วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569

นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (3)


นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (3)


เข้าเรียนที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี


เมื่อข้ามฟากไป เรียนปีห้าที่โรงพยาบาลรามาธิบดี การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาสถาบันต่าง ๆ ที่ต่อต้านกับระบบเผด็จการถนอมประภาส และต่อต้านสงครามเวียดนาม ขึ้นสู่กระแสสูง


โดยเริ่มจากต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น ต่อไปก็ต่อต้านสงครามเวียดนาม ต่อต้าน การอนุญาตให้อเมริกาใช้ฐานทัพในไทย


มีสังคมศาสตร์ปริทัศน์ฉบับ “ภัยเหลือง” “ภัยเขียว” ผมเคยเข้าร่วมเป็นสาราณียกรของสังคมศาสตร์ปริทัศน์ฉบับนิสิต นักศึกษาอยู่ครั้งหนึ่งกับ ธเนศร์ อาภรณ์สุวรรณ


เหตุการณ์ใหญ่ 14 ตุลาคม 2516 เริ่มก่อตัวขึ้น โดยเริ่มจาก กรณีทุ่งใหญ่นเรศวร ที่ พันเอกณรงค์ กิตติขจร ใช้เฮลิคอปเตอร์ราชการไปล่าสัตว์พร้อมดาราหญิงชื่อดัง และไปยิงกระทิงหลายตัวที่ทุ่งใหญ่ดังกล่าว บังเอิญเฮลิคอปเตอร์ตก และมีหลักฐานปรากฏมากมาย รวมไปถึง พันเอกณรงคกิตติขจร ขับรถชนป้อมตำรวจที่เขตดุสิตพัง และวางอำนาจบาตรใหญ่ ทำให้สังคมต่อต้านอย่างรุนแรง ประกอบกับจอมพลถนอมต่ออายุราชการตนเองยิ่งทำให้ความไม่พอใจรุนแรง


จนนักศึกษาที่รามคำแหงออกหนังสือ “สภาสัตว์ป่าแห่งทุ่งใหญ่ต่ออายุให้กับจ้าวสัตว์ป่า” ทำให้ถูกคัดชื่อออก นำมาสู่การชุมนุมประท้วงของนักศึกษาในรามคำแหงจำนวนมาก และเคลื่อนขบวนออกมาชุมนุมนับหมื่นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนทำให้จอมพลถนอมต้องสั่งให้ ดร.ศักดิ์ ผาสุกนิรันดร์ ยอมรับนักศึกษาทั้ง 9 คนกลับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยตามเดิม แต่ก่อนที่จะสลายการชุมนุมก็ได้มีการนัดหมายกันให้มาเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลจอมพลถนอม ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันคือ ปี 2516


ตอนข้ามฟากมาเรียนคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในระยะแรกในตัวผมเองมีความขัดแย้งอย่างมากระหว่างการแบ่งเวลาให้กับการเรียนแพทย์ และการเข้าร่วมการต่อสู้กับเผด็จการทรราชย์ถนอมร่วมกับเพื่อนนักศึกษาต่างสถาบันกับประชาชนภายนอก


และความรู้สึกลำบากใจ ต่อการขาดความตื่นตัวทางการเมืองของเพื่อนนักศึกษาร่วมสถาบันภายในมหาวิทยาลัยมหิดล


ในระยะนั้น ศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยเริ่มมีบทบาทมากยิ่งขึ้นต่อเนื่องจากการเคลื่อนไหวต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น พร้อมกับ การเริ่มก่อตัวของ ชมรมนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อันได้รับแรงบันดาลใจจากนักศึกษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อมามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร ต่อมามหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ผมพยายามเชื่อมโยงให้เกิดความตื่นตัวขึ้นภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ก็เริ่มต้นที่ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ในคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี และเริ่มมองหาน้อง ๆ จากคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล


พื้นฐานที่ผมต่อเชื่อมกับเพื่อน ๆ นักศึกษารุ่นเดียวกันรุ่นน้อง ๆ นั้นผมได้เริ่มทำตั้งแต่ปี 2512-13-14 แล้ว เริ่มต้นด้วยการ ช่วยเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ในการเรียน เพราะชีวิตการเรียนในมหาวิทยาลัย ต่างจากมัธยมปลาย ต้องพึ่งตัวเองอย่างมากทางวิชาการ


ในสองปีแรก มีเพื่อน ๆ ที่สอบไม่ผ่านวิชาแคลคูลัส ฟิสิกส์ เคมีวิเคราะห์ และชีววิทยา จำนวนมาก


ผมเลยตัดสินใจใช้เวลาพักเที่ยงประมาณหนึ่งชั่วโมง เปิดติว (ในสมัยนั้นไม่มีโรงเรียนติวแบบสยามตอนนี้ครับ ผมสงสัยว่ามหิดลอาจจะเป็นที่แรกที่เปิดติวเป็นห้องใหญ่ มีคนเข้าฟังหลายร้อย) ทั้งสี่วิชาดังกล่าว


เพราะผมชอบ วิชาทางด้านนี้ทั้งหมดเลยครับ ผมรู้สึกสนุก ชีวิตมีความหมาย ได้ทำประโยชน์และได้เพื่อนต่างคณะวิชา หรือภาควิชา จำนวนมาก สิ่งนี้เป็นประโยชน์ในการเคลื่อนไหวนักศึกษา ยกระดับการตื่นตัวทางการเมืองและการต่อสู้ทางการเมืองในภายหลัง


นี่เป็นการแสดงออกที่พัฒนามาจากคำสอนของอ.พุทธทาสนั่นแหละ ที่ให้ทำประโยชน์ผู้อื่น ให้ทำลายความเห็นแก่ตัว เป็นเรื่องเดียวกัน


นพ.เหวง โตจิราการ

5 ก.ย. 56


ขอบคุณเจ้าของภาพประกอบ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเหวง