วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569

นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (5)

 


นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (5)


โฉมหน้าใหม่มหาวิทยาลัยมหิดลภายหลัง 14 ตุลาคม 2516


หลัง14ตุลา ผมตั้งใจที่จะทุ่มเทในการเปิดประตูมหาวิทยาลัยมหิดล ออกสู่การต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของประชาชนไทยภายนอก ให้มหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลรับใช้ประชาชน ให้มหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยและศูนย์นักเรียนแห่งประเทศไทย


ผมได้ดำเนินการ โดยยุทธวิธีและมาตรการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. เปลี่ยนโครงสร้างการบริหารกิจการนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ให้เป็นโครงสร้างที่สะท้อนออกซึ่งศักยภาพของนักศึกษา เอื้ออำนวยให้นักศึกษาสามารถแสดงบทบาทในการรับใช้ประชาชนและเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของประชาชนได้อย่างเต็มที่


โดยเปลี่ยนให้เป็นโครงสร้างประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ นั่นคือ ให้มีสภานักศึกษา และมีคณะบริหารนักศึกษา โดยให้นักศึกษาแต่ละคณะ แต่ละชั้นปี เลือกตัวแทนของนักศึกษาเข้ามาเป็นตัวแทนในสภา เพื่อสะท้อนความต้องการของนักศึกษา และควบคุมดูแลการบริหารของคณะบริหารของนักศึกษาให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้ให้คำมั่นสัญญากับนักศึกษาในเวลาเลือกตั้ง ให้มีคณะบริหารของนักศึกษามาจากการเลือกตั้งโดยตรงของนักศึกษา


โดยให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองของนักศึกษา ซึ่งมีนโยบายบริหารกิจกรรมนักศึกษาและแถลงนโยบายหาเสียงกับนักศึกษาในเวลาเลือกตั้ง และให้นักศึกษาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง พรรคของนักศึกษาเพื่อมาบริหารได้โดยตรง ในขณะเดียวกันก็ให้นักศึกษาแต่ละชั้นปี แต่ละคณะเลือก ตัวแทนของตนเข้ามาทำหน้าที่ในการเป็นปากเสียงและควบคุมดูแลการบริหารแทนตน ตามสัดส่วนของจำนวนนักศึกษา


อันที่จริงโครงสร้างนี้ มหาวิทยาธรรมศาสตร์ได้ดำเนินการ เป็นมหาวิทยาลัยแรกของประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหิดลได้จัดดำเนินการเป็นมหาวิทยาลัยที่สองในประเทศไทย


โครงสร้างเช่นนี้เป็นโครงสร้างที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับจิตวิญญาณประชาธิปไตยแก่สังคมไทย


โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการเริ่มต้นปฏิบัติ (ไม่ใช่แค่พูดกันเป็นคุ้งเป็นแควแต่ไม่ได้ลงสู่การปฏิบัติ) ในยุคที่ยังเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ย่อมทำให้เมื่อจบการศึกษาออกไปเป็นพลเมืองของประเทศ จะไปช่วยทำให้การเมืองของประเทศไทยแข็งแกร่งก้าวหน้าแน่นอน


และในชีวิตจริงก็ยืนยันว่า นักศึกษาในยุค 16-19 มีความตื่นตัวทางการเมืองสูงที่สุดยุคหนึ่งในประเทศไทย


หลังจากนั้นคุณภาพของนักเรียนนักศึกษาก็ตกต่ำตลอดจนแม้ในปัจจุบันก็ไม่สามารถที่จะสร้างคุณภาพของนักศึกษาในระดับเช่นนั้นได้อีก


โครงการในการบริหารระบบประชาธิปไตยเช่นนี้ไม่เพียงแต่ ก่อเกิดขึ้นและเติบโตอย่างเข้มแข็งในระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้น


แต่ยังลงรากลึกไปยังระดับ มัธยมปลาย มัธยมต้น ประถมปลาย ประถมต้นด้วย จนก่อรูปขึ้นมาเป็นศูนย์นักเรียนแห่งประเทศไทย และมีสภานักเรียนในแทบจะทุกโรงเรียนทั่วประเทศ และมีการเลือกคณะบริหารนักเรียนในโรงเรียน เพื่อช่วยครูแบ่งเบาภาระ ขณะเดียวกั ก็ตรวจสอบคุณภาพครูด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ มีคุณค่าในการสร้างคุณภาพให้แก่เยาวชนยุวชนและอนุชนของประเทศไทยได้อย่างดียิ่ง


น่าเสียดาย ที่การเมืองที่ล้าหลังระยะต่อมาได้ทำลายโครงสร้างดังกล่าวทั้งหมดไปอย่างสิ้นซาก


จนทำให้ อนุชน ยุวชน เยาวชนของไทยตกต่ำอย่างน่าใจหาย ในปัจจุบัน ประเทศเราประสบปัญหา อย่างน้อยตั้งแต่เด็ก ๆ ที่อายุยังน้อย การมีสัมพันธ์ทางเพศตั้งแต่อายุน้อย เช่น ตั้งแต่ 11-12 ปี เป็นต้นไป มีการตั้งครรภ์อายุน้อยมาก มีการร่วมเพศในโรงเรียน ในชั้นเรียน มีการล่วงละเมิดทางเพศโดยครูอาจารย์ มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด มีการแพร่ระบาดของท่วงทำนองชีวิตที่เน่าเฟะแหลกเหลว แข่งกันมีคู่ควงต่างเพศ มีการเบี่ยงเบนทางเพศ มีการใช้เทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ไปในทางหาความบันเทิงเริงรมย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเพศและยาเสพติด ความล้มเหลวของการศึกษาโดยสิ้นเชิง คุณภาพของบัณฑิตสาขาต่าง ๆ ตกต่ำอย่างน่าใจหาย


ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงโดยตรงของการทำลายความเข้มแข็งของกระบวนการนักเรียนนิสิต นักศึกษา อันสืบเนื่องมาจาก ผู้มีอำนาจทางการเมืองที่ล้าหลังหวาดกลัว อนุชน ยุวชน เยาวชน จะเติบใหญ่เข้มแข็งทางจิตสำนึกที่ดีงามทางการเมืองแล้วเป็นอุปสรรคต่อการปกครองของพวกเขา พวกเขาจึงจัดการทำลายโดยสิ้นเชิง


นพ.เหวง โตจิราการ

5 ก.ย. 56


ขอบคุณเจ้าของภาพประกอบ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเหวง