"สมชัย" จ่อร้องกองปราบ ถามข้อมูลคดีที่ กกต.กล่าวหา 12 มี.ค.นี้ ชี้เป็นบทเรียนของ กกต.อย่าใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งอีก พร้อมเตรียมเปิดตัวกองทุนสู้ กกต.ช่วยเหลือประชาชนถูกฟ้อง
วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. กล่าวถึงกรณีที่ กกต. ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ดบนบัตรเลือกต้้ง ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ โดยระบุว่า จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า กกต.แจ้งข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง เช่น การขัดขวางการทำหน้าที่ของ กกต.ในวันที่จัดการเลือกตั้งใหม่ หรือกระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง กระทำการผิดมาตรา 116 การทำการอันเป็นพฤติกรรมคณะบุคคลขบวนการที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งข้อกล่าวหาต่าง ๆ เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง
โดยเรื่องเหล่านี้ยังไม่เคยออกจากปาก กกต.ว่าได้ดำเนินคดีกับตนเอง มีเพียงแค่ข่าวที่ออกไปเท่านั้น ดังนั้นในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ตนเองและบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าว จะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่กองปราบ เพื่อขอทราบรายละเอียดของการกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นความจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้กล่าวหา ด้วยข้อกล่าวหาอะไร หวังว่าทางกองปราบจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะเสื่อมเสียทั้งในแง่ของชื่อเสียงและจะให้สังคมเข้าใจตนเองและคณะบุคคลอื่น ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวในทางที่ผิด
ขณะที่การจำลองการเลือกตั้งที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ สว.ว่า ตนเองไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว ดูเหมือนเรื่องจะเงียบไป ตนเองก็มองว่าควรจัดจำลองขึ้นอีกรอบดีหรือไม่ หรือกกต.ยังข้องใจว่าบัตรเลือกตั้งของตนเองไม่สามารถที่จะรั่วไหลได้ก็สามารถจัดการเลือกตั้งจำลองขึ้นอีก 1 รอบต่อหน้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง เอาตรงกลางลานอาคารบี ศูนย์ราชการก็ได้
เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า บัตรเลือกตั้งในเมื่อเป็นความลับทำไมถึงอยากจะเปิดเผยเชื่อมโยงจนอาจจะไปกระทบกับสิทธิของประชาชนนั้น นายสมชัยกล่าวว่า เราไม่เคยเปิดเผยว่าบัตรใบนี้ใครเลือกใคร เราเพียงแค่พิสูจน์ในวิธีการว่าการใช้วิธีการแบบนี้ จะนำไปสู่การเปิดเผยถึงตัวบุคคลได้ ทั้งการเล่าให้ฟังในเชิงทฤษฎีและในเชิงปฏิบัติด้วยการจัดการเลือกตั้งจำลอง และผลที่ออกมาคือทายถูก 100% 3 ใน 5 ทีม 90% 1 ทีม 40% 1 ทีม เพราะฉะนั้นรับรองได้ว่าภายใต้วิธีการที่ออกแบบมามีจุดอ่อนและทำให้สามารถที่จะล่วงรู้ว่าใครเลือกใครได้แต่ในคณะทำงานของเราไม่เคยเปิดเผยว่าใครเลือกใคร
เรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนให้ กกต.ทราบว่าในการเลือกตั้งคราวหน้าหรือการเลือกตั้ง กทม.ที่กำลังจะถึงไม่ควรมีบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าบาร์โค้ดดังกล่าวจะเชื่อมไปยังบัตรเลือกตั้งใบต่อใบ หรือจะเชื่อมไปยังเล่มหรือเชื่อมไปยังล็อตผลิตต่าง ๆ ก็ตาม ทำให้เกิดความหวาดระแวงไม่วางไว้วางใจจากประชาชนต่อบัตรเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรดีที่สุด ไปหาทางอื่นในการตรวจนับจำนวน หรือแหล่งที่มาหรือป้องกันการปลอมแปลง อีก 108 วิธีที่ทำได้ การใช้บาร์โค้ดเป็นวิธีการที่มีปัญหา แต่ถ้าท่านดื้อดึงดื้อรั้น ยังอยากจะมีบาร์โค้ดอีกก็เป็นสิทธิ์ของท่านที่จะตัดสินใจแต่ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาจากการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมด้วย
ตนเองเชื่อว่ากกต.ทำงานด้วยความตั้งใจแต่เอกสารรายละเอียดของการทำงานบางอย่าง จำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบมากกว่านี้ ขณะเดียวกัน เรื่องใดที่เห็นว่าควรทำหรือไม่ควรทำต้องกล้าที่จะให้ความเห็นต่อ กกต.ไม่ใช่ประเภทว่าเออ ออตาม กกต.อยากได้อะไรก็เอาตามนั้น เพราะฉะนั้นจะเป็นผลเสียที่เกิดขึ้นช่วยกันคลิปช่วยกันไตร่ตรองน่าจะดีที่สุด
สำหรับกองทุนช่วยประชาชนสู้คดีและฟ้องกลับ กกต. กำลังรวบรวมรายชื่อของประชาชนทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ เพราะกรณีที่ประชาชนถูกแจ้งความดำเนินคดีอาจจะต้องขึ้นศาลต้องใช้เวลาหลายปี อาจจะขาดรายได้ในการประกอบอาชีพ การจ้างทนายความ หรือเงินประกันตัวต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการในการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคาดว่าสัปดาห์หน้าสามารถจะแจ้งรายละเอียดได้
การตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา ตนเองจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนนี้ยกเว้นช่วยระดมทุน แต่เมื่อระดมทุนแล้วก็เป็นหน้าที่ของกรรมการ 5 คน ที่เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคมเป็นคนที่ต่อสู้ ในฐานะภาคประชาชน ซึ่งกรรมการทั้ง 5 คนนี้ จะต้องออกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชนในทางกฎหมาย โดยตั้งเป้าการทำงานนี้ยาวถึง 10 ปี ในการที่จะช่วยเหลือประชาชนที่จะปกป้องระบอบประชาธิปไตยแต่อาจจะถูกกลั่นแกล้งหรือถูกกระทำโดยมิชอบหรือไม่เป็นธรรม และหากพบเห็นการกระทำของ กกต.ที่มองว่าเป็นความผิด กองทุนนี้ก็จะเป็นกองทุนในการฟ้องกลับ กกต.ด้วย
เมื่อถามว่าการที่ตั้งกองทุนนี้เพราะมองเห็นแล้วว่า กกต.อาจมีแนวโน้มที่จะฟ้องประชาชนมากขึ้นใช่หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า เราไม่ทราบตัวเลขทั้งหมดที่แน่นอน แต่ล่าสุดมีคดีที่ชลบุรีและคันนายาว ไม่รู้ว่าพื้นที่อื่น ๆ จะมีอีกหรือไม่ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของกรรมการกองทุนที่จะต้องไปรับข้อมูลต่าง ๆ เข้ามาพิจารณาว่าจะดำเนินการตามขอบเขตได้มากน้อยแค่ไหน
"สัปดาห์หน้าจะมีการชี้แจงรายละเอียดของการตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา ซึ่งจะทำทุกอย่างให้โปร่งใสที่สุด เงินทุกบาทไม่ถึงมือผม ไม่เกี่ยวข้องกับผมแม้แต่บาทเดียว ผมจะไม่แตะต้องเงินแม้แต่บาทเดียว"
นายสมชัย กล่าวต่อว่า การฟ้องร้องมันเป็นต้นทุนของประชาชนที่ไม่เป็นธรรม ถ้าหากต้องปล่อยให้คนเหล่านี้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นในการจัดตั้งกองทุนขึ้นมา ซึ่งตนเองก็อาจจะเป็นหนึ่งในบุคคลที่จะขอความช่วยเหลือจากกองทุนก็ได้ ซึ่งการช่วยเหลือของกองทุนจะต้องเป็นคดีอาญาเท่านั้น แต่ถ้าจะฟ้องแพ่งต่อ กกต.ต้องฟ้องเอง จะมาเอาเงินจากกองทุนไม่ได้ ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและไม่ได้หวังให้พรรคการเมืองเข้ามาช่วยเหลือ เรื่องนี้เป็นเรื่องของประชาชนที่รวมตัวช่วยเหลือกันเอง
เมื่อถามว่าการมีนักการเมืองจะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้นหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่าเราไม่ได้สนใจและไม่ได้คิดว่าจะให้นักการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยชื่อกองทุน ชื่อเล่นว่า "กองทุนสู้ กกต." ส่วนชื่อจริงยังไม่ทราบเหมือนกัน
นายสมชาย ยังฝากถึง กกต.อยากให้ทบทวนสิ่งที่ทำมาทั้งหมด หากคิดว่าทบทวนแล้วทำดีแล้วก็ทำต่อไป แต่ถ้าคิดว่ายังมีจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องก็ควรจะปรับปรุงให้ดีขึ้น โต ๆ กันแล้วบอกอะไรมากก็ไม่ได้
