วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569

ศาลฎีกา ชี้ “หมอเกศ” ทุจริต ใช้วุฒิการศึกษาปลอม สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี


ศาลฎีกา ชี้ “หมอเกศ” ทุจริต ใช้วุฒิการศึกษาปลอม สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี


เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เกศกมล เปลี่ยนสมัย (ผู้คัดค้าน) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561


จากกรณีที่ผู้คัดค้านใช้คำนำหน้าว่า 'ศาสตราจารย์' ในการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวตามกฎหมายไทย


จากการไต่สวนและตรวจสำนวน ศาลฎีกาฯ รับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ในการสมัครรับเลือกเป็น สว. กลุ่มที่ 19 (กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน) เกศกมล ได้ระบุในเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร (สว. 3) ช่องประวัติการศึกษาว่า ศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และระบุในช่องประวัติการทำงานว่า ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย


ศาลพิเคราะห์แล้วพบว่า สถาบัน California University FCE ซึ่งผู้คัดค้านอ้างถึง เป็นเพียงสถาบันให้บริการประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และที่ผ่านมาไม่เคยมีบุคคลใดนำคุณวุฒิจากสถาบันดังกล่าวมายื่นเทียบกับสำนักงาน ก.พ. เพื่อเข้ารับราชการในไทย


นอกจากนี้ การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน ล้วนมีขั้นตอนและระเบียบรองรับอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่พบชื่อเกศกมลในฐานข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) หรือคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และไม่ปรากฏหลักฐานการขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแต่อย่างใด


ประเด็นสำคัญที่ศาลต้องวินิจฉัยคือ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทุจริต ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62 หรือไม่


ศาลฎีกาฯ เห็นว่า การกรอกประวัติการทำงานต้องระบุถึงงานที่กำลังทำหรือเคยทำมาแล้ว เมื่อผู้คัดค้านระบุว่าเป็น ศาสตราจารย์ จึงต้องมีประวัติการสอนหนังสือมาก่อน หากไม่เคยสอนก็ไม่อาจระบุตำแหน่งดังกล่าวได้ แม้กฎหมายจะไม่ได้ห้ามการระบุคุณวุฒิจากต่างประเทศ แต่ผู้สมัครมีหน้าที่ต้องระบุข้อมูลตามความเป็นจริง ไม่แอบอ้างเพื่อให้ผู้สมัครรายอื่นเข้าใจผิดในสาระสำคัญ


ศาลจึงวินิจฉัยว่า การที่เกศกมลให้ข้อมูลประวัติการทำงานไม่ตรงต่อความจริง เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครอื่นลงคะแนนให้ตน ถือเป็นการกระทำอันเป็นการทุจริต ทำให้กระบวนการเลือก สว. ที่ต้องการบุคคลซึ่งมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ตรงตามความเป็นจริง ต้องเสียไป การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาค


ศาลฎีกาฯ จึงมีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของเกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้าน เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเกด #สวหมอเกด #เกดกมลเปลี่ยนสมัย