วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ศาลฎีกาตรวจหลักฐานคดี 44 สส. “ก้าวไกล” ไต่สวนพยานปากสุดท้าย 18 พ.ค. 70 ก่อนนัดตัดสิน ทนายยันพยาน 60 ปากไม่ใช่การยื้อเวลาแน่นอน

 


ศาลฎีกาตรวจหลักฐานคดี 44 สส. “ก้าวไกล” ไต่สวนพยานปากสุดท้าย 18 พ.ค. 70 ก่อนนัดตัดสิน ทนายยันพยาน 60 ปากไม่ใช่การยื้อเวลาแน่นอน


วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน นัดตรวจหลักฐานคดี คมจ.1/2569 ระหว่างคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติผู้ร้อง กับ 44 สส.พรรคก้าวไกล ผู้คัดค้าน กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงจากที่ทั้งหมดลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112


โดยในวันนี้ ผู้ร้องและทนายความผู้รับมอบอำนาจบางส่วนมาศาล มีนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. เดินทางเข้ามาในวันนี้ด้วย

 

ทั้งนี้ ศาลสอบคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้วแล้ว คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงที่มีการเสนอพยานหลักฐานในเบื้องต้น เห็นควรกำหนดวันไต่สวนพยานผู้ร้องจำนวน 4 นัด 9 ปาก โดยนัดไต่สวนพยานปากแรกวันที่ 25 สิงหาคมนึ้ 


ส่วนพยานผู้คัดค้าน จำนวน 60 ปาก ประกอบด้วยประกอบด้วย ผู้คัดค้าน 25 ปาก นักวิชาการ 15 ปาก และผู้อยู่ในเหตุการณ์ 20 ปาก กำหนดไต่สวนพยาน 17 นัด เริ่มไต่สวนพยานนัดแรกวันที่ 3 พ.ย. 2569 และนัดสุดท้ายในวันที่ 18 พ.ค. 2570 ก่อนนัดฟังคำพิพากษาต่อไป


ศาลกำชับให้คู่ความทำบัญชีตารางพยานเพื่อให้ไต่สวนแต่ละนัด และกำหนดประเด็นให้ศาลทราบ พร้อมแนวคำถามมาก่อน เพื่อให้ศาลพิจารณาอนุญาตว่าจะให้ถามคำถามดังกล่าวหรือไม่


ต่อมานายนิธิ ละเอียดดี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากฝ่ายผู้คัดค้าน ได้เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทีมทนายความได้ยื่นบัญชีรายชื่อพยานไปมากกว่า 80 ปาก แต่ได้มีการปรับลดลงเนื่องจากมีความซ้ำซ้อนและตัดประเด็นออกตามที่ศาลพิจารณา ทำให้ล่าสุดศาลฎีกาอนุญาตให้ฝั่งผู้คัดค้านสืบพยานจำนวน 60 ปาก โดยศาลได้กำหนดกรอบเวลาให้ทางฝ่ายผู้คัดค้านนำเสนอตารางรายชื่อพยานและประเด็นการไต่สวนภายใน 30 วัน


สำหรับพยานทั้ง 60 ปาก สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มผู้คัดค้าน ตัวอดีต สส. ซึ่งคาดว่าบุคคลสำคัญอย่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีต สส.พรรคก้าวไกล หัวหน้าพรรคประชาชน จะเข้าเบิกความต่อศาลด้วยตนเอง แต่จะต้องมีการหารือเพื่อยืนยันตารางเวลาที่ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากทั้งสองท่านมีภารกิจสำคัญอย่างต่อเนื่อง


2. กลุ่มนักวิชาการ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อให้ความเห็นทางวิชาการที่ครอบคลุมมากกว่าประเด็นทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว และ 3. กลุ่มผู้รู้เห็นเหตุการณ์  เป็นผู้ที่รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ในสมัยดังกล่าว


เมื่อถามว่ารายชื่อพยานกลุ่มนักวิชาการ ว่าจะมีกลุ่มนักวิชาการด้านกฎหมายที่มีชื่อเสียง เช่น อดีตคณะนิติราษฎร์ มาร่วมเบิกความหรือไม่ นายนิธิระบุว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทาบทามและประสานงาน จึงขอสงวนรายชื่อไว้ก่อน และจะมีการอัปเดตให้ทราบในภายหลัง เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสลับคิวพยานตามความสะดวก


ประเด็นหลักที่ใช้ในการต่อสู้คดี นายนิธิ กล่าวว่า ประเด็นหลักของคดีนี้คือ การกระทำของฝ่ายผู้คัดค้าน 44 อดีตสส. ที่ไม่ได้เป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรม


สำหรับไทม์ไลน์ในการพิจารณาคดีนั้น คาดว่ากระบวนการสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้านจะเสร็จสิ้นในช่วงเดือน พ.ค.ปีหน้า ซึ่งเมื่อถูกตั้งคำถามว่าระยะเวลาดังกล่าวถือว่านานเกินไปหรือไม่ นายนิธิ กล่าวว่า ด้วยจำนวนพยานและสภาพความซับซ้อนของคดี ถือว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ได้เร็วหรือช้าจนเกินไป


นายนิธิ กล่าวอีกว่า การที่มีพยานจำนวนมาก ยืนยันว่าไม่ใช่การยื้อเวลาอย่างแน่นอน สังเกตได้ว่าศาลท่านก็อนุญาตตามที่เราร้องขอ เพราะศาลต้องการให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ทางเราเองก็ต้องการนำเสนอข้อเท็จจริง ความเห็น และพยานหลักฐานต่าง ๆ เข้าสู่สำนวนอย่างครบถ้วน ซึ่งต้องขอขอบคุณศาลที่เปิดโอกาสให้ได้นำเสนออย่างเต็มที่


นายนิธิ ยังกล่าวถึงลำดับการนำสืบพยานว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปในวันนี้ว่าจะให้กลุ่มนักวิชาการหรือกลุ่มใดขึ้นเบิกความก่อน เนื่องจากต้องนำกลับไปหารือร่วมกับทีมฝ่ายผู้คัดค้านเพื่อจัดตารางความเหมาะสม โดยศาลเปิดกว้างให้สามารถบริหารจัดการและนำเสนอได้ตามความสะดวกของพยานแต่ละปาก


กรณีของ นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ อดีต สส.กทม. หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ได้มีทนายความมาร่วมรับฟังในวันนี้นั้น นายนิธิ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยกล่าวว่าไม่สามารถตอบแทนได้ และขอให้สื่อมวลชนสอบถามจากเจ้าตัวโดยตรง


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #44สส #พรรคก้าวไกล #พรรคประชาชน