พรรคประชาชน
ย้ำรัฐสภาและรัฐบาลชุดใหม่ ต้องเคารพฉันทามติประชาชน เดินหน้าแก้ไข รธน.
สร้างกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด-ไม่ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
วันที่
10 มีนาคม 2569 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
แก้ไขเพิ่มเติมฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่อกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ
กกต. ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาผลการออกเสียงประชามติ
ที่มีผู้มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถึงกว่า 21 ล้านเสียง
แต่กลับมีแหล่งข่าวระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นและมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจะไม่เร่งผลักดัน
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภาหรือรัฐบาลชุดใหม่
มีหน้าที่ต้องเคารพฉันทามติของประชาชน และพรรคประชาชนพร้อมจะผลักดันร่างแก้ไข รธน.
เพื่อสร้างกลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่งแน่นอน
โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า
“พรรคประชาชนขอขอบคุณประชาชน 21,621,638 เสียง
ที่มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นไปตามเงื่อนไขของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และถือเป็นฉันทามติของประชาชน
โดยมิได้จำกัดว่าอยู่แค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง
อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนที่ไม่เห็นชอบกว่า 11 ล้านเสียง
และที่ไม่ได้แสดงความเห็นอีกกว่า 3 ล้านเสียง
ที่อาจจะยังมีข้อกังวลต่อการจัดทำ รธน.ใหม่ ทั้งในเชิงรูปแบบ เนื้อหา กระบวนการ
ตลอดจนความสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางการเมือง สังคม
เศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน
อันเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ อธิบายและสร้างกระบวนการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการยกร่าง
หรือในท้ายที่สุดต่อการออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบต่อร่างแก้ไข
รธน.ที่จะจัดทำกลไกยกร่างทั้งฉบับใหม่ และร่าง รธน.ฉบับใหม่ อีกถึง 2 ครั้ง ในอนาคต”
ทั้งนี้เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ลงประกาศผลการออกเสียงและจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยออกเสียงประชามติฯ ม.68 ได้ระบุให้
กกต.รายงานผลให้นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบโดยเร็ว
ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ
อย่างไรก็ตามการดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่อาจเกิดขึ้นได้
หากมิได้มีการแก้ไข รธน. โดยเฉพาะใน ม.256 และภายใต้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
โดยในรัฐสภาชุดที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
แก้ไขเพิ่มเติมฯ มีนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ
พรรคประชาชน เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้ดำเนินการจัดทำรายงานแล้วเสร็จและส่งให้รัฐสภาพิจารณารายมาตราในวาระ
2 แต่เกิดความเห็นต่างระหว่างสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา
เรื่องจำนวนเสียงของสมาชิกวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบร่าง รธน.ฉบับใหม่
จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่การยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า
“ตนรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นข่าวว่ารัฐบาลชุดใหม่ ที่นายกฯ
ก็อาจเป็นท่านเดิมกับนายกฯ คนปัจจุบัน จะไม่เร่งผลักดันเรื่องรัฐธรรมนูญ
เพราะมิใช่เพียงรัฐบาลที่ต้องผูกพันต่อผลการออกเสียงประชามติที่
รัฐบาลเป็นผู้ถามเอง แม้แต่รัฐสภาก็ต้องเดินหน้าตามฉันทามติของประชาชนที่เห็นชอบให้มีการจัดทำ
รธน.ใหม่ไปแล้ว”
“ทางเลือกที่มีขณะนี้ก็คือคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องกลไกการจัดทำ
รธน.ใหม่ ฉบับของ ครม.เอง หรืออาศัยอำนาจตาม รธน.มาตรา 147 ขอมาที่รัฐสภา
เพื่อให้รัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภาเคยรับหลักการจำนวน 2
ร่าง คือร่างของพรรคประชาชน และร่างของพรรคภูมิใจไทย
ให้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการดำเนินการต่อ แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้มีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง
หรือดำเนินการทั้งสองทางพร้อมกัน จึงไม่มีเหตุผลใดๆ
ที่รัฐบาลชุดใหม่จะไม่เร่งดำเนินการ
และควรสร้างความชัดเจนเสียแต่วันนี้อันถือเป็นสัญญาประชาคมต่อประชาชนทั้งประเทศ
และหากละเลยต่อการเคารพฉันทามติของประชาชนที่มาออกเสียง
หรือไม่ยืนยันร่างของพรรคประชาชนที่เคยผ่านวาระ 1 ไปแล้ว
พรรคประชาชนก็พร้อมจะยื่นร่างแก้ไข รธน. อีกรอบ
เพื่อผลักดันให้เกิดกลไกการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ที่ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจผูกขาดและที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมมากที่สุดโดยทันที”
นายณัฐวุฒิกล่าวในที่สุด
