วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กกต.เผยผลเลือกตั้ง สส.อย่างเป็นทางการแล้ว รวม 400 เขต ดูได้!!! บนเว็บไซต์ แจ้งบางหน่วย ยังไม่ครบเหตุต้องนับใหม่-ลงคะแนนใหม่

 


กกต.เผยผลเลือกตั้ง สส.อย่างเป็นทางการแล้ว รวม 400 เขต ดูได้!!! บนเว็บไซต์ แจ้งบางหน่วย ยังไม่ครบเหตุต้องนับใหม่-ลงคะแนนใหม่


วันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ (อย่างเป็นทางการ) ครบ 400 เขต โดยขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ผู้สมัคร และพรรคการเมือง ตรวจสอบรายงานผลการนับคะแนน (อย่างเป็นทางการ) ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (www.ect.go.th)) หรือเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร ครบจำนวน 400 เขต โดยมีรายละเอียดดังนี้


1. รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/16)

2. รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/16 (บช))

3. รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/17)

4. รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักรแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/17 (บช))

5. รายงานผลการนับคะแนน สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/18) (รายหน่วย)

6. รายงานผลการนับคะแนน สส. แบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/18 บช) (รายหน่วย)


สำหรับผลการนับคะแนนบางเขตเลือกตั้ง จะยังไม่ครบทุกหน่วยเนื่องจากมีการนับคะแนนใหม่ / ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้


1. กรณีการนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้งใดไม่สามารถกระทำได้หรือไม่สามารถนับคะแนนได้จนเสร็จสิ้น อันเนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่น ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งประกาศงดการนับคะแนนสำหรับหน่วยเลือกตั้งนั้น (มาตรา 121)


2. กรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน ซึ่งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องแล้วปรากฎว่า ข้อมูลยังไม่ตรงกันอีก (มาตรา 122)


3. กรณีคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง รายงานผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อแล้วปรากฏว่า การนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง (มาตรา 124)


4. เมื่อดำเนินการนับคะแนนใหม่/ออกเสียงลงคะแนนใหม่ เรียบร้อยแล้วจะนำผลคะแนนดังกล่าวลงในเว็บไซต์ต่อไป


5. สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ได้ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์  #เลือกตั้ง2569 #กกต



“ภูมิธรรม” แจงข่าว Fake News ยัน ไม่มีการพูดเรื่องตำแหน่ง รมต. กระทรวงใดกับ “ภูมิใจไทย”

 


“ภูมิธรรม” แจงข่าว Fake News ยัน ไม่มีการพูดเรื่องตำแหน่ง รมต. กระทรวงใดกับ “ภูมิใจไทย”


วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เพจ Phumtham Wechayachai นายภูมิธรรม เวชชยชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ความว่า


ข่าวนี้เป็น Fake News เพราะนับตั้งแต่พรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง เพื่อขอเสียงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีการแถลงข่าวร่วมกันแล้วนั้น เรายังไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี หรือการแบ่งกระทรวงใด ๆ ทั้งสิ้น


เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และการดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเป็นภารกิจของพรรคอันดับหนึ่ง ก็ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเป็นรัฐบาลผสมกี่พรรค และจะมีจำนวนเสียงส.ส.สนับสนุนเป็นจำนวนเท่าใด


เมื่อชัดเจนในเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงจะมาถึงขั้นตอนการแบ่งกระทรวง

และจำนวนรมต.ของแต่ละพรรค


ดังนั้น​ การนำข้อมูลเท็จมาเผยแพร่สร้างความเข้าใจผิดว่า


ภูมิธรรมลั่นว่าถ้าได้คุมกระทรวงกลาโหมงวดนี้พี่น้องชาวไทย เตรียมดูได้เลย ผมจะจัดหนัก จัดเต็ม….” เช่นนี้


ถือเป็นการกล่าวความเท็จและเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาเผยแพร่ สร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นต่อสาธารณะ


ขอความกรุณาพี่น้องประชาชนอย่าได้เผยแพร่ข้อความเท็จดังกล่าว

ส่วนผู้โพสต์ตั้งต้น ผมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด


ภูมิธรรม เวชยชัย

18 ก.พ. 69


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #ภูมิธรรมเวชยชัย

ร่วมลุ้น ร่วมให้กำลังใจ “ป้านิด” จิราภรณ์ ประชาชนวัย 77 ปี ฟังคำพิพากษา คดีมาตรา 112 ที่ศาลธัญบุรี

 


ร่วมลุ้น ร่วมให้กำลังใจป้านิด” จิราภรณ์ ประชาชนวัย 77 ปี ฟังคำพิพากษา คดีมาตรา 112 ที่ศาลธัญบุรี


วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 9.00 น. ที่ศาลธัญบุรี รังสิต อ.ธัญบุรี ปทุมธานี นัดฟังคำพิพากษา คดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ของป้านิด” จิราภรณ์ บุษปะเกศ ประชาชนชาวนนทบุรี วัย 77 ปี จากการถูกกล่าวหาว่าขึ้นปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ในการชุมนุม THE RETURN OF THAMMASAT #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2566 โดยเป็นกิจกรรมร่วมกันทวงคืนอำนาจให้แก่ประชาชน แสดงจุดยืนต่อ 8 พรรคประชาธิปไตย(ขณะนั้น)ให้จับมือกันให้มั่น และ เรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.)เคารพเสียงของประชาชน


โดยป้านิดได้ขึ้นร้องเพลงและปราศรัยไม่ต้องการให้กษัตริย์อยู่เหนือกฎหมาย รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์การทำรัฐประหารในประเทศไทยที่เกิดขึ้นมาแล้วถึง 13 ครั้ง


คดีนี้มี อานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และพวก เป็นผู้กล่าวหา โดยจิราภรณ์ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566 โดยแจ้งข้อหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)


สำหรับป้านิด อดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจระดับสูงอยู่ที่องค์กรแห่งหนึ่ง ปัจจุบันเกษียณอายุแล้ว แต่ยังประกอบอาชีพขายโจ๊กอยู่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จังหวัดนนทบุรี เธอเข้าร่วมการชุมนุมกับคนเสื้อแดง และเป็นประชาชนที่คอยติดตามร่วมกิจกรรมทางการเมืองมาตลอด โดยข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า ป้านิดนับเป็นประชาชนอายุมากที่สุดที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ในยุคหลังปี 2563 เป็นต้นมา


โดยเมื่อป้านิด เดินทางมาถึงศาลธัญบุรี ได้กล่าวกับพี่น้องที่มารอให้กำลังใจว่า สบาย ๆ อะไรจะเกิดให้เกิด แต่มั่นใจว่าพูดให้ประเทศดีขึ้น จากนั้นเตรียมตัวขึ้นไปฟังคำพิพากษา

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์





วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“รังสิมันต์“ ชี้กรณีอายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ยังทำได้น้อยไป-ช้าไป ผิดสังเกตไม่ออกหมายจับ “เบน สมิธ” ทั้งไร้การขยายผลจากปฏิบัติการ “สกายฟอล” ทำเครือข่ายโยกเงินก้อนใหญ่ได้ทัน

 


“รังสิมันต์“ ชี้กรณีอายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ยังทำได้น้อยไป-ช้าไป ผิดสังเกตไม่ออกหมายจับ “เบน สมิธ” ทั้งไร้การขยายผลจากปฏิบัติการ “สกายฟอล” ทำเครือข่ายโยกเงินก้อนใหญ่ได้ทัน


วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความเห็นต่อกรณีที่รัฐบาลไทยมีความเคลื่อนไหวในการยึดอายัดทรัพย์บุคคลในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ โดยระบุว่าสำหรับตนแล้วการดำเนินการในวันนี้ยังถือว่าไม่เพียงพอ เพราะประเด็นตั้งต้นของคดีที่เริ่มจากกรณีนางสาวแตงไทยเป็นแต่คดีหนึ่ง แต่ยังมีอีกคดีที่ใหญ่กว่าและยังไม่ได้ริเริ่มในการดำเนินการ และที่น่าแปลกคือทั้งที่มีการออกหมายจับ ยิม เลียก ไปแล้ว แต่กลับยังไม่มีการออกหมายจับ เบน สมิธ กับภรรยา ซึ่งในแง่ทรัพย์สินที่มีการยึดอายัด ทรัพย์สินของ เบน สมิธ มีมากกว่า ยิม เลียก เสียอีก จึงน่าแปลกใจว่าทำไมถึงยังไม่มีการออกหมายจับ เบน สมิธ ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การขอหมายแดงจากตำรวจสากลได้ และจะทำให้การเคลื่อนไหวของ เบน สมิธ ไปยังที่ต่าง ๆ ทำไม่ได้อีก


ดังนั้น การออกหมายจับจึงเป็นส่วนสำคัญที่หายไป และตนก็ไม่เคยได้รับคำอธิบายต่อเรื่องนี้ ทุกหน่วยงานพร้อมใจที่จะเงียบเรื่องนี้ นอกจากนี้ ตนได้รับข้อมูลมาโดยตลอดว่ามีความพยายามวิ่งเพื่อขอปลดอายัดทรัพย์สินที่มีการยึด แต่อย่างน้อยตนขอชื่นชมหน่วยงาน ปปง. ที่มีคนพยายามทำงานจริงจังในเรื่องนี้ แต่ส่วนที่ยังไม่มีความคืบหน้าเคลื่อนไหวคือตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะต่อกรณี ฮุ่ยวัน ที่เคยมีปฏิบัติการ “สกายฟอล” ของตำรวจสอบสวนกลางมาก่อน ซึ่งถ้าดำเนินการตั้งต้นจากจุดนี้จะสามารถขยายผลในส่วนของเครือข่ายสแกมเมอร์ได้มากกว่าเดิม แต่กลับไม่มีการขยายผลในเรื่องนี้แต่อย่างไร


รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่าจากตัวเลขที่มีการสำรวจ เงินที่มีการเคลื่อนไหวผ่านแพลตฟอร์มของ ฮุ่ยวัน มีมูลค่ามากกว่า 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งไม่ได้มีแค่เงินของเครือข่ายสแกมเมอร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจสีดำอื่นๆ ด้วย ดังนั้น ปัญหาคือการขยายผลจากสิ่งที่มีอยู่ยังน้อยเกินไป แม้จากการดำเนินงานของ ปปง. ความพยายามในการถอนยึดอายัดทรัพย์ใดๆ น่าจะเป็นไปได้ยากแล้ว แต่สิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปคือการออกหมายจับ รวมถึงการขอหมายแดงเพื่อตามจับ เบน สมิธ และภรรยา


ส่วนกรณีท่าทีของกัมพูชาที่ดูเหมือนมีความพยายามในการปราบสแกมเมอร์มากขึ้นนั้น เป็นแค่การแสดงละคร เพราะ ฮุ่ยวัน มีความเชื่อมโยงกับ ฮุนโต หลานของฮุนเซน และเชื่อมกับเฉินจื้อ นอกจากนี้ภรรยาของ เบน สมิธ เคยดีแคลร์กับ กลต. สหรัฐอเมริกาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการจัดการกองทุน ฮุ่ยวันเอสเอ ในสวิตเซอร์แลนด์ ฮุ่ยวัน จึงเชื่อมโยงกับภรรยา เบน สมิธ และฮุ่ยวันเปย์ เชื่อมโยงกับ ฮุนโต และถ้าไล่เส้นเงินดี ๆ มั่นใจได้ว่า ฮุนเซน เกี่ยวข้องด้วยแน่นอน สุดท้ายจึงเป็นได้แค่การแสดงละครเพื่อให้ตัวเองดูไม่เกี่ยวข้อง แต่ในความเป็นจริงทุกคนรู้อยู่ว่าผู้มีอำนาจในกัมพูชาล้วนเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ทั้งสิ้น


รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่า ตนจึงไม่อยากให้ประเทศไทยทำแบบเดียวกัน รอบนี้อาจถูกตัวใหญ่แต่ใช้เวลานานมาก ทำให้เกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและการจัดการความเสี่ยงของเครือข่ายเหล่านี้ จนทำให้โอกาสที่จะยึดทรัพย์ได้จริงเป็นจำนวนมากไม่เกิดขึ้น จำนวนที่มีการยึดทรัพย์ในรอบนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเส้นเงิน ซึ่งควรจะเอามาคืนให้กับเหยื่อสแกมเมอร์ได้ดีกว่านี้ ขณะเดียวกันก็จะมีโอกาสในการทำลายโครงสร้างอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพด้วย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ พรรคประชาชน #สแกมเมอร์

เข้าสัปดาห์ที่ 2 เหตุเรือสินค้าอับปางทะเลภูเก็ต “เฉลิมพงศ์” เรียกร้องหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งกางแผนเก็บกู้เรือ-ตู้สินค้า ตรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม หวั่นล่าช้ากระทบความเชื่อมั่นประชาชน-นักท่องเที่ยว

 


เข้าสัปดาห์ที่ 2 เหตุเรือสินค้าอับปางทะเลภูเก็ต “เฉลิมพงศ์” เรียกร้องหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งกางแผนเก็บกู้เรือ-ตู้สินค้า ตรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม หวั่นล่าช้ากระทบความเชื่อมั่นประชาชน-นักท่องเที่ยว 


วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เฉลิมพงศ์ แสงดี ว่าที่ สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีเรือสินค้าสัญชาติปานามาอับปางบริเวณจังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตู้สินค้าบางส่วนหลุดร่วงจากออกจากตัวเรือและพบคราบน้ำมันรั่วไหลออกมาจากเรือ สร้างความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดภูเก็ตว่า ตนติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเรื่อง ขณะนี้ทราบว่าหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อกู้เรือขึ้นมา แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่ากรอบเวลาในการทำงานจะเป็นอย่างไร ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของคราบน้ำมัน รวมถึงการมีวัตถุอันตรายบรรจุภายในตู้สินค้าจำนวนหนึ่งซึ่งจมอยู่กับเรือ และยังไม่ทราบว่ามีสารพิษอะไรบ้าง หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป สารพิษเหล่านั้นจะรั่วไหลหรือไม่ 


ตอนนี้ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อบริษัทเจ้าของเรือซึ่งต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเร่งให้ความชัดเจนกับประชาชนเกี่ยวกับกรอบเวลาในการเก็บกู้เรือและตู้สินค้า รวมถึงต้องมีการตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล แม้ตนเชื่อว่าขณะนี้หน่วยงานพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่หากปล่อยให้เวลาเนิ่นนานไปและไม่สื่อสารแผนการทำงานที่ชัดเจน อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะกระทบต่อรายได้หลักของจังหวัดภูเก็ต เป็นสิ่งที่เราทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดขึ้น


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จี้ กกต. เคลียร์ปม “ฟ้องปิดปาก” ประชาชน-บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ลั่นอย่าอ้างเฟคนิวส์สยบข้อสงสัย ด้าน "เบญจพร" เชื่อหลักฐานไม่ครบถ้วน หวัง กมธ. ช่วยทำให้โปร่งใส

 


กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จี้ กกต. เคลียร์ปม “ฟ้องปิดปาก” ประชาชน-บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ลั่นอย่าอ้างเฟคนิวส์สยบข้อสงสัย ด้าน "เบญจพร" เชื่อหลักฐานไม่ครบถ้วน หวัง กมธ. ช่วยทำให้โปร่งใส


วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา09.50 น. นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเพื่อพิจารณากรณีที่ กกต. ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ซึ่งมีการเชิญ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี, น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ หัวหน้าฝ่ายคดีศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และผู้ได้รับผลกระทบ เข้าชี้แจง ว่า เรื่องนี้ เป็นที่สนใจต่อสาธารณชนเพราะการที่ กกต. ฟ้องประชาชนมีข้อสังเกตหลายอย่างว่าเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ เพราะเป็นการฟ้องโดยผู้มีอำนาจรัฐ ฟ้องประชาชนที่ทำการตรวจสอบการทำงานของ กกต. ซึ่งจากเหตุการณ์มีความผิดปกติเกิดขึ้นในการนับคะแนน ประชาชนก็ขอติดตามตรวจสอบในกระบวนการอาจมีพฤติการณ์บางอย่างที่เป็นการละเมิด จึงอยากให้ กกต. ได้ชี้แจง ว่าพฤติการณ์เหล่านั้นเป็นไปตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งหรือไม่ ที่ได้ตั้งข้อหากับประชาชน เป็นการตีความตามกฎหมายหรือ ตีความตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าเป็นการละเมิดจริงๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญมากหลังจากที่ กกต. ได้ออกมาตั้งข้อกล่าวหาฟ้องประชาชนทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวที่จะตรวจสอบหลายครั้ง


ดังนั้นถ้าประชาชนกลัวที่จะตรวจสอบ จะทำให้เกิดการฟ้องปิดปาก วันนี้จึงเป็นพื้นที่ให้ทั้งสองฝั่งได้ชี้แจง ฝั่งประชาชนชี้แจงถึงเจตนารมณ์ในการกระทำ ที่ได้ทำไปวันนั้น กกต. เองก็ได้ชี้แจงด้วยว่า สิ่งที่ กกต. มองว่าผิด แล้วฟ้องประชาชนด้วยสาเหตุอะไร


นายนรเศรษฐ์ ระบุว่า ไม่ได้รับทราบเหตุผลจาก กกต. ว่าเหตุใดถึงไม่ได้เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเองแต่ผ่านการเข้าระบบซูม ส่วนหีบบัตรที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงปัญหา แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเก็บไปแล้วนั้นก็จะต้องให้ทาง กกต. ชี้แจงกระบวนการจัดเก็บหีบ ว่าแต่ละที่แต่ละหน่วยมีกระบวนการมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งกระบวนการแต่ละที่มีความแตกต่างอาจทำให้เกิดความสงสัยต่อสังคม ว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่


นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า แนวทางการพิจารณาดำเนินการต่อของกรรมาธิการ อ้างอิงเรื่องการจัดทำรายงานกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม อยู่ระหว่างการนำเสนอต่อวุฒิสภา ส่วนตัวเห็นว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ยังไม่แน่ใจว่ารายงานจะมีประโยชน์หรือไม่


เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกตั้งคำถามเยอะมาก และยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องตาม เช่น บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง กรรมาธิการทำหนังสือไปยัง กกต. เรื่องของ TOR เอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง การทำบัตรเลือกตั้งทั้งปี 69 และปี 66 เพื่อเปรียบเทียบและดูสเปกบัตรเลือกตั้งว่ามีการระบุเฉพาะเจาะจงหรือไม่ หรือระบุบาร์โค้ด สเปกบัตรเลือกตั้ง” นายนรเศรษฐ์กล่าว


นายนรเศรษฐ์ ยังกล่าวถึง กรณีที่ กกต. ประชุมด่วนเกี่ยวกับการต่อต้านเฟคนิวส์ จะสร้างแรงสะท้านระหว่างประชาชนกับ กกต. หรือไม่ว่า คำถามต่างๆ ที่ประชาชนมีต่อ กกต. สิ่งที่จะทำได้คือการชี้แจงความจริงอย่างโปร่งใส รวมถึงแสดงขั้นตอนต่างๆ ให้โปร่งใสที่สุด การที่มาพูดว่าเป็นเฟคนิวส์ เชื่อว่าข้อมูลบางเรื่องไม่ถูกต้องอยู่บ้าง แต่บางครั้งเรื่องเป็นข้อสงสัยที่เกิดจากประชาชนจริงๆ การออกมาดำเนินการเช่นนี้ทำให้ประชาชนไม่คลายข้อสงสัย แต่การคลายข้อสงสัยคือการอธิบาย ว่าขั้นตอนกระบวนการเป็นอย่างไร หรือการเก็บหีบบัตร หรือกรณีคะแนนรวมไม่ได้ ปรับขึ้นปรับลงตลอด เกิดจากสาเหตุกระบวนการอะไร และกระบวนการนับคะแนนในห้องลับของ กกต. ไม่มีใครทราบ ว่าการนับคะแนนเป็นอย่างไร


ส่วนการเข้าชื่อของ สว. ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณีบาร์โค้ดจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สว. แต่ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่อยู่ในขั้นที่ กกต. ต้องอธิบายต่อประชาชนว่าการทำงานและข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคมจะอธิบายอย่างไร หากประชาชนยังไม่เชื่อมั่นในการชี้แจงและการทำงานอาจไม่ได้ส่งผลเพียงความเชื่อมั่นต่อผลเลือกตั้งครั้งนี้แต่จะส่งผลต่อระบบประชาธิปไตยในไทย


ยังกล่าวถึงกรณีที่ทนายอั๋นจะมาขอรายชื่อ สว. เพื่อยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเลือกตั้งว่าทราบจากนางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. ซึ่งหากจะต้องมีกระบวนการนี้จะต้องพูดคุยกันในกลุ่ม สว. และส่วนตัวเห็นว่ามีความผิดปกติในกระบวนการนับคะแนน การกาบัตรเลือกตั้ง ทำให้เกิดความสงสัยเพราะทุกหน่วยทำเหมือนกันหมดว่าได้รับการอบรมมาในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ซึ่งในกฎหมายประกอบการเลือกตั้งกำหนดว่าการนับคะแนนจะต้องทำอย่างโปร่งใสเปิดเผย แต่การมุดเข้าไปกาจะตีความแบบเดียวกันหรือไม่ และในกระบวนการมีข้อสงสัยมากมาย และก่อนการเลือกตั้งได้นำกรรมาธิการได้พูดคุยกับ กกต. แล้ว และผลการเลือกตั้งครั้งนี้มองว่ายังมีปัญหาอะไรหลายอย่าง กกต. ต้องแก้ไขและเปิดเผยโดยเร็วที่สุด


ด้านนางสาวเบญจพร สุขสว่าง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ชลบุรีเขต 1 คำร้องที่ยื่นไปถูกปัดตกทั้งหมด และในวันที่ตนได้ทำการเปิดหีบ แถลงการณ์ของ กกต. ไม่ตรงความเป็นจริงและพูดไม่หมด กกต. ไม่ได้พูดถึงหลักฐานที่เราพบเจอ ไม่ได้พูดถึงสาเหตุที่ไม่ได้ปิดหีบ และคิดว่า ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ได้นำหลักฐานทั้งหมดไปชี้แจงกับทางเลขาธิการ กกต. เชื่อว่ารายงานหลักฐานไม่ครบและไม่เพียงพอ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนยังคาใจจึงคิดว่าต้องดำเนินเรื่องต่อ ตนไม่ได้หมดหวังแต่ก็ไม่ได้กังวลเรื่องอะไรแล้วกับการมาประชุม กมธ. ครั้งนี้น่าจะช่วยในเรื่องความโปร่งใสได้มากขึ้น


นอกจากเรื่องที่ชลบุรีเขต 1 แล้วยังพบเรื่องของการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ได้มีการฟ้องกลับนายประยูร วัฒนศิริบรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ที่ได้ฟ้องตนในข้อหาบุกรุก ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากจบ แต่แทนที่จะชี้แจงข้อมูลด้วยเหตุผลกลับใช้กฎหมายโต้ตอบประชาชน จึงจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายตอบโต้กลับไป และคิดว่าการฟ้องตนเองครั้งนี้เป็นการฟ้องปิดปาก


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กมธพัฒนาการเมือง #กกต #เลือกตั้ง2569 #ชลบุรีเขต1 
















วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กลุ่มนิสิตนักศึกษา 9 สถาบัน ร้องศาลปกครอง พิพากษาสั่งเลือกตั้ง 69 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด และให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่

 


กลุ่มนิสิตนักศึกษา 9 สถาบัน ร้องศาลปกครอง พิพากษาสั่งเลือกตั้ง 69 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด และให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่


วันนี้ (16 มภาพันธ์ 2569) เวลา 13.30 น. ตัวแทนเครือข่ายนักศึกษา 9 สถาบัน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ขอนแก่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง รามคำแหง และศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมภาคประชาชน นำโดย นำโดย นายธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางมายื่นฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง และเลขาธิการ กกต. ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ตรวจสอบการออกแบบบัตรเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ปรากฏคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด


กลุ่มผู้ยื่นคำร้อง เห็นว่า อาจสามารถสแกนและเชื่อมโยงย้อนกลับไปถึงตัวตนผู้ลงคะแนนได้ อาจขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับและอาจขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมยื่นคำร้องขอคุ้มครองฉุกเฉิน ให้ศาลมีคำสั่งระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งชั่วคราว จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น


นอกจากนี้ยังขอให้ศาลมีคำสั่งแยกเก็บต้นขั้วบัตรเลือกตั้งออกจากตัวบัตร และจัดเก็บในสถานที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของศาล เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล


ด้านนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ระบุว่า การกำหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้งถือเป็นคำสั่งทางปกครอง จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครองกลาง ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ และหากศาลเห็นว่าการออกแบบบัตรไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจส่งผลให้การเลือกตั้งวันที่ 1 และ 8 ก.พ.2569 ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามไปด้วย


พร้อมระบุว่า การมายื่นฟ้องครั้งนี้มีพยานหลักฐานการทดสอบที่ชี้ว่าบัตรเลือกตั้งสามารถเชื่อมโยงถึงผู้ลงคะแนนได้ และพร้อมนำผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและไอทีเข้าไต่สวน หากศาลเห็นสมควร โดยย้ำว่าแม้เพียงอยู่ในวิสัยที่อาจทราบได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร ก็ถือว่าขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับตามแนวคำวินิจฉัยที่ผ่านมา


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กกต #เลือกตั้ง2569