วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

‘ปิยบุตร’ ลุยนนทบุรี ช่วย ‘เดชรัต’ หาเสียง ชี้ตำแหน่งนายก อบจ. ไม่ใช่มรดกสายโลหิต ชวนคนทุกสีร่วมสร้าง ‘New นนท์’

 


‘ปิยบุตร’ ลุยนนทบุรี ช่วย ‘เดชรัต’ หาเสียง ชี้ตำแหน่งนายก อบจ. ไม่ใช่มรดกสายโลหิต ชวนคนทุกสีร่วมสร้าง ‘New นนท์’


วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ร้านอุ่นไอดิน จังหวัดนนทบุรี ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.พรรคก้าวไกล เดินทางมาพบปะประชาชน และช่วยหาเสียงให้กับ ‘เดชรัต สุขกำเนิด’ ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี เบอร์ 4 พรรคประชาชน


ปิยบุตรกล่าวว่า ตนมาที่นี่ด้วยความผูกพันเป็นอย่างยิ่ง โดยการมาในวันนี้มาด้วย 3 สถานะ คือ 1. การเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ 2. การเป็นคนนนทบุรี และ 3. การเป็นผู้ช่วยหาเสียง


สถานะแรก เกิดจากการอยู่ภายใต้การปกครองของ คสช. และการเมืองที่มีการแบ่งฝ่ายถึงที่สุด ซึ่งมักจบลงที่การรัฐประหารทุกครั้ง แนวคิดของการตั้งพรรคอนาคตใหม่คือการรวบรวมประชาชนขึ้นมาใหม่ ยุติการแบ่งประชาชนออกเป็น 2 ฝ่าย เพราะไม่ว่าฝ่ายไหนชนะ ผู้ชนะที่แท้จริงก็ยังคงเป็นชนชั้นนำกลุ่มเดิม เช่น กองทัพที่ยึดอำนาจ หรือกลุ่มทุนผูกขาด พรรคจึงเริ่มศึกษาสิ่งที่ประชาชนทั้งสองฝ่ายมีความเชื่อคล้ายกัน เช่น ไม่เอารัฐประหาร การกระจายอำนาจ ปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูประบบราชการจากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่น และปฏิรูปกองทัพ เรื่องเหล่านี้ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีไหน ทุกคนล้วนเห็นตรงกันว่าเป็นปัญหาของประเทศ พวกตนจึงนำประเด็นเหล่านี้มารวบรวมประชาชนขึ้นมาใหม่ เป็นขบวนการที่หลอมรวมประชาชนทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน


ปิยบุตรกล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ มีการพูดถึงการยุติรัฐรวมศูนย์และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นนโยบายหรือธงหลักของพรรค เพราะหากจะเริ่มต้นสร้างสมดุลเพื่อลบผลพวงของการรัฐประหาร ก็ต้องเริ่มที่การกระจายอำนาจเป็นสิ่งแรก


บางคนอาจจะบอกว่าการกระจายอำนาจเท่ากับกระจายการโกง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พรรคของเราจะต้องเข้ามาทำงานในระดับท้องถิ่น โดยทำงานสอดประสานกัน คือในระดับชาติ ส่งผู้สมัคร สส. ให้มีเสียงมากที่สุดเพื่อเข้าไปเป็นรัฐบาล ออกกฎหมายและนโยบายเพื่อทลายการกระจุกตัวของงบประมาณที่อยู่ตามกระทรวงหรือกรม แล้วกระจายลงสู่ท้องถิ่น ส่วนในระดับท้องถิ่น เริ่มต้นที่การส่งผู้สมัครนายกท้องถิ่นในพื้นที่ที่มีความสำคัญและมีบุคลากรพร้อม เพื่อลบข้อครหาที่ว่าการเมืองท้องถิ่นต้องเป็นเรื่องของบ้านใหญ่และการคอร์รัปชัน พรรคจึงได้เสนอบุคลากรคุณภาพเข้าไปเป็นทางเลือกใหม่ ๆ


ปิยบุตรกล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นในปี 2563 ที่เสนอตัวในนามคณะก้าวหน้า แม้จะพ่ายแพ้ แต่ก็ได้สร้างมิติใหม่ทางการเมือง ทำให้ประชาชนหันมาสนใจการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น เพราะพรรคสีส้มสร้างความตื่นตัว มีความตั้งใจ และมุ่งแข่งขันกันด้วยนโยบาย พรรคไม่เคยซื้อเสียง ไม่เคยใช้กลไกรัฐหรืออิทธิพลมืด การติดกระดุมให้ถูกตั้งแต่เม็ดแรกคือการทำการเมืองโดยใช้เงินให้น้อยที่สุด ใช้เท่าที่จำเป็นตามกรอบที่กฎหมายกำหนด เพราะหากใช้เงินมากเกินไป ถึงเวลาก็ต้องไปถอนทุนคืน แนวทางนี้ทำให้พรรคมีอิสระในการกำหนดนโยบายอย่างแท้จริง


ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนจึงขอคนนนทบุรีสักครั้งว่าอย่าดูว่าผู้สมัครมาจากบ้านไหน แต่ให้ดูที่นโยบาย ดูว่าผู้สมัครทำการบ้านมาดีหรือไม่ มีการจัดทำแผนนโยบายเป็นเช็กลิสต์ให้ประชาชนใช้ตรวจสอบการทำงานตามสัญญาหรือไม่ แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะเกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องเลือกตั้ง อบจ. เร็วกว่าปกติ ตนจึงตั้งใจมาขอโอกาสพี่น้องชาวนนทบุรีอีกครั้ง ในฐานะผู้มีส่วนร่วมก่อตั้งพรรคมาตั้งแต่ต้น เพื่อสานต่ออุดมการณ์ที่หล่อเลี้ยงความหวังของประชาชน และเปลี่ยนการเมืองแบบเดิมให้มาแข่งขันกันที่นโยบาย


ปิยบุตรกล่าวต่อไปว่า ส่วนสถานะที่สอง ตนเป็นคนนนทบุรีมาตลอด 15 ปี สิ่งที่เห็นคือนนทบุรีมีความย้อนแย้งในตัวเอง คือมีความทันสมัยเพิ่มขึ้นตลอดเวลา มีคนจากพื้นที่อื่นย้ายเข้ามาอยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาความดั้งเดิมและศิลปวัฒนธรรมไว้ได้ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ที่ผ่านมา อบจ.นนทบุรีได้ใช้งบประมาณและอำนาจหน้าที่เท่าที่มีอยู่ไปแล้ว แต่วันนี้ตนอยากถามคนนนทบุรีว่าอยากเห็นอะไรใหม่ๆ หรือไม่ ไม่ใช่ว่าของเก่าไม่ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปเราก็ย่อมอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง อยากเห็นวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ในการพัฒนาจังหวัด เราอยากเห็นนนทบุรีแบบใหม่ เราจึงขอเสนอตัวคนของพรรคประชาชน


ส่วนสถานะสุดท้าย คือการเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับเดชรัต ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรและเศรษฐศาสตร์ เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และด้วยประสบการณ์ที่มี จึงได้เข้าไปเป็นคณะกรรมการติดตามงานด้านต่าง ๆ ของรัฐ ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ ตนและผู้ร่วมก่อตั้งท่านอื่นพยายามชักชวนเดชรัตมาร่วมเดินทางด้วยกันมาโดยตลอด จนกระทั่งพรรคถูกยุบมาเป็นพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เดชรัตลาออกจากราชการพอดี จึงได้เทียบเชิญให้มาเป็น ผอ.ศูนย์นโยบาย ช่วยขับเคลื่อนและออกแบบนโยบายให้พรรคตลอดมา


ปิยบุตรกล่าวด้วยว่า นักวิเคราะห์อาจจะมีการเชื่อมโยงเรื่องราวต่าง ๆ เช่น มองว่านนทบุรีเป็นฐานที่มั่นของพรรคสีส้ม เพราะมี สส. กวาดหมดทั้งจังหวัด จึงต้องการยึด อบจ. เพื่อครองทั้งจังหวัด แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ นนทบุรีเป็นของคนนนทบุรี การเลือกตั้งนี้ไม่ใช่สงครามการยึดพื้นที่ แต่เป็นการนำเสนอนโยบายของพรรคประชาชน โดยเดชรัตมีความตั้งใจจริงที่จะเข้ามาทำงานเพื่อคนทุกคน


“ความสำคัญของวันที่ 20 กันยายนนี้ คือแม้สถิติคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นมักจะน้อยกว่าระดับชาติ แต่การเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นเรื่องของบ้านของเราทุกคน เป็นรูปธรรมและใกล้ตัวกว่าการเลือกตั้งระดับประเทศมาก การเลือกตั้งท้องถิ่นในนนทบุรี ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกับบ้านใหญ่หรือใครก็ตาม ล้วนส่งผลกระทบต่อบ้านเกิดของทุกคนโดยตรง” ปิยบุตรกล่าว


ปิยบุตรกล่าวทิ้งท้ายว่า การเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญ ตำแหน่งนี้มีความสำคัญเกินกว่าจะผูกขาดหรือถ่ายทอดกันผ่านสายโลหิต แต่ต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพ สิ่งไหนดีก็ทำต่อ และเราต้องการนายกที่มีวิสัยทัศน์เพื่อมาพัฒนาบ้านเกิดและถิ่นที่อยู่ของทุกคน 20 กันยายนนี้ ขอให้สนับสนุนเดชรัตเป็นนายก อบจ.นนทบุรี และขอเชิญชวนทุกคนออกไปใช้สิทธิให้ถล่มทลายเทียบเท่ากับการเลือกตั้งระดับชาติสองครั้งที่ผ่านมา เพื่อคว้าโอกาสให้คนนนทบุรีได้สร้าง New นนท์


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เดชรัตNEWนนท์ #เลือกตั้งนายกอบจ #อบจนนทบุรี