วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569

ปชน. เสนอรัฐยิงตรงมาตรการช่วยเหลือ คูปองน้ำมัน-ปุ๋ย ให้เกษตรกร “วีระยุทธ” ผิดหวัง ศบก. ไม่ใส่ใจหาตัวไอ้โม่งขโมยน้ำมันออกจากระบบ จี้เร่งเปิดข้อมูลแดชบอร์ดน้ำมันรายวันให้ประชาชนคลายกังวล

 


ปชน. เสนอรัฐยิงตรงมาตรการช่วยเหลือ คูปองน้ำมัน-ปุ๋ย ให้เกษตรกร “วีระยุทธ” ผิดหวัง ศบก. ไม่ใส่ใจหาตัวไอ้โม่งขโมยน้ำมันออกจากระบบ จี้เร่งเปิดข้อมูลแดชบอร์ดน้ำมันรายวันให้ประชาชนคลายกังวล


วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบาย พรรคประชาชน ร่วมแถลงข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ภาคเกษตร สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำมันในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง


โดยวีระยุทธระบุว่าจากการประชุมของ ศบก. เมื่อวานนี้ พรรคประชาชนรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นผู้อำนวยการ ศบก. บอกเองว่าจะจับคนผิดที่นำน้ำมันออกจากระบบ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีนั่นหัวโต๊ะประชุมเมื่อวานนี้ กลับไม่มีการจับคนผิดเกิดขึ้น พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้มีการนำเอาผู้ที่หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนมารับผิดให้ได้ 


แม้การบุกจับที่ จ.อ่างทองเมื่อเช้าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่มูลค่าที่มีการจับกุมที่จังหวัดอ่างทองอยู่ที่ราว 10 ล้านบาทเท่านั้น แต่ปริมาณน้ำมันที่หายไปจากระบบทำกำไรได้สูงกว่านั้นแน่ หากไม่มีการเอาผิดอย่างจริงจัง วิกฤตก็จะลากยาวไปอีก และจะมีผู้หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนเช่นนี้ไปอีกเรื่อย ๆ


วีระยุทธกล่าวต่อไปว่านอกจากนี้ พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลและ ศบก. เปิดเผยข้อมูลน้ำมัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบาก วันนี้สถานการณ์ยังไม่ได้บรรเทาลง การเปิดข้อมูลจึงมีความสำคัญมากและไม่ใช่เรื่องยากเย็น ก่อนหน้านี้ภาคเอกชนทำเว็บไซต์เองแล้วให้ประชาชนแต่ละพื้นที่ส่งข้อมูลเข้าไป 


ขณะเดียวกันสำนักงานพลังงานแต่ละจังหวัดก็มีผู้ดูแลข้อมูลในระดับจังหวัดอยู่แล้ว ที่ อบจ. ลำพูน ด้วยความร่วมมือกับสำนักพลังงานจังหวัด ยังสามารถเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้เห็นว่าแต่ละปั๊มมีปริมาณน้ำมันเหลือเท่าไหร่ จึงขอเรียกร้องไปยังผู้กำหนดนโยบาย ว่าถ้าต้องการลดความตื่นตระหนกของประชาชน ขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลแดชบอร์ดอย่างจริงจัง


วีระยุทธกล่าวต่อไปว่าสิ่งที่น่ากังวลในเวลานี้คือเสียงของเกษตรกรที่ยังไปไม่ถึง ศบก. และรัฐบาล ทั้งในเรื่องน้ำมันและปุ๋ย เวลานี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวแต่น้ำมันที่ชาวนาต้องใช้ ตั้งแต่เครื่องสูบน้ำจนถึงรถไถและรถเก็บเกี่ยวกำลังขาดแคลน ถ้าไม่มีส่วนนี้โอกาสที่ข้าวจะร่วงหล่นลงโดยไม่ได้เก็บเกี่ยวมีสูงมาก และจะส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกร รวมถึงปริมาณข้าวที่ประเทศไทยจะผลิตและซื้อขายได้ในตลาดด้วย 


ถ้ายังไม่มีมาตรการสนับสนุนน้ำมันช่วยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรในเวลานี้ ก็จะเกิดความลำบาก พรรคประชาชนจึงเสนอว่ารัฐบาลควรออกมาตรการคูปองน้ำมัน ประเทศไทยมีฐานข้อมูลที่ดีอยู่แล้ว รู้จำนวนเกษตรกรรายพื้นที่ รู้ว่าใครเพาะปลูกอะไรด้วยซ้ำ การใช้คูปองน้ำมันจะเป็นการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดมากที่สุด


วีระยุทธยังกล่าวต่อไปว่านอกจากนี้ยังมีเรื่องของปุ๋ยก็กำลังจะเป็นปัญหาตามมา ข้อมูลจากรัฐที่ได้มาในเวลานี้มีความไม่สอดคล้องกันอยู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่าจะมีสต๊อกของปุ๋ยเหลืออยู่ถึงเดือนพฤษภาคม แต่กรมการค้าภายในบอกว่าจะใช้ได้ได้ถึงเดือนสิงหาคม พรรคประชาชนจึงขอเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง 


นอกจากนี้ การใช้กระบวนการเดิมที่เรียกว่าธงฟ้าหรือธงเขียวไม่เพียงพอ ในปีงบประมาณที่ผ่านมามีการใช้โครงการปุ๋ยราคาพิเศษที่กรมการค้าภายในเข้ามาช่วยในโครงการธงเขียว ช่วยเหลือเกษตรกรได้ประมาณ 90,000 ถึง 100,000 กระสอบ รวมแล้วมีปริมาณปุ๋ยราคาพิเศษที่ช่วยเหลือเกษตรกรราว 5 ล้านกิโลกรัม แต่ความต้องการปุ๋ยที่ใช้ในประเทศไทยทั้งหมดมีถึง 5 ล้านตัน เท่ากับว่าโครงการธงเขียวที่ผ่านมาสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ทั้งหมดคิดเป็น 0.1% หรือหนึ่งในพันเท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนกระบวนการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรใหม่ให้ตรงจุดมากขึ้น โดยการทำคูปองปุ๋ย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือที่ตรงจุดที่สุด ผ่านการยิงตรงให้คูปองปุ๋ยและคูปองน้ำมันไปถึงเกษตรกรในเวลาที่ตรงกับการเก็บเกี่ยว โดยสามารถควบคุมงบประมาณได้ด้วย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน