“รังสิมันต์” ซัด “อนุทิน” ขาดความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เหมาะนั่งนายกฯ ต่อไป
ยก 3 ข้อส่อทุจริต วิกฤตสถานการณ์น้ำมัน -
ตัวการเลือกตั้งไม่โปร่งใส - ถูกกล่าวหาเอี่ยวฮั้ว สว.
วันที่
19 มีนาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงคุณสมบัติของ อนุทิน
ชาญวีรกุล ที่ไม่เหมาะสมต่อการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
โดยรังสิมันต์กล่าวว่า
วันนี้ควรต้องว่ากันในเรื่องของคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
วันนี้ในสภาทราบกันว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีด้วยกัน 2 ชื่อ
คือ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
สำหรับพรรคประชาชนนั้น
ยืนยันว่าการอภิปรายครั้งนี้
จำเป็นต้องนำสิ่งที่เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา
เพื่อที่จะดูว่าผู้ที่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีควรมีคุณสมบัติเช่นไร
กล่าวอย่างเฉพาะเจาะจง ตนคิดว่าอนุทินซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการคนปัจจุบัน
และได้โอกาสในการเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน
หากจะพูดถึงคุณสมบัติในช่วงเวลาที่ผ่านมาล้วนเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า
สุดท้ายอนุทินมีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจริง ๆ หรือไม่
เรื่องแรก
ตนขอยกตัวอย่างสิ่งที่กำลังเป็นวิกฤตในปัจจุบันอย่างสถานการณ์น้ำมัน
เราทุกคนรู้ว่าน้ำมันเถื่อนเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน
เป็นโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมากจะมีการนำเข้าน้ำมันมาจากประเทศต่าง ๆ
อย่างผิดกฎหมายเพื่อนำมาขายต่อในประเทศ ช่วงที่ผ่านมาอนุทินในฐานะรัฐบาลรักษาการออกมาแถลงตลอดเวลาว่าน้ำมันพอ
แต่ต้องตั้งคำถามว่าถ้าต้นทางมีพอแล้ว น้ำมันหายไปไหน
พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเช่นนี้ได้อย่างไร
ตนมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลที่นำโดย
อนุทิน ชาญวีรกูล และพวก มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของน้ำมันอย่างแน่นอน
ดังนั้นการที่วิกฤตแบบนี้เกิดขึ้น
คืออาการที่แสดงให้เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลนี้
แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้นถ้าอนุทินยังเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป
ตนมีความเป็นห่วงว่าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในด้านความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160
เรื่องที่สอง
เราได้ผ่านการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
นี่คือการเลือกตั้งที่ตนมั่นใจว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย
ตนไม่ได้กำลังจะบอกว่ามีแค่เฉพาะการซื้อเสียงหรือการโกงการเลือกตั้ง
เราอาจชี้นิ้วไปที่องค์กรอิสระอย่าง กกต.
ว่าองค์กรเหล่านี้กำลังทำหน้าที่ไม่ดีหรือมีปัญหา แต่ตนกำลังตั้งประเด็นว่า อนุทิน
ชาญวีรกูล เป็นตัวการสำคัญ
ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถจัดได้อย่างสุจริตและยุติธรรมหรือไม่
ก่อนการเลือกตั้ง
อนุทินได้โยกย้ายผู้ว่าฯ นายอำเภอ รวมกันถึง 250 ตำแหน่ง
นี่คือมาตรฐานที่ดีของการเมืองไทยจริงหรือ
นี่คือมาตรฐานของผู้นำสูงสุดที่เป็นฝ่ายบริหาร
ที่จะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้เพื่อให้การเลือกตั้ง อย่างน้อยที่สุดถูกนินทา
ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะไม่เป็นกลางจากผู้ที่จัดการเลือกตั้ง
หากลองคิดดูพรรคการเมืองอื่นบ้าง ทำแบบเดียวกัน
ท่านจะยอมรับว่าการโยกย้ายตำแหน่งมากมายขนาดนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับได้หรือไม่
เป็นมาตรฐานที่ดีแล้วหรือไม่ บางครั้งเราอาจจะต้องจินตนาการตัวเองว่า
หากเราไม่ได้เป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียในวันนี้ ตนขอถามตรง ๆ
ว่าระบบเลือกตั้งที่จะต้องมีการโยกย้ายกันก่อน เราสามารถยอมรับกันได้จริงหรือ
สิ่งที่
อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น
ทำในช่วงก่อนการเลือกตั้ง
เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถยอมรับให้เป็นมาตรฐานของการเมืองไทยได้
และเป็นสิ่งที่ส่อให้เห็นถึงการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นการโกงการเลือกตั้ง
ซึ่งตนหวังว่า อนุทินจะไม่ทำ
เรื่องที่สามคือเรื่องฮั้ว
สว. เราต้องยอมรับว่า สว. เป็นองค์กรที่มีความสำคัญ
ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกองค์กรอิสระต่าง ๆ
แต่วันนี้เอาความจริงมาคุยกันว่า เรื่องฮั้ว สว. ที่เขาว่าเป็นการฮั้ว “สว.
สีน้ำเงิน” อนุทินซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาจากเรื่องนี้ จึงเป็นผู้ที่มีข้อกังขาในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุด
ประเด็นการฮั้ว
สว. นั้น ทำให้พี่น้องประชาชนสูญสิ้นศรัทธา
แม้ท่านจะบอกว่าท่านไม่มีความเกี่ยวข้อง ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ แต่ตนขอถามง่าย ๆ
ในฐานะที่ท่านเป็นประมุขของฝ่ายบริหาร ท่านไม่มีหน้าที่ในการรักษากฎหมายใช่หรือไม่
ในช่วงแรกที่ท่านบอกว่าใครจะวิ่งเต้นกันก็วิ่งไป ใครจะช่วยเหลือคดีกันก็วิ่งไป
แม้ตัวเองที่อาจจะเป็นหนึ่งในคนที่ได้ผลประโยชน์ด้วย
ก็ยังบอกว่าเป็นเรื่องของกระบวนการ ตกลงบ้านเมืองเราจะอยู่กันแบบนี้ใช่หรือไม่
ตนคิดว่าสามประเด็นดังกล่าวนี้
เป็นสิ่งที่สะท้อนที่ไม่ใช่แค่มาจากพวกตน ซึ่งกำลังจะเป็นว่าที่ฝ่ายค้าน
แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนจากความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน
ว่าใครก็ตามที่มีอำนาจจะทำอะไรก็ได้ หากเราอยู่กันแบบนี้
แม้แต่คนที่มีคุณสมบัติที่มีปัญหาแบบนี้ ก็ยังสามารถที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้
คำถามคือเราจะทำให้กฎหมายของบ้านเมืองนี้เป็นอย่างไร
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้
เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล
เป็นผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมตามรัฐธรรมนูญเนื่องจากปราศจากความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
จึงขอให้สภาพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจในวาระสำคัญวันนี้
