วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

ธิดา ถาวรเศรษฐ : การเลือกตั้ง พ.ศ. 2569 ทำลายประวัติศาสตร์การเมืองไทยในหลายเรื่อง

 


ธิดา ถาวรเศรษฐ : การเลือกตั้ง พ.ศ. 2569 ทำลายประวัติศาสตร์การเมืองไทยในหลายเรื่อง


1. มีคนมาออกเสียงน้อยเป็นประวัติการ ต่ำกว่าปีก่อน ๆ โดย

·        การเลือกตั้งปี 2554 มีผู้มาใช้สิทธิ 75.03%

·        การเลือกตั้งปี 2562 มีผู้มาใช้สิทธิ 74.69%

·        การเลือกตั้งปี 2566 มีผู้มาใช้สิทธิ์ 75.22%

·        การเลือกตั้งปี 2569 มีผู้มาใช้สิทธิ์ 71.43%

แสดงว่าประชาชนไม่ค่อยมีความหวังกับการเลือกตั้งว่าจะได้รัฐบาลตามแบบฉบับที่ตนสนใจสนับสนุน และ/หรือ ผิดหวังกับการเมืองรัฐสภา


2. มีการกล่าวโทษการทำงานของ กกต. และฟ้องร้องมากที่สุด นับถอยหลังเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ (ยกเว้นกรณีที่ กปปส. ออกมาขัดขวางการเลือกตั้ง) ยังไม่เคยเห็นการฟ้องร้องกล่าวโทษการทำงานของ กกต. และการขาดความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งต่อการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในระดับสูงเช่นนี้


3. มีพรรคการเมืองฝ่ายจารีตอำนาจนิยมได้รับเลือกตั้ง มีจำนวน สส. มากที่สุดตั้งแต่เคยมีการเลือกตั้งมา  การได้รับชัยชนะครั้งนี้นับว่าฝ่ายจารีตอำนาจนิยมได้อำนาจเบ็ดเสร็จทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ (2 สภา) ผ่านการเลือกตั้งที่เชื่อกันว่าได้ทุ่มทรัพยากรทางการเมืองและการใช้อำนาจรัฐมากที่สุด


4. ฉากทัศน์การเมืองประเทศไทยในระยะใกล้ 2-4 ปี รัฐบาลฝ่ายจารีตต้องแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสงครามชายแดน วิกฤตทางสังคม อันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองที่ล้าหลัง เพื่อความเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน มิฉะนั้นจะมีการประท้วงกว้างขวาง


ฉากทัศน์ในระยะใกล้ ก่อนการเลือกตั้งใหม่ อาจก่อน 2573 จะเป็นระยะเติบโตของพรรคคนรุ่นใหม่ แข่งขันกันกับพรรคภูมิใจไทยที่เป็นผู้นำรัฐบาลครั้งนี้ ถ้าการทำรัฐบาลรอบนี้แก้ปัญหาวิกฤตประเทศไม่ได้ ก็เป็นโอกาสของพรรคประชาชน แต่อาจถูกยุบพรรคอีกก็ได้ ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็พยายามสร้างเครือข่ายอำนาจรัฐในระบบอุปถัมภ์ จากท้องถิ่นสู่ส่วนกลางเต็มที่ เพื่อรักษาฐานะนำทางการเมืองยาวนานของฝ่ายจารีตนิยม เพราะตัวเลือกอื่น ๆ ของฝั่งจารีตอำนาจนิยมล้วนอยู่ในสภาพอ่อนแรงทั้งสิ้น


ฝ่ายประชาชน


1. ยืนหยัดภารกิจการตรวจสอบ กกต. และการเลือกตั้งสกปรก เพื่อฟ้องร้องทั้งในระบบกระบวนการยุติธรรมไทยและต่อสังคมไทย สังคมโลก


2. มุ่งมั่นภารกิจให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และแก้กฎหมายเพื่อความยุติธรรมของประชาชนทั่วหน้า การขับเคลื่อนให้ได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่ยึดโยงประชาชนมากที่สุด


3. สนใจภารกิจ ตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ ผู้แทนราษฎร พรรคการเมือง และบทบาทในเวทีรัฐสภา ที่ไม่ได้อยู่ที่จุดยืนผลประโยชน์ประชาชน และภารกิจทวงความยุติธรรมให้ประชาชน คนตาย/คนเป็น ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ยังเป็นภารกิจสำคัญเพื่อพิสูจน์จุดยืนของพรรคการเมือง และเปิดโปงอำนาจรัฐที่ไม่ยอมให้มีนิติรัฐนิติธรรม อันหมายถึงความเท่าเทียมทางกฎหมายแก่ประชาชน


เราต้องให้ภาคการต่อสู้ของประชาชนนอกเวทีรัฐสภาเข้มแข็ง และมีทิศทางถูกต้องในการเดินทาง ไม่ใช่เป็นแต่พลพรรคในเวทีรัฐสภาอย่างเซื่อง ๆ นี่จะเป็นการบังคับให้พรรคการเมืองที่ก้าวหน้าต้องเดินแนวทางมวลชน และไม่ทรยศหักหลังผลประโยชน์ของประชาชนในการเดินทางต่อไปทางการเมือง


6 มี.ค. 69


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง2569