วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569

จม.จากเรือนจำ “อานนท์” เขียน ท่ามกลางความปวดร้าวขมขื่นหากแต่ไม่ยอมจำนน “ในบรรดาพี่น้องมิตรสหายที่มากันจนล้นห้องพิจารณา มีชายชราอยู่ 1 คน ชายที่ผู้คนไม่รู้จัก เขามายืนดูเพียงเงียบๆ ด้วยหัวใจห่วงหาอาทร” ขอบคุณพ่อของผม

 


จม.จากเรือนจำ “อานนท์” เขียน ท่ามกลางความปวดร้าวขมขื่นหากแต่ไม่ยอมจำนน “ในบรรดาพี่น้องมิตรสหายที่มากันจนล้นห้องพิจารณา มีชายชราอยู่ 1 คน ชายที่ผู้คนไม่รู้จัก เขามายืนดูเพียงเงียบๆ ด้วยหัวใจห่วงหาอาทร” ขอบคุณพ่อของผม


วันนี้ (7 มีนาคม 2569) เพจอานนท์ นำภา โพสข้อความระบุว่า จดหมายวันที่ 24 ก.พ. 69 (เพิ่งได้รับ)


“คมดาบยิ่งฝนยิ่งคม มนุษย์ใยมิใช่เช่นกัน มนุษย์มากหลายในโลกนี้ ใยมิใช่เติบใหญ่ในท่ามกลางความปวดร้าวขมขื่น” ดาบจอมภพ, โกวเล้ง


คงมีแต่ความเสียสติที่มาด้วยความคาดหวังในห้องพิจารณาวันนั้น ในสำนวนไทยจีนก็กล่าวไว้อย่างคมคาย เป็นสำนวนที่มิอาจเขียนได้ในที่นี้ เป็นสำนวนที่มิอาจเอ่ย แต่ย่อมมีคนได้ยิน ทว่าในวันนั้นไฉน ผู้คนจึงเข้าไปฟังคำพิพากษาจนล้นห้องพิจารณา


“ล้นห้องพิจารณา” ใช่! ฟังไม่ผิด


(เกือบ) 32 ปี, ครึ่งชีวิตของมนุษย์ ต้องถูกจองจำเพียงเพราะเขาพูดความจริง เป็นความปวดร้าวโดยส่วนตัว เป็นความชมชื่นโดยส่วนรวม


ในห้องพิจารณา นอกจากภรรยาของผม เจ้าขาล บรรดาพี่น้องมิตรสหายที่มากันจนล้นห้องพิจารณา มีชายชรา 1 คน ทำลับๆล่อๆอยู่มุมห้อง ชายที่ผู้คนมิรู้จัก ไม่มีใครอยากรู้จัก เขาจะมายืนเงียบ ๆ ดูเพียงเงียบ ๆ ด้วยหัวใจห่วงหาอาทร ไม่พูดจา ไม่ส่งเสียง และ ไม่หลั่งน้ำตา ตั้งแต่สมัยที่ผมออกมาสู้กับคณะรัฐประหารปี 2557 และโดนจับขึ้นศาลทหาร เขาจะมายืนดู ยืนมอง ด้วยหัวใจห่วงหาอาทรเสมอ ขอบคุณพ่อของผม


หากเรามองว่าการต้องถูกจองจำ ต้องติดคุกเป็นผลของการต่อสู้ ความปวดร้าวขมขื่นย่อมต้องบั่นทอนจิตใจ เชื้อชวนให้จำนน แต่หากมองว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เล่า…


ขอบคุณทุกกำลังใจ

อานนท์ นำภา


สำหรับ อานนท์ นำภา ถูกขังระหว่างอุทธรณ์อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2566 เป็นระยะเวลากว่า 2 ปี 6 เดือน หลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดี ม.112 และโทษจำคุกในคดีต่างๆ ที่ยังไม่สิ้นสุดรวมกันขณะนี้ 31 ปี 9 เดือน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #อานนท์นำภา #มาตรา112