วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569

นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (7)


นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (7)


พรรคแนวร่วมมหิดลได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ได้ตัวแทนนักศึกษาชั้นปีและคณะต่าง ๆ เป็นจำนวนเสียงข้างมาก และคณะบริหารก็ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ผมจึงต้องรับหน้าที่เป็นนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลในขณะเดียวกัน ก็เป็นกรรมการบริหารประจำของศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยด้วย ทำให้ผมต้องดูแลเพื่อนพี่น้องนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด  และต้องเข้าร่วมการต่อสู้ภายนอกมหาวิทยาลัยของศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.)


ทำให้ผมใกล้ชิดน้อง ๆ คณะวิทยาฯ น้องพลีคลินิค และพี่รามาฯ มา ในช่วงนั้น ศูนย์นิสิตฯ อยู่ในสถานะที่ยากลำบากมาก เพราะมหาวิทยาลัยต่าง ๆรังเกียจอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากรฯ ก็รังเกียจ แม้จะอยู่ในสมัยรัฐบาลสัญญาธรรมศักดิ์ก็ตาม


เมื่อหันเหไปทางไหนก็ถูก “ไล่” หมดไม่ให้อยู่


ในที่สุดก็ได้รับความกรุณาจาก อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ซึ่งเป็นหัวหน้าภาควิชาจุลชีวะของมหาวิทยาลัยมหิดลในตอนนั้น นำไปหารือในตอนต้นปี 2517 กับคณบดีคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล คือ อ.ประดิษฐ์ หุตางกูร ท่านให้ความเมตตามาก ท่านยินดีต้อนรับให้ศนท.มาใช้สถานที่ของคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล


ท่านบอก “มาเลย” “ผมรับผิดชอบหมด”


ต่อมาศูนย์นิสิตฯ ก็ย้ายมาอยู่คณะเภสัชฯ มหิดล ใกล้รพ.สงฆ์ปัจจุบัน พวกกระทิงแดง มาขว้างระเบิดใส่ก็หลายครั้ง แต่คณบดี ประดิษฐ หุตางกูร ไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย ยังคงกางปีกโอบอุ้มศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยไว้ในอ้อมอก ไม่ขับไสไล่ส่งไปไหนครับ แม้ท่านจะถูกกดดันอย่างรุนแรงจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยและจากทบวงมหาวิทยาลัยในตอนนั้น


ต่อมา “ศูนย์นักเรียนแห่งประเทศไทย” ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน คือ “ถูกขับไล่จากทุก ๆ โรงเรียนในกทม.” ไม่สามารถหาสถานที่ตั้งเพื่อประชุมและทำงานได้ ผมจึงตอบรับให้ “ศูนย์นักเรียนแห่งประเทศไทย” มาตั้งที่ “ตึกสันทนาการของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล” ในตอนนั้น “อยู่ติดกับตึกศูนย์วิจัยของสปอ. ในตอนนั้น ตอนนี้เป็นที่ตั้งของกระทรวงการต่างประเทศ” ประมาณเดือน  กรกฏาคม 2517


จากนั้นเป็นต้นมา เพื่อนพี่น้อง โดยเฉพาะชั้นปี 1-2 คณะวิทยาศาสตร์ฯ ปี 3-4 พลีคลินิคทั้งศิริราช รามาฯ และแทบทุกคณะก็จะมารวมตัวกันทำงานร่วมกันเพื่อส่วนรวมอย่างสุดชีวิตจิตใจ โดยไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์ใด ๆ มีความสามัคคีกันอย่างเหนียวแน่น รวมทั้งได้ทำงานร่วมกับ น้อง ๆ มัธยมต้น มัธยมปลาย ของโรงเรียนอันดับต้น ๆ ของประเทศในกทม.อย่างสนิทสนม ทุกวันไม่เว้นวันหยุด


ตึกสันทนาการฯ กลายเป็นศูนย์กลางในการวางแผนการ “กวนกาว”เพื่อปิดโปสเตอร์นัดการประท้วงหรือการชุมนุมทางการเมืองทั่วกทม.


รวมทั้งวางแผนการชุมนุมทางการเมืองหรือการประท้วงสำคัญหลายหนและตึกเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ก็กลายเป็นสถานที่ประชุมของกรรมการบริหารศูนย์นิสิตฯ และกรรมการศูนย์นิสิตฯ วางแผนการเคลื่อนไหวทั่วประเทศ โครงการ “ประชาธิปไตยลงสู่ชนบทของศูนย์นิสิตฯ” ก็บริหารจัดการกันที่คณะเภสัชศาสตร์นี่แหละครับ


ตึกสันทนาการฯและตึกเภสัชศาสตร์เป็นเป้าหมายของ “อันธพาลการเมือง” มาก่อกวนสร้างความรุนแรง ยิง ฆ่า สังหาร มีเพื่อนนักศึกษามหิดลถูกลอบสังหารทางการเมืองเมื่อเดินข้ามถนนกลางดึกหน้าคณะวิทยาศาสตร์ในปี 2517


นพ.เหวง โตจิราการ

5 ก.ย. 56


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเหวง