ยกคำร้อง! อานนท์ - ‘ไผ่’ จตุภัทร์ - ‘ฟ้า’ พรหมศร ศาลไม่ให้ประกันตัวคดี ม.112 หลังทนายยื่นประกันตัวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
วันนี้ (30 มีนาคม 2569) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัวในคดีมาตรา 112 ของผู้ต้องขังทางการเมือง 3 ราย ได้แก่ อานนท์ นำภา, “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, และ “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี หลังมีการยื่นประกันตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (26 มี.ค. และ 28 มี.ค. 2569)
กรณีของอานนท์ นำภา ได้ยื่นประกันตัวรวม 9 คดีในระหว่างอุทธรณ์ จำเลยถูกคุมขังมานานกว่า 2 ปี 6 เดือน พบว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องทั้งหมด
ด้าน “ไผ่” จตุภัทร์ ถูกศาลอาญายกคำร้องประกันตัวในคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งเป็นคดีสุดท้ายที่เขายังมีหมายขังและคดีอยู่ระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น
ส่วน “ฟ้า” พรหมศร ถูกศาลฎีกายกคำร้องเป็นครั้งที่ 2 ในระหว่างฎีกาคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง แม้จะระบุถึงความจำเป็นในการออกมาดูแลบิดามารดาที่มีโรคประจำตัว โดยเห็นว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
โดยศูนย์ทนายฯ ระบุว่า ยกคำร้องประกันตัว 9 คดี ม.112 ของ ‘อานนท์’ หลังถูกขังกว่า 2 ปี 6 เดือน
กรณีของ อานนท์ นำภา เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 ทนายความยื่นประกันตัวทั้งสิ้น 9 คดี ได้แก่ คดีปราศรัย #ม็อบ14ตุลา63, คดีโพสต์เฟซบุ๊ก 3 ข้อความ, คดีโพสต์เฟซบุ๊ก 2 ข้อความ, คดีโพสต์ #ราษฎรสาส์น, คดีปราศรัย ม็อบแฮร์รี่ พ็อตเตอร์, คดีปราศรัยหน้า สน.บางเขน, คดีปราศรัย #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว, คดีปราศรัย #กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ และคดีปราศรัย #ม็อบ29พฤศจิกา63 หน้าราบ 11 ซึ่งทั้งหมดเป็นคดีของศาลอาญา และอยู่ระหว่างอุทธรณ์คดี
คำร้องขอประกันตัวของอานนท์ ได้ยินยอมให้มีการติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) และระบุเหตุผลสำคัญถึงการที่ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวคดี ม.12 ของ “ไผ่” จตุภัทร์ และ “ครูใหญ่” อรรถพล ซึ่งมีพฤติการณ์เช่นเดียวกับคดีของจำเลย ซึ่งเคยได้รับการประกันตัวในระหว่างพิจารณาคดีอื่นก่อนหน้าคดีนี้ และไม่ปรากฏพฤติการณ์หลบหนี อีกทั้งโทษจำคุกในแต่ละคดีนั้นไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับอัตราโทษในข้อหามาตรา 112 ที่มีอัตราโทษสูงสุดถึง 15 ปี
นอกจากนั้น คำร้องระบุอีกว่า จำเลยถูกคุมขังมานานกว่า 2 ปี โดยไม่ปรากฏพฤติการณ์ใด ๆ ที่แสดงให้ควรเชื่อได้ว่าหากได้รับการประกันตัวแล้วจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุร้ายอื่นประการใด โดยจำเลยยืนยันต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จำเลยยืนยันว่าการกระทำของจำเลยเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
จำเลยประกอบอาชีพทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและอุทิศตนในประเด็นด้านสิทธิในประเทศไทยมาโดยตลอด และได้รับรางวัลยกย่องจากนานาประเทศ เช่น รางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย ประจำปี 2564, รางวัลควังจูเพื่อสิทธิมนุษยชน (Gwangju Prize for Human Rights) ปี 2564, รางวัลจาก Front Line Defenders และได้รับการจัดอันดับให้เป็น “1 ใน 100 บุคคลทรงอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงอนาคต” โดยนิตยสาร TIME ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมและพร้อมต่อสู้อย่างเปิดเผยด้วยเหตุผลที่เป็นธรรมตามกระบวนการอย่างตรงไปตรงมา จึงไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยจะหลบหนี
อย่างไรก็ตาม คำร้องขอประกันถูกส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ต่อมานายประกันแจ้งว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องทุกคดี
โดยยกคำร้องประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ คดี ม.112 ชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 ทางครอบครัวของ "ไผ่" จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้ให้ตัวแทนยื่นประกันตัวในคดีมาตรา 112 เหตุชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งเป็นคดีสุดท้ายที่ไผ่ยังมีหมายขังอยู่ พบว่าศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องการประกันตัว
ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในคดี ม.112 ชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว ที่ถูกขังในชั้นฎีกา (คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำคุกไผ่ 2 ปี 12 เดือน) ซึ่งเป็นคดีหลักที่ถูกขัง จึงยื่นประกันตัวอีก 2 คดีที่มีหมายขังอยู่ ได้แก่ คดี ม.116 ชุมนุม #จัดม็อบไล่แม่งเลย และคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร
คดีหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวคดี ม.116 เหตุชุมนุม #จัดม็อบไล่แม่งเลย (คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจตุภัทร์ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา และก่อนหน้านี้ได้รับประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ แต่ภายหลังจากที่จตุภัทร์ถูกคุมขัง นายประกันจึงได้ยื่นคำร้องขอถอนประกัน)
ส่วนคดีที่สอง คดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ปัจจุบันศาลยังคงไม่อนุญาตให้ประกันตัว กล่าวคือไผ่ยังคงมีหมายขังในคดีนี้เพียง 1 คดี ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น ยังไม่ได้มีคำพิพากษาแต่อย่างใด และก่อนหน้านี้เขาก็ได้รับการประกันตัวในคดีนี้ แต่ภายหลังจากที่จตุภัทร์ถูกคุมขัง นายประกันจึงได้ยื่นคำร้องขอถอนประกัน แต่เมื่อได้รับการประกันตัวในคดีภูเขียวแล้ว กลับไม่ได้ประกันตัวในคดีนี้
และ ยกคำร้องประกันตัว “ฟ้า” พรหมศร ระหว่างฎีกาคดี ม.112
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 ทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัว “ฟ้า” พรหมศร ในระหว่างฎีกาคดี ม.112 หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษายืนจำคุก 2 ปี 10 เดือน ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564
การยื่นประกันตัวในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ครั้งแรกยื่นขอประกันตัวหลังฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 และศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างฎีกา เนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยอาจจะหลบหนี โดยคำร้องขอประกันตัวครั้งที่ 2 นี้ ระบุยืนยืนว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ยินยอมให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) และขอให้ศาลไต่สวนเพื่อแต่งตั้งผู้กำกับดูแล อีกทั้งยังระบุถึงความจำเป็นในการออกมาดูแลบิดาและมารดาของตนที่มีโรคประจำตัวอยู่ด้วย
คำร้องขอประกันตัวถูกส่งให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาสั่ง ต่อมาในวันที่ 30 มี.ค. 2569 นายประกันแจ้งผลคำสั่งของศาลฎีกาว่ายกคำร้อง โดยระบุคำสั่งว่า “พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องของผู้ขอประกันแล้ว ยังไม่มีเหตุให้ศาลต้องไต่สวนเพื่อตั้งผู้กำกับดูแลตามที่ร้องขอ กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง”
ทั้งนี้ ตั้งแต่ในวันที่ถูกคุมขัง ฟ้าได้อดอาหารเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมนักโทษทางความคิดทั้งหมด ก่อนที่จะยุติการอดอาหารเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569
