วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569

‘ตี๋ ภัทรพงษ์’-‘โจ ชัยวัฒน์’ สส. พรรคประชาชน ทวงคืนร่างกฎหมายสองฉบับ “ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด” และ “ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย” ขอประชาชนจับตา รัฐอย่าเสียโอกาสแสดงความจริงใจแก้ปัญหาฝุ่นพิษ และช่วยเหลือประชาชนพ้นจากกับดักหนี้

 


‘ตี๋ ภัทรพงษ์’-‘โจ ชัยวัฒน์’ สส. พรรคประชาชน ทวงคืนร่างกฎหมายสองฉบับ “ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด” และ “ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย” ขอประชาชนจับตา รัฐอย่าเสียโอกาสแสดงความจริงใจแก้ปัญหาฝุ่นพิษ และช่วยเหลือประชาชนพ้นจากกับดักหนี้


วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน และนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นหลังมีพระราชกฤษฎีกาประกาศเรียกประชุมสภาวันที่ 14 มีนาคม 2569 โดยร่างกฎหมายที่ถูกหยุดพิจารณาไปนับตั้งแต่ยุบสภานั้นมีหลายฉบับด้วยกัน อาทิ ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด และ ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย


โดยนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ให้ความเห็นว่า นับจาก 14 มีนาคม 2569 นี้ จะเริ่มนับถอยหลัง 60 วัน ทวงคืน “ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด” ที่จะเป็นบทพิสูจน์ขั้นแรกที่สะท้อนว่า ว่าที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะจริงใจต่อลมหายใจของประชาชนหรือไม่


หลังจากที่มีการยุบสภาเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ต้องถูกหยุดการพิจารณาในชั้นของ สว. และตามรัฐธรรมนูญแล้ว ร่างกฎหมายที่ยังพิจารณาไม่เสร็จถือเป็นอันตกไป เว้นแต่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ร้องขอภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป โดยสถานการณ์ปัจจุบันก็แน่ชัดแล้วว่า 60 วันนั้นจะเริ่มนับถอยหลังกันตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมนี้


นายภัทรพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองต่างก็พูดแบบเดียวกันว่าจะหยิบร่างกฎหมายอากาศสะอาดมาพิจารณาต่อหากได้รับเลือกเป็นรัฐบาล แต่เมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุดลง เรื่องนี้กลับเงียบกริบ เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ภาคเหนือก็เผชิญกับฝุ่นพิษ PM2.5 พุ่งทะลุ 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรหลายวันต่อเนื่อง 


อีกทั้งการประชุมของรัฐมนตรีรักษาการที่มีนายสุชาติ ชมกลิ่นนั่งหัวโต๊ะกลับไม่พูดถึงเรื่องนี้ อ้างแต่เพียงว่า รัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจในการอนุมัติงบกลาง ตนอภิปรายตั้งแต่ที่นายสุชาติฯ มีการแถลงนโยบายเมื่อสิ้นเดือนกันยายนแล้วว่า รีบอนุมัติงบกลางภายในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน เพราะนายสุชาติรู้อยู่แล้วว่าจะยุบสภาภายใน 4 เดือน และนอกจากข้ออ้างงบกลางที่ฟังไม่ขึ้นแล้ว ก็ยังไม่มีพูดถึงการประกาศเขตภัยพิบัติอีกด้วย


นายภัทรพงษ์กล่าวว่า “นี่คือความไม่จริงใจต่อการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ที่ชัดเจนมาก”

ที่หนักกว่านั้นคือการไม่กล่าวถึง ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ดังนั้นวันนี้ ตนจึงขอเรียกร้องให้ว่าที่คณะรัฐมนตรีออกมายืนยันถึงจุดยืนกับร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้ชัดเจนเหมือนกับที่ตัวแทนจากแต่ละพรรคการเมืองได้ยืนยันไว้ก่อนวันเลือกตั้ง 


นายภัทรพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า นักการเมืองที่ดีจะไม่มีเห็นคุณค่าของประชาชนแค่วันเลือกตั้ง และตนหวังว่า เสียงบอกเล่าที่ตนได้ยินมาว่า รัฐบาลชุดนี้จะไม่หยิบร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดกลับมาพิจารณาต่อนั้นจะไม่ใช่เรื่องจริง


ขณะที่นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายว่า หลังจากประชุมสภาในวันที่ 14 มีนาคมนี้ จะทำให้มีเวลาเหลืออีก 60 วัน ที่จะ “ชุบชีวิตกฎหมาย” ที่ตกไปในสภาสมัยที่แล้ว นี่คือโอกาสทองที่ ครม. ชุดใหม่จะแสดงความจริงใจต่อประชาชน โดยการขอมติจากรัฐสภาเพื่อนำ "ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย" กลับมาพิจารณาต่อโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่


นายชัยวัฒน์กล่าวว่า พ.ร.บ. ล้มละลายฉบับแก้ไขนี้ถูกเสนอโดยพรรคก้าวไกลและพรรคการเมืองอื่น ๆ และตกไปด้วยการค้างท่อมาแล้ว 2 สมัย จากการยุบสภาเมื่อปี 66 และ 68 เสียโอกาสในการช่วยเหลือประชาชนที่สุจริตให้พ้นจากปัญหากับดักหนี้


นายชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่า กฎหมายฉบับนี้ถือเป็น "ทางรอด" ที่ยั่งยืนกว่า เพราะตนเห็นถึงความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนที่มีหนี้ท่วมหัว แต่ระบบกฎหมายปัจจุบันกลับถูกจำกัด ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา ไม่สามารถเข้ากระบวนการฟื้นฟูฐานะได้ เพราะกฎหมายเดิมให้แค่บริษัทใหญ่หรือ SME เท่านั้น


โดยร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นทางรอดที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตลูกหนี้ได้ ดังนี้ คนธรรมดาฟื้นฟูหนี้ได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัท ลูกหนี้คนธรรมดาก็มีสิทธิเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ภายใต้การคุ้มครองของศาลได้ นอกจากนี้ ลูกหนี้ยังสามารถเจรจาเจ้าหนี้หลายรายพร้อมกันได้ โดยที่ไม่ต้องวิ่งรอกคุยทีละธนาคาร แต่เป็นการเจรจากับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันอย่างเป็นธรรม


กฎหมายนี้ไม่ได้ช่วยให้เกิดการเบี้ยวหนี้ แต่เสนอโอกาสเริ่มต้นใหม่ (Fresh Start) ให้กับลูกหนี้ที่สุจริตซึ่งประสบปัญหา แต่ยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ เป็นมาตรฐานสากลที่หลายประเทศใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจฐานราก


นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ปัจจุบัน สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 16.4 ล้านล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าเป็นปัญหาเร่งด่วน และเป็นปัญหาสำคัญที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ควรได้รับการชุบชีวิตกลับขึ้นมา


ตนจึงขอเรียกร้องไปยังคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ให้ชุบชีวิตร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย กลับมาพิจารณาภายใน 60 วันนี้ อย่าปล่อยให้กฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนฉบับนี้ต้องตกไปเริ่มนับศูนย์ใหม่ เพราะปัญหาหนี้สินของประชาชนรอไม่ได้อีกต่อไปแล้ว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #กฎหมายอากาศสะอาด #กฎหมายล้มละลาย #ฝุ่นพิษ