ภาคประชาชนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ค้าน 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย ชูป้าย 'ไม่ต้อนรับอาชญากร' พร้อมสวมหน้ากาก 'อนุทิน-มิน อ่อง หล่าย' โชว์กินเค้กร่วมกัน สื่อถึงการแบ่งผลประโยชน์จากเหมือง
วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 18.10 น. บริเวณทำเนียบรัฐบาล ภาคประชาชนแสดงออกคัดค้านการเยือนประเทศไทยของ มิน อ่อง หล่าย ถือป้ายเป็นข้อความภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาเมียนมา พร้อมมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เป็นการกินเค้ก ที่มีการปักธงชาติไทยและธงชาติเมียน โดยสวมหน้ากากอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และ พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย อดีตผู้นำคณะรัฐประหารเมียนมา ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ
ในระหว่างการจัดกิจกรรม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนตรึงกำลังปิดกั้นบริเวณ ก.พ.ร. เพื่อไม่ให้ประชาชนออกมาด้านนอก โดยระบุว่าเป็นพื้นที่ของราชการ ไม่ให้ประชาชนออกไปจากบริเวณตรงนี้และให้ออกอีกประตูหนึ่ง พร้อมกับถือป้ายข้อความ “เขตห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร” โดยผู้ชุมนุมอยู่บริเวณด้านหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ผู้จัดกิจกรรมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “การมาเยือนอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย ไม่ได้ฟังเสียงข้อเรียกร้องของประชาชนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านมนุษยธรรมและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ยังดำรงอยู่ คือ การปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำจากการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ และกรณีการเข่นฆ่า ทำร้าย การโจมตีทางอากาศที่ยังเกิดขึ้นทุกพื้นที่ในเมียนมา รวมถึงการลงทุนของไทยที่ช่วยเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ทหารเมียนมาทำสงครามเข่นฆ่าประชาชน
“การพบปะกันครั้งนี้ ไม่ได้ช่วยทำให้เกิดสันติภาพในเมียนมา และไม่ได้แก้ปัญหาที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในเมียนมา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจแสวงหาประโยชน์ร่วมกัน โดยไม่คำนึงถึงประชาชน เหมือนการแสดงเมื่อสักครู่นี้ที่ให้เห็นว่าการนั่งกินเค้กไม่ได้สนใจผลกระทบที่เกิดขึ้น แม้เสียงจากประชาชนเมียนมา และประชาชนไทยจะร่วมกันแสดงพลังและแสดงจุดยืน แต่ตราบใดที่ผู้มีอำนาจทั้งสองประเทศไม่สนใจและไม่รับฟังเสียง สันติภาพในเมียนมา และความปกติสุขในประเทศไทย ก็ยากมากที่จะเกิดขึ้น”
หลังให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ผู้จัดกิจกรรมมีการถือป้ายข้อความขนาดใหญ่ “พวกเราไม่ต้อนรับอาชญากร มิน อ่อง หล่าย” บริเวณริมถนนหน้าป้ายสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
ทั้งนี้ ในวันนี้กลุ่มภาคประชาสังคมจำนวน 17 องค์กร ได้แก่ Solidarity Collective TH, SEM (Spirit in Education movement), Milk Tea Alliance Thailand, FemSamYan, Socialgaze, สมัชชาคนจน, คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition), กลุ่มเพื่อนต่อด้านเผด็จการ (Friends Against Dictatorship: FAD), ภาคีเซฟบางกลอย, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, เครือข่ายติดตามเฝ้าระวังโครงการพัฒนาปาตานี, The Patani, วงสามัญชน, กอผือรื้อเผด็จการ
เฟมินิลต์ปลาแดก, Amnesty Interational (Thailand), Myanmar response network (MRN) มีการออกแถลงการณ์คัดด้านการเยือนประเทศไทยของ มิน อ่อง หล่าย โดยมีข้อความดังนี้
“ผลประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อนผลประโยชน์ของรัฐบาลทหารเมียนมา
พวกเราขอคัดค้านการเดินทางเยือนประเทศไทยของ มิน อ่อง หล่าย ในวันที่ 6-7 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อกระชับความร่วมมือและหารือปัญหาแนวชายแดน เนื่องจาก มิน อ่อง หล่าย คือ ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ผู้ซึ่งการดำรงอยู่ของระบอบได้แลกมาด้วยความรุนแรงต่อประชาชน การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ และอาชญากรรมสงครามที่ยังคงคร่าชีวิตผู้คนอย่างต่อเนื่อง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วิกฤตในเมียนมาไม่ได้เป็นเพียงปัญหาภายในประเทศ หากแต่ส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วทั้งภูมิภาค ทั้งการพลัดถิ่นของผู้ลี้ภัย การสูญเสียชีวิตและวิถีชีวิตของผู้คนนับล้าน ความไม่มั่นคงบริเวณชายแดน การค้ามนุษย์ และผลกระทบต่อประชาชนทั้งในประเทศเมียนมาและประเทศไทย
การมอบความชอบธรรมหรือผลประโยชน์ให้รัฐบาลทหารเมียนมา ไม่ได้ทำให้ภูมิภาคสงบสุข หากกลับยิ่งยืดเยื้อความรุนแรง หล่อเลี้ยงสงคราม และทำให้ประชาชนต้องเผชิญความทุกข์ทรมานต่อไป ความมั่นคงที่แท้จริงของประเทศไทยและภูมิภาค ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนรัฐบาลที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนของตนเอง แต่ต้องตั้งอยู่บนสันติภาพ ความยุติธรรม และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พวกเราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทย
- หยุดส่งผ่านรายได้และผลประโยชน์ให้รัฐบาลทหารเมียนมา พร้อมทบทวนความร่วมมือและข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์หรือสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหารเมียนมา
- รับฟังข้อเรียกร้องของแรงงานเมียนมาในประเทศไทย โดยอำนวยความสะดวกและผ่อนปรนข้อกำหนดเพื่อป้องกันการหลุดจากระบบของแรงงานที่ถูกกฎหมาย และไม่ผลักภาระให้แรงงานต้องพึ่งพาระบบที่สร้างรายได้แก่รัฐบาลทหารเมียนมา
- สนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เป็นอิสระ โดยผลักดันให้ความช่วยเหลือจากนานาชาติสามารถเข้าถึงประชาชนในเมียนมาได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านรัฐบาลทหารเมียนมา
- ปฏิเสธการสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหารเมียนมาและผู้นำที่ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชน การเลือกตั้งภายใต้การควบคุมของกองทัพ ซึ่งมีการจำกัดการแข่งขันทางการเมือง ปราบปรามผู้เห็นต่าง และไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่อาจถือเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่แท้จริง
- คัดค้านการคืนบทบาทหรือสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหารเมียนมาในอาเซียน จนกว่ารัฐบาลของเมียนมาจะยุติความรุนแรงต่อประชาชน และเดินหน้าสู่การฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
เราขอเรียกร้องให้อาเซียนดำเนินบทบาทที่จริงจังในการยุติความรุนแรง และยืนหยัดต่อหลักการที่ว่า การยึดอำนาจด้วยกำลังและการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนไม่ควรได้รับการยอมรับหรือสร้างความชอบธรรมผ่านเวทีระหว่างประเทศ
ท้ายที่สุด วิกฤตเมียนมาไม่ใช่เพียงปัญหาของประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นปัญหาของภูมิภาคทั้งหมด ต้นตอของวิกฤตคือรัฐบาลทหารที่เลือกทำสงครามกับประชาชนของตนเอง พร้อมทั้งมิน อ่อง หล่ายได้ถูกกล่าวหาและยื่นหมายจับในเวทีระหว่างประเทศแล้วว่ามีส่วนรับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
ประเทศไทยไม่ควรดำเนินนโยบายที่สร้างประโยชน์ต่อรัฐบาลทหารเมียนมา หรือถูกมองว่าเลือกยืนอยู่ข้างผู้ก่อความรุนแรงต่อประชาชนและอาชญากรรมสงคราม การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการไม่มอบความชอบธรรมแก่ผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน และยืนหยัดเคียงข้างประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม
เพราะความมั่นคงของประชาชนไทย ไม่อาจแยกขาดจากความปลอดภัยของประชาชนเมียนมา
หยุดสนับสนุนรัฐบาลทหารเมียนมา เพื่อสันติภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และอนาคตร่วมกันของภูมิภาค”
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #รัฐบาลอนุทิน #มินอ่องหล่าย
















