วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569

“รังสิมันต์” ซัด “อนุทิน” ขาดความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เหมาะนั่งนายกฯ ต่อไป ยก 3 ข้อส่อทุจริต วิกฤตสถานการณ์น้ำมัน - ตัวการเลือกตั้งไม่โปร่งใส - ถูกกล่าวหาเอี่ยวฮั้ว สว.

 


รังสิมันต์” ซัด “อนุทิน” ขาดความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เหมาะนั่งนายกฯ ต่อไป ยก 3 ข้อส่อทุจริต วิกฤตสถานการณ์น้ำมัน - ตัวการเลือกตั้งไม่โปร่งใส - ถูกกล่าวหาเอี่ยวฮั้ว สว.


วันที่ 19 มีนาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงคุณสมบัติของ อนุทิน ชาญวีรกุล ที่ไม่เหมาะสมต่อการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี


โดยรังสิมันต์กล่าวว่า วันนี้ควรต้องว่ากันในเรื่องของคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วันนี้ในสภาทราบกันว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีด้วยกัน 2 ชื่อ คือ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ


สำหรับพรรคประชาชนนั้น ยืนยันว่าการอภิปรายครั้งนี้ จำเป็นต้องนำสิ่งที่เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อที่จะดูว่าผู้ที่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีควรมีคุณสมบัติเช่นไร กล่าวอย่างเฉพาะเจาะจง ตนคิดว่าอนุทินซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการคนปัจจุบัน และได้โอกาสในการเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน หากจะพูดถึงคุณสมบัติในช่วงเวลาที่ผ่านมาล้วนเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า สุดท้ายอนุทินมีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจริง ๆ หรือไม่


เรื่องแรก ตนขอยกตัวอย่างสิ่งที่กำลังเป็นวิกฤตในปัจจุบันอย่างสถานการณ์น้ำมัน เราทุกคนรู้ว่าน้ำมันเถื่อนเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน เป็นโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมากจะมีการนำเข้าน้ำมันมาจากประเทศต่าง ๆ อย่างผิดกฎหมายเพื่อนำมาขายต่อในประเทศ ช่วงที่ผ่านมาอนุทินในฐานะรัฐบาลรักษาการออกมาแถลงตลอดเวลาว่าน้ำมันพอ แต่ต้องตั้งคำถามว่าถ้าต้นทางมีพอแล้ว น้ำมันหายไปไหน พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเช่นนี้ได้อย่างไร


ตนมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล และพวก มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของน้ำมันอย่างแน่นอน ดังนั้นการที่วิกฤตแบบนี้เกิดขึ้น คืออาการที่แสดงให้เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลนี้ แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้นถ้าอนุทินยังเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ตนมีความเป็นห่วงว่าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในด้านความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160


เรื่องที่สอง เราได้ผ่านการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี่คือการเลือกตั้งที่ตนมั่นใจว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตนไม่ได้กำลังจะบอกว่ามีแค่เฉพาะการซื้อเสียงหรือการโกงการเลือกตั้ง เราอาจชี้นิ้วไปที่องค์กรอิสระอย่าง กกต. ว่าองค์กรเหล่านี้กำลังทำหน้าที่ไม่ดีหรือมีปัญหา แต่ตนกำลังตั้งประเด็นว่า อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นตัวการสำคัญ ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถจัดได้อย่างสุจริตและยุติธรรมหรือไม่


ก่อนการเลือกตั้ง อนุทินได้โยกย้ายผู้ว่าฯ นายอำเภอ รวมกันถึง 250 ตำแหน่ง นี่คือมาตรฐานที่ดีของการเมืองไทยจริงหรือ นี่คือมาตรฐานของผู้นำสูงสุดที่เป็นฝ่ายบริหาร ที่จะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้เพื่อให้การเลือกตั้ง อย่างน้อยที่สุดถูกนินทา ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะไม่เป็นกลางจากผู้ที่จัดการเลือกตั้ง หากลองคิดดูพรรคการเมืองอื่นบ้าง ทำแบบเดียวกัน ท่านจะยอมรับว่าการโยกย้ายตำแหน่งมากมายขนาดนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับได้หรือไม่ เป็นมาตรฐานที่ดีแล้วหรือไม่ บางครั้งเราอาจจะต้องจินตนาการตัวเองว่า หากเราไม่ได้เป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียในวันนี้ ตนขอถามตรง ๆ ว่าระบบเลือกตั้งที่จะต้องมีการโยกย้ายกันก่อน เราสามารถยอมรับกันได้จริงหรือ


สิ่งที่ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ทำในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถยอมรับให้เป็นมาตรฐานของการเมืองไทยได้ และเป็นสิ่งที่ส่อให้เห็นถึงการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นการโกงการเลือกตั้ง ซึ่งตนหวังว่า อนุทินจะไม่ทำ


เรื่องที่สามคือเรื่องฮั้ว สว. เราต้องยอมรับว่า สว. เป็นองค์กรที่มีความสำคัญ ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกองค์กรอิสระต่าง ๆ แต่วันนี้เอาความจริงมาคุยกันว่า เรื่องฮั้ว สว. ที่เขาว่าเป็นการฮั้ว “สว. สีน้ำเงิน” อนุทินซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาจากเรื่องนี้ จึงเป็นผู้ที่มีข้อกังขาในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุด


ประเด็นการฮั้ว สว. นั้น ทำให้พี่น้องประชาชนสูญสิ้นศรัทธา แม้ท่านจะบอกว่าท่านไม่มีความเกี่ยวข้อง ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ แต่ตนขอถามง่าย ๆ ในฐานะที่ท่านเป็นประมุขของฝ่ายบริหาร ท่านไม่มีหน้าที่ในการรักษากฎหมายใช่หรือไม่ ในช่วงแรกที่ท่านบอกว่าใครจะวิ่งเต้นกันก็วิ่งไป ใครจะช่วยเหลือคดีกันก็วิ่งไป แม้ตัวเองที่อาจจะเป็นหนึ่งในคนที่ได้ผลประโยชน์ด้วย ก็ยังบอกว่าเป็นเรื่องของกระบวนการ ตกลงบ้านเมืองเราจะอยู่กันแบบนี้ใช่หรือไม่


ตนคิดว่าสามประเด็นดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนที่ไม่ใช่แค่มาจากพวกตน ซึ่งกำลังจะเป็นว่าที่ฝ่ายค้าน แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนจากความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน ว่าใครก็ตามที่มีอำนาจจะทำอะไรก็ได้ หากเราอยู่กันแบบนี้ แม้แต่คนที่มีคุณสมบัติที่มีปัญหาแบบนี้ ก็ยังสามารถที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ คำถามคือเราจะทำให้กฎหมายของบ้านเมืองนี้เป็นอย่างไร


ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมตามรัฐธรรมนูญเนื่องจากปราศจากความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จึงขอให้สภาพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจในวาระสำคัญวันนี้

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ประชุมสภา