วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569

แถลงการณ์เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair): ปักธงนโยบายใหม่รัฐบาลอนุทิน ยุติวงจรความเหลื่อมล้ำ สานต่อการยกระดับนโยบายรัฐสวัสดิการ

 


แถลงการณ์เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair): ปักธงนโยบายใหม่รัฐบาลอนุทิน ยุติวงจรความเหลื่อมล้ำ สานต่อการยกระดับนโยบายรัฐสวัสดิการ


วันที่ 15 มีนาคม 2569 ณ มูลนิธิ พัฒนาที่อยู่อาศัย เครือข่าย We Fair โดย สุนี ไชยรส เครือข่ายเด็กเท่ากัน, รตี แต้สมบัติ เครือข่าย LGBTQ, จำนงค์ หนูพันธ์ ขบวนการ ประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม, บัณฑิต แป้นวิเศษ เครือข่าย ประกันสังคม และ นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เครือข่าย We Fair


ร่วมแถลงการณ์ ข้อเรียกร้องภาคประชาสังคมต่อรัฐบาลภูมิใจไทย อาทินโยบายเด็ก แรงงาน สตรี คนพิการ LGBTQ รวมถึงข้อเสนอสวัสดิการ แรงงาน ประกันสังคม การศึกษา สุขภาพ โดยแถลงการณ์ระบุว่า


ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการณ์ความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงอันดับต้นของโลก โดยมิหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ทรัพย์สินของประเทศกว่าร้อยละ 70 กระจุกตัวอยู่ที่คนเพียงร้อยละ 10 ขณะที่ช่องว่างรายได้ห่างกันกว่า 20 เท่า ภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจที่เอื้อกลุ่มทุนใหญ่ ประชาชนถูกทอดทิ้งให้จมอยู่กับความยากจนที่มีคนจนเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านคน ความเปราะบางนี้สะท้อนชัดจากการที่มีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษามามากว่า 1 ล้านคน ระบบเงินอุดหนุนเด็กแบบสงเคราะห์คัดกรองที่ทำให้เด็กยากจนตกหล่นถึงร้อยละ 34 ขณะที่คนพิการยังคงได้รับเบี้ยอุดหนุนในอัตราที่ต่ำมาก ไม่เพียงพอต่อการดำรงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์


นับจากการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ประชาชนได้ส่งเสียงเพื่อประกาศเจตจำนงในการเปลี่ยนแปลงสังคม แต่ภาพความจริงภายใต้รัฐบาลที่ผ่านมากลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง


สวัสดิการถูกลดทอนคุณค่าให้เป็นเพียง "การสงเคราะห์คัดกรอง" และการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น โครงการอัดฉีดเงินชั่วคราว หรือโครงการคนละครึ่งในยุครัฐบาลอนุทิน ซึ่งเป็นระบบเสียงโชคที่ทำคนตกหล่นมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลที่ผ่านมาได้ใช้อำนาจปัดตก ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุและบำนาญแห่งชาติ ที่ประชาชนกว่า 4 หมื่นคนร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเปลี่ยนเบี้ยยังชีพให้เป็นบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้า


ก่อนการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล รัฐบาลอนทินได้ตอบรับข้อเสนอของ We Fair เครือข่ายเด็กเท่ากัน และ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งถือเป็นความหวังในการยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ การปรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดประมาณ 3 ล้านคน จากแบบลงเคราะห์เป็นถ้วนหน้า ซึ่งไข้งบประมาณเพิ่มขึ้น 5,568 ล้านบาท การปรับเพิ่มเบี้ยคนพิการจาก 800 บาทเป็น 1,000 บาท งบประมาณเพิ่มขึ้น 2,200 ล้านบาท ทว่าข้อเสนอเหล่านี้ต้องชะงักลงเนื่องจากการยุบสภาและการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล


ภายหลังการเลือกตั้งวันที 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้คำประกาศ "พูดแล้วทำ" เครือข่าย We Fair เครือข่ายเด็กเท่ากัน พี่มูฟ เครือข่ายแรงงาน เครือข่ายสิทธิความเป็นมารดา เครือย่ายชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง เครือข่ายความหลากหลายทางเพศ ยืนยันว่ารัฐบาลต้องก้าวข้ามการมองสวัสดิการเป็นเรื่องความเมตตา และต้องบรรจุ "รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า" เป็นวาระแห่งชาติ


โดยข้อเสนอ 9 ด้านมีความสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งการยกระดับบริการสุขภาพ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นตามแนวทางพรรคภูมิใจไทย การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบริหารจัดการฐานข้อมูลสวัสดิการตามแนวทางพรรคเพื่อไทย


ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ รัฐต้องแสดงเจตจำนงทางการเมืองในการพัฒนาระบบสวัสดิการ รวมไปถึงการปฏิรูปภาษีอัตราก้าวหน้า การพัฒนาภาษีทรัพย์สิน และภาษีความมั่งคั่ง ควบคู่กับการปฏิรูปฏิรูปงบประมาณ เพื่อเปลี่ยนที่มาของสวัสดิการจาก "การพิสูจน์ความจน" เป็น "สิทธิเสมอกันถ้วนหน้า" ตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน


จังหวะก้าวและข้อเรียกร้อง: We Fair และภาคีเครือข่ายฯ เพื่อปักธงให้สวัสดิการจะเป็นสิทธิของทุกคน :

1. การยื่นข้อเสนอต่อ ครม. ชุดใหม่: เพื่อเรียกร้องให้ลานต่อและบรรจุจุชุดนโยบายรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า ไว้ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา


2.เวทีสาธารณะวิพากษ์นโยบายรัฐบาล รวมถึงการรณรงค์และการตรวจสอบบประมาณปี 257 เพื่อให้มันใจว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป


3.ร่างกฎหมายด้านสวัสดิการ สิทธิแรงงาน และร่างกฎหมายเข้าชื่อของประยาชน ที่ค้างการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ให้เดินหน้าต่อทันที


4. การสร้างกลไกการติดตามการแก้ไขปัญหาของภาคประชาชน ให้เดินหน้าต่อไป


5. การเข้าพบรัฐมนตรีเพื่อหารือแนวทางชุดข้อเสนอรัฐสวัสดิการ ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ อุดมศึกษา แรงงาน สาธารณสุข พัฒนาสังคมร มหาดไทย คลัง รวมทั้งพรรคฝ้ายค้าน


เราจะไม่ย่อมให้รัฐสวัสดิการเป็นเพียงเรื่องของความเมตตาจากใคร แต่ต้องเป็นสิทธิที่มนุษย์ทุกคนได้รับอย่างถ้วนหน้าเท่าเทียม


เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #WeFair #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า