วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

‘สิทธิพล พรรคประชาชน’ เรียกร้องให้ ‘ศุภจี’ รมว. พาณิชย์ ใช้ความกล้าหาญ ใช้กฎหมายเพื่อปกป้องประชาชนด้วย

 


‘สิทธิพล พรรคประชาชน’ เรียกร้องให้ ‘ศุภจี’ รมว. พาณิชย์ ใช้ความกล้าหาญ ใช้กฎหมายเพื่อปกป้องประชาชนด้วย


วันที่ 30 มีนาคม 2569 สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ใช้ความกล้าหาญ ใช้กฎหมายปกป้องประชาชนจากวิกฤติสงครามที่ส่งผลกระทบตาราคาน้ำมันและวัตถุดิบหลายอย่างราคาแพงขึ้น


สิทธิพลกล่าวว่า สงครามส่งผลต่อราคาน้ำมันและวัตถุดิบหลายอย่าง ทำให้ต้นทุนค่าขนส่ง ปุ๋ย เม็ดพลาสติก อาหาร รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภทแพงขึ้น ซึ่งล้วนเป็นสินค้าพื้นฐานในการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน กระทบผู้ประกอบการทุกกลุ่ม กระทรวงพาณิชย์ถือกฎหมายสำคัญ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กฎหมายนี้ให้อำนาจกระทรวงพาณิชย์หลายอย่างเพื่อดูแลราคาสินค้าและบริการ โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดตามกฎหมายนี้ ตนอยากให้ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใช้กฎหมายนี้อย่างกล้าหาญ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในสถานการณ์เช่นนี้


สิทธิพลย้ำถึงจุดมุ่งหมายของกฎหมาย ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมจากราคาสินค้าและบริการ ป้องกันมิให้ราคาสินค้าสูงขึ้นรวดเร็ว ให้ปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อการบริโภค ดังนั้นในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สินค้าหลายอย่างเสี่ยงถูกกักตุน เสี่ยงถูกทำให้ขาดแคลน เสี่ยงขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนเกินจริง รัฐมนตรีพาณิชย์มีหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ ในการใช้อำนาจดูแลความเดือดร้อนของประชาชน


โดยหลายมาตราของกฎหมายนี้ ที่สามารถใช้ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน เช่น สำหรับสินค้าควบคุม ดังนี้ �.

มาตรา 25 (2) ที่ให้อำนาจกำหนดอัตรากําไรสูงสุดต่อหน่วยของสินค้าหรือบริการที่ผู้ขายจะได้รับ


มาตรา 25 (5) ที่กําหนดให้ผู้ค้าต้องแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย แผนการผลิต แผนการนําเข้ามา แผนการส่งออก แผนการซื้อการจําหน่าย แผนการเปลี่ยนแปลงราคา


มาตรา 25 (12) ที่กําหนดให้ต้องมีมาตรการป้องกันการกักตุนสินค้า


ดังนั้นไม่ว่า น้ำมัน ปุ๋ย หรือสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น วันนี้รัฐมนตรีพาณิชย์ต้องจัดการ ดังนี้�.�1. มีโครงสร้างต้นทุนของสินค้าประเภทต่างๆ ที่สามารถตรวจสอบได้กับผู้ขายสินค้าแต่ละชนิดเวลา ว่าจะขอขึ้นราคา รัฐมนตรีพาณิชย์ฯ ต้องเช็คได้ว่า โครงสร้างต้นทุนที่เอกชนเสนอหรือส่วนราชการเสนอ ถูกหรือผิด ที่ถูกคืออะไร


2. มีข้อมูลสินค้าตลอดซัพพลายเชน ทั้งสถานที่เก็บ แผนการผลิต การนำเข้าการส่งออก รัฐมนตรีพาณิชย์ต้องมีวิธีการตรวจสอบ กับที่เอกชนรายงาน ว่าตรงกับความจริงไหม เพราะไม่มีภาคเอกชนไหนรายงานว่าตัวเองกักตุนอยู่แล้ว รัฐมนตรีพาณิชย์ต้องเช็คว่า หน่วยงานท่านมีเครื่องมือตรวจสอบหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็ต้องสร้างเครื่องมือตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ให้ได้


3. มีมาตรการป้องกันการกักตุนสินค้าที่เสี่ยงขาดแคลนและขึ้นราคาภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งการจะทำเรื่องนี้ได้ รัฐมนตรีพาณิชย์ต้องรู้ ว่าเขามีวิธีกักตุนอย่างไร


สิทธิพลยกตัวอย่างการที่น้ำมันตอนราคาถูกไม่มีขาย แต่พอน้ำมันขึ้น 6 บาท มีขายทันที ถ้าเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่มีการกักตุน .. อย่างนี้เรียกว่าท่านไม่มีความกล้าหาญ ไม่ทำหน้าที่ภายใต้กฎหมายนี้


หรือมาตรา 31 ที่ระบุห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจหยุดให้บริการตามปกติ หรือปฏิเสธการให้บริการ หรือประวิงการให้บริการ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ..ที่ผ่านมาเวลาปั๊มแจ้ง "น้ำมันหมด" หรืออ้างว่า "ไม่ได้รับการจัดสรรน้ำมัน" ท่านได้เข้าไปตรวจสอบว่าพฤติกรรมเหล่านี้ผิดกฎหมายมาตรา 31 หรือไม่


สิทธิพลย้ำว่า สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่แค่เพิ่ม/ปรับบัญชีรายการสินค้าควบคุม แต่ต้องใช้เครื่องมือที่กฎหมายมอบให้อย่างครบถ้วน เท่าทัน เพื่อบริหารจัดการสินค้าในสถานการณ์เฉพาะหน้า ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มีความกล้าหาญ ทำหน้าที่ที่กฎหมายมอบอำนาจ ใช้ตำแหน่งที่ท่านดำรงอยู่เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน