ราชทัณฑ์ แจงอาการป่วย 'เอกชัย หงส์กังวาน' ยันดูแลตามสิทธิ หากเกินการรักษารพ.ราชทัณฑ์ พร้อมส่งต่อรพ.ราชวิถี
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 กรมราชทัณฑ์ ออกหนังสือชี้แจง กรณีผู้ต้องขังถูกควบคุมตัวในเรือนจำกลางคลองเปรมขอออกไปรับการรักษาตัวยังเรือนจำภายนอก โดยระบุว่า
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีประเภทอุทธรณ์-ฎีกา ในความผิดฐานร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี มีอาการป่วยหนักในเรือนจำ
กรมราชทัณฑ์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า นายเอกชัยฯ เคยถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กำหนดโทษ 7 เดือน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 พ้นโทษจำคุกวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ในช่วงที่ถูกคุมขังดังกล่าว มีประวัติป่วยด้วยโรคฝีในตับ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 จึงได้เข้ารับการรักษา ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยแพทย์เฉพาะทางเดินอาหารและตับ จนกระทั่งแพทย์เห็นว่า ขนาดฝีลดลงจนเหลือแต่ร่องรอยแผลในตับ ผลเป็นที่น่าพอใจแพทย์ให้หยุด ยาปฏิชีวนะได้
ต่อมาเดือนธันวาคม 2566 แพทย์นัดและติดตามอาการระหว่างนั้น มีการนัดตรวจต่อเนื่อง ที่โรงพยาบาลราชวิถีในช่วงเดือนมีนาคม 2567 ต่อมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษจำคุก จนกระทั่ง วันที่ 5 สิงหาคม 2568 นายเอกชัยฯ กลับเข้าคุมขังอีกครั้งที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และย้ายไปคุมขังเรือนจำกลางคลองเปรม โดยช่วงที่รับตัวแรกรับเข้าคุมขังเรือนจำมีการตรวจร่างกายพบว่า สัญญาณชีพ และอาการทั่วไปปกติ ได้มีการซักถามประวัติการเจ็บป่วยในอดีตพบว่า นายเอกชัยฯ เคยป่วยเป็นโรคฝีในตับเคยมี นัดติดตามอาการของโรงพยาบาลราชวิถีในวันที่ 27 ธันวาคม 2566 และมีการนัดต่อเนื่องอีกครั้งวันที่ 27 มีนาคม 2567
ทั้งนี้ สถานพยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรม ยังไม่พบประวัติการรักษาต่อเนื่องของนายเอกชัยฯ ระหว่างที่อยู่ภายนอกเรือนจำ แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยที่อยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเข้าถึงการรักษาพยาบาล จึงได้ประสานให้แพทย์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เข้าตรวจรักษา หากเกินกว่าการรักษาจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลราชวิถีตามที่เคยมีประวัติการรักษาข้างต้น
ปัจจุบันอาการของนายเอกชัยฯ มีภาวะปวดท้อง ยังช่วยเหลือตนเองได้ และทำกิจกรรมได้ตามปกติ ทั้งนี้ สถานพยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรม ได้จัดยาตามที่แพทย์สั่งจนถึงวันที่นัดพบแพทย์เรียบร้อยแล้ว
อนึ่ง กรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ถือปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่กระบวนการรับตัว กระบวนการปฏิบัติตัวในเรือนจำ จนกระทั่งกระบวนการปล่อยตัว โดยเฉพาะการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการควบคุมผู้ต้องขัง (SOPs) เพื่อให้สามารถควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาด ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีอย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป
