วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569

รมว.ยุติธรรม ตอบกระทู้ “สว.เทวฤทธิ์” แจงเหตุ DSI งดการสอบสวน คดีเสื้อแดง 53 ไม่สามารถสืบรู้ตัวผู้กระทำความผิดได้

 


รมว.ยุติธรรม ตอบกระทู้ “สว.เทวฤทธิ์” แจงเหตุ DSI งดการสอบสวน คดีเสื้อแดง 53 ไม่สามารถสืบรู้ตัวผู้กระทำความผิดได้


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย ได้ตั้งกระทู้ถาม พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรื่อง สถานะและความคืบหน้าในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 และแนวทางเร่งรัดการดำเนินคดีหรือดำเนินการส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้คดีหมดอายุความ โดยที่ผู้เสียหายยังไม่ได้รับความเป็นธรรม” นั้น


ความตอนหนึ่งในการตอบกระทู้ถามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะคดีกลุ่มที่ 3 ที่ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป 3 คดี และการดำเนินคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นงดการสอบสวน เนื่องจากยังไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด และได้ส่งสำนวนสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ และพนักงานอัยการมีความเห็นให้งดการสอบสวน และให้สืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีภายในอายุความ


ต่อมา วันที่ 9 มิ.ย. 2569 สว.เทวฤทธิ์ ได้ถามเพิ่มเติมดังนี้

1. คดีกลุ่มที่ 3 นี้ มีความคืบหน้าในการสืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีหรือไม่? อย่างไร? ขอทราบรายละเอียด

2. ด้วยเหลือระยะเวลาไม่ถึง 4 ปี คดีก็จะหมดอายุความ กระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะ DSI มีแนวทางในการสืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีภายในอายุความตามความเห็นของพนักงานอัยการหรือไม่? อย่างไร? ขอทราบรายละเอียด


ต่อมา วันที่ 6 ส.ค. 2569 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำตอบกระทู้ของ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ซึ่ง สว.เทวฤทธิ์ ได้โพต์ข้อความที่เพจ บัส เทวฤทธิ์ ความว่า


เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำตอบกระทู้ของ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตอบกระทู้ที่ผมตั้งคำถามต่อเนื่องจากกระทู้ที่ รมว.ยุติธรรมเคยมาตอบผมที่วุฒิสภา ถึงความคืบหน้าคดีเกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2553


โดยกระทู้ผมได้ถามถึงคดีกลุ่มที่ 3 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จำนวน 3 คดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการได้มีความเห็นพ้องให้ "งดการสอบสวน" เนื่องจากยังไม่สามารถสืบรู้ตัวผู้กระทำความผิดได้ โดยย้ำถึงความกังวลอย่างยิ่งว่า คดีดังกล่าวเหลือระยะเวลาอีกไม่ถึง 4 ปีก็จะขาดอายุความแล้ว ทางกระทรวงยุติธรรมและ DSI มีแนวทางในการสืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ทันก่อนหมดอายุความอย่างไร


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ตอบกระทู้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรว่า สำหรับคดีในกลุ่มที่ 3 ทาง DSI ได้พยายามดำเนินการอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ต้องงดการสอบสวนไปเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ


"พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ตามกรอบอำนาจหน้าที่จนถึงที่สุดแล้ว โดยผลการพิจารณาปรากฏว่า ยังไม่พบพยานหลักฐานเพียงพอที่จะระบุตัวผู้กระทำความผิดเพื่อดำเนินคดีได้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงมีความเห็นควร 'งดการสอบสวน' ซึ่งพนักงานอัยการได้พิจารณาและมีความเห็นพ้องให้งดการสอบสวนคดีดังกล่าวแล้ว" รมว.ยุติธรรม ตอบ พร้อมย้ำว่า หากในอนาคตมีพยานหลักฐานใหม่หรือมีข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำผิดได้ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษก็พร้อมที่จะดำเนินการสอบสวนต่อทันที เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย


สำหรับประเด็นเรื่องอายุความที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้มีการประสานงานบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการสืบสวนสอบสวนไม่ให้ล่าช้า ที่สำคัญที่สุดคือ ทาง DSI ได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อลุยสางคดีนี้โดยเฉพาะ


"กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการกลาง เพื่อการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบ พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อรับผิดชอบสืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยและการชุมนุมทางการเมืองในปี พ.ศ. 2553 ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในคดี เพื่อให้การสืบสวนมีประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้ระยะเวลาที่เหลืออยู่" พล.ต.ท. รุทธพล ตอบกระทู้ พร้อมยืนยันด้วยว่า DSI จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้คดีมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดก่อนที่จะครบกำหนดอายุความตามที่กฎหมายกำหนดไว้


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คนเสื้อแดง #DSI #กระทรวงยุติธรรม



วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เปิดใจ “ฉลอง เรี่ยวแรง” เหตุลั่นไกใส่ “นายกธงชัย” สางเหตุทวง 11 ล้านบาท แต่อีกฝ่ายปฏิเสธพูดคุย


เปิดใจ “ฉลอง เรี่ยวแรง” เหตุลั่นไกใส่ “นายกธงชัย” สางเหตุทวง 11 ล้านบาท แต่อีกฝ่ายปฏิเสธพูดคุย


วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี เปิดใจถึงแรงจูงใจก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ หรือ นายกธงชัย นายก อบจ.นนทบุรี อ้างสางปม 11 ล้านบาท ที่เคยช่วยเหลือกันมานาน หลังตัวเองประสบปัญหาทางการเงิน และมีภาระค่ารักษาพยาบาล จึงต้องการขอเงินส่วนที่เคยออกให้กลับคืน แต่คู่กรณีไม่ยอมพูดคุย และปะทะคารมกันภายในห้องทำงานก่อน จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ


นายฉลอง เล่าว่า แรงจูงใจและมูลเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ เกิดมาจากพ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ยืมเงิน 11 ล้านบาท ใช้ลงสมัครหาเสียงทางการเมือง ปี 2551 และเคยช่วยเหลือ ในฐานะเพื่อนและคนรู้จักหลายครั้ง โดยไม่เคยคิดทวงถามหรือเรียกร้องสิ่งตอบแทน ไม่เคยติดใจ เพราะมองว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อน


กระทั่งตัวเองประสบปัญหาด้านสุขภาพ ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก และไม่มีรายได้เหมือนเดิม จึงตัดสินใจติดต่อคู่กรณี ขอให้ช่วยรับผิดชอบที่ยืมไป โดยยืนยันว่าต้องการเพียงพูดคุยและหาทางตกลงกัน แต่เมื่อพยายามพูดคุย กลับเกิดการโต้เถียงและคู่กรณีไม่ยอมเจรจา ก่อนเดินออกจากห้อง นายฉลองจึงเดินตามไปที่รถและพยายามเรียกให้กลับมาพูดคุยกัน


นายฉลอง อ้างว่า ในจังหวะนั้นตัวเอง คนขับรถของนายก อบจ.ชักปืนออกมา ตัวเองจึงตัดสินใจป้องกันตัว ไม่ได้มีเจตนาจะยิงให้ถึงแก่ชีวิต เพราะหลังเกิดเหตุ นายฉลองอ้างว่าเห็นคู่กรณีวิ่งออกไป และคิดว่าได้รับบาดเจ็บไม่มาก จึงไม่ได้ติดตาม ก่อนตัดสินใจนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามอบตัว พร้อมกล่าวขอโทษประชาชนชาวนนทบุรี รวมถึงนายก อบจ.นนทบุรี และครอบครัว


ทั้งนี้ นายฉลอง ยังได้กล่าวอ้างถึงเรื่องของการช่วยเหลือการเข้ารับตำแหน่งข้าราชการระดับผู้กำกับการ การช่วยเหลือทางการเมือง ได้อ้างถึงนักการเมืองบุคคลที่ 3 ที่คอยเข้ามาช่วยเหลือเรื่องนี้ด้วย


ทั้งนี้ คำให้การทั้งหมดเป็นคำกล่าวอ้างของนายฉลอง ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนและตรวจสอบพยานหลักฐาน เพื่อหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์และดำเนินคดีตามกฎหมาย


ขณะที่ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1(ผบช.ภ.1) ระบุว่า รายละเอียดเชิงลึกขอให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด โดยขณะนี้ยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ซึ่งคำให้การของผู้ต้องหาสามารถให้การอย่างไรก็ได้ แต่สาเหตุการจูงใจที่แท้จริงยังคงอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #นนทบุรี #ฉลองเรี่ยวแรง #ธงชัยเย็นประเสริฐ








วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ประมวลภาพบรรยากาศ 31 ปี วันคล้ายวันเกิด บุ้ง เนติพร 🕊️"ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม" ? ⚖️ ล้อมวงคุย "ยกฟ้องหลังความตาย : ชำแหละรอยแผล 112 ถึงสิทธิประกันตัว" และ เมื่อร่างกายคืออาวุธสุดท้าย : สำรวจการประท้วงอดอาหารของผู้ต้องขังการเมือง ตีแผ่มาตรฐานการรักษาพยาบาลหลังกำแพง" ก่อนปิดท้ายด้วยร้องเพลงอวยพรวันเกิดเพื่อนในเรือนจำที่เกิดในเดือนสิงหาคม

 


ประมวลภาพบรรยากาศ 31 ปี วันคล้ายวันเกิด บุ้ง เนติพร 🕊️"ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม" ? ⚖️ ล้อมวงคุย "ยกฟ้องหลังความตาย : ชำแหละรอยแผล 112 ถึงสิทธิประกันตัว" และ เมื่อร่างกายคืออาวุธสุดท้าย : สำรวจการประท้วงอดอาหารของผู้ต้องขังการเมือง ตีแผ่มาตรฐานการรักษาพยาบาลหลังกำแพง" ก่อนปิดท้ายด้วยร้องเพลงอวยพรวันเกิดเพื่อนในเรือนจำที่เกิดในเดือนสิงหาคม


เมื่อวานนี้ (8 สิงหาคม 2569) เวลา 13.15 น. ณ ชั้น 4 หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ที่ ทองหล่อ ซอย 3 มีงาน 31 ปี วันคล้ายวันเกิด บุ้ง เนติพร ”ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม เพื่อร่วมทบทวนและทำความเข้าใจเหตุการณ์ล่าสุดที่มีคำพิพากษายกฟ้องใน "คดีโพลขบวนเสด็จ (มาตรา 112)" ซึ่งบุ้ง-เนติพรเป็นหนึ่งในจำเลย


ทว่าก่อนที่จะได้รับความยุติธรรมผ่านผลคำพิพากษานี้ บุ้งได้ถูกศาลสั่งถอนประกันและต้องเสียชีวิตลงในระหว่างการถูกคุมขัง ต่อมามีคำสั่งไต่สวนการเสียชีวิตที่ยังคงคลุมเครือ 


โดย 13.15 น. มีเวทีเสวนาในหัวข้อ ยกฟ้องหลังความตาย: ชำแหละรอยแผล 112 ถึงสิทธิประกันตัว โดยมี ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ จำเลยในคดีโพลขบวนเสด็จ, กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความในคดีโพลขบวนเสด็จ และมาริสา ปิดสายะ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมเสวนา และดำเนินรายการโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์


ต่อมา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้มีการอับเดตสถานการณ์เพื่อนในเรือนจำ


จากนั้น 14.30 น. วง เสวนาหัวข้อ "เมื่อร่างกายคืออาวุธสุดท้าย : สำรวจการประท้วงอดอาหารของผู้ต้องขังการเมือง ตีแผ่มาตรฐานการรักษาพยาบาลหลังกำแพง" โดย อ.ดร.ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์ (อาจารย์รัฐศาสตร์ มธ.), พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร (แพทย์นักเคลื่อนไหว คลินิกเวชกรรมทานตะวัน), ศ.ดร.ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น (อาจารย์ประจำคณะภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน) ร่วมเสวนา และดำเนินรายการโดย: คุณธีรภัทร ระดับแก้ว


ก่อนที่ปิดท้ายกิจกรรมด้วย การร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้เพื่อนในเรือนจำที่เกิดในเดือนสิงหาคม และดนตรีโดย: คุณมายด์ ภัสราวลี และคุณณัฐชนน ไพโรจน์


สำหรับผู้ต้องขังทางการเมืองที่เกิดในเดือนสิงหาคม มี 7 คน ประกอบด้วย


"อานนท์" เรือนจำกลางคอลงเปรม ถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 10 เดือน

"อุดม" เรือนจำจังหวัดนราธิวาส ถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 10 เดือน

"ก้อง" อุกฤษฏ์ เรือนจำกลางบางขวาง ถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 5 เดือน

"มานี" ทัณฑสถานหญิงกลาง ถูกคุมขังมาแล้ว 1 ปี 12 เดือน

"แอมป์" ณวรรษ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถูกคุมขังมาแล้ว 1 ปี 7 เดือน 

"ไผ่" จตุภัทร เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถูกคุมขังมาแล้ว 10 เดือน

"บอส" ฉัตรมงคล เรือนจำกลางเชียงราย ถูกคุมขังมาแล้ว 10 เดือน


หลายคนเป็นผู้ที่ถูกขังระหว่างพิจารณาคดี แม้ยื่นประกันตัวหลายครั้งแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว ผู้จัดงานแบะผู้ร่วมงานจึงร่วมกันอวยพรด้วยหวังว่าในเดือนเกิด ทุก ๆ คนจะยังสุขภาพแข็งแรงและมีกำลังใจที่เข้มแข็งเพื่อรอวันได้ออกมาใช้ชีวิตกับครอบครัว


ติดตามรับชมรับฟังการถ่ายทอดทั้งหมดได้ที่ https://www.youtube.com/live/u_7ReUNqDN8?si=7kSkBIuFvc8k_JHO


BLACK FREEMAN

PHOTOGRAPHER


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์  #บุ้งเนติพร #ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม #ปล่อยนักโทษการเมือง #คืนสิทธิประกันตัวประชาชน
































ThumbRights Tour พาเดินทางไปตามหมุดหมายสำคัญของการเคลื่อนไหว ย้อน 6 เส้นทาง รำลึกข้อเรียกร้องจากการชุมนุมสู่คดีและผู้ต้องขังการเมือง

 


ThumbRights Tour พาเดินทางไปตามหมุดหมายสำคัญของการเคลื่อนไหว ย้อน 6 เส้นทาง รำลึกข้อเรียกร้องจากการชุมนุมสู่คดีและผู้ต้องขังการเมือง


วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00-14.00 น. เครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง หรือ ThumbRights จัดกิจกรรม “ThumbRights Tour” ชวนผู้เข้าร่วมเดินทางไปยังหมุดหมายสำคัญของการเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยในช่วงปี 2563 เป็นต้นมา เพื่อย้อนทำความเข้าใจว่าแต่ละสถานที่เคยเกิดเหตุการณ์สำคัญอะไรขึ้น ใครเคยยืนอยู่ตรงนั้น และเหตุการณ์เหล่านั้นเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยและสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพในปัจจุบันอย่างไร


กิจกรรมเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเดินทางต่อไปยังสนามหลวง ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา เรือนจำกลางคลองเปรม และศาลอาญา โดยแต่ละจุดมีการเล่าถึงเหตุการณ์การชุมนุมและความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ รวมถึงผลสืบเนื่องหลังเหตุการณ์ ทั้งการดำเนินคดีทางการเมือง การบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 110 ตลอดจนสถานการณ์ของผู้ต้องขังทางการเมืองในปัจจุบัน


ระหว่างการเดินทาง ณัฐชนน ไพโรจน์ และ บอย-ธัชพงศ์ แกดำ ร่วมพูดคุยถึงเหตุการณ์สำคัญตามจุดต่าง ๆ ผ่านภาพ บันทึกเหตุการณ์ และเรื่องเล่าจากผู้ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์จริง พร้อมชวนย้อนดูว่า หลังจากการชุมนุมในแต่ละครั้ง ผู้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวต้องเผชิญกับสถานการณ์ใดบ้าง และเรื่องราวเหล่านั้นที่พัฒนามาสู่สถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพในปัจจุบัน


จุดแรกของกิจกรรมคืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเชื่อมโยงกับการชุมนุม #เยาวชนปลดแอก เมื่อปี 2563 โดยมีการย้อนเล่าถึงเหตุการณ์และบรรยากาศของการชุมนุมในวันดังกล่าว ก่อนเดินทางต่อไปยังสนามหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร


เมื่อผ่านบริเวณสนามหลวง มีการเปิดวิดีโอการปราศรัยของ อานนท์ นำภา จากการชุมนุมในวันดังกล่าว พร้อมพูดถึงผลสืบเนื่องทางคดีจากการชุมนุม โดยมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมจำนวน 22 คนถูกดำเนินคดีในข้อหาตามมาตรา 112 และมาตรา 116 และปัจจุบันคดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล


กิจกรรมเดินทางต่อไปยังทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยพูดถึงการชุมนุม #ม็อบ14ตุลา และคดีตามมาตรา 110 ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว 


จากนั้น เดินทางต่อไปยังรัฐสภา ซึ่งเชื่อมโยงกับการชุมนุม #ม็อบ17พฤศจิกา และเหตุการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นบริเวณรัฐสภา รวมถึงบทบาทสำคัญของรัฐสภาในฐานะกลไกสำคัญที่มีหน้าที่พิจารณากฎหมาย พร้อมชวนเข้าชื่อเสนอกฎหมาย #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 41 และ #NOระบอบสีน้ำเงิน การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเดินหน้าด้วยมือประชาชน


จากนั้น ผู้เข้าร่วมเดินทางต่อไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อพูดถึงสถานการณ์ของผู้ต้องขังทางการเมือง และผลจากการดำเนินคดีที่เกิดขึ้นหลังการเคลื่อนไหวทางการเมือง


กิจกรรมปิดท้ายที่ศาลอาญา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่เชื่อมโยงกับกระบวนการดำเนินคดีทางการเมือง โดยชวนย้อนดูเส้นทางของผู้ถูกดำเนินคดีตั้งแต่การชุมนุม การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไปจนถึงสถานการณ์ของคดีและผู้ต้องขังทางการเมืองในปัจจุบัน


กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นสำหรับสมาชิก ThumbRights โดยมีการแจกเอกสาร “BEYOND THE WAIIIS" ซึ่งบอกเล่าสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน คดีทางการเมือง และผู้ต้องขังทางการเมือง ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม


รับชมประมวลภาพทั้งหมดได้ที่ 

https://www.facebook.com/share/p/1DH2E1VzpN/


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ยกเลิกมรดกรัฐประหาร6ตุลา #Noระบอบสีน้ำเงิน