SEC Watch ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบฯ จนกว่าจะได้รับคำตอบ ทวงรัฐบาลทำตามบันทึกข้อตกลง 3 ข้อ ยกเลิก พ.ร.บ.SEC - ชะลอแลนด์บริดจ์ ชี้ “รัฐบาลเบี้ยวข้อตกลง”
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชษ ประตู 2 บริเวณทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) เดินทางมาปักหลักชุมนุม พร้อมยื่นหนังสือและอ่านแถลงการณ์เพื่อทวงถามความคืบหน้าการดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงนามร่วมกับเครือข่าย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยระบุว่ารัฐบาลยังไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ตกลงร่วมกันไว้ และจะปักหลักชุมนุมบริเวณประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล จนกว่าจะได้รับคำตอบตามข้อเรียกร้อง
การชุมนุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการปักหลักชุมนุมของเครือข่าย SEC Watch และ EEC Watch ระหว่างวันที่ 22-30 มิถุนายน 2569 ภายใต้กิจกรรม “หยุดกฎหมายขายแผ่นดิน” หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างกระทรวงคมนาคมกับเครือข่าย SEC Watch เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และมีหนังสือสั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรมทางหลวง และการรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการตามข้อตกลงเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
บันทึกข้อตกลงดังกล่าวประกอบด้วย 3 ประเด็น ได้แก่ การยกเลิกร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ และการตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้
อย่างไรก็ตาม เครือข่าย SEC Watch ระบุว่า ข้อตกลงยังไม่ได้รับการปฏิบัติ โดยเฉพาะ 2 ประเด็น ได้แก่ การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าสามารถนำโครงการแลนด์บริดจ์กลับมาดำเนินการได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเครือข่ายเห็นว่าขัดกับสาระของบันทึกข้อตกลงที่กำหนดให้อนาคตของโครงการขึ้นอยู่กับผลการศึกษาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการที่รัฐบาลยังไม่มีความคืบหน้าในการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ แม้เวลาจะผ่านมาราว 1 เดือนหลังการลงนาม
เครือข่ายระบุว่า เมื่อข้อตกลงทั้งสองประเด็นยังไม่ถูกดำเนินการ จึงกังวลว่าข้อตกลงเรื่องการยุติการผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (พ.ร.บ. SEC) อาจไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นกัน จึงกลับมาปักหลักชุมนุมเพื่อทวงถามความคืบหน้าจากรัฐบาล
ภายหลังเริ่มการชุมนุม ตัวแทนเครือข่ายได้ยื่นหนังสือต่อรัฐบาล และมีการอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 3 โดยตั้งข้อสังเกตว่า การไม่ดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงอาจสะท้อนถึงความไม่เป็นเอกภาพในการบริหารงานของรัฐบาล พร้อมตั้งคำถามว่าการลงนามของรองนายกรัฐมนตรีได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีหรือไม่ หลังจากมีท่าทีเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ที่แตกต่างจากสาระในบันทึกข้อตกลง รวมทั้งยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ตามที่ตกลงไว้
แถลงการณ์ยังระบุว่า หากนายกรัฐมนตรีไม่ลงนามรับรองหรือสั่งการให้ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง อาจสะท้อนถึงความเห็นต่างภายในฝ่ายบริหาร นอกจากนี้ เครือข่ายยังวิจารณ์การผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล โดยเห็นว่าควรจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ก่อน เพื่อให้การลงทุนด้านคมนาคมสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค
ท้ายที่สุด เครือข่าย SEC Watch ยืนยันให้รัฐบาลปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงที่ได้ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี และประกาศจะปักหลักชุมนุมบริเวณประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล จนกว่าจะได้รับคำตอบตามข้อเรียกร้อง
ภายหลังการอ่านแถลงการณ์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาประกาศต่อกลุ่มผู้ชุมนุม ระบุห้ามชุมนุมสาธารณะรอบทำเนียบรัฐบาลในรัศมี 50 เมตร และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนตรึงกำลังเพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมข้ามไปยังบริเวณหน้าประตูทำเนียบรัฐบาล ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมจึงเริ่มทำการปักหลักชุมนุมบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษ จนกว่าจะได้รับคำตอบจากนายกรัฐมนตรี
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรบSEC #ชะลอแลนด์บริดจ์















