วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569

นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (8)

 


นพ.เหวง โตจิราการ : เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (8)


2. การจัดสัมมนาครั้งใหญ่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางสาธารณสุขของประเทศโดยมหาวิทยาลัยมหิดล

 

กระแส “รับใช้ประชาชนอย่างสุดจิตสุดใจ ได้แพร่หลายอย่างเชี่ยวกรากและส่งผลสะเทือนด้านบวกอย่างมากในประเทศไทย จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวคิดเรื่อง “แพทย์เท้าเปล่า” ซึ่งแนวคิดก็คือต้องการให้ประชาชนได้รับการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เหมาะสมใกล้ชิดกับตนในหมู่บ้านเลย


ผมก็เลยเริ่มแนวคิดต้องการให้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นเจ้าภายในการจัด “สัมมนาใหญ่ในเรื่องนี้” เพื่อทำให้โครงสร้างทางการให้บริการทางด้านสาธารณสุขแพร่กระจายไปถึงประชาชนในชนบทอย่างทั่วถึง


ผมได้ดำเนินการติดต่อทุกระดับ ตั้งแต่ระดับคณบดีคณะต่าง ๆ ของมหิดล ติดต่ออธิการบดี ติดต่อรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข จนได้ไปพบกับท่านที่บ้านพัก และได้จัดสัมมนาที่สูงเนิน”


สัมมนาใหญ่คราวนั้น” ประสบผลสำเร็จ ทำให้แนวคิดในเรื่อง “community medicine” มีความสำคัญอย่างมากในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยทางการแพทย์และสาธารณสุข ความสำคัญของแพทย์พื้นบ้าน ความสำคัญของเภสัชศาสตร์ ยาแผนโบราณได้รับการยกระดับ


จนก่อกำเนิดการบังคับให้แพทย์จบใหม่ต้องออกรับใช้ประชาชนในชนบทอย่างน้อยสามปี เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์ และยืดเวลาแพทย์ที่จะเรียนต่อเฉพาะทางทันทีเมื่อจบการศึกษาแพทย์ศาสตร์


ต่อมาก็พัฒนามาเป็น “อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อสม.” และพัฒนามาในที่สุดเป็น “โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาททุกโรค” ในสมัยไทยรักไทย


นพ.เหวง โตจิราการ

5 ก.ย. 56


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเหวง