‘สส. ภัทรพงษ์ พรรคประชาชน’ เรียกร้องรัฐบาลอนุทินฯ ประกาศเขตภัยพิบัติภาคเหนือตอนบนด่วน เลิกอ้างเกณฑ์จากคนในห้องแอร์ได้แล้ว
วันนี้ 27 มีนาคม 2569 ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ประกาศเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินการประกาศเขตภัยพิบัติกรณี PM2.5 กับภาคเหนือตอนบนโดยด่วน "ยกเลิกเกณฑ์ปัจจุบันที่เขียนจากคนในห้องแอร์" ได้แล้วและประกาศภัยพิบัติเป็นภัยระดับ 3 ให้รัฐมนตรีมหาดไทยนั่งหัวโต๊ะบัญชาการ พร้อมตั้งแผนการจัดการเร่งด่วนทั้งการจัดการที่ต้นตอของฝุ่นภายในประเทศ และการลดผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน โดยใช้งบฉุกเฉินจากเงินทดรองราชการโดยทันที
ภัทรพงษ์กล่าวว่า ภาพถ่ายทางอากาศของเชียงใหม่ในวันนี้ (27 มีนาคม 2569) ฝุ่นพิษ PM2.5 หนักมาก แต่ทุกคนรู้ไหมว่า ฝุ่นพิษหนักขนาดนี้ ยังไม่เข้าเกณฑ์ประกาศเขตภัยพิบัติเลย เพราะรัฐบาลตั้งเกณฑ์ไว้ว่าค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ต้องมากกว่า 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อเนื่องกันเกิน 5 วันถึงจะประกาศได้
ภัทรพงษ์กล่าวต่อไปว่า นี่ขนาดปรับเกณฑ์มาแล้ว รัฐบาลที่แล้วตั้งเกณฑ์ไว้สูงถึง 150 เรียกได้ว่าเป็นเกณฑ์ที่เขียนจากคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้องแอร์ที่ไม่เคยมาเผชิญปัญหาจริงๆ ทั้งที่ในส่วนนี้ตนเคยเสนอให้มีการปรับลดลงมานานแล้ว คือ ปรับเป็นสองขั้น หากค่า PM2.5 เกิน 75 ติดต่อกัน 3 วันให้เป็นขั้นแรก ใช้เกณฑ์ป้องกันยับยั้งภัยในการดำเนินการ และหากเกิน 120 ยาวนาน 3 วันถือเป็นขั้นที่สองใช้เกณฑ์ภัยพิบัติในการเข้าช่วยเพิ่มเติม
ภัทรพงษ์กล่าวว่าการประกาศดังกล่าว จะทำให้จังหวัดจะสามารถเข้าถึงเงินฉุกเฉินที่เอามาช่วยจัดการที่ต้นตอ ค่าจ้างแรงงาน ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของคนดับไฟป่า และสามารถเอาไปจัดการที่ปลายทางกับกลุ่มเปราะบางในการจัดซื้อหน้ากากอนามัยหรือมุ้งสู้ฝุ่น ทำห้องปลอดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้ป่วยติดเตียงได้ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีบ้านติดแอร์พร้อมเครื่องฟอกอากาศ
ปัญหาในตอนนี้กระทบทั้งภาคเหนือตอนบนอย่างรุนแรง ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศเขตภัยพิบัติในภาคเหนือตอนบน ยกระดับภัยเป็นระดับ 3 ให้รัฐมนตรีมหาดไทยนั่งหัวโต๊ะเป็นผู้บัญชาการ และให้แต่ละกระทรวงดำเนินการตามภารกิจภัยพิบัติ
ภัทรพงษ์แจกแจงหน้าที่แต่ละกระทรวงควรมีบทบาทในการช่วยดับไฟป่าและลด PM2.5 ดังนี้ กระทรวงสาธารณสุขจัดการเรื่องการรับมือผลกระทบสุขภาพ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ต้องชี้เป้าจัดการเรื่องแผนที่เสี่ยงต่อกลุ่มเปราะบาง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องจัดการที่ต้นตอไฟป่าโดยใช้งบจากเงินทดรองราชการของจังหวัด และให้กระทรวงกลาโหมเข้าช่วยจัดการส่วนนี้ด้วย (กระทรวงทรัพฯ ไม่มีงบฉุกเฉินก้อนนี้ แต่กระทรวงอื่นๆ มีครบ)
ภัทรพงษ์ย้ำว่า ทั้งหมดนี้ต้องจัดการโดยด่วน ลมหายใจของประชาชนรอไม่ได้ ยิ่งช้าเรายิ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดให้กับประชาชน
