นพ.เหวง
โตจิราการ :
เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (9)
3. วงดนตรี “กรรมาชน” และจิ้น กุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ ในงานวันไหว้ครู ปี2517 ผมโชคดีที่เห็นน้อง ๆ คณะดนตรีของมหิดลเราเล่นเพลง
“คนกับควาย” ในแนว ร๊อคมิวสิค ผมจึง “กระโจน” เข้าหาน้อง ๆ กลุ่มดังกล่าว
และให้กำลังใจ สนับสนุน ให้น้อง ๆรวมตัวกันให้ถาวร
และจัดหาที่ฝึกซ้อม อำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ให้ ปรากฏว่า สามารถก่อรูปขึ้นเป็น
วงดนตรี “กรรมาชน” ได้ และผมนำออกแสดงครั้งแรกในหอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ในช่วง
นิทรรศการ “จีนแดง”
“กรรมาชน”ติดลมบนตั้งแต่ นั้นเป็นต้นมา
และเมื่อมีการชุมนุมของกรรมกร
ชาวนา หรือประชาชนที่ไหน ไม่เพียงแต่ในกทม.เท่านั้น ทั้งรอบปริมณฑลและทั่วประเทศ ล้วนมีเสียงเรียกร้องขอให้
“กรรมาชน”ไปเล่น
คณะประจำวงท่านหนึ่ง
ก็คือ “คุณวนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์” ต่อมาก็กลายเป็นแกนนำคนสำคัญของ “สมัชชาคนจน” ในภายหลัง
จิ้น
หรือ กุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ เป็น นักดนตรีหลัก มีพรสวรรค์ทางการดนตรีสูงมาก
จิ้นแต่งเพลงออกมามากมายในระยะนั้น เช่น “แสง” “โลกที่สาม” “กรรมาชน” “กรรมกรชาวนา”
ที่เด่นและทรงพลานุภาพที่สุด
คือ “เพลงเพื่อมวลชน” ความเป็นมาของเพลงเพื่อมวลชน มีดังนี้ ในตอนนั้นกระแสปฏิวัติใหญ่วัฒนธรรมชนชั้นกรรมาชีพของจีนส่งผลสะเทือนอันเลวร้ายเข้ามาใน
การต่อสู้ทางการเมืองของไทยด้วย ที่โดนหนักที่สุดในมหิดล คือ วงดนตรีกรรมาชน โดนวิพากษ์ว่า
ใช้เครื่องดนตรีของ “จักรพรรดินิยม ใช้ท่วงทำนองดนตรีของจักรพรรดินิยม”
ในจีนแดงเอง
แม้แต่เปียโนชั้นดีราคาแพงยังโดนขวานจามทิ้ง คนเล่นเปียโนหรือ ไวโอลินโดนตัดนิ้ว
โทษฐานเป็นข้าช่วงใช้ของจักรพรรดินิยม
จิ้นแต่งเพลง
“เพื่อมวลชน” ใช้ทำนอง “แทงโก้”
ปกติ
ผมจะเชิญจิ้นไปชนบทกับผมหลายครั้ง เพราะต้องการให้สัมผัสชีวิตคนชนบท มีคราวหนึ่ง
ตั้งใจไปให้ใกล้ “เทือกเขาภูพาน” เพราะเป็นฐานที่มั่นของ
“พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” ที่ต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนโดยเฉพาะชาวนา
เพื่อไปทำความเข้าใจการต่อสู้ของชาวนา และพคท.
ในระหว่างเดินทางไป
จิ้นมาสะท้อนความปวดร้าวในหัวใจที่ถูกโจมตีว่า “เป็นขี้ข้าจักรพรรดินิยม”
“ใช้ท่วงทำนองดนตรีจักรพรรดินิยม” จนหมดกำลังใจ อยากจะเลิกเล่นดนตรีแล้ว ผมก็เลยบอกว่า
ดนตรีเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น มันขึ้นอยู่ที่ว่าคนชนชั้นไหนจะนำไปรับใช้ชนชั้นไหน
มันอยู่ที่เรา อยู่ที่เราจะนำไปใช้เพื่ออะไร เหมือนกับไฟ เหมือนมีด
ถ้าเรามาใช้เป็นประโยชน์มันก็เป็นประโยชน์กับเรา เราก็นำมารับใช้ประชาชนผู้ยากไร้ที่ถูกกดขี่ขูดรีดซี
แล้วมันจะเสียหายอะไร
จิ้นก็เลยลองเล่นเพลง
“เพื่อมวลชน” ให้ผมฟัง ผมชอบมาก จิ้นก็เลยบอกว่า ยังไม่มีชื่อเพลง
“ให้พี่เหวงช่วยตั้งชื่อให้” ผมฟังแล้วผมบอกทันทีว่า เอาชื่อ “เพื่อมวลชน” เลย จิ้นเห็นด้วย
ก็เลยปรากฏเป็นเพลง “เพื่อมวลชน” ที่โด่งดังมากจนปัจจุบัน
ในช่วงเดือนพฤษภา53 จิ้นแต่งเพลงแห่งยุคสมัยอีกเพลงคือ
“นักสู้ธุลีดิน”
ผมเห็นความสามารถของจิ้น
ก็เลยขอให้จิ้นเอาเพลงของ จิตร ภูมิศักดิ์ มาแสดง อีกครั้ง จิ้นก็ทำได้สำเร็จ
จึงเป็นที่มาของการฟื้นคืนชีพอีกครั้งของเพลงจิตร ภูมิศักดิ์ เช่น
แสงดาวแห่งศรัทธา,เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ, มาร์ชชาวนาไทย มาร์ชกรรมกร, ทุ่งรวงทอง,
รำวงวันเมย์เดย์, สิทธิแห่งมนุษยชน, ทะเลชีวิต, หยดน้ำบนผืนทราย เป็นต้น
ต่อมาผมได้ความคิดว่า
“ต้องบันทึกเป็นตลับเทป” เพื่อเผยแพร่ การผลิตเป็นตลับเทปของผมในคราวนั้น
“ไม่มีแนวคิดจะทำเป็นธุรกิจ”
ผมและจิ้นได้ร่วมกันทำก่อนหน้า
แกรมมี่นำเพลงอัดใส่ตลับขาย หรือพวกฝรั่งตะวันตก
นำเพลงมาอัดใส่ตลับเทปขายตั้งนานมากครับ พวกเราทำในราว ๆ ต้นปี 2518 ครับ
จิ้นถามว่า “จะทำได้อย่างไร” ผมก็คิดหาทางทำ ผมคิดถึงห้องตรวจการทำงานของหูของภาควิชาหู
ผมจึงหาทางขออนุญาตภาควิชาโสตศอนาสิกราริ๊งค์ของคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี
ใช้ห้องทดสอบการได้ยินเสียงซึ่งเป็นห้องที่ดูดซับเสียงก้องสะท้อนทุกอย่างได้หมด”
ในที่สุดก็บันทึกเทปเพลง
“จิตร ภูมิศักดิ์”ได้ออกมาเป็นอย่างดี
ผมยังได้ใช้เทปเพลงสองเทปนี้
ฟังในระหว่างที่ลี้ภัยการเมืองไปยังปารีสอยู่กว่าสองเดือน ฟังทุก ๆ วัน
รวมไปถึงระหว่างที่อยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เวียดนาม ลาว
ก่อนจะเข้าสู่ป่าเขาลำเนาไพรในไทย และทราบว่าภายในประเทศไทยเอง
นักศึกษาประชาชนและนักต่อสู้ของประชาชนทั้งหลายก็นิยมชมชอบเทปเพลง จิตร ภูมิศักดิ์
ที่นำมาเล่นใหม่ของ จิ้น กรรมาชน กันอย่างมากมาย
นพ.เหวง
โตจิราการ
5 ก.ย. 56
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเหวง

