วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

ร่วมมื้ออาหารเย็นที่อานนท์ชอบกิน ซอยจุ๊ เนื้อย่าง ต้มแซ่ป ไก่ทอด กุ้งแช่น้ำปลา น้ำพริกหนุ่ม ในงาน UNFORGOTTEN: 3 ปีที่อานนท์ นำภาอยู่ในเรือนจำ

 


ร่วมมื้ออาหารเย็นที่อานนท์ชอบกิน ซอยจุ๊ เนื้อย่าง ต้มแซ่ป ไก่ทอด กุ้งแช่น้ำปลา น้ำพริกหนุ่ม ในงาน UNFORGOTTEN: 3 ปีที่อานนท์ นำภาอยู่ในเรือนจำ


วันนี้ (26 กันยายน 2569) 13.00-19.00 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน iLaw และแนวร่วมฯ จัดงาน UNFORGOTTEN: 3 ปีที่อานนท์ นำภาอยู่ในเรือนจำ ร่วมฉายภาพและถ่ายทอดเรื่องราวของอานนท์ นำภา ให้เรื่องราวของเขาได้ถูกปลดปล่อย ได้ออกมามีชีวิตนอกกรงขังอีกครั้ง ผ่านมุมมองของคนใกล้ชิดในเสวนา STORIES OF ARNON: วงคุย “เล่าเรื่องอานนท์ มองเรื่องมาตรา 112”


โดยมีการจัดอาหารมื้อเย็นเบี้ยงผู้ร่วมงาน ซึ่งเป็นอาหารที่อานนท์ชื่นชอบทั้งนั้น


โดยช่วงท้ายของงานจะเป็นการ“แถลงเชิญชวนปลดปล่อยนักโทษการเมืองเนื่องในโอกาส 50 ปี 6 ตุลา”


50 ปี 6 ตุลา 50,000 ชื่อ รื้อกฎหมายคณะรัฐประหาร ร่วมลงชื่อออนไลน์ได้ที่ https://decoup6octsins.com/


สำหรับอานนท์ เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 69 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนคดี #ม112 ของอานนท์ นำภา จำคุก 2 ปี กรณีปราศรัยในการชุมนุมที่หอศิลป์ มช. เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 63 กล่าวถึงประเด็นการเปลี่ยนแปลงการจัดการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในรัชกาลปัจจุบัน


คดีนี้เป็นคดีมาตรา 112 คดีแรกของอานนท์ ที่มีคำพิพากษาในระดับชั้นอุทธรณ์ จากทั้งหมด 14 คดีที่เขาถูกกล่าวหา โดยในจำนวนนี้มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นไปแล้วจำนวน 11 คดี ทุกคดีอานนท์ต่อสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์ ขณะนี้เขาถูกศาลชั้นต้นพิพากษาโทษจำคุกรวมกันทุกคดีเป็น 28 ปี 45 เดือน 20 วัน หรือประมาณ 31 ปี 9 เดือนเศษ


ทั้งนี้อานนท์ นำภา ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2566 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาครบ 3 ปีแล้ว ในวันนี้ (26 ก.ย. 69) 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #อานนท์นำภา #มาตรา112






ฝ่าฝนมาร่วมงานรำลึก 3 ปี การคุมขังอานนท์ นำภา ที่สถาบันปรีดีพนมยงค์ ทองหล่อ ล้อมวงเล่าเรื่องราวของอานนท์ วาดภาพสดจาก 6 ศิลปิน ฟังเพลงที่อานนท์ชอบฟัง และร่วมมื้ออาหารเย็นที่อานนท์ชอบกิน


ฝ่าฝนมาร่วมงานรำลึก 3 ปี การคุมขังอานนท์ นำภา ที่สถาบันปรีดีพนมยงค์ ทองหล่อ ล้อมวงเล่าเรื่องราวของอานนท์ วาดภาพสดจาก 6 ศิลปิน ฟังเพลงที่อานนท์ชอบฟัง และร่วมมื้ออาหารเย็นที่อานนท์ชอบกิน


วันนี้ (26 กันยายน 2569) 13.00-19.00 น.วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน iLaw และอนวร่วมฯ จัดงานงาน UNFORGOTTEN: 3 ปีที่อานนท์ นำภาอยู่ในเรือนจำ ร่วมฉายภาพและถ่ายทอดเรื่องราวของอานนท์ นำภา ให้เรื่องราวของเขาได้ถูกปลดปล่อย ได้ออกมามีชีวิตนอกกรงขังอีกครั้ง ผ่านมุมมองของคนใกล้ชิดในเสวนา STORIES OF ARNON: วงคุย “เล่าเรื่องอานนท์ มองเรื่องมาตรา 112”


13:00 น.STORIES OF ARNON: วงคุย “เล่าเรื่องอานนท์ มองเรื่องมาตรา 112”


พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวของอานนท์ นำภา ในมุมมองของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และมองถึงปัญหาของความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ถูกนำมาใช้ดำเนินคดีกับอานนท์ ร่วมพูดคุยโดย

• ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล หรือ “หนุ่ม-เรดนนท์” อดีตผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ มาตรา 112 ลูกความของอานนท์ นำภา

• คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้สอนด้านกฎหมายอาญาและประวัติศาสตร์กฎหมาย


ดำเนินรายการโดย จุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา


ทั้งนี้ เนื่องด้วยสถานการณ์ฝนตก น้ำท่วมทำให้วิทยากรบางท่านเดินทางมาร่วมงานไม้ได้


นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ในงาน ได้แก่

🎨IMPRESSION OF ARNON: ภาพจำอานนท์ นำภา ที่เรือนจำกักขังไม่ได้ ร่วมชมและมีส่วนร่วมกับการวาดภาพสดจาก 6 ศิลปิน 🎸ดนตรี จากน้ำ คีตาญชลี นำเสนอภาพวาดศิลปิน โดยกิจกรรมจะมีไปจนถึง 19:00 น. รับประทานอาหาร และจะปิดท้ายงานด้วยกิจกรรม “แถลงเชิญชวนปลดปล่อยนักโทษการเมืองเนื่องในโอกาส 50 ปี 6 ตุลา”


50 ปี 6 ตุลา 50,000 ชื่อ รื้อกฎหมายคณะรัฐประหาร ร่วมลงชื่อออนไลน์ได้ที่ https://decoup6octsins.com/


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #อานนท์นำภา #มาตรา112

































“ชัชชาติ” เผยสถานการณ์น้ำท่วม “ทรงตัว” ถ้าไม่มีฝนเติมจะค่อย ๆ คลี่คลาย สั่งปิดโรงเรียน-WFH ราชการ จันทร์นี้ คาดใช้เวลา 2-3 วัน ระบายน้ำ ยังไม่ต้องตื่นตระหนกมากเรื่องอาหาร

 


“ชัชชาติ” เผยสถานการณ์น้ำท่วม “ทรงตัว” ถ้าไม่มีฝนเติมจะค่อย ๆ คลี่คลาย สั่งปิดโรงเรียน-WFH ราชการ จันทร์นี้ คาดใช้เวลา 2-3 วัน ระบายน้ำ ยังไม่ต้องตื่นตระหนกมากเรื่องอาหาร


วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กทม. 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมใน กทม. โดยมี นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ, นายวิศณุ ทรัพย์สมพล , นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร


นายชัชชาติ กล่าวว่า สถานการณ์เกิดขึ้นในหลายจังหวัด กทม.จึงประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต ทั่วกรุงเทพมหานคร อนาคตถามว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าดูจากการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำ ขยับไปทางซ้ายและขยับไปเหนือขึ้น เมื่อเช้าเรามีการประชุมหลายหน่วยงาน เพื่อประเมินสถานการณ์เวลา 10.00 น. ทำให้ฝนใน กทม.น่าจะลดลง


“กรมอุตุฯ ได้ให้พยากรณ์ไว้ในลูกต่อไป คาดว่า ตัวฝนน่าจะดีขึ้น จะเห็นว่าวันนี้ 14.00-15.00 น เริ่มเบาลง 4 โมงถึง 5 โมงเย็นฝนก็จะบางลงแล้ว จะทำให้เราสามารถสูบน้ำได้ดีขึ้น น้ำก็จะลดลงตามไปด้วย” นายชัชชาติ กล่าว


นายชัชชาติ กล่าวว่า ฝั่งธนบุรีไม่ค่อยมีปัญหา แต่กรุงเทพฯ ฝั่งพระนคร มีฝนตกลงมาประมาณ 223 ล้านลูกบาศก์เมตร กำลังสูบอยู่ที่ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าใช้เวลา 2-3 วัน ในการระบายน้ำ มีน้ำจากบริเวณข้างเคียงที่ไหลเข้ามาด้วย ซึ่งหากฝนหยุดตก ก็เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายขึ้นได้


“จะเห็นได้ว่าบางคลองยังมีสีแดง แต่น้ำในเจ้าพระยา มีกำลังสูบเยอะ จึงไม่ค่อยวิกฤต ต้องทยอยสูบออกให้ได้มากที่สุด ปั๊มน้ำทุกตัวเดินเครื่องอย่างเต็มที่ รวมถึงอุโมงค์ระบายน้ำ ที่อยู่ตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา”


เมื่อเช้ามีการคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ”‘กรมชลประทาน” เพราะมีน้ำที่ปล่อยลงมาจากคลองรังสิต ที่ดึงออกแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ ไม่ผ่านกรุงเทพฯ อาจจะไปทางคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตบ้าง แต่มีผลกระทบกับ กทม.น้อย


ส่วน จ.สมุทรปราการ ค่อนข้างหนัก รวมถึง จ.ปทุมธานี และนนทบุรี พยายามระบายออกด้านข้าง ให้ได้รับผลกระทบใน กทม.น้อยที่สุด บางส่วนก็ดึงออกไปทาง จ.ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะคลองแสนแสบ ที่มีสภาวะวิกฤตอยู่ในขณะนี้” นายชัชชาติเผย


นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า จุดที่น้ำท่วมหนัก คือ บริเวณตามตรอก ซอก ซอยต่างๆ โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ใกล้ คลองดอนเมือง, คลองลาดพร้าว, คลองแสนแสบ, คลองประเวศบุรีรมย์, คลองทวีวัฒนา ที่อาจไม่กระทบกับถนนมาก แต่กระทบกับบ้านเรือนประชาชน กทม.จึงขอให้ยกของขึ้นที่สูง


นายชัชชาติ กล่าวถึงถนนที่ควรหลีกเลี่ยงสัญจรได้ล่าสุด มีอย่างน้อย 93 สาย อาทิ แยกพงษ์เพชร ถนนงามวงศ์วาน, ถนนเอกมัย, ถนนวิภาวดี, ถนนรามคำแหง, ถนนลาดกระบัง ช่วงแยกกิ่งแก้ว, ถนนเสนานิคม ใกล้คลองลาดพร้าว, ถนนแจ้งวัฒนะ, ถนนศรีนครินทร์, ถนนดินแดง, ถนนพหลโยธิน, ถนนสุวินทวงศ์ , ถนนรัชดาภิเษก และถนนลาดพร้าว เป็นต้น โดยขอให้ติดตามสถานการณ์เรียลไทม์ได้ผ่านเว็บไซต์ของ กรุงเทพมหานคร


“ถ้าเราเอาน้ำในคลองออกได้ ก็จะค่อยๆ ไหลตามออกไป เชื่อว่าพลังดูดเราจะช่วยให้คลี่คลายสถานการณ์ได้” นายชัชชาติกล่าว


นายชัชชาติกล่าวถึงปัญหาพี่น้องประชาชนที่กระทบหนัก คือบ้านเรือนประชาชนริมคลอง โดยปัจจุบันมี 981 คน ที่อพยพเข้าสู่ ‘ศูนย์พักพิง’ โดย กทม.ใช้พื้นที่โรงเรียน ซึ่งอยู่ใกล้ชุมชน


“มีผู้ป่วยติดเตียง 36 คน ที่เราย้ายจากบ้านที่มีน้ำท่วมไปสู่โรงพยาบาลเป็นหลัก เพราะต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ และได้รับการสนับสนุนรถขนคนจากหน่วยงานอื่น เช่น ทหาร ปภ. รวมถึงเรือ เพื่อลำเลียงกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเรามีรายชื่ออยู่แล้ว เพราะมีศูนย์บริการสาธารณสุขที่เยี่ยมบ้านเรือนเป็นประจำทุกเดือน โดยทยอยนำออก คาดว่าไม่เกินภายในวันพรุ่งนี้” นายชัชชาติกล่าว


นายชัชชาติเผยว่า ในภาพรวมยังไม่ขาดแคลนอาหาร ความจำกัดการเดินทางยังเป็นบริเวณริมคลองเป็นหลัก ซึ่งถนนยังพอมีทางเลี่ยงได้ และยังไม่ตื่นตระหนกมากเรื่องอาหาร โดยได้สั่งการให้สำนักงานเขตอำนวยความสะดวกในเรื่องอาหารในชุมชน รวมถึงกระสอบทราย หากใครมีกำลังก็สามารถมารับได้ หรือรวมกัน แล้วให้เขตเข้าไปส่งในชุมชน


“ถ้าเป็นผู้ป่วยติดเตียง ขอให้โทรเบอร์ 1669 จะได้ความเร่งด่วนในเรื่องสุขภาพ ถ้าเป็นเรื่องขอความช่วยเหลือทั่วไป กระสอบทราย หรือแจ้งเหตุปัญหา ให้โทรเบอร์ของสำนักงานเขต โดยจะมีลิสต์ให้ หรือโทรเบอร์ 1555 ของทราฟฟี่ฟองดูว์ จะมีคนรับเรื่องแล้วติดต่อกลับมา” นายชัชชาติเผย


นายชัชชาติ กล่าวถึงในส่วนมาตรการช่วยเหลือ "จุดจอดรถชั่วคราว" หากประชาชนมีความไม่มั่นใจ ว่าอาจเกิดความเสียหาย สามารถนำรถไปจอดได้ที่อาคารจอดและจร ของ กทม.ทุกแห่ง รวมทั้ง ศูนย์ราชการหลักสี่ ห้างเซ็นทรัล และเดอะมอลล์ ทุกสาขา, แฟชั่นไอส์แลนด์, รวมถึงโลตัส สามารถติดตามรายละเอียดได้ใน เฟซบุ๊กของ กรุงเทพมหานคร หากไม่มั่นใจขับรถไปจอดในห้างไว้ก่อนได้


“ศูนย์พักพิงตอนนี้มี 233 แห่ง คนเข้าพักแล้ว 981 คน รองรับได้ 15,000 คนไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยวันจันทร์นี้จะขอให้เจ้าหน้าที่ กทม. work from home ก่อน ในส่วนที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องบริการประชาชน ยกเว้นเจ้าหน้าที่โยธา เจ้าหน้าที่ความสะอาด”


รวมถึงโรงเรียน กทม. ขอให้หยุดไปก่อน เพื่อความสะดวก และลดปริมาณการจราจร ซึ่งอาจจะช่วยให้คล่องตัวได้ คาดว่าวันจันทร์สถานการณ์จะคลี่คลาย หากฝนไม่ตกลงมาตามที่กรมอุตุวิทยาพยากรณ์ คาดว่าจะดีขึ้น


“ประชุมเมื่อสักครู่ตอนเที่ยง ทุกเขตรายงานว่าทุกเขตไปได้ดี สรุปว่าตอนนี้สถานการณ์ก็ทรงตัว หากไม่มีฝนเติมขึ้นมาก็จะค่อยๆ คลี่คลายลง แต่หากมีฝนตกลงมา ซึ่งเราก็ไม่สามารถพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ ว่า ฝนจะลงมาระดับไหน ก็ขอให้ระมัดระวัง ย้ายทรัพย์สินไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน การพยากรณ์ไม่ง่าย เพราะมีความซับซ้อน” นายชัชชาติกล่าว


“หนนี้เราเคยทำไว้ เคยคิดไว้ว่ากรุงเทพฯ จะฝนตก 300 มม.จะเป็นอย่างไร ผลปรากฏว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดีกว่าโมเดลที่ทำไว้ ที่ท่วมเป็นเมตรเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ถึงกับแบบจำลองที่ทำไว้ คงต้องค่อย ๆ ปรับแบบจำลองของเรา เป็นหนึ่งในบทเรียนที่เราปรับปรุง” นายชัชชาติ กล่าวในที่สุด


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #กทม #น้ำท่วมกทม #น้ำท่วม69

พรรคประชาชนเฝ้าระวังฝนถล่มกรุงเทพฯ ถึง 28 ก.ย. ‘ณัฐพงษ์’ แนะ กทม. จัดการ 4 เรื่องเร่งด่วน ‘ภายในคืนนี้’ พร้อมสั่ง สส.-ส.ก. ปูพรมตั้งจุดพักพิง-ประสานช่วยเหลือประชาชน

 


พรรคประชาชนเฝ้าระวังฝนถล่มกรุงเทพฯ ถึง 28 ก.ย. ‘ณัฐพงษ์’ แนะ กทม. จัดการ 4 เรื่องเร่งด่วน ‘ภายในคืนนี้’ พร้อมสั่ง สส.-ส.ก. ปูพรมตั้งจุดพักพิง-ประสานช่วยเหลือประชาชน


วันที่ 26 กันยายน 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าฝนจะตกต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 28 กันยายนนี้ โดยระบุว่า ในสถานการณ์และข้อจำกัดปัจจุบัน เราต้องยอมรับความจริงว่าการบริหารจัดการให้น้ำแห้งหรือหายท่วมไปในทันทีเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้


ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือการบริหารจัดการสภาวะวิกฤต (Crisis Management) ของ กทม. เพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด และลดความสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตให้ได้มากที่สุด โดยพรรคประชาชนขอเสนอประเด็นเร่งด่วนที่ กทม. ต้องเร่งจัดการ ‘ภายในคืนนี้’ ได้แก่


1. ระดมเครื่องสูบน้ำจากส่วนกลาง โดย กทม. ต้องเร่งประสานขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากหน่วยงานส่วนกลาง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ำ มาเสริมกำลังของ กทม. เพื่อช่วยระบายน้ำในจังหวะที่น้ำทะเลหนุนลดระดับลง ซึ่งถือเป็น ‘นาทีทอง’ ที่ต้องเร่งสูบน้ำออกให้ได้มากที่สุดเพื่อรองรับมวลน้ำฝนลูกใหม่ โดยสามารถวางจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามแผนที่ทิศทางการไหลของน้ำ (Flow Map) ที่ กทม. มีอยู่แล้วได้ทันที


2. ประกาศมาตรการ Work From Home (WFH) อย่างเด็ดขาด เพื่อให้การจัดการพื้นที่วิกฤตทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความชุลมุนวุ่นวายบนท้องถนนในชั่วโมงเร่งด่วน และลดความเสี่ยงที่ยานพาหนะของประชาชนจะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขังสูง


3. ประกาศ ‘เส้นทางห้ามใช้’ ให้ชัดเจน โดย กทม. ต้องประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนจุดที่มีน้ำท่วมสูงวิกฤต และประกาศเป็นเส้นทางที่ห้ามรถสัญจรผ่านอย่างเด็ดขาดและทันท่วงที เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของประชาชน


4. จี้อธิบดีกรม ปภ. ประกาศ กทม. เป็น ‘เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย’ เพื่อเปิดทางให้ผู้ว่าฯ กทม. สามารถระดมกำลังพล เครื่องมือ และทรัพยากรจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เขต ตำรวจ ทหาร และสาธารณสุข มาช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบมากขึ้น พร้อมทั้งเปิดช่องให้สามารถดึงเงินทดรองราชการมาใช้ในภารกิจจัดการสาธารณภัยของ กทม. ได้ทันท่วงที


ณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงการทำงานของพรรคประชาชนในพื้นที่ว่า ขณะนี้ สส.กทม. และ ส.ก.พรรคประชาชนทุกเขตไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ลงพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแล้ว โดยได้เร่งประสานงานใน 5 ด้านหลัก ได้แก่


1. ประสานผู้อำนวยการเขต เพื่อจัดเตรียมจุดพักพิงชั่วคราว และประสานขอความร่วมมือภาคเอกชน เช่น ห้างสรรพสินค้าและตลาด ในการเปิดพื้นที่เป็นจุดย้ายรถหนีน้ำและจุดจอดรถฟรี


2. ประสานสำนักงานเขต ขอสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขัง


3. ประสานงานจัดหาถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และกระสอบทราย เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและบ้านเรือนที่น้ำทะลักเข้าบ้าน


4. ประสานขอรับ Food Bank จากสำนักงานเขต เพื่อกระจายอาหารให้ผู้ที่ขาดแคลนในภาวะฉุกเฉิน


5. รวบรวมเครื่องมือเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำใน กทม. เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและติดตามสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น


“พรรคประชาชนขอส่งความห่วงใยไปถึงพี่น้องประชาชนชาว กทม. ทุกท่าน ในช่วงเวลานี้ขอให้ระมัดระวังความปลอดภัย หากน้ำเริ่มเข้าบ้าน ขอให้รีบตัดเบรกเกอร์ทันที หลีกเลี่ยงการสัมผัสเสาไฟฟ้าหรือตู้ไฟที่แช่น้ำ หากพบเห็นสายไฟขาดหรือตู้ไฟจมน้ำ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องขับขี่ ยานพาหนะในพื้นที่น้ำท่วม รบกวนช่วยลดความเร็วและขับขี่ช้าๆ เพื่อป้องกันไม่ให้คลื่นน้ำซัดเข้าบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน” ณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้าย


หากเกิดเหตุด่วน ให้โทรแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน

- 1555 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กทม.

- 1784 สายด่วน ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย)

- 1130 สายด่วน กฟน. (การไฟฟ้านครหลวง)

.

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #น้ำท่วม69

‘พรรคประชาชน’ ตั้ง War Room รับมือน้ำท่วม Real-time จี้รัฐเปิดแผนเผชิญเหตุ 4 ด้าน – ‘เดชรัต’ ห่วงภาคตะวันออกตั้งโรงครัวช่วยแก่งหางแมว – สส.-ส.ก. กทม. ประสานศูนย์พักพิงรับมือน้ำท่วมค่ำนี้

 


‘พรรคประชาชน’ ตั้ง War Room รับมือน้ำท่วม Real-time จี้รัฐเปิดแผนเผชิญเหตุ 4 ด้าน – ‘เดชรัต’ ห่วงภาคตะวันออกตั้งโรงครัวช่วยแก่งหางแมว – สส.-ส.ก. กทม. ประสานศูนย์พักพิงรับมือน้ำท่วมค่ำนี้


เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พรรคประชาชน ประกาศจัดตั้งศูนย์ประสานงานและติดตามสถานการณ์น้ำ (War Room) เพื่อทำงานเชิงรุก ประมวลผลข้อมูล และประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศแบบ Real-time พร้อมยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายจี้รัฐบาลเปิดแผนเผชิญเหตุ 4 ด้าน ขณะที่ทีมงานในพื้นที่เร่งตั้งโรงครัวช่วยภาคตะวันออก และเปิดจุดพักพิงชั่วคราวรับมือน้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม. คืนนี้


เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) นำทีมตั้ง War Room ส่วนกลาง ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลหน้างานจาก สส., ส.ก., ส.จ., ส.ท., ส.อบจ. และทีมงานพรรคประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ นำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา ปริมาณฝน และระดับน้ำ เพื่อประเมินจุดวิกฤต ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉิน และแปรรูปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายยื่นต่อรัฐบาล


เดชรัต แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออก หลังพบปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมงสูงถึง 150-170 มิลลิเมตร ใน จ.ตราด จันทบุรี และระยอง และสูงกว่า 200 มิลลิเมตร ใน จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว จนเกิดน้ำท่วมขยายวงกว้าง โดยเฉพาะ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี, อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว, อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และ อ.เมือง จ.ตราด ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 26-27 กันยายนนี้ จะยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ประกอบกับอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง เช่น อ่างฯ คลองพระสทึง (สระแก้ว) และอ่างฯ คลองประแกด (จันทบุรี) มีน้ำเกินความจุจนต้องระบายน้ำล้น


เบื้องต้น พรรคประชาชนได้จัดตั้งโรงครัว ขึ้น ณ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายชาวบ้านที่ยังเข้าไม่ถึงอาหารตั้งแต่ช่วงเช้า โดยตั้งเป้าสนับสนุนต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน และเตรียมตั้งโรงครัวเพิ่มเติมในพื้นที่ประสบภัยอื่น โดยมีศูนย์ประสานงานกลางอยู่ที่ อ.เมือง จ.ระยอง


สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สส. และ ส.ก. พรรคประชาชน ได้เร่งประสานจัดส่งถุงทรายเข้าป้องกันจุดเสี่ยงต่างๆ พร้อมเตือนรับมือน้ำท่วมขังที่จะหนักขึ้นในคืนนี้ โดยพรรคประชาชนได้ร่วมประสานจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ (โดยเฉพาะบ้านเรือนริมคลอง) ดังนี้ :

1. วัดหลักสี่ (ขอให้ประชาชนเตรียมเครื่องนอนมาเอง)

2. โรงเรียนประชาภิบาล (วงเวียนบางเขน)

3. ศาลาอเนกประสงค์ วัดลาดพร้าว

4. วัดเทวสุนทร

5. ศูนย์เด็กเล็ก สำนักงานเขตบางซื่อ — เปิดเป็นที่พักชั่วคราวสำหรับชุมชนตึกแดงและพื้นที่ใกล้เคียง (พร้อมเร่งสูบน้ำออกจากคลองเปรมประชากร)

6. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร — เตรียมเปิดเป็นที่พักชั่วคราวแห่งที่ 5 ในเช้าวันพรุ่งนี้


นอกจากนี้ สำนักงานเขตบางเขน (ตรงข้ามวัดพระศรีมหาธาตุฯ) เปิดพื้นที่ให้ประชาชนนำรถยนต์ไปจอดฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย และเป็นพื้นที่ปลอดภัยน้ำไม่ท่วม


พร้อมกันนี้ พรรคประชาชนได้เสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนิน ‘แผนเผชิญเหตุ 4 ด้าน’ เพื่อป้องกันก่อนเกิดภัย ได้แก่ :

1. ศูนย์อพยพต้องพร้อม: จัดเตรียมพื้นที่และระบบสุขาภิบาลในจังหวัดเสี่ยงภัยให้ได้มาตรฐาน

2. เครื่องมือ-อุปกรณ์ต้องพร้อม: สแตนด์บายเรือ บุคลากรกู้ภัย และเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงล่วงหน้า

3. ปกป้องทรัพย์สินประชาชน: ออกมาตรการดูแลความปลอดภัยบ้านเรือนและทรัพย์สิน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจเมื่อต้องอพยพ

4. แผนเผชิญเหตุต้องชัดเจน: แจ้งเตือนผลกระทบเชิงพื้นที่อย่างเจาะจง ทั้งวัน เวลา และระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนย้ายสิ่งของได้ทัน


พรรคประชาชนขอยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งประสานความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มกำลัง


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #น้ำท่วม69