สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย : เราเรียกร้องทวงคืนความยุติธรรมให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์
รวมถึงมาตรฐานของสังคมไทยที่ต้องไม่มีใครลากอาวุธสงครามมายิงประชาชนกลางเมืองหลวงอีกต่อไป
วาระครบรอบ #16ปีเมษาพฤษภา53
เมื่อ
19 พ.ค. 69 ณ ราชประสงค์
ผู้ปราศรัยก่อนหน้านี้พูดปลุกเร้าไปแล้ว
วันนี้ผมจะมารายงานความคืบหน้าผลประกอบการว่าผมไปทำอะไรมาบ้าง
แต่ก่อนอื่นผมก็ขอขอบคุณทางผู้จัดงานที่จัดเวทีนี้ขึ้นมาและจัดอย่างต่อเนื่องยาวนาน
ตราบใดที่เรายังไม่ลืมคนที่ตายเขาก็ยังถูกจดจำอยู่ในใจของพวกเรา
เขาว่ากันว่าคนเราจะตาย 2 ครั้ง ตายครั้งแรกคือตายโดยละสังขารทางกายภาพ
ตายที่สองคือตายจากความทรงจำ ตราบเท่าที่เรายังไม่ให้เขาตายไปจากความทรงจำ
โอกาสที่เราจะทวงคืนความยุติธรรมก็เป็นไปได้ครับ
ถ้าทุกท่านหันไปดูตึกข้างหลัง “อาคารเซ็นทรัลเวิลด์
เราเองก็จะดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เหมือนเดิม
ถ้าเราจำกันได้หลังจากเหตุการณ์เมื่อ 16 ปีที่แล้ว วันที่ 19 พฤษภาคม ปี 53
สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นเลยก็คือการ Big cleaning day และออกมารณรงค์เรื่องของการที่ทวงคืนหรือไว้อาลัยกับตึกที่เขาสูญเสียไป
แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดเลยคือ “ตึก” นี้ไม่กี่เดือนก็กลับมาเปิดใหม่ แต่ว่า “คน”
ที่ตายไปแล้วยังไม่สามารถทวงคืนความยุติธรรมได้เลย
วันที่
19 พฤษภาคม ปี 53 หรือ 16 ปีที่แล้ว ผมอยู่ตรงไหน?
เรายังจำได้นะครับช่วงที่มีการปิดล้อม เขาเรียกว่ากระชับวงล้อม
หรือการปิดล้อมการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ชุมนุมกันอยู่ตรงที่ราชประสงค์นี้
ก็จะมีการปิดล้อมตั้งแต่ราชปรารภ แล้วก็ฝั่งศาลาแดง ทหารก็จะล้อมไว้ทั้งหมด
แล้วก็จะมีการชุมนุมของกลุ่มนปช.หรือคนเสื้อแดงเป็นไข่แดงอยู่ตรงกลาง
แล้วก็มีคนที่พยายามจะชุมนุมในจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสะพานเหลือง คลองเตย
(ตรงแถวบ้านคุณครูประทีป) หรือแม้กระทั่งตรงสามเหลี่ยมดินแดง, ตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ตอนนั้นผมเองก็ไม่สามารถเข้ามาในที่ชุมนุมได้
ก็ชุมนุมอยู่รอบนอก จัดเวทีอยู่รอบนอก มีไปที่เวทีคลองเตย ไปที่เวทีสะพานเหลืองซึ่งตอนหลังถูกยุบไป
แล้วก็ไปสุดท้ายคืนวันที่ 18 พฤษภาคม ผมอยู่ที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
เราเองอยู่ตรงนั้น ก็จะมีคนมาสมทบบ้าง คนออกไปบ้าง จนกระทั่งข้ามคืนไป ก็จะมีคนรู้ว่ามีการสลายการชุมนุมแล้ว
ตอนนั้นยังมีคนที่อยากจะเข้าไป ซึ่งเราเองก็ห้ามปรามไม่ให้เข้าไป เพราะว่าสถานการณ์มันรุนแรงมาก
ซึ่งถ้าเข้าไปโอกาสที่จะเสียชีวิตมีมาก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม
หลังจากนั้นผมเองทำอะไร?
ผมเองก็ใช้ Facebook
ในการบอกเล่า อย่างที่บอกเมื่อสักครู่ ฝ่ายหนึ่งก็รณรงค์เรื่องตึก big
cleaning day ไป เพราะว่า “ตึก” สำคัญกว่าชีวิต
แต่ว่าในขณะที่ผมเองก็พยายามสืบเสาะหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อต่อสู้ในโซเชียลมีเดีย
จริงอยู่เมื่อสักครู่ “ทนายแจม” พูดถึงกรณีพี่หนูหริ่ง (สมบัติ บุญงามอนงค์)
มาผูกผ้าแพง หลังจากนั้นพี่หนูหริ่งก็ถูกคุกคาม
กลุ่มพวกเราที่เป็นนักกิจกรรมก็ไปจัดกิจกรรม “นอนตาย” เพื่อรำลึกวันที่ 19
ของทุกเดือนเพื่อจะได้ไม่ลืมกัน
หลังจากนั้นผมก็ไปทำงานในศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม
เมษา-พฤษภา53 ก็เป็นการรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ต้องบอกว่าในห้วงเวลานั้น
ในโซเชียลมีเดียหลายคนก็ต้องรบกันด้วยข้อมูลกับอีกฝั่งหนึ่งที่มาก่นด่าเราว่า “ควายแดง”
บ้าง อะไรบ้าง
แต่เราก็คิดว่าสิ่งที่จะช่วยในการทวงคืนความยุติธรรมได้ก็คือเรื่องของ “ข้อเท็จจริง”
ผมเองก็พยายามที่จะนำเสนอข้อเท็จจริงจนบางคนก็เปลี่ยนใจมาเห็นใจ
บางคนเปลี่ยนใจเลยป้ายผมอีก บางพรรคที่เขาสนับสนุนวันนี้เขาอาจจะรู้สึกว่าไปเดินในทิศทางที่เขาอาจจะชอบ
แต่ผมเองอาจจะไม่ชอบกับทิศทางเขา เวลาเราวิจารณ์เขา เขาก็หาว่าเราเป็นสลิ่มไปบ้าง
ซึ่งผมก็แปลกใจว่าเมื่อ 16 ปีที่แล้ว หลายคนเองก็มาหาว่าผมเป็น “ควายแดง”
สิ่งหนึ่งทีผมพยายามติดตามก็คือเรื่องของกระบวนการไต่สวนการตาย
ผมเองก็ไปตามในศาลในการไต่สวนการตายหลายกรณี
เราก็จะเห็นคำวินิจฉัยของศาลในการไต่สวนการตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 150 ว่าผู้ตายเป็นใคร ตายด้วยเหตุอะไร
และหลายกรณีระบุอย่างชัดเจนว่าการเสียชีวิตของผู้ตายนั้นเสียชีวิตมาจากกระสุนปืนที่มาจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่
ผมยกตัวอย่างกรณีดังอย่างเช่น กรณี 6 ศพวัดปทุมฯ อันนี้ก็ระบุชัดเจน อันนี้ไม่ต้องพูดถึงถ้าหลายคนที่คิดว่าไม่แคร์ชีวิตคนเสื้อแดงเลย
อย่างน้อยกรณีของคุณฟาบิโอ โปเลงกี
ซึ่งเป็นช่างภาพชาวอิตาลีถูกยิงเสียชีวิตอยู่ตรงแยกราชดำริ
ศาลก็มีคำวินิจฉัยในการไต่สวนการตายว่ากระสุนที่สังหารคุณฟาบิโอมาจากฝั่งทหารที่เคลื่อนมาจากศาลาแดง
หรือหลาย
ๆ กรณี แม้กระทั่งทหารด้วยกันเอง อันนี้ก็ต้องพูดถึง
เพราะความยุติธรรมแม้กระทั่งทหารเอง ดูเหมือนเขาจะไม่ยี่หระทวงคืนความยุติธรรมเลย
พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ ถูกยิง ถ้าเราจำได้ภาพของพลทหารณรงค์ฤทธิ์
ขี่มอเตอร์ไซด์มุ่งหน้าไปหาแนวทหารตรงหน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติตรงถนนวิภาวดี วันที่
28 เมษายน เรายังจำกันได้ เขาขี่มอเตอร์ไซด์ไป เสียงปืนดังขึ้น แล้วมอเตอร์ไซด์ล้ม
พลทหารณรงค์ฤทธิ์ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ศาลไต่สวนการตาย พลทหารณรงค์ฤทธิ์
ตายจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ทหารที่ยิงมาจากเจ้าหน้าที่ทหาร
อันนี้ขนาดเจ้าหน้าที่ทหารลั่นกระสุนด้วยกันเอง
เขายังไม่ทวงคืนความยุติธรรมให้กับทหารด้วยกันเองเลย
อันนี้มารายงานสิ่งที่ผมทำในบทบาทของ
สว. คือได้ตั้งกระทู้ในสภาฯ
เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีที่มีการไต่สวนการตายไปแล้ว
เราก็รู้อยู่แล้วว่าหลังจากที่มีการรัฐประหาร คดีมันไม่ความคืบหน้าอะไรเลย
จนวันนี้มาถึง 16 ปี เหลือเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้นคดีก็จะหมดอายุความ
แต่ว่ามันก็มีความหวังอยู่ปลายอุโมงค์เหมือนกันนะครับ
เพราะว่าผมได้ไปดูคดีที่อยู่ในมือของ DSI
มีจำนวนเป็นคดีเท่าไหร่ที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายประชาชน
เดิมผมได้ตั้งกระทู้ถามกับรัฐมนตรียุติธรรมคนก่อนหน้านี้คือ “คุณทวี สอดส่อง”
ท่านก็อธิบายมาเป็นเพียงแค่จำนวน มีจำนวนเท่าไหร่
แต่ไม่ได้ระบุสถานะว่าสถานะของแต่ละคดีเป็นอย่างไร? ส่วนเรื่องของการกังวลว่าคดีของเราจะหมดอายุความไปเหมือนคดีของ
“ตากใบ” หรือไม่ ท่านเองก็บอกแค่ว่าจะมีพยายามที่จะออกกฎหมายเพื่อไม่ให้มีอายุความ
แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำอย่างไร?
ดังนั้น
เมื่อรัฐมนตรีชุดปัจจุบันนี้ถวายสัตย์เรียบร้อย ผมเองก็เลยยื่นกระทู้ถามไป ซึ่งรัฐมนตรียุติธรรมคนปัจจุบันก็คือ
“พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์” ก็ได้มาตอบคำถามผมเมื่อสัปดาห์ก่อน
ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจ ต้องเรียนว่าอาจจะเป็นความหวังของพวกเราในการที่คดีมันยังไม่สิ้นสุดหรือไม่สะเด็ดน้ำเสียทีเดียว
แน่นอนครับว่าคดีที่เราจะฟ้องเอาผิดคุณอภิสิทธิ์ หรือว่าคุณสุเทพ
ท้ายที่สุดแล้วศาลอาญาก็โยนมาให้ศาลฎีกาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยต้องไปผ่าน ป.ป.ช.
ท้ายที่สุด ป.ป.ช. ก็มีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ในคำสั่งไม่ฟ้องก็ยังระบุติ่งไว้ว่า ไม่ยกเว้นคดีที่เป็นคดีเฉพาะบุคคลหรือคดีเฉพาะตัวที่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ
ดังนั้นมันก็มีกระบวนการร้องไปอีก
2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งก็คือคดีของ 6 ศพวัดปทุมฯ ร้องไปที่ศาลทหาร สุดท้ายอัยการศาลทหารมีคำสั่งไม่ส่งฟ้อง
แต่มีคดีอยู่ 3 คดี ผมคิดว่าอันนี้น่าสนใจ คดี 3 คดีที่ DSI
อันนี้ที่คุณรุทธพล รมว.ยุติธรรม อธิบายมา 3 คดีที่ DSI มีคำสั่งส่งไปที่อัยการและอัยการไม่ส่งฟ้อง
เพราะว่าข้อมูลหลักฐานอาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้นอัยการก็กำชับมาที่พนักงานสอบสวนว่าให้ไปสืบเสาะให้สามารถหาตัวผู้กระทำความผิดได้ก่อนหมดอายุความ
ผมจึงคิดว่า
3 คดีนี้ ผมจะรับไปเสาะหาข้อเท็จจริงว่า 3 คดีนี้คือคดีอะไร ก็จะใช้กลไกอย่างเช่นตั้งกระทู้
หรือกลไกกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน
ในการที่จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย DSI จะต้องมาตอบ ผมคิดว่าเวลามันงวดมาแล้ว
เราจะหวังพึ่งรัฐมนตรีคนต่อไปไม่ได้ เพราะนับเวลาแล้ว ถ้าเขาไม่ยุบสภาก่อน
รัฐมนตรีคนนี้ก็อยู่ใกล้หมดอายุความพอดี
ดังนั้นผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดในเรื่องของ 3
คดีที่ยังมอบให้ไปเสาะหาข้อเท็จจริงว่าใครเป็นผู้กระทำก่อนหมดอายุความ อันนี้ผมเองจะรับไปเสาะหาเพิ่มเติม
และหวังว่าพี่น้องที่ติดตามและก็ยังไม่ลดลาวาศอกในการที่จะทวงคืนความยุติธรรม
ก็จะติดตามและทวงหาความยุติธรรมเหลืออีก 4 ปีเท่านั้นจะหมดอายุความ
ผมคิดว่าเราไม่ควรทำให้มันหมดอายุความ
แน่นอนเบื้องต้นเราสู้เพื่อคนที่เรารัก หรือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของเรา
แต่การต่อสู้ของเรามันไม่ได้หยุดเพียงแค่คนในกลุ่มของเราเท่านั้น มันยังรวมไปถึงมาตรฐานของสังคมไทยว่ามันจะไม่มีใครหน้าไหนลากอาวุธสงครามมายิงประชาชนกลางเมืองหลวงอีกต่อไปแล้วครับ
ขอบคุณครับ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คปช53 #นปช #คนเสื้อแดง #16ปีเมษาพฤษภา53














































































