นพ.เหวง
โตจิราการ :
เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (7)
พรรคแนวร่วมมหิดลได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง
ได้ตัวแทนนักศึกษาชั้นปีและคณะต่าง ๆ เป็นจำนวนเสียงข้างมาก
และคณะบริหารก็ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง
ผมจึงต้องรับหน้าที่เป็นนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลในขณะเดียวกัน
ก็เป็นกรรมการบริหารประจำของศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยด้วย
ทำให้ผมต้องดูแลเพื่อนพี่น้องนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด และต้องเข้าร่วมการต่อสู้ภายนอกมหาวิทยาลัยของศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
(ศนท.)
ทำให้ผมใกล้ชิดน้อง ๆ คณะวิทยาฯ น้องพลีคลินิค และพี่รามาฯ มา ในช่วงนั้น ศูนย์นิสิตฯ อยู่ในสถานะที่ยากลำบากมาก เพราะมหาวิทยาลัยต่าง ๆรังเกียจอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากรฯ ก็รังเกียจ แม้จะอยู่ในสมัยรัฐบาลสัญญาธรรมศักดิ์ก็ตาม
เมื่อหันเหไปทางไหนก็ถูก
“ไล่” หมดไม่ให้อยู่
ในที่สุดก็ได้รับความกรุณาจาก
อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ซึ่งเป็นหัวหน้าภาควิชาจุลชีวะของมหาวิทยาลัยมหิดลในตอนนั้น
นำไปหารือในตอนต้นปี 2517
กับคณบดีคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล คือ อ.ประดิษฐ์ หุตางกูร ท่านให้ความเมตตามาก
ท่านยินดีต้อนรับให้ศนท.มาใช้สถานที่ของคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
ท่านบอก
“มาเลย” “ผมรับผิดชอบหมด”
ต่อมาศูนย์นิสิตฯ ก็ย้ายมาอยู่คณะเภสัชฯ มหิดล ใกล้รพ.สงฆ์ปัจจุบัน พวกกระทิงแดง มาขว้างระเบิดใส่ก็หลายครั้ง แต่คณบดี ประดิษฐ หุตางกูร ไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย ยังคงกางปีกโอบอุ้มศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยไว้ในอ้อมอก ไม่ขับไสไล่ส่งไปไหนครับ แม้ท่านจะถูกกดดันอย่างรุนแรงจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยและจากทบวงมหาวิทยาลัยในตอนนั้น
ต่อมา
“ศูนย์นักเรียนแห่งประเทศไทย” ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน คือ “ถูกขับไล่จากทุก ๆ โรงเรียนในกทม.”
ไม่สามารถหาสถานที่ตั้งเพื่อประชุมและทำงานได้ ผมจึงตอบรับให้
“ศูนย์นักเรียนแห่งประเทศไทย” มาตั้งที่ “ตึกสันทนาการของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล”
ในตอนนั้น “อยู่ติดกับตึกศูนย์วิจัยของสปอ. ในตอนนั้น
ตอนนี้เป็นที่ตั้งของกระทรวงการต่างประเทศ” ประมาณเดือน กรกฏาคม 2517
จากนั้นเป็นต้นมา
เพื่อนพี่น้อง โดยเฉพาะชั้นปี 1-2 คณะวิทยาศาสตร์ฯ ปี 3-4 พลีคลินิคทั้งศิริราช รามาฯ
และแทบทุกคณะก็จะมารวมตัวกันทำงานร่วมกันเพื่อส่วนรวมอย่างสุดชีวิตจิตใจ
โดยไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์ใด ๆ มีความสามัคคีกันอย่างเหนียวแน่น
รวมทั้งได้ทำงานร่วมกับ น้อง ๆ มัธยมต้น มัธยมปลาย ของโรงเรียนอันดับต้น ๆ ของประเทศในกทม.อย่างสนิทสนม
ทุกวันไม่เว้นวันหยุด
ตึกสันทนาการฯ
กลายเป็นศูนย์กลางในการวางแผนการ
“กวนกาว”เพื่อปิดโปสเตอร์นัดการประท้วงหรือการชุมนุมทางการเมืองทั่วกทม.
รวมทั้งวางแผนการชุมนุมทางการเมืองหรือการประท้วงสำคัญหลายหนและตึกเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ก็กลายเป็นสถานที่ประชุมของกรรมการบริหารศูนย์นิสิตฯ และกรรมการศูนย์นิสิตฯ วางแผนการเคลื่อนไหวทั่วประเทศ โครงการ “ประชาธิปไตยลงสู่ชนบทของศูนย์นิสิตฯ” ก็บริหารจัดการกันที่คณะเภสัชศาสตร์นี่แหละครับ
ตึกสันทนาการฯและตึกเภสัชศาสตร์เป็นเป้าหมายของ
“อันธพาลการเมือง” มาก่อกวนสร้างความรุนแรง ยิง ฆ่า สังหาร มีเพื่อนนักศึกษามหิดลถูกลอบสังหารทางการเมืองเมื่อเดินข้ามถนนกลางดึกหน้าคณะวิทยาศาสตร์ในปี
2517
นพ.เหวง
โตจิราการ
5 ก.ย. 56
