วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569

สส. ศุภโชติ ตั้งคำถามถึงนายกฯ อุ้มพิพัฒน์ไม่ให้ลาออก ทั้งที่มีข้อครหา ที่จริงแล้วไม่ได้ต้องการแก้วิกฤต แต่กำลังอุ้มคนของตัวเองที่กำลังมีวิกฤต

 


สส. ศุภโชติ ตั้งคำถามถึงนายกฯ อุ้มพิพัฒน์ไม่ให้ลาออก ทั้งที่มีข้อครหา ที่จริงแล้วไม่ได้ต้องการแก้วิกฤต แต่กำลังอุ้มคนของตัวเองที่กำลังมีวิกฤต


วันที่ 30 มีนาคม 2569 ศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นหลังนายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าปฏิเสธไม่ให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้อำนวยการ ศบก. และยืนยันว่านายพิพัฒน์ทำงานหนักมาก ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ ทั้งสิ้น 


ศุภโชติกล่าวว่า วิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า นายพิพัฒน์ไร้ความสามารถและไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้เลยว่าจะพาประเทศผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ซึ่งถ้าเจ้าตัวเคยยื่นลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบจริง ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อเปิดทางให้คนที่เหมาะสมกว่าเข้ามาทำหน้าที่แทน


แต่ถึงขนาดนี้ นายกฯ อนุทินก็ยังเลือก “อุ้มคนใกล้ตัว” ไม่ยอมรับใบลาออกของนายพิพัฒน์ มากกว่าจะหาทางคลายข้อสงสัยของสังคมด้วยข้อมูลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากราคาน้ำมันกระโดดขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร ที่ทำให้สังคมตั้งคำถามหนักขึ้น เพราะหลายพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้น้ำมันขาด ปั๊มปิด หรือประชาชนต้องต่อคิวยาว กลับเริ่มมีน้ำมันขายและสถานการณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเวลาอันรวดเร็ว เรื่องนี้ยิ่งสะท้อนว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา มีไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันและไม่ยอมปล่อยน้ำมันออกมาตามปกติ และเรื่องนี้รัฐบาลไม่สามารถทำเป็นมองไม่เห็นได้อีกต่อไป และต้องหาผู้ที่กระทำความผิดที่หากำไรจากน้ำมันของประชาชนมาให้ได้


ศุภโชติกล่าวว่า แทนที่รัฐบาลจะเร่งสาวให้ถึงต้นตอของปัญหาว่าใครคือ “ไอ้โม่ง” ที่ทำให้น้ำมันหายไปจากระบบ ใครที่ได้ประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชน และใครต้องรับผิดชอบ กลับดูเหมือนนายกฯ พยายามตีรวน ไม่พูดถึงประเด็นนี้อย่างจริงจัง และปล่อยให้เรื่องนี้ค่อย ๆ เงียบหายไป ทั้งที่เป็นคำถามสำคัญที่สุดของวิกฤตครั้งนี้


วันนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่คำชี้แจงทางการเมือง แต่คือน้ำมันที่มีเพียงพอในปั๊ม และการดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้ที่กักตุนน้ำมันของประชาชน แต่สิ่งที่ประชาชนเห็นกลับเป็นรัฐบาลที่เสียเวลาไปกับการปกป้องกันเองของฝ่ายรัฐบาล แทนที่จะเปิดเผยข้อมูลให้รอบด้านและตอบคำถามของสังคมให้หมดข้อสงสัย


ศุภโชติทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ประชาชนเห็นคือการประหยัดพลังงานและประหยัดต้นทุนของตัวเองเพียงลำพัง ผ่านการขับรถ EV คันใหม่โชว์สื่อของนายกฯ อนุทิน แต่ในชีวิตจริงของประชาชนตาดำๆ ส่วนใหญ่ เขาไม่สามารถแก้ปัญหาค่าน้ำมันแพง ทั้งที่แพงเพราะมีไอ้โม่งกักตุน และแพงเพราะมีคนกักน้ำมันเพื่อเก็งกำไร ด้วยการหันไปซื้อรถไฟฟ้าคันใหม่ออกมาใช้ได้เหมือนนายกฯ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน