ธิดา ถาวรเศรษฐ : การเลือกตั้ง
พ.ศ. 2569 ทำลายประวัติศาสตร์การเมืองไทยในหลายเรื่อง
1.
มีคนมาออกเสียงน้อยเป็นประวัติการ ต่ำกว่าปีก่อน ๆ โดย
·
การเลือกตั้งปี 2554 มีผู้มาใช้สิทธิ 75.03%
·
การเลือกตั้งปี 2562 มีผู้มาใช้สิทธิ 74.69%
·
การเลือกตั้งปี 2566 มีผู้มาใช้สิทธิ์ 75.22%
·
การเลือกตั้งปี 2569 มีผู้มาใช้สิทธิ์ 71.43%
แสดงว่าประชาชนไม่ค่อยมีความหวังกับการเลือกตั้งว่าจะได้รัฐบาลตามแบบฉบับที่ตนสนใจสนับสนุน
และ/หรือ ผิดหวังกับการเมืองรัฐสภา
2.
มีการกล่าวโทษการทำงานของ กกต. และฟ้องร้องมากที่สุด
นับถอยหลังเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ (ยกเว้นกรณีที่ กปปส.
ออกมาขัดขวางการเลือกตั้ง) ยังไม่เคยเห็นการฟ้องร้องกล่าวโทษการทำงานของ กกต.
และการขาดความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งต่อการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในระดับสูงเช่นนี้
3.
มีพรรคการเมืองฝ่ายจารีตอำนาจนิยมได้รับเลือกตั้ง มีจำนวน สส.
มากที่สุดตั้งแต่เคยมีการเลือกตั้งมา
การได้รับชัยชนะครั้งนี้นับว่าฝ่ายจารีตอำนาจนิยมได้อำนาจเบ็ดเสร็จทั้งฝ่ายบริหาร
ฝ่ายนิติบัญญัติ (2 สภา) ผ่านการเลือกตั้งที่เชื่อกันว่าได้ทุ่มทรัพยากรทางการเมืองและการใช้อำนาจรัฐมากที่สุด
4.
ฉากทัศน์การเมืองประเทศไทยในระยะใกล้ 2-4 ปี
รัฐบาลฝ่ายจารีตต้องแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสงครามชายแดน วิกฤตทางสังคม
อันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองที่ล้าหลัง เพื่อความเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน
มิฉะนั้นจะมีการประท้วงกว้างขวาง
ฉากทัศน์ในระยะใกล้
ก่อนการเลือกตั้งใหม่ อาจก่อน 2573 จะเป็นระยะเติบโตของพรรคคนรุ่นใหม่ แข่งขันกันกับพรรคภูมิใจไทยที่เป็นผู้นำรัฐบาลครั้งนี้
ถ้าการทำรัฐบาลรอบนี้แก้ปัญหาวิกฤตประเทศไม่ได้ ก็เป็นโอกาสของพรรคประชาชน
แต่อาจถูกยุบพรรคอีกก็ได้
ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็พยายามสร้างเครือข่ายอำนาจรัฐในระบบอุปถัมภ์
จากท้องถิ่นสู่ส่วนกลางเต็มที่ เพื่อรักษาฐานะนำทางการเมืองยาวนานของฝ่ายจารีตนิยม
เพราะตัวเลือกอื่น ๆ ของฝั่งจารีตอำนาจนิยมล้วนอยู่ในสภาพอ่อนแรงทั้งสิ้น
ฝ่ายประชาชน
1.
ยืนหยัดภารกิจการตรวจสอบ กกต. และการเลือกตั้งสกปรก
เพื่อฟ้องร้องทั้งในระบบกระบวนการยุติธรรมไทยและต่อสังคมไทย สังคมโลก
2.
มุ่งมั่นภารกิจให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
และแก้กฎหมายเพื่อความยุติธรรมของประชาชนทั่วหน้า
การขับเคลื่อนให้ได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่ยึดโยงประชาชนมากที่สุด
3.
สนใจภารกิจ ตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ ผู้แทนราษฎร พรรคการเมือง และบทบาทในเวทีรัฐสภา
ที่ไม่ได้อยู่ที่จุดยืนผลประโยชน์ประชาชน และภารกิจทวงความยุติธรรมให้ประชาชน
คนตาย/คนเป็น ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ยังเป็นภารกิจสำคัญเพื่อพิสูจน์จุดยืนของพรรคการเมือง
และเปิดโปงอำนาจรัฐที่ไม่ยอมให้มีนิติรัฐนิติธรรม
อันหมายถึงความเท่าเทียมทางกฎหมายแก่ประชาชน
เราต้องให้ภาคการต่อสู้ของประชาชนนอกเวทีรัฐสภาเข้มแข็ง
และมีทิศทางถูกต้องในการเดินทาง ไม่ใช่เป็นแต่พลพรรคในเวทีรัฐสภาอย่างเซื่อง ๆ
นี่จะเป็นการบังคับให้พรรคการเมืองที่ก้าวหน้าต้องเดินแนวทางมวลชน
และไม่ทรยศหักหลังผลประโยชน์ของประชาชนในการเดินทางต่อไปทางการเมือง
6
มี.ค. 69
