตย์ในสายวันนั้น สองหมอต้องการให้เหตุการณ์บ้านเมืองเรียบร้อย จึงตกลงไปพบกับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กับ กบ.ปชป. ต่อหน้าสื่อจำนวนเรือนร้อย


นายบัญญัติรับปากในตอนสายวันนั้น แต่บ่ายกลับโทรศัพท์ไปปฏิเสธกับสองหมอ อ้างว่าประธานสภา นายมารุต บุนนาค ตั้งคณะกรรมการพัฒนาการเมืองโดยมีหมอประเวศเป็นประธาน ใช้เวลาหลายเดือนจนได้เอกสารปึกใหญ่แต่ก็ "เก็บไว้ในลิ้นชัก"


แต่ระหว่างการยกร่างได้มีข้อสรุปว่า ต้องแก้ ม.211 ให้เลือก สสร.โดยตรง จากประชาชนเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ  เรื่องก็พับไป จนรัฐบาลชวนต้องยุบสภาด้วยเรื่อง สปก.4-01 ที่คนในพรรคประชาธิปัตย์ไปออกสปก.ให้กับคนสนิทของพรรค โดยไม่เป็นไปตามพรบ. สปก.4-01 พรรคพลังธรรมทำท่าจะยกมือคว่ำกลางสภา ทำให้ นายกฯ ชวน หลีกภัย ประกาศยุบสภาทันที


พรรคชาติไทยโดย นายบรรหาร จึงได้เข้ามาเป็นรัฐบาล เพราะประกาศนโยบายแก้ ม.211 เพื่อให้มีการเลือก สสร. จากประชาชนไปยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ (ยังมีต่อ)


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #19กันยา2549


 

เครือข่าย 6 ตุลาฯ ยื่นหนังสือ พรรคประชาชน เชิญร่วม “ลบมรดกรัฐประหาร” ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 41 ที่เพิ่มโทษกฎหมายโดยไม่ผ่านรัฐสภา

 


เครือข่าย 6 ตุลาฯ ยื่นหนังสือ พรรคประชาชน เชิญร่วม “ลบมรดกรัฐประหาร” ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 41 ที่เพิ่มโทษกฎหมายโดยไม่ผ่านรัฐสภา


วันที่ 22 กันยายน 2569 เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ นำโดย Thumb Rights, สุเทพ สุริยะมงคล ประธานชมรมโดมรวมใจ คนเดือนตุลาฯ และประชาชน เดินทางมายื่นหนังสือเชิญชวนพรรคการเมืองร่วม “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ คืนเสรีภาพให้ประชาชน” โดยเรียกร้องให้พรรคการเมืองในรัฐสภาร่วมกันยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งกลุ่มผู้ยื่นหนังสือระบุว่าเป็นคำสั่งที่แก้ไขเพิ่มโทษกฎหมายหลายมาตรา รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยไม่ได้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา


เมื่อเวลา 12.30 น. เครือข่ายฯ เดินทางไปยังที่ทำการพรรคประชาชนเพื่อยื่นหนังสือเช่นเดียวกับที่ยื่นต่อพรรคภูมิใจไทยเมื่อช่วงเช้า


โดยตัวแทนพรรคประชาชนกล่าวภายหลังรับหนังสือว่า เนื้อหามีรายละเอียดหลายประเด็นที่พรรคจำเป็นต้องตอบและแสดงจุดยืน โดยจะนำข้อเสนอจากภาคประชาชนเข้าสู่การหารือทั้งในระดับผู้บริหารพรรคและที่ประชุม สส. เพื่อพิจารณา อย่างไรก็ตาม ตัวแทนพรรคประชาชนระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประกาศจุดยืนต่อข้อเรียกร้องได้ เนื่องจากการรับหนังสือเป็นการรับในฐานะพรรคการเมือง ไม่ใช่ในนามบุคคล จึงจำเป็นต้องหารือกับทุกภาคส่วนอย่างรอบด้านก่อน และจะมีคำตอบต่อไป


สำหรับหนังสือ “เชิญชวนพรรคการเมืองมาร่วมลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ คืนเสรีภาพให้ประชาชน” ระบุว่า “หลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มักถูกกล่าวถึงในฐานะหน้าประวัติศาสตร์อันโศกเศร้าในฐานะบทเรียนความรุนแรงของรัฐ


แต่สำหรับพวกเราที่ชีวิตถูกหักรากถอนโคนด้วยน้ำมือของเด็จการ อีกทั้งมรดกบาปของการรัฐประหารในวันนั้น ยังคงฝังรากลึกและทำหน้าที่กดทับสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนไทยอยู่จนถึงวินาทีนี้


ในตอนเย็นของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ได้มีการก่อการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ระหว่างการปกครองโดยคณะรัฐประหารได้มีการออกคำสั่งของคณะหลายฉบับ หนึ่งในนั้นคือคำสั่งของ "คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41" ซึ่งแก้ไขโทษของกฎหมายหลายมาตราให้สูงขึ้น ทั้งหมิ่นศาล หมิ่นประมาทและอื่น ๆ รวมถึงมาตรา 112 ที่ต่างเป็นสาเหตุของคดีทางการเมืองและผู้ต้องขัง ทางการเมืองจำนวนมากในปัจจุบัน


จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้ คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินไม่มีอยู่แล้ว แต่ผลพวงของกฎหมายยังคงอยู่เนื่องด้วยโอกาสครบรอบ 50 ปีของเหตุการณ์นี้ เราจึงเห็นว่า มรดกจากการรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ดังกล่าวควรที่จะต้องถูกยกเลิก "ทั้งฉบับ" เพราะนอกจากจะเป็นการคืนเสรีภาพที่ถูกคณะรัฐประหารลิดรอนไปแล้วการลบมรดกบาปในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นการปักธงว่า คณะรัฐประหารและกฎหมายของพวกเขาที่ไม่ได้มาจากประชาชนเป็นสิ่งที่ "มิอาจยอมรับได้และไม่ควรมีที่ยืนในสังคม" อีกต่อไป


วันนี้เรามายื่นหนังสือต่อพรรคการเมืองที่มีตัวแทนจากการเลือกตั้งของประชาชนในรัฐสภา อันเป็นสถาบันที่มีหน้าที่ออกกฎหมาย เพื่อที่จะเชิญชวนพรรคการเมืองมามีส่วนร่วมลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ไปด้วยกัน


เพราะไม่ว่าพรรคการเมืองจะมีอุดมการณ์ นโยบาย หรือจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกันเพียงใด เราเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกฝ่ายน่าจะเห็นร่วมกันได้ คือ เมื่อคณะรัฐประหารหมดอำนาจไปแล้ว มรดกที่เกิดขึ้นจากการใช้อำนาจของคณะรัฐประหาร โดยเฉพาะกฎหมายและคำสั่งที่ยังคงมีผลผูกพันประชาชน ก็ควรได้รับการทบทวนและสะสาง ไม่ควรปล่อยให้มรดกจากอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชนดำรงอยู่ต่อไปโดยปราศจากการพิจารณา


ดังนั้น เราจึงขอเชิญชวนทุกพรรคการเมืองมาร่วมกันลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ เพื่อให้การยกเลิกคำสั่งของคณะรัฐประหารไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นจุดร่วมของสังคมไทยว่า กฎหมายควรมาจากประชาชน และอนาคตของประเทศควรถูกกำหนดโดยระบอบประชาธิปไตย”


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #50ปี6ตุลา #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา #พรรคประชาชน


















เครือข่าย 6 ตุลาฯ ยื่นหนังสือพรรคภูมิใจไทย เชิญร่วม “ลบมรดกรัฐประหาร” ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 41 ที่เพิ่มโทษกฎหมายโดยไม่ผ่านรัฐสภา

 


เครือข่าย 6 ตุลาฯ ยื่นหนังสือพรรคภูมิใจไทย เชิญร่วม “ลบมรดกรัฐประหาร” ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 41 ที่เพิ่มโทษกฎหมายโดยไม่ผ่านรัฐสภา


วันที่ 22 ก.ย. 2569 เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ นำโดย Thumb Rights, สุเทพ สุริยะมงคล ประธานชมรมโดมรวมใจ คนเดือนตุลาฯ และประชาชน เดินทางมายื่นหนังสือเชิญชวนพรรคการเมืองร่วม “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ คืนเสรีภาพให้ประชาชน” โดยเรียกร้องให้พรรคการเมืองในรัฐสภาร่วมกันยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งกลุ่มผู้ยื่นหนังสือระบุว่าเป็นคำสั่งที่แก้ไขเพิ่มโทษกฎหมายหลายมาตรา รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยไม่ได้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา


เวลา 11.00 น. เครือข่ายฯ เดินทางมายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยสุเทพเป็นตัวแทนยื่นหนังสือ พร้อมกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา จึงหวังว่าพรรคจะทบทวนข้อเรียกร้องดังกล่าวและให้ความร่วมมือ


ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยรับหนังสือและกล่าวว่า พรรคให้ความร่วมมือในประเด็นดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าจะรับเรื่องไว้และนำเรียนผู้บริหารพรรค ก่อนจะแจ้งความคืบหน้าต่อไป


หลังจากยื่นหนังสือที่พรรคภูมิใจไทยแล้ว เครือข่ายฯ มีกำหนดเดินทางไปเชิญชวนพรรคประชาชนในเวลา 12.30 น. วันที่ 22 ก.ย. จากนั้นวันที่ 28 ก.ย. เวลา 13.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่สำนักงานใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ และวันที่ 29 ก.ย. เวลา 14.00 น. ยื่นหนังสือที่สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย


นอกจากนี้ เครือข่ายฯ ยังเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอให้ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้เกิดการทบทวนและยกเลิกกฎหมายหรือคำสั่งที่เป็นมรดกจากการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 (แคมเปญนี้เริ่มเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569)


ร่วมเสนอร่างกฎหมายเพื่อ ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 มรดกจากรัฐประหารที่เพิ่มโทษคดีมาตรา 112 จากเดิมจำคุกไม่เกิน 7 ปี เป็นจำคุก 3–15 ปี


✍️ ขอคนละ 1 ชื่อ

ลงชื่อได้ที่

🔗 decoup6octsins.com


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #50ปี6ตุลา #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา #พรรคภูมิใจไทย
























วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569

‘ไอซ์ รักชนก’ ลงพื้นที่สำรวจเสียงประชาชน ชี้ส่วนใหญ่ยังไม่รู้มีเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมวันอาทิตย์นี้

 


‘ไอซ์ รักชนก’ ลงพื้นที่สำรวจเสียงประชาชน ชี้ส่วนใหญ่ยังไม่รู้มีเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมวันอาทิตย์นี้


วันที่ 21 กันยายน 2569 รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี-ศาลาแดง-สยาม-ชิดลม เพื่อทำกิจกรรมสำรวจความคิดเห็นและความรับรู้ของประชาชนจำนวน 100 คน ต่อการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนนี้


รักชนกกล่าวว่า จากการลงพื้นที่พูดคุย พบว่าประชาชนและผู้ประกันตนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ายังไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร จึงได้เน้นย้ำและทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทันทีว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้ประกันตนที่มีสิทธิทุกคนสามารถเดินทางไปใช้สิทธิได้ทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า” พร้อมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนร่วมออกมาใช้สิทธิกันให้มากที่สุด เพราะบอร์ดประกันสังคมคือกลไกสำคัญในการปกป้องและบริหารสวัสดิการของแรงงานทุกคน


นอกจากนี้ รักชนกยังได้แสดงความห่วงใยถึงการมาใช้สิทธิในฝั่งนายจ้าง ที่คาดว่าจะมากันน้อย เพราะภาครัฐออกกฎระเบียบที่สร้างภาระเกินจำเป็น โดยเฉพาะนายจ้างที่เป็นนิติบุคคลซึ่งต้องเตรียมเอกสารจำนวนมาก ทั้งหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 6 เดือน) หนังสือมอบอำนาจ/มอบหมาย และสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ ขั้นตอนที่ซับซ้อนนี้กลายเป็นเงื่อนไขที่บั่นทอนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน


“การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการร่วมกำหนดอนาคตเงินออมและสวัสดิการของคนทำงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง หรือนายจ้าง เราจึงอยากเห็นการปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการใช้สิทธิของประชาชนมากกว่านี้” รักชนกกล่าว


รักชนกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเชิญชวนผู้ประกันตนทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ร่วมกันออกมาส่งเสียงผ่านการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนนี้ เพื่อให้ได้ตัวแทนเข้าไปบริหารเงินกองทุนประกันสังคมอย่างโปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกันตน และเป็นสวัสดิการที่พึ่งพาได้ของทุกคนอย่างแท้จริง


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #บอร์ดประกันสังคม #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม