วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เครื่องร้อน! โจนำทีมส.ก. ประชาชน เปิด Action Plan 50 วาระเขต ออกแบบจากการลงพื้นที่จริง

 


เครื่องร้อน! โจนำทีมส.ก. ประชาชน เปิด Action Plan 50 วาระเขต ออกแบบจากการลงพื้นที่จริง 


วันนี้ (28 พฤษภาคม 2569) เวลา 14.00 น. - 15.00 น. ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือโจ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เบอร์ 10 พร้อมด้วยวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหารผู้ว่าประชาชน นำทีม ส.ก. เปิดแถลงแผนการทำงานแบบลงรายละเอียด 50 เขต 50 วาระ ที่เกิดจากการเดินพื้นที่จริง พบประชาชน และรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นจริงของทีมผู้สมัคร ส.ก. ทุกคน จนกลายมาเป็น 50 วาระเขตที่ ส.ก. นำเสนอต่อประชาชนเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้ง ว่าหากพวกเขาได้เข้าไปทำงานในสภา กทม. จะมีโครงการอะไรเป็นลำดับแรกเพื่อแก้ปัญหาให้คนในเขต


วิโรจน์เริ่มต้นการแถลงข่าวด้วยการโชว์ Bangkok Made Easy Map เว็บไซต์แผนที่กรุงเทพง่ายๆ ที่ทีมผู้ว่าประชาชนเปิดให้ประชาชนทุกเขตของกรุงเทพ เข้าไปสะท้อนปัญหาที่คนในเขตเผชิญ และออกแบบเขตที่น่าอยู่ขึ้นร่วมกับ ส.ก. โดยหน้าเว็บยังลิงค์ไปยังชื่อ เบอร์ ประวัติ และวาระที่ผู้สมัคร ส.ก. แต่ละเขตนำเสนอต่อประชาชน โดยหลังจากทดลองเปิดให้ประชาชนใช้งานมาประมาณ 1 สัปดาห์ มีผู้เข้าไปเสนอความเห็นและสะท้อนปัญหาแล้วกว่า 1,000 ปัญหา 


“เว็บไซต์นี้จะเปิดให้ประชาชนเข้าไปแสดงความเห็นอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อในการทำงานเป็นทีม ซึ่งทีมไม่ได้หมายถึงแค่ผู้ว่า ส.ก. และ สส. พรรคประชาชน แต่รวมถึงประชาชนกรุงเทพ ผมอยากเชิญชวนมาออกแบบเขตที่น่าอยู่ ตรงใจท่านมากที่สุดร่วมกับเรา เมื่อผู้ว่าและ ส.ก. เราได้เข้าไปบริหาร เว็บไซต์นี้ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราเริ่มงานแก้ไขปัญหา พัฒนาเขตได้ทันที ตอบโจทย์ประชาชนอย่างตรงจุด” วิโรจน์กล่าว 


จากนั้น ผู้สมัคร สก. พรรคประชาชนได้ขึ้นนำเสนอวาระเขตของตนเอง โดยเริ่มจากสุรเกียรติ หวังพิทักษ์ หรืออักรอม ผู้สมัคร ส.ก. เขตคลองสามวา เปิดเผยว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของคลองสามวาคือการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน คลองสามวาเป็นเขตที่อยู่อาศัย ประชากรหนาแน่นกว่า 2 แสนคน แต่กลับมีรถเมล์เพียง 3 สาย ประชาชนต้องเสียเวลารอนาน ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อรอรถ หรือเสียค่ารถรับจ้างแพงๆ เพียงเพราะไม่มีทางเลือก ตนจึงจะผลักดันเสนอสายรถเมล์ ผ่านจุดยุทธศาสตร์ในเขตเพิ่ม 2 สายทันที เพื่อคืนเวลาให้ทุกครอบครัวในคลองสามวา โดย กทม. จะต้องเดินรถในพื้นที่ที่กรมการขนส่งทางบกอนุมัติสายรถแล้วแต่ไม่มีรถให้บริการ และเร่งผลักดันการอนุมัติสายรถเมล์ใหม่ รวมถึงแก้ปมรถติดแยกลำกะโหลก เนื่องจากถนนสุเหร่าคลองหนึ่ง และถนนเจริญพัฒนาที่คับแคบเกินไปสำหรับเมืองที่โตขึ้นทุกปี อักรอมจึงจะเร่งผลักดันการขยายถนนสองเส้นนี้ ลดปัญหารถติด นอกจากนี้ยังจะเพิ่มทางเลือกการเดินทางที่ปลอดภัย โดยเปลี่ยนพื้นที่ริมคลองเป็นเส้นทางเดินเท้าที่มีมาตรฐาน พร้อมติดตั้งราวกันตก ติดตั้งไฟส่องสว่างอัจฉริยะเพื่อเด็ก เยาวชน และคนที่กลับบ้านในช่วงดึกได้ใช้งาน


ด้านเขมชาติ ฉัตรตรัสตรัย ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางบอน เปิดเผยวาระของเขตบางบอน คือ “ศูนย์ 2 วัย” ดูแลเด็กเล็กและดูแลผู้สูงอายุในที่เดียวกัน แห่งแรกในเขตบางบอน เนื่องจากในบางบอนไม่มีศูนย์รับฝากเด็กเล็กของกทม. เลยแม้แต่แห่งเดียว พ่อแม่ต้องนำลูกไปฝากเอกชน เสียค่าใช้จ่ายแพง แต่ตนสำรวจพบว่ามีอาคารรกร้างแห่งหนึ่งเป็นอาคาร 3 ชั้น อยู่ติดโรงเรียนศึกษานารีวิทยา บางบอน 5 ซึ่งเดิมทีเคยเป็นสถานรับเลี้ยงและพัฒนาเด็ก ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีสภาพทรุดโทรม แต่ตัวโครงสร้างยังดีอยู่ แต่ว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรมากว่า 5 ปี ตนจึงมีเป้าหมายในการเจรจากับกรมกิจการเด็กและเยาวชน ทำ MOU ร่วมกันเพื่อให้กทม.เข้าไปใช้งานและปรับปรุงอาคาร สร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งแรกในเขตบางบอน


และศูนย์นี้จะมีความพิเศษคือเป็นศูนย์ดูแลเด็กเล็กและผู้สูงวัยในที่เดียว เนื่องจากงานวิจัยทั่วโลกพิสูจน์แล้วว่า เด็กที่เติบโตใกล้ชิดผู้สูงอายุ มีพัฒนาการด้านความเห็นอกเห็นใจที่สูงกว่า ส่วนผู้สูงอายุก็มีภาวะเหงาและซึมเศร้าที่ลดลง รู้สึกมีคุณค่าและเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น และในแง่ทรัพยากร ศูนย์แบบนี้ก็มีความคุ้มค่าทางต้นทุนที่สูงกว่าการแยกสองกลุ่มออกจากกัน


ส่วนอัญชิสา โรจนยุกตานนท์ หรืออัญอัญ ผู้สมัคร ส.ก. เขตปทุมวัน ซึ่งระบุว่าจากการพูดคุยกับคนในพื้นที่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พบว่าปัญหาใหญ่ของคนในเขตปทุมวันคือขยะ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ แหล่งงาน สถานศึกษา สถานพยาบาล และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง ในแต่ละวันจึงมีผู้คนจำนวนมหาศาลหมุนเวียนเข้ามาในพื้นที่ และเกิดขยะจำนวนมาก จนปทุมวันเป็นเขตที่มีขยะมากเป็นอันดับ 1 ของกรุงเทพฯ ระบบจัดเก็บไม่ทัน เกิดขยะสะสม ส่งกลิ่นเหม็น กระทบต่อสุขอนามัย กระทบต่อภาพลักษณ์ของพื้นที่ และสุดท้ายกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนที่อยู่ตรงนั้นทุกวัน 


อัญชิสา มีแนวทางแก้ไขปัญหานี้คือ เพิ่มและยกระดับจุดจัดเก็บขยะให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ เพราะแต่ละชุมชนมีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน บางพื้นที่เป็นซอยแคบ บางพื้นที่มีคนใช้งานจำนวนมาก จึงต้องออกแบบร่วมกันระหว่างชุมชน เขต และ กทม. เพื่อให้จุดทิ้งขยะเพียงพอและใช้งานได้จริง นอกจากนี้ยังต้องมีการเปิดเผยข้อมูลการวิ่งของรถเก็บขยะผ่านแอปพลิเคชัน ปัจจุบันรถเก็บขยะของ กทม. มีระบบ GPS อยู่แล้ว หากประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่ารถอยู่ตรงไหน และจะเข้าพื้นที่เมื่อไหร่ ก็จะช่วยให้ทุกคนวางแผนได้ดีขึ้น และช่วยสร้างความโปร่งใสในการทำงานมากขึ้นด้วย


ด้านชัยวัฒน์ กล่าวปิดท้ายว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวาระเขต หรือ Action Plan รายเขตที่ทีม ส.ก. ร่วมกันคิดและออกแบบกับประชาชน ขอเชิญชวนประชาชนเข้าไปติดตามได้ว่าในเขตของตนเอง ผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาชนได้นำเสนอวาระเขตอะไรบ้าง ผ่านทางเว็บไซต์ https://bkk2569.peoplesparty.or.th/ ส่วนวาระกรุงเทพ ที่เป็นเป้าหมายใหญ่ คือการทำกรุงเทพง่ายๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นของทุกคน สร้างเมืองแคร์คน ให้กรุงเทพเป็นเมืองที่ทุกคนอยู่ได้ ตั้งตัวง่าย และใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพ 


ทั้งนี้ หลังจากการแถลงข่าว ชัยวัฒน์พร้อมด้วยอัญชิสา ได้เดินทางลงพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่ เพื่อพบปะพูดคุยกับประชาชนในเขตปทุมวัน โดยชัยวัฒน์เลือกพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำของกรุงเทพอย่างชัดเจนที่สุด ชุมชนถูกล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า คอนโดมีเนียม และอาคารสำนักงานราคาแพง แต่คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนกลับย่ำแย่ และถูกละเลยมาอย่างยาวนาน 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ผู้ว่าประชาชน #เลือกตั้งสก69








“อิทธิวัฒน์” พรรคประชาชน เบอร์ 1 ชิงนายกเมืองพัทยา ลุยหาเสียงเข้มข้นหนึ่งเดือนสุดท้าย ชูวิสัยทัศน์ “ถึงเวลาพัทยาเพื่อทุกคน”

 


“อิทธิวัฒน์” พรรคประชาชน เบอร์ 1 ชิงนายกเมืองพัทยา ลุยหาเสียงเข้มข้นหนึ่งเดือนสุดท้าย ชูวิสัยทัศน์ “ถึงเวลาพัทยาเพื่อทุกคน”


วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ร่วมสังเกตการณ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) โดยผู้สมัครนายกเมืองพัทยาของพรรคประชาชนคือ “อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร” ได้หมายเลข 1 บรรยากาศมีประชาชนให้กำลังใจและส่งเสียงเชียร์อย่างคึกคัก


อิทธิวัฒน์กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างเมืองพัทยาเพื่อทุกคน เรามีนโยบายที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานกลางคืน คนทำงานในโรงแรม ผู้ประกอบการ นักลงทุน ตนมีความมั่นใจเต็มที่ในทั้ง 4 เขตของพัทยา ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตนและทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ของพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหา จนตกผลึกเป็น 37 นโยบาย ในช่วงหนึ่งเดือนสุดท้ายจากนี้ จะเดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มที่ เพื่อขอความไว้วางใจจากคนพัทยาซึ่งให้โอกาสพรรคประชาชนมาแล้วในการเลือกตั้งระดับชาติ หวังว่าครั้งนี้จะให้โอกาสเราเข้าไปบริหารงบประมาณกว่า 2,400 ล้านบาทต่อปีให้เกิดความคุ้มค่าและโปร่งใส ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพัทยาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #นายกเมืองพัทยา











ชัยวัฒน์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 10 นำทีมบริหาร และผู้สมัคร สก. ขึ้นรถแห่ ขอคะแนนเสียง จาก กทม.2 ดินแดง ไปยัง กทม.1 เสาชิงช้า

 


ชัยวัฒน์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 10 นำทีมบริหาร และผู้สมัคร สก. ขึ้นรถแห่ ขอคะแนนเสียง จาก กทม.2 ดินแดง ไปยัง กทม.1 เสาชิงช้า


เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 10 พรรคประชาชน ได้นำทีมบริหารผู้ว่าฯ และผู้สมัคร สก. ขึ้นรถแห่ จาก กทม.2 ไปยังศาลาว่าการ กทม.1 


โดยมี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน, ศ.ดร.อมร พิมานมาศ, น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ, นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม , นายวรภพ วิริยะโรจน์, ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด และผู้สมัคร สก.50 เขต 


ขึ้นรถแห่จาก กทม.2 ผ่านไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตรงข้ามราชวิถี กระทรวงการต่างประเทศ ยมราช สนามหลวง และเข้ากทม.1 เสาชิงช้า เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพมหานครทันที และขอให้ไปลงคะแนนเสียง เลือกตั้ง ชัยวัฒน์ เป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร และเลือก สก.ของพรรคประชาชน 50 เขต ในวันที่ 28 มิ.ย.2569 นี้ 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ผู้ว่าประชาชน #เลือกผู้ว่ากทม69 #เลือกตั้งสก69














ธนาธร เปิดใจ หลังศาลอาญายกฟ้อง ปมไลฟ์วัคซีนโควิด ชี้ เป็นการพูดวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์เท่านั้น ไม่กังวลหากอัยการยื่นอุทธรณ์ เดินหน้าสู้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ย้ำยังมีนักโทษการเมืองจำนวนมากที่ไม่ได้รับสิทธิประกันตัวและยังถูกจำคุก

 


ธนาธร เปิดใจ หลังศาลอาญายกฟ้อง ปมไลฟ์วัคซีนโควิด ชี้ เป็นการพูดวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์เท่านั้น ไม่กังวลหากอัยการยื่นอุทธรณ์ เดินหน้าสู้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ย้ำยังมีนักโทษการเมืองจำนวนมากที่ไม่ได้รับสิทธิประกันตัวและยังถูกจำคุก


วันนี้ (28 พฤษภาคม 2569 ) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทีมงาน เดินทางมาด้วยรถตู้อานพาดสีขาว มายังห้องพิจารณาคดี 814 ศาลอาญารัชดา เพื่อฟังคำพิพากษา คดีดูหมิ่นสถาบันหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฯ สำหรับกรณีไลฟ์สดในเฟซบุ๊ก วิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลในหัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย" เข้าข่ายบิดเบือนข้อมูล ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด พาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์และการจัดหาวัคซีน โดยเจ้าตัวให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว


ศาลใช้เวลาพิพากษา 30 นาที โดยพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าการไลฟ์สดดังกล่าว เป็นการพาดพิง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการบริหารจัดการวัคซีนรักษาโควิด มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อดูหมิ่นสถาบัน ส่วนเรื่องการพาดพิงถึงบริษัทสยามไบโอไซเอน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงตามที่นายธนาธรพูด และไม่ได้หมิ่นประมาท


สำหรับในกรณีที่พาดพิงถึงนายกเรื่องของการบริหารจัดการวัคซีน หากบริหารผิดพลาดความเสี่ยงตกอยู่ที่ประชาชนดังนั้นการกระทำของจำเลย จึงไม่เข้าข่ายความผิดการดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 และพรบว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์


ด้านนายธนาธร ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ภายหลังศาลพิพากษายกฟ้อง ว่า วันนี้ศาลอ่านคำพิพากษายกฟ้องคดีที่ตนเป็นจำเลยในคดีมาตรา 112 โดยศาลยืนยันว่าสิ่งที่ไลฟ์ไปนั้นเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และการไลฟ์สด ไม่มีเนื้อหาส่วนใดที่ละเมิดพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นใจความหลักของคำพิพากษาในวันนี้ ส่วนคดีจะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อหรือไม่ นั้นอยู่ที่อัยการ


ในส่วนตัววันนี้ก็โล่งใจ แต่ก็ยังมีนักโทษการเมืองจำนวนมากที่ไม่ได้รับสิทธิประกันตัวและยังถูกจำคุก พวกเขาไม่ได้เป็นอาชญากร ไม่ได้ไปฆาตกรรมใคร เขาติดคุกเพราะว่าคิดและพูด ดังนั้นผมคิดว่ายังจำเป็นที่จะมีการต่อสู้เพื่อให้สิทธิและความเป็นธรรมกับคนที่อยู่ในเรือนจำอยู่ 


ที่ศาลพิพากษาออกมาก็สอดคล้องกับสิ่งที่ประธานศาลฎีกาได้ออกมาให้นโยบายการฟ้องคดีปิดปากไว้เมื่อต้นสัปดาห์ เห็นได้ว่าประเทศไทยเสียทรัพยากรจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ศาล ทนายโจทก์ ทนายจำเลย หรืออัยการ ดังนั้นตนอยากจะใช้โอกาสนี้เรียกร้องเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นตำรวจ ชั้นอัยการ ให้หนักแน่นและกล้าหาญยืนยันในหลักการไม่สั่งฟ้อง ตั้งแต่ชั้นตำรวจ ชั้นอัยการ โดยเฉพาะคดีปิดปาก เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างแท้จริง และแบ่งเบาภาระหน้าที่ของผู้พิพากษาให้ไปทำงานในคดีอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องได้รับความเป็นธรรมอย่างเร่งด่วน


เมื่อคืนตนนอนหลับสบายดี ตื่นมาด้วยจิตใจที่แจ่มใส ไม่ได้ตื่นตระหนกใด ๆ และขอบคุณทีมทนายทุกคนที่สละเวลาหลายปีมาต่อสู้ร่วมกัน และขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้กำลังใจ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ #มาตรา112 #วัคซีนโควิด












ศาลอาญายกฟ้องคดี 112 ”ธนาธร“ เหตุไลฟ์สดวัคซีนพระราชทาน ระบุ เป็นการพาดพิงรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์” จำเลยไม่มีเจตนาอาฆาตมาดร้าย

 


ศาลอาญายกฟ้องคดี 112 ”ธนาธร“ เหตุไลฟ์สดวัคซีนพระราชทาน ระบุ เป็นการพาดพิงรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์” จำเลยไม่มีเจตนาอาฆาตมาดร้าย


วันนี้ 28 พ.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญา รัชดาฯ ห้องพิจารณาคดีที่ 814 อ่านคำพิพากษาคดีของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และประธานคณะก้าวหน้า ในข้อหา “หมื่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จากการเผยแพร่เฟซบุ๊กไลฟ์หัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย" เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2564


ศาลพิพากษายกฟ้องธนาธร เห็นว่าการพิจารณาว่าข้อความใดมีความผิดตามมาตรา 112 จะต้องพิจารณาข้อความทั้งหมด ไม่ใช่ข้อความส่วนใดส่วนหนึ่ง ซึ่งจำเลยวิจารณ์รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการบริหารจัดการวัคซีนไม่ถึงกับเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์


สำหรับบรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้ ธนาธรเดินทางมาศาล โดยมี เจี๊ยบ-อมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล, บัส-เทวฤทธิ์ มณีฉาย, ปุ๊-ธนาพล อิ๋วสกุล ประชาชน และสื่อมวลชนร่วมเดินทางมาฟังคำพิพากษาจนเต็มห้องพิจารณาคดี


ที่มาที่ไปของคดีนี้ สืบเนื่องจากการไลฟ์สดของธนาธรที่วิจารณ์นโยบายการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการจัดหาวัคซีน และการพึ่งพาวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าเพียงรายเดียว ตลอดจนกล่าวถึงความเกี่ยวข้องของกษัตริย์ ก่อนที่คดีจะต่อสู้กันในชั้นศาลยาวนานกว่า 4 ปี และมีคำพิพากษาในวันนี้


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #มาตรา112