วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569

‘ศุภโชติ พรรคประชาชน’ ตั้งคำถามถึงรัฐบาล ตกลงน้ำมันหาย หรือมี ‘ไอ้โม่ง’ กักตุนไว้เพื่อขายส่งออกนอก

 


‘ศุภโชติ พรรคประชาชน’ ตั้งคำถามถึงรัฐบาล ตกลงน้ำมันหาย หรือมี ‘ไอ้โม่ง’ กักตุนไว้เพื่อขายส่งออกนอก


วันที่ 20 มีนาคม 2569 ศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนให้ความเห็นหลังนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. คมนาคม ตั้งคำถามว่า “น้ำมันหายไปไหน?” โดยนายศุภโชติวิเคราะห์หลังมีการแถลงจากรัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สิ่งที่ยิ่งทำให้สังคมกังวลมากขึ้น ไม่ใช่แค่ภาพน้ำมันขาดหน้าปั๊ม แต่คือคำถามที่ยังไม่มีคำตอบว่า น้ำมันหายไปไหนกันแน่ และมีการลักลอบนำน้ำมันออกไปขายต่างประเทศหรือไม่


นายศุภโชติกล่าวว่า รัฐบาลพยายามอธิบายสถานการณ์ด้วยตัวเลขว่า การใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจาก 67 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน และโยนเหตุผลทั้งหมดไปที่ “ความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น” แต่คำอธิบายแบบนี้ เท่ากับกำลังผลักความรับผิดชอบของวิกฤตครั้งนี้ไปที่ประชาชนเพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่ในความเป็นจริง ประชาชนจำนวนมากเพียงแค่ต้องใช้น้ำมันเพื่อทำมาหากินตามปกติ และไม่มีศักยภาพในการกักตุนในระดับที่ทำให้ระบบทั้งประเทศสะดุดได้


นายศุภโชติกล่าวถึงประเทศไทยในอดีตว่า เคยมีประวัติเรื่องน้ำมันเถื่อนมาอย่างยาวนาน เพียงแต่ในอดีตเป็นการลักลอบ “นำเข้า” จากประเทศเพื่อนบ้านเพราะราคาถูกกว่า แต่วันนี้สถานการณ์อาจกลับด้าน จากนโยบายตรึงราคาน้ำมันของรัฐบาลที่ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศต่ำกว่าประเทศรอบข้างอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ราคาดีเซลในลาวและพม่าที่อยู่ในระดับเกือบ 50 บาทต่อลิตร


หมายความว่า หากมีการลักลอบส่งออกมากกว่าที่รัฐบาลชี้แจงจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจทำกำไรได้สูงถึงลิตรละ 20 บาท ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลเองยอมรับว่า มีการส่งออกน้ำมันไปลาววันละ 5.29 ล้านลิตร และไปพม่าวันละ 300,000 ลิตร คำถามคือ น้ำมันเหล่านี้ขายในราคาเท่าใด


หากขายในราคาที่สูงกว่าหรือใกล้เคียงกับราคาประเทศปลายทาง กำไรส่วนต่างนั้นตกอยู่ที่ใคร เข้าประเทศ หรือเข้ากระเป๋านายทุนพลังงาน


นายศุภโชติกล่าวว่า คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่เรื่องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น แต่คือ มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า น้ำมันบางส่วนกำลังไหลออกนอกประเทศ ในขณะที่ประชาชนในประเทศกลับไม่มีน้ำมันใช้


ที่ผ่านมา เราได้เรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลการระบายน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่น คลังน้ำมัน ไปจนถึงปั๊มน้ำมันรายวันแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน


ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงว่าประเทศเรากำลังเจอการลักลอบส่งออกน้ำมันครั้งใหญ่ รัฐบาลจำเป็นต้องชี้แจงให้สังคมกระจ่างมากกว่านี้ และเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมอย่างตรงไปตรงมา เช่น ปัจจุบันมีรถบรรทุกของเหลวออกนอกประเทศวันละเท่าใด มีการตรวจสอบที่ด่านศุลกากรเข้มงวดเพียงใด และมีมาตรการอย่างไรในการป้องกันการสำแดงสินค้าเป็นของเหลวชนิดอื่น แต่แท้จริงข้างในอาจเป็นน้ำมัน


นายศุภโชติทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลยังไม่สามารถตอบคำถามพื้นฐานเหล่านี้ได้อย่างโปร่งใส การอธิบายว่าวิกฤตครั้งนี้เกิดจาก “ประชาชนใช้น้ำมันมากขึ้น” เพียงอย่างเดียวและไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจน ก็ถือเป็นการกระทำที่น่าละอายใจ และยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามมากขึ้นว่า รัฐบาลหรือคนในรัฐบาลรู้เห็นเป็นใจ รวมถึงมีส่วนได้เสียให้มีการลักลอบน้ำมันเถื่อนออกนอกประเทศหรือไม่


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #วิกฤตน้ำมัน