วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

‘เอกภพ’ พรรคประชาชน หวังสังคมไทยได้รับบทเรียนจาก Stroke จี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับระบบช่วยชีวิตที่สังคมไทยต้องมี

 


‘เอกภพ’ พรรคประชาชน หวังสังคมไทยได้รับบทเรียนจาก Stroke จี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับระบบช่วยชีวิตที่สังคมไทยต้องมี


วันที่ 6 มีนาคม 2569 เอกภพ สิทธิวรรณธณะ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนได้ให้ความเห็นถึงกรณีที่มีผู้ป่วยชายมีภาวะหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน (Stroke) ในวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเอกภพได้ให้ความเห็นว่าการที่ตำรวจไม่รู้จักสัญญาณโรค นำไปสู่การส่งต่อรักษาที่ล่าช้านั้นทำให้พลาดโอกาสรักษาฟื้นฟูในช่วงเวลาทอง จนผู้ป่วยอาจกลายเป็นคนพิการทั้งที่ป้องกันได้ 


พรรคประชาชนเห็นว่าเหตุการณ์นี้เป็นทั้งเรื่องน่าเศร้า เป็นเรื่องโชคร้ายของครอบครัวหนึ่ง และยังสะท้อนให้เห็นช่องโหว่ของระบบสุขภาพและความเสี่ยงของประชาชนทุกคน


เอกภพตั้งคำถามว่า เหตุใดระบบการดูแลของรัฐจึงไม่เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รู้จักภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพ ทั้งที่ตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องพบเจอเหตุฉุกเฉินของประชาชนอยู่เสมอ


เอกภพได้ให้ความเห็นต่อไปว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาสำคัญ 3 เรื่องคือ


1. ประเทศไทยให้ความสำคัญกับความรอบรู้ด้านสุขภาพ หรือ Health Literacy น้อยเกินไป โครงการส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพส่วนใหญ่มักมุ่งเน้นไปที่ประชาชน แต่ละเลยการส่งเสริมความรอบรู้ในเจ้าหน้าที่ของรัฐ (รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐอื่น เช่น ครู เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เป็นต้น)


2. ประเทศไทยยังไม่กำหนด “ทักษะการช่วยชีวิต” เป็นทักษะพื้นฐานของเจ้าหน้าที่ของพลเมือง


3. ระบบสุขภาพยังมีความล่าช้าในระบบการส่งต่อรักษาดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน เฉียบพลัน เพื่อให้ได้รับการรักษาและฟื้นฟูอย่างทันท่วงที


โดยเอกภพได้เสนอถึงแนวทางเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ต่อฝ่ายบริหารดังนี้


1. กรมอนามัยควรประเมินความรอบรู้สุขภาพของหน่วยงานรัฐที่ทำงานใกล้ชิดประชาชน และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ


2. กรมอนามัยและสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) ควรมีบทบาทในการสื่อสาร ฝึกอบรมการป้องกันความพิการจากภาวะหลอดเลือดสมองเฉียบพลันแก่ประชาชนทุกคน


3. กพ. ควรบรรจุทักษะการช่วยชีวิตพื้นฐาน (CPR) และการสังเกต Stroke ด้วยหลักการ FAST ให้เป็นทักษะพื้นฐานของเจ้าหน้าที่รัฐที่ใกล้ชิดกับประชาชน และกำหนดให้แพลตฟอร์ม OCSC Learning Space มีเนื้อหาด้านการช่วยชีวิตพื้นฐานเป็นวิชาบังคับ


4. กระทรวงแรงงานควรกำหนดให้การช่วยชีวิตพื้นฐานเป็นทักษะมาตรฐานสำหรับอาชีพที่ต้องให้การดูแลประชาชน เช่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่สาธารณะ


นอกจากข้อเสนอดังกล่าว เอกภพกล่าวต่อไปว่า พรรคประชาชนยังมีนโยบายแพลตฟอร์มทักษะแรงงานแห่งชาติ ซึ่งสามารถบรรจุเนื้อหาการช่วยชีวิตให้คนไทยทุกคนได้เรียนรู้เป็นทักษะภาคบังคับ เพื่อความปลอดภัยของทุกๆ คน


เอกภพขอให้เหตุการณ์ 4 มีนาคมที่ผ่านมานั้น เป็นบทเรียนสำคัญว่า ชีวิตของผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการแพทย์ที่ซับซ้อน แต่อยู่ที่ว่าคนที่อยู่ใกล้ผู้ป่วยที่สุดในนาทีนั้นรู้ว่าจะต้องทำอะไร ซึ่งเชื่อว่า “ทักษะช่วยชีวิต” ควรเป็นทักษะพื้นฐานของสังคมไทยทั้งพลเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ เราพร้อมใช้กลไกรัฐสภาผลักดันระบบช่วยชีวิตเพื่อให้ทุกคนไม่ต้องเสีย “โอกาสทอง” ไปตลอดกาล


เอกภพได้กล่าวปิดท้ายว่า พรรคประชาชนขอร่วมประชาสัมพันธ์การสังเกตอาการ Stroke ด้วยตนเองด้วยหลัก FAST


เมื่อท่านพบเห็นบุคคลมีลักษณะดังต่อไปนี้

F - Face หน้าเบี้ยว 

A - Arm แขนขาอ่อนแรง 

S - Speech พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง 

T - Time ให้รีบโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #Stroke