นพ.เหวง
โตจิราการ :
เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (3)
เข้าเรียนที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
เมื่อข้ามฟากไป
เรียนปีห้าที่โรงพยาบาลรามาธิบดี การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาสถาบันต่าง ๆ
ที่ต่อต้านกับระบบเผด็จการถนอมประภาส และต่อต้านสงครามเวียดนาม ขึ้นสู่กระแสสูง
โดยเริ่มจากต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น
ต่อไปก็ต่อต้านสงครามเวียดนาม ต่อต้าน การอนุญาตให้อเมริกาใช้ฐานทัพในไทย
มีสังคมศาสตร์ปริทัศน์ฉบับ
“ภัยเหลือง” “ภัยเขียว”
ผมเคยเข้าร่วมเป็นสาราณียกรของสังคมศาสตร์ปริทัศน์ฉบับนิสิต
นักศึกษาอยู่ครั้งหนึ่งกับ ธเนศร์ อาภรณ์สุวรรณ
เหตุการณ์ใหญ่
14 ตุลาคม 2516 เริ่มก่อตัวขึ้น โดยเริ่มจาก
กรณีทุ่งใหญ่นเรศวร ที่ พันเอกณรงค์ กิตติขจร
ใช้เฮลิคอปเตอร์ราชการไปล่าสัตว์พร้อมดาราหญิงชื่อดัง
และไปยิงกระทิงหลายตัวที่ทุ่งใหญ่ดังกล่าว บังเอิญเฮลิคอปเตอร์ตก
และมีหลักฐานปรากฏมากมาย รวมไปถึง พันเอกณรงคกิตติขจร
ขับรถชนป้อมตำรวจที่เขตดุสิตพัง และวางอำนาจบาตรใหญ่ ทำให้สังคมต่อต้านอย่างรุนแรง
ประกอบกับจอมพลถนอมต่ออายุราชการตนเองยิ่งทำให้ความไม่พอใจรุนแรง
จนนักศึกษาที่รามคำแหงออกหนังสือ
“สภาสัตว์ป่าแห่งทุ่งใหญ่ต่ออายุให้กับจ้าวสัตว์ป่า” ทำให้ถูกคัดชื่อออก
นำมาสู่การชุมนุมประท้วงของนักศึกษาในรามคำแหงจำนวนมาก
และเคลื่อนขบวนออกมาชุมนุมนับหมื่นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
จนทำให้จอมพลถนอมต้องสั่งให้ ดร.ศักดิ์ ผาสุกนิรันดร์ ยอมรับนักศึกษาทั้ง 9 คนกลับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยตามเดิม
แต่ก่อนที่จะสลายการชุมนุมก็ได้มีการนัดหมายกันให้มาเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลจอมพลถนอม
ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันคือ ปี 2516
ตอนข้ามฟากมาเรียนคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
ในระยะแรกในตัวผมเองมีความขัดแย้งอย่างมากระหว่างการแบ่งเวลาให้กับการเรียนแพทย์ และการเข้าร่วมการต่อสู้กับเผด็จการทรราชย์ถนอมร่วมกับเพื่อนนักศึกษาต่างสถาบันกับประชาชนภายนอก
และความรู้สึกลำบากใจ
ต่อการขาดความตื่นตัวทางการเมืองของเพื่อนนักศึกษาร่วมสถาบันภายในมหาวิทยาลัยมหิดล
ในระยะนั้น
ศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยเริ่มมีบทบาทมากยิ่งขึ้นต่อเนื่องจากการเคลื่อนไหวต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น
พร้อมกับ การเริ่มก่อตัวของ ชมรมนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อันได้รับแรงบันดาลใจจากนักศึกษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ต่อด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อมามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร ต่อมามหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผมพยายามเชื่อมโยงให้เกิดความตื่นตัวขึ้นภายในมหาวิทยาลัยมหิดล
ก็เริ่มต้นที่ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ในคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี และเริ่มมองหาน้อง ๆ จากคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
พื้นฐานที่ผมต่อเชื่อมกับเพื่อน
ๆ นักศึกษารุ่นเดียวกันรุ่นน้อง ๆ นั้นผมได้เริ่มทำตั้งแต่ปี 2512-13-14 แล้ว เริ่มต้นด้วยการ ช่วยเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ในการเรียน
เพราะชีวิตการเรียนในมหาวิทยาลัย ต่างจากมัธยมปลาย
ต้องพึ่งตัวเองอย่างมากทางวิชาการ
ในสองปีแรก
มีเพื่อน ๆ ที่สอบไม่ผ่านวิชาแคลคูลัส ฟิสิกส์ เคมีวิเคราะห์ และชีววิทยา จำนวนมาก
ผมเลยตัดสินใจใช้เวลาพักเที่ยงประมาณหนึ่งชั่วโมง
เปิดติว (ในสมัยนั้นไม่มีโรงเรียนติวแบบสยามตอนนี้ครับ
ผมสงสัยว่ามหิดลอาจจะเป็นที่แรกที่เปิดติวเป็นห้องใหญ่ มีคนเข้าฟังหลายร้อย)
ทั้งสี่วิชาดังกล่าว
เพราะผมชอบ
วิชาทางด้านนี้ทั้งหมดเลยครับ ผมรู้สึกสนุก ชีวิตมีความหมาย ได้ทำประโยชน์และได้เพื่อนต่างคณะวิชา
หรือภาควิชา จำนวนมาก สิ่งนี้เป็นประโยชน์ในการเคลื่อนไหวนักศึกษา ยกระดับการตื่นตัวทางการเมืองและการต่อสู้ทางการเมืองในภายหลัง
นี่เป็นการแสดงออกที่พัฒนามาจากคำสอนของอ.พุทธทาสนั่นแหละ
ที่ให้ทำประโยชน์ผู้อื่น ให้ทำลายความเห็นแก่ตัว เป็นเรื่องเดียวกัน
นพ.เหวง
โตจิราการ
5 ก.ย. 56
ขอบคุณเจ้าของภาพประกอบ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเหวง



