แถลงการณ์วันแรงงานสากล 1 พ.ค. 2569 โดย องค์กรสังคมนิยมแรงงาน
ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงติดอันดับต้น ๆ ของโลก สัดส่วนความมั่งคั่งที่ตกถึงมือแรงงานลดลงเรื่อย ๆ ในขณะที่นายทุนกอบโกยกำไรส่วนเกินอย่างมหาศาล เมื่อเงินเฟ้อพุ่งสูงแต่ค่าจ้างถูกแช่แข็ง มูลค่าที่แท้จริงจากกการทำงานของกรรมาชีพจึงลดลงเรื่อย ๆ มันเป็นการเปิดศึกทางชนชั้นเพื่อให้แรงงานหวาดกลัวและไม่กล้าลุกขึ้นสู้ นอกจากนี้ ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชายังคง คุกรุ่น ซึ่งถูกใช้เพื่อเบี่ยงเบนความยากจน และสร้างความชอบธรรมแก่กองทัพในการแทรกแซงการเมืองและชี้นำสังคม
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงประชาธิปไตยอันตกต่ำ เซาะกร่อนพื้นที่ต่อรองที่มีน้อยอยู่แล้วของแรงงานทั้งผอง รวมทั้งศักยภาพการรวมกลุ่ม และมีการคุมขังนักโทษการเมืองต่อเนื่อง ด้วยการรัฐประหาร และการออกแบบระบอบการเมือง ศาล องค์กรอิสระ โดยกองทัพ ข้าราชการผู้บังคับบัญชา ผู้เชี่ยวชาญรับใช้เผด็จการ เพื่อขัดขวางการปฏิรูปสังคมและรักษาระบบขโมยความมั่งคั่งเอาไว้
นอกจากนั้น ชนวนซ้ำเติมความลำบากคือ สถานการณ์สงครามจักรวรรดินิยมรอบล่าสุดเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมวงโจมตีอิหร่าน ทำลายโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งอุตสาหกรรมน้ำมัน และพื้นที่พลเรือน อิหร่านใช้การควบคุมน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย เป็นเครื่องมือในการต่อรองกับสหรัฐอเมริกา
การโจมตีดังกล่าวเป็นความพยายามรักษาอิทธิพลของจักรวรรดิสหรัฐฯ ในการควบคุมแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ของโลก โดยเฉพาะน้ำมันบริเวณอ่าวเปอร์เซียที่ถูกผลิตได้ราว 20% ของทั้งโลกเพื่อแข่งขันกับอิทธิพลของจีน และอิสราเอลที่พยายามเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคแข่งกับอิหร่าน
น้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นทันทีจากเดิมมีการเก็งกำไรอยู่แล้ว เมื่อราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนของทุกการผลิตสินค้าพุ่งสูงขึ้นและเกิดการขาดแคลนน้ำมันในหลายพื้นที่ กรรมาชีพและชาวนายากจนคือคนกลุ่มแรกที่จะได้รับผลกระทบ ไรเดอร์ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่ม กระทบการทำงานโรงพยาบาลทั้งแพทย์และผู้มารับการรักษา ท่ามกลางอากาศที่ร้อน 42-43 องศาเซลเซียส
ในขณะที่พวกนักลงทุนในตลาดหุ้นกลับฉวยโอกาสนี้ “เล่นพนัน” กับความอดอยากของเพื่อนมนุษย์ รวมไปถึงการกักตุนน้ำมันในบางพื้นที่ในไทยเพื่อเก็งกำไรด้วยทำให้น้ำมันขาดแคลนบางส่วน มีการคาดการณ์ว่า ทุนน้ำมันรายหนึ่งจะมีกำไรเพิ่มอีกร้อยละ 56 และกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมีโตขึ้นร้อยละ 7 ในไตรมาสแรกของปีนี้
รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยได้ทำอะไรเพื่อคลี่คลายวิกฤติพลังงานครั้งนี้ ?
รัฐบาลปล่อยให้มีการกักตุนน้ำมัน และสอนให้ประชาชนพอเพียง พวกคนในชนชั้นปกครองและนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ออกมาเรียกร้องให้คนจนเสียสละ ให้ “อดทน” ให้ “รัดเข็มขัด” ปลูกผักเลี้ยงไก่ ให้ยอมรับชะตากรรม โดยอ้างว่าอย่าฝืนกลไกตลาด
แม้แต่พรรคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นพรรคที่ก้าวหน้าที่สุดในการเมืองไทย ยังเคยเสนอว่าให้ลดการอุดหนุนราคาน้ำมัน เพื่อสะท้อนราคาจริง คนจะได้ลดการใช้พลังงาน แต่รูปธรรมแรงงานและคนจนจะถูกบีบให้เสียสละอยู่ดี เพราะเดิมก็ประหยัดกันอยู่แล้ว ในขณะที่ทุนพลังงานยังคงกินกำไร และพวกมหาเศรษฐีนายทุนยังคงปรับวิถีชีวิตได้โดยไม่เสียแรง สะท้อนให้เห็นว่ากลไกตลาดไม่นำไปสู่การคลี่คลายความลำบากของคนส่วนใหญ่แต่อย่างใด
เหตุใดวันแรงงานสากลเกี่ยวข้องอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ ?
ในประวัติศาสตร์ของระบบทุนนิยมนับตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 วันแรงงานสากลเป็นวันที่ขบวนการแรงงานออกมาผลักดันข้อเรียกร้องร่วมกัน ไม่ว่าจะเริ่มจากข้อเรียกร้องระบบ 8-8-8 คือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และศึกษาเล่าเรียน 8 ชั่วโมง จนถึงสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมและรวมกลุ่มจัดตั้งของแรงงาน สิทธิการนัดหยุดงาน การเลือกตั้ง สิทธิทางการเมือง และประชาธิปไตย อีกทั้งเป็นวันแห่งการแสดงออกซึ่งความสมานฉันท์สากล ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ สีผิว ศาสนา ความเชื่อ และพรมแดน แต่แน่นอนว่าชนชั้นปกครองพยายามปกปิดประวัติศาสตร์เหล่านี้ไว้
ดังนั้น จิตวิญญาณของวันแรงงานสากล คือ การที่ชนชั้นแรงงานเป็นผู้กำหนดอนาคตด้วยตนเอง หมายความว่า วิกฤตพลังงานรอบนี้ เราไม่มีเหตุจำเป็นใด ๆ ต้องทนเสียสละอีก และแรงงานไม่ใช่เหยื่อเสมอไป แต่เป็นทั้งผู้ได้รับผลกระทบและผู้อยู่ใจกลางของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีความมั่นใจยิ่งขึ้นที่จะสู้เมื่อรวมตัวกัน
เพื่อคลี่คลายความทุกข์ร้อนและเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้ของแรงงาน องค์กรสังคมนิยมแรงงาน เรียกร้องต่อรัฐ ดังนี้:
1. รัฐต้องควบคุมราคาพลังงาน และสินค้าอุปโภคบริโภค ยึดบริษัทพลังงานที่แปรรูปไปเป็นของเอกชนกลับมาเป็นของรัฐอย่างแท้จริง ปฏิเสธตรรกะกลไกตลาดเพื่อยุติการกอบโกยกำไรโดยนายทุนและใช้พลังงานเพื่อประโยชน์ของสังคม ลงทุนในการผลิตไฟฟ้าจากลมและแสงแดดเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและแก้ปัญหาโลกร้อน
2. รัฐต้องขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 700 บาท เพื่อให้ทันกับอัตราเงินเฟ้อสู่ระดับที่เพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี ยกเลิกสัญญาจ้างชั่วคราวและจ้างงานประจำ
3. ยกเลิกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีทางอ้อมอื่น ๆ เพิ่มการจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าจาก มหาเศรษฐีและบริษัทขนาดใหญ่ที่มีกำไรมหาศาล เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนการใช้พลังงาน ขนส่งสาธารณะฟรี ศูนย์เลี้ยงเด็ก สถานศึกษา โรงพยาบาล อย่างถ้วนหน้าและมีคุณภาพและสร้างรัฐสวัสดิการ
4. ลดงบประมาณกองทัพ และเอากองทัพออกจากการเมืองและกิจการทั้งหมด เพื่อลดอุปสรรคการสร้างรัฐสวัสดิการ ประชาธิปไตย และสันติภาพในสามจังหวัดภาคใต้และชายแดนไทย-กัมพูชา
5. ปล่อยนักโทษการเมืองทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข ยกเลิก 112 เพื่อให้สังคมสามารถมีเสรีภาพในการแสดงออกจริง กำจัดเงื่อนไขและส่งเสริมการรวมกลุ่มของแรงงานและกลุ่มสังคมทุกเชื้อชาติ
สุดท้าย สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องเลิกคุกคามอิหร่าน นอกจากเป็นชนวนเหตุวิกฤติพลังงานแล้ว ก็ไม่ได้สร้างความเข้มแข็งแก่ขบวนการประชาธิปไตยในอิหร่านแต่อย่างใด มีเพียงชนชั้นกรรมาชีพร่วมกับผู้ถูกกดขี่ในอิหร่านและทั้งอาหรับเท่านั้นที่จะล้มระบอบเผด็จการของตนและสร้างสังคมใหม่เอง อันจะเป็นเส้นทางสู่เสรีภาพปาเลสไตน์
ชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลกจงสามัคคีกัน !
