ธิดา ถาวรเศรษฐ : ชะตากรรมของรัฐไทยและพรรคการเมืองไทย
ท่ามกลางมหาวิกฤต!!!
ภาพรวมสถานะพรรคการเมือง
ย้อนถอยหลังไปก่อนมีรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นพรรคการเมืองของกลุ่มทุนบ้านใหญ่อุปถัมภ์
แบ่งโควตาผลประโยชน์และตำแหน่งรัฐมนตรี
พรรคการเมืองในกระแสฝ่ายเสรีนิยมก้าวหน้าซึ่งถูกยุบพรรค
ตัดหัวผู้นำทางการเมืองซ้ำแล้วซ้ำอีก
พรรคหนึ่งได้ย้ายค่ายไปอยู่สวามิภักดิ์จารีตอำนาจนิยมจะเป็นช่วงขาลงอย่างน่ากลัว
เพราะที่ผ่านมาย้ายค่ายแล้วไม่อาจทำผลประโยชน์ให้ประชาชนเหมือนที่สัญญา
ซ้ำยังมีความผิดพลาดร้ายแรงกรณีสงครามชายแดน จะมีโอกาสฟื้นตัวยากในระบบบ้านใหญ่
ส่วนกรแสประชาธิปไตยนั้น จบแล้วนะ มีแต่ขาลง (เก็บ FC ไว้ให้ดี
รักษากระแสพรรค)
ส่วนพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายเสรีนิยมก้าวหน้า
ได้แกระแสสูงมากในการเลือกตั้งปี 2566
แต่ความผิดพลาดที่เอาเสียงไปยกให้พรรคน้ำเงินเป็นนายกฯ ด้านกระแสก็ตกไปส่วนหนึ่ง
แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือ การขาดความเชื่อมั่นของประชาชนในจุดยืนของพรรคที่อยู่ในท่ามกลางสงครามทางชนชั้น
แม้ประชาชนจะกลับมาเลือกก็ตาม เพราะถ้าไม่เลือกก็ต้อง Vote No หรือ
No Vote เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก
เป็นด้านหลักของปัญหาชะตากรรมของพรรคการเมือง
จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนจากประชาชนเป็นภารกิจสำคัญ
พร้อมกับการรับมือการรุกรบของฝ่ายจารีตอำนาจนิยมที่ใช้อาวุธทุกรูปแบบ
โดยเฉพาะการใช้กฎหมายและกลโกงทุกระดับ
พรรคการเมืองฝ่ายจารีตอำนาจนิยมที่ครองอำนาจในประเทศอยู่ทุกวันนี้จะไม่สามารถจะแก้ปัญหาวิกฤตประเทศทางเศรษฐกิจ
สังคม และการเมืองได้ เพราะเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตหลายชั้น
-
วิกฤตการเมือง ที่การเลือกตั้งได้รับชัยชนะท่ามกลางความกังขาว่าสกปรก
มีการใช้เงิน กลโกง ด้วยอำนาจรัฐที่ถืออยู่
ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่มีแนวคิดฝ่ายประชาธิปไตย เสรีนิยมก้าวหน้า เป็นความขัดแย้งระหว่างผู้ถืออำนาจรัฐกับประชาชนส่วนใหญ่
(ที่ยังสามารถเห็นชอบการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญที่มาจากรัฐประหาร จำนวน 21,266,029 คน) ดังนั้นรัฐบาลนี้จะถูกถากถาง เยาะเย้ย ฟ้องร้อง ประท้วงไปตลอด
-
วิกฤตเศรษฐกิจ ซ้ำเติมหนักจากวิกฤตหนี้สิน ความเหลื่อมล้ำเดิมที่มีอยู่ ซ้ำด้วยวิกฤตจากสงคราม
จะทำให้วิกฤตเศรษฐกิจหนักหนาซ้ำซ้อนอีก ซึ่งรัฐบาลนี้ (สีน้ำเงิน)
ไม่สามารถจะแก้ไขได้ ซ้ำจะยิ่งหนักหนาสาหัสอีก
เพราะยังต้องรักษาผลประโยชน์ชนชั้นนำเดิม กลุ่มทุนใหญ่เดิม
จะทำให้ไม่กล้ารื้อโครงสร้างผลประโยชน์และรัฐราชการ ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้
แม้จะมีไม้ประดับมาเป็นรัฐมนตรีก็ตาม
-
วิกฤตสังคม การเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
ได้แสดงออกในปัญหาการศึกษาที่คนจนถูกเขี่ยออกนอกระบบ และแม้แต่คนในระบบการศึกษา
ทั้งครู อาจารย์ นักเรียน โรงเรียน มหาวิทยาลัย ล้วนล้าหลังในเชิงเปรียบเทียบกับประเทศอื่น
ดีกว่าพม่าและเขมรเท่านั้น
ด้านแรงงาน
เราอยู่ในยุคผู้สูงอายุ จึงขาดแคลนแรงงานทั้งมีฝีมือและไร้ฝีมือ
การศึกษา
อยากได้ปริญญาปลอม ไร้คุณภาพและไม่มีประโยชน์ในตลาดแรงงานที่มีฝีมือ
วิกฤตระบบราชการและหน่วยงาน
ทั้งเชิงคุณภาพและทุจริตคอร์รัปชั่นทุกองค์กร และเอื้อประโยชน์ทุนเทาทั่วหน้า
วิกฤตทุนเทา ที่ครองประเทศ ทั้ง Scammer และการฟอกเงินในด้านอสังหาริมทรัพย์
ตลาดหลักทรัพย์ การค้าประกอบการอื่น ๆ ทำให้ทุนในประเทศล่มจม ล่มสลาย
ในบรรดาวิกฤตต่าง
ๆ เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมที่ก้าวหน้า
วิกฤตติดหล่มในระบอบศักดินา จารีตอำนาจนิยม
เกิดทั้งในท้องถิ่น มวลชน จนถึงระบบราชการ องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม
และสำคัญที่นักการเมือง พรรคการเมือง ก็ติดหล่มระบอบศักดินา จารีตอำนาจนิยม จนยากที่จะคาดหวังให้ประเทศหลุดพ้นต่ำตม
วิกฤตประเทศที่เป็นมหาวิกฤตนี้
รัฐบาลและรัฐราชการไทยในระบบจารีตอำนาจนิยมที่ชนะการเลือกตั้งเข้ามา
ไม่น่าจะแก้ปัญหาผ่านพ้นวิกฤตไปได้ แม้แต่ตัวละครเทคโนแครตที่มาชูพลัส
ก็ไม่ถนัดในวิกฤตประเทศ วิกฤตสงครามโลกเช่นนี้
ประชาชนที่ไม่เชื่อรัฐบาลอยู่แล้วจะทนไม่ไหว ออกมาประท้วงกันทั่วหน้า
คือชะตากรรมประเทศไทย
โดยส่วนตัว
ดิฉันไม่เห็นด้วยอย่งยิ่ง กรณีที่พรรคประชาชนทำ MOA กับพรรคน้ำเงิน และได้เตือนล่วงหน้าแล้ว
แต่มาถึงบัดนี้ ท่ามกลางความตกต่ำของพรรคฝ่ายเสรีประชาธิปไตย ประชาชนนอกจากช่วยเตือนสติ
(ซึ่งมักจะไม่ฟังประชาชน) ก็ต้องให้กำลังใจ
ให้เดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา
และบรรดาเจ้าของพรรคก็ต้องยินดียอมรับความผิดพลาดอย่างจริงใจ ไม่ใช่ขอไปที
ให้กำลังใจ
จับมือกับประชาชนเดินหน้าต่อไปด้วยความระมัดระวัง การรุกรบของเครือข่ายอำนาจเดิม
ถ้าจุดยืนและเป้าหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เวลาของดิฉันมันเหลือสั้น
แม้จะเดินทางไกลมายาวนาน แต่เวลาของประชาชนยังยาวนานกว่า
รวมทั้งยาวนานกว่าฝ่ายคลั่งอำนาจจารีตนิยม
23
มี.ค. 2569
