เซีย
ปชน. - เครือข่ายแรงงานฯ ยื่นปธ.สภา
เดินหน้าผลักดันกฎหมายคุ้มครองสิทธิแรงงานไทยในรัฐบาลใหม่
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงานให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ส่งเสริมการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพิ่มอำนาจต่อรอง
เพิ่มเวลาเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง
วันนี้
(25 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น.
ที่ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์
ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ น.ส.รัชดาภรณ์ เอียมอนันท์ นิติกรเชี่ยวชาญ
รักษาการในตำแหน่งผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์
สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร รับยื่นร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ.
.... จาก นายเซีย จำปาทอง สส.พรรคประชาชน และคณะ
โดยมีหลักการเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2543 ดังนี้
1.
แก้ไขเพิ่มเติม ให้ใช้บังคับรวมถึง ราชการส่วนกลาง
ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ
และหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 4)
2.
แก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิกบทนิยามคำว่า "นายจ้าง" และ
"วันลา"
โดยกำหนดบทนิยามใหม่เพื่อขยายขอบเขตของบทนิยามให้มีความครอบคลุมมากขึ้น
(แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา8)
3.
กำหนดเพิ่มบทนิยาม คำว่า "การจ้างงานรายเดือน"
"หน่วยงานของรัฐ" และ “หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ” (แก้ไขเพิ่มเติม
มาตรา 5)
4.
กำหนดเพิ่มหน้าที่และอำนาจของรัฐมนตรีในการกำหนดบทนิยามเพิ่มตราบเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติตาม
พ.ร.บ.นี้ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 5)
5.
กำหนดให้สถานประกอบการที่มีการจ้างงานรายวันและรายเดือน
นายจ้างจะต้องจ้างเป็นรายเดือนทั้งหมดโดยไม่เลือกปฏิบัติ
เว้นแต่ลักษณะการจ้างงานที่มีความเฉพาะซึ่งไม่ใช่ธุรกิจหลักของนายจ้าง
และกำหนดให้ผู้ใช้แรงงานได้รับสวัสดิการเท่ากับพนักงานระบบอื่นของนายจ้าง (เพิ่มมาตรา
29/2)
6.
แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้เหมาะสมต่อค่าครองชีพและเพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต
(แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 87)
7.
เพิ่มเติมบทกำหนดโทษในกรณีที่นายจ้างทำสัญญาในลักษณะอื่นใดกับลูกจ้างโดยมีเจตนาเพื่ออำพรางสัญญาจ้างแรงงาน
(เพิ่มเติมมาตรา 144/2)
สำหรับร่าง
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีเหตุผลคือ โดยที่
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ที่ใช้บังคับในปัจจุบันมีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน
ประกอบกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ผู้ใช้แรงงานมากกว่าสามสิบล้านคน
ในตลาดแรงงานไทยมีปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างปรากฏชัด
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ใช้แรงงานโดยรวมให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ส่งเสริมการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพิ่มอำนาจต่อรอง
และเพิ่มเวลาเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองของผู้ใช้แรงงาน
ซึ่งสอดรับกับการพัฒนาสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สมควรแก้ไขบทนิยามคำว่า
"นายจ้าง" และ "วันลา" และเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า
"การจ้างงานรายเดือน" กำหนดให้นายจ้างจะต้องจ้างงานเป็นรายเดือนทั้งหมด
โดยไม่เลือกปฏิบัติ
อีกทั้งแก้ไขข้อกำหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
นายเซีย
จำปาทอง กล่าวภายหลังยื่นหนังสือว่า ตนในฐานะ สส. ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องแรงงาน
ยื่นร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งก่อนยุบสภาได้ยื่น
พ.ร.บ.ในลักษณะดังกล่าวไปแล้วหลายฉบับ ทำให้กฎหมายค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร
ในร่างกฎหมายฉบับนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องห้ามเลือกปฏิบัติในการจ้างงานและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ซึ่งพรรคประชาชนพร้อมสนับสนุนกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าว
ด้าน
น.ส.รัชดาภรณ์ เอียมอนันท์ กล่าวว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
มอบหมายให้ตนมารับหนังสือแทน ทั้งนี้
หนังสือดังกล่าวจะนำกราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
นายธนพงษ์
เชื้อเมืองพาน ตัวแทนเครือข่ายแรงงาน และ สส. ปราณี วัฒนาประดิษฐ์ชัย พรรคประชาชน
ยื่นข้อเรียกร้อง ให้รัฐบาลนำร่างกฎหมายทั้งสองฉบับกลับสู่สภา
และรัฐบาลพรรคการเมืองฝั่งรัฐบาลต้องสนับสนุนร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ได้แก่
ฉบับมีความมั่นคงในการทำงานเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาการในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
จากนั้น
นายเซีย จำปาทอง สส.พรรคประชาชน
ได้แถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลนำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ
กลับเข้าสู่การพิจารณา จากกรณีที่มีการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม
2568 ทำให้ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงแรงงาน จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน "ฉบับมีเวลาพักผ่อน"
เสนอโดย นายจรัส คุ้มไขน้ำ มีเนื้อหาคือ
การคืนเวลาให้ชีวิตคนทำงานด้วยการลดชั่วโมงทำงานเหลือไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์
และเพิ่มวันลาหยุดพักผ่อนประจำปี 10 วัน/ปี และร่าง
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน "ฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" เสนอโดย
น.ส.วรรณวิภา ไม้สน
คือการยืนยันว่าแรงงานทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
สถานประกอบการต้องจัดให้มีพื้นที่ปั๊มนมบุตร
มีสิทธิในการลาไปดูแลคนใกล้ชิดของตนเองเมื่อเจ็บป่วย และลาในวันที่มีประจำเดือน
ซึ่งผ่านการพิจารณาในวาระที่ 1 ในสมัยประชุมที่ผ่านมา ร่างกฎหมายทั้ง 2
ฉบับ
ค้างอยู่ในกระบวนการพิจารณาเนื่องจากเกิดการยุบสภาก่อนการพิจารณาจะแล้วเสร็จ
ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้
มิใช่เป็นเพียงข้อบททางกฎหมายเท่านั้น
หากแต่คือเลือดเนื้อและชีวิตจริงของผู้ใช้แรงงาน
หยาดเหงื่อของพวกเราผู้ใช้แรงงานถือเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในทุกภาคส่วน
ในห้วงเวลาที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือเกิดภาวะสงคราม
ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงในการทำงานและคุณภาพชีวิต
พวกเรากลับถูกผลักให้แบกรับภาระที่หนักขึ้นโดยลำพัง
ขณะที่กฎหมายที่ควรยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ
กลับกำลังจะถูกปล่อยให้ตกไปอย่างไร้ความรับผิดชอบ ในนามของคนส่วนใหญ่ของประเทศ
พวกเรามิอาจยอมรับให้กฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อคนทำงานผู้สร้างสรรค์โลกแห่งนี้ต้องหล่นหายไป
เพียงเพราะความล้มเหลวของกระบวนการทางการเมือง
หรือความเพิกเฉยของผู้มีอำนาจที่เลือกจะไม่เห็นความสำคัญของชีวิตแรงงาน
ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
คณะรัฐมนตรีสามารถนำร่างกฎหมายที่ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จกลับเข้าสู่การพิจารณาได้ภายใน
60 วัน นับตั้งแต่วันเปิดประชุมสภาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม
2569 ซึ่งหมายความว่า ขณะนี้
เวลาของผู้ใช้แรงงานกำลังถูกนับถอยหลังลงไปเรื่อย ๆ
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่รัฐบาลว่าจะเดินหน้าต่อหรือปล่อยให้ชีวิตของพวกเราซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ
ต้องตกไปอย่างไร้ความรับผิดชอบ พวกเราเครือข่ายคนทำงานประกอบด้วย ผู้แทนสภาแรงงาน
สหพันธ์แรงงาน สหภาพแรงงาน จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้
1.
รัฐบาลต้องรับรองนำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้ง 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับมีเวลาพักผ่อนและฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
กลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยทันที
2.
รัฐบาล และพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล
ต้องสนับสนุนร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน อีก 1 ฉบับ ได้แก่
“ฉบับมีความมั่นคงในการทำงาน"
เมื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิมนุษยชน #กฎหมายคุ้มครองแรงงาน






