นพ.เหวง
โตจิราการ :
เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (8)
2. การจัดสัมมนาครั้งใหญ่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางสาธารณสุขของประเทศโดยมหาวิทยาลัยมหิดล
กระแส
“รับใช้ประชาชนอย่างสุดจิตสุดใจ” ได้แพร่หลายอย่างเชี่ยวกรากและส่งผลสะเทือนด้านบวกอย่างมากในประเทศไทย
จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวคิดเรื่อง “แพทย์เท้าเปล่า” ซึ่งแนวคิดก็คือต้องการให้ประชาชนได้รับการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เหมาะสมใกล้ชิดกับตนในหมู่บ้านเลย
ผมก็เลยเริ่มแนวคิดต้องการให้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นเจ้าภายในการจัด
“สัมมนาใหญ่ในเรื่องนี้”
เพื่อทำให้โครงสร้างทางการให้บริการทางด้านสาธารณสุขแพร่กระจายไปถึงประชาชนในชนบทอย่างทั่วถึง
ผมได้ดำเนินการติดต่อทุกระดับ
ตั้งแต่ระดับคณบดีคณะต่าง ๆ ของมหิดล ติดต่ออธิการบดี
ติดต่อรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข จนได้ไปพบกับท่านที่บ้านพัก และได้จัด “สัมมนาที่สูงเนิน”
“สัมมนาใหญ่คราวนั้น” ประสบผลสำเร็จ ทำให้แนวคิดในเรื่อง “community
medicine” มีความสำคัญอย่างมากในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยทางการแพทย์และสาธารณสุข
ความสำคัญของแพทย์พื้นบ้าน ความสำคัญของเภสัชศาสตร์ ยาแผนโบราณได้รับการยกระดับ
จนก่อกำเนิดการบังคับให้แพทย์จบใหม่ต้องออกรับใช้ประชาชนในชนบทอย่างน้อยสามปี
เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์ และยืดเวลาแพทย์ที่จะเรียนต่อเฉพาะทางทันทีเมื่อจบการศึกษาแพทย์ศาสตร์
ต่อมาก็พัฒนามาเป็น
“อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อสม.” และพัฒนามาในที่สุดเป็น
“โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาททุกโรค” ในสมัยไทยรักไทย
นพ.เหวง
โตจิราการ
5 ก.ย. 56
