เครือข่ายภาคประชาสังคมยื่นจดหมาย
'อานนท์ นำภา' พร้อม 3 ข้อเรียกร้อง
ถึง รมว.ยุติธรรม หยุดแยกขังผู้ต้องขังคดีการเมือง
วันที่
7 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น.
ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ เครือข่ายภาคประชาสังคมหลายภาคส่วน ได้แก่
กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) จัดกิจกรรม
“จดหมายอานนท์ถึงรัฐมนตรียุติธรรม - เสียงจากธุลีดิน ในกรงขังสีน้ำเงิน”
ยื่นจดหมาย ‘อานนท์ นำภา’
เพื่อส่งสารถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยและสิทธิของผู้ถูกคุมขังทางการเมือง
กิจกรรมดังกล่าวสืบเนื่องจากจดหมายของอานนท์
ลงวันที่ 5
ส.ค. 2569 ซึ่งเปิดเผยถึงสถานการณ์ในเรือนจำที่มีความพยายามจะแยกผู้ต้องขัง
ม.112 ไปไว้คนละแดน
ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัย
ตั้งแต่ช่วงเช้า
ประชาชนทยอยมาร่วมกิจกรรมบริเวณหน้ากระทรวงยุติธรรม โดยมี อาเล็ก โชคร่มพฤกษ์
เล่นกีตาร์ก่อนเริ่มกิจกรรม ก่อนที่เวลาประมาณ 10.19 น.
ผู้ร่วมกิจกรรมจะเริ่มอ่านแถลงการณ์ สวมหน้ากากอานนท์
พร้อมจัดวางกรงนกสีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์
ก่อนยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมีข้อเรียกร้อง 3
ข้อ ได้แก่
1. ยุติการแยกขังกระจายแดนผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 มาตรา
110 และคดีทางการเมือง
โดยไม่มีเหตุผลด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้
2. เปิดโอกาสให้องค์กรสิทธิมนุษยชน ผู้แทนฝ่ายกฎหมาย ผู้แทนญาติ สื่อมวลชน
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าเยี่ยมและติดตามสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง
เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อสังคม
3. กำหนดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ต้องขังทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อให้เรือนจำเป็นสถานที่ที่รัฐสามารถรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้คนได้
ไม่ใช่พื้นที่ที่สังคมจะรับรู้ได้ก็ต่อเมื่อเกิดความสูญเสีย
บอย-ธัชพงศ์
แกดำ เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ มีเนื้อหาว่า
“สืบเนื่องจากจดหมายของ "อานนท์ นำภา" ฉบับวันที่ 5 สิงหาคม 2569 อานนท์บอกเล่าถึงการแขกขังกระจายแดนผู้ต้องขังคดีมาตรา
112 และคดีทางการเมือง
พร้อมตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ
มีประโยคหนึ่งที่ทำให้พวกเราหยุดอ่านไม่ได้ "ผมไม่รู้จะขอให้เพื่อน ๆ
ช่วยอย่างไร"
ไม่มีใครควรต้องเขียนประโยคแบบนี้เพราะไม่มีใครควรรู้สึกว่า
หากเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง อาจไม่มีใครรับรู้ นี่จึงไม่ใช่เพียงจดหมายของอานนท์
แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ส่งออกมาจากหลังกำแพงเรือนจำ
จดหมายฉบับนี้ไม่ได้เรียกร้องอภิสิทธิ์ ไม่ได้เรียกร้องให้ปล่อยตัว และไม่ได้ขอให้ใครเห็นด้วยกับความคิดของอานนท์
สิ่งที่จดหมายกำลังบอกกับสังคม
มีเพียงเรื่องเดียว ผู้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ กำลังบอกว่า
เขาไม่มั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตตัวเอง คำถามที่สังคมต้องตอบ
จึงไม่ใช่ว่าเราชอบหรือไม่ชอบอานนท์
แต่คือ...เราจะยอมรับได้หรือไม่
หากในประเทศนี้ มีผู้ต้องขังคนหนึ่งต้องเขียนจดหมายออกมาบอกว่า
เขากังวลว่าจะไม่มีโอกาสได้เล่าเรื่องของตัวเองอีก ผู้ต้องขังอาจถูกจำกัดอิสรภาพ
แต่รัฐไม่มีสิทธิ์จำกัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ของเขา
เมื่อรัฐเป็นผู้ควบคุมตัวใครคนหนึ่ง
รัฐย่อมมีหน้าที่รับผิดชอบต่อชีวิต ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของคนคนนั้น
ไม่ว่าเขาจะชื่ออะไร ถูกกล่าวหาด้วยคดีใด หรือมีความคิดเห็นทางการเมืองแบบไหน
นี่ไม่ใช่หลักการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นหลักการพื้นฐานของรัฐที่เคารพหลักนิติธรรม
และเป็นมาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคน
พวกเราจะวางกรงนกสีน้ำเงินไว้หน้ากระทรวงยุติธรรม ในกรงมีนกกระดาษสีขาว กรงใบนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของการถูกจองจำ แต่มันกำลังตั้งคำถามว่า
"ความยุติธรรมของประเทศนี้ จะหยุดอยู่แค่หลังกำแพงเรือนจำหรือไม่?"
นกกระดาษสีขาวอาจบินออกจากกรงไม่ได้
แต่เสียงของผู้คน ไม่ควรถูกขังไว้ในนั้นด้วย
หน้ากากอานนท์ที่พวกเราจะวางลงในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงชายคนหนึ่งเท่านั้น
แต่มันคือการยืนยันว่า ไม่มีผู้ต้องขังคนใดควรถูกทำให้หายไปจากความรับรู้ของสังคม
ท้ายที่สุดนี้
จดหมายฉบับนี้ได้เดินทางออกจากเรือนจำแล้ว หน้าที่ของประชาชน
คือการไม่ปล่อยให้เสียงนี้เงียบหาย หน้าที่ของสื่อมวลชน คือการทำให้สังคมได้รับรู้
และหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม
คือการพิสูจน์ว่าความกังวลที่ปรากฏอยู่ในจดหมายฉบับนี้จะไม่กลายเป็นความจริง
เพราะหากวันหนึ่งเกิดความสูญเสีย
ทั้งที่มีการส่งสัญญาณเตือนไว้ล่วงหน้าแล้ว สิ่งที่สังคมจะตั้งคำถามไม่ใช่ว่า
"ทำไมเขาจึงเขียนจดหมาย" แต่จะถามว่า
"เมื่อรัฐได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว รัฐเลือกที่จะทำอะไร"
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #ปล่อยผู้ต้องขังการเมือง #มาตรา112 #อานนท์นำภา #เรือนจำ #กระทรวงยุติธรรม













