มูลนิธิทำทางยื่น สปสช. ทวงถาม “ทำแท้งสิทธิประกันสังคม” หลังประกาศกว่า 1 ปี ผู้ประกันตนยังเข้าถึงบริการยาก
วันนี้ 6 มีนาคม 2569 หลังจากช่วงเวลา 09.00–13.00 น. มูลนิธิทำทาง พร้อมเครือข่ายภาคประชาสังคม อาทิ กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง, เครือข่ายท้องไม่พร้อม, สมาคมเพศวิถีศึกษา, แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ และสมาคมพัฒนาเครือข่ายอาสา RSA โดยมีเป้าหมายผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการ ‘ยุติการตั้งครรภ์ตามสิทธิ’ ได้จริง ได้จัดกิจกรรมทวงถามความคืบหน้า “ทำแท้งสิทธิประกันสังคม” โดยเข้ายื่นหนังสือต่อ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานประกันสังคม เนื่องในวันสตรีสากลที่จะถึงในวันที่ 8 มี.ค. 2569
สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังผ่านมากว่า 1 ปี ที่สำนักงานประกันสังคมประกาศให้ “การยุติการตั้งครรภ์เป็นสิทธิการรักษา เช่นเดียวกับการเจ็บป่วยทั่วไป” และประกันสังคมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษา อย่างไรก็ตาม เครือข่ายระบุว่ายังพบว่าผู้ประกันตนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงสิทธิดังกล่าวได้จริง
โดย ในเวลา 09.00 น. ที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิทำทางได้เข้ายื่นหนังสือและร่วมพูดคุยหารือแนวทางส่งต่อบริการยุติการตั้งครรภ์ตามสิทธิประกันสังคม ที่ห้องประชุมกำธร สุวรรณกิจ โดยมีตัวแทนจากกรมอนามัย ร่วมพูดคุย นำโดย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย, ดร.นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ และ พญ.ทิพา ไกรลาศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ
ต่อมาในเวลา 11.00 น. เครือข่ายเดินทางไปยื่นหนังสือที่สำนักงานประกันสังคม โดยมี ผศ.ดร.นครินทร์ ปิ่นปฐม ผู้อำนวยการสำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือ ขณะเดียวกันมีการปราศรัยบริเวณด้านหน้าอาคาร โดยผู้ร่วมกิจกรรมผลัดเปลี่ยนกันขึ้นพูด พร้อมถือป้ายเรียกร้องสิทธิทำแท้งและสิทธิสตรี รวมถึงแปะป้ายทวงถามความคืบหน้าการบังคับใช้สิทธิยุติการตั้งครรภ์ภายใต้ประกันสังคมบริเวณด้านหน้าอาคารด้วย
และสุดท้าย ในช่วงบ่ายเวลา 13.00 น. มีการยื่นหนังสือและเข้าร่วมหารือที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
โดยมูลนิธิทำทางระบุว่า บริการยุติการตั้งครรภ์ต้องถือเป็น "บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน" โดยสำนักงานประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ต่างมีบทบาทมีสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเข้าถึงสิทธิอย่างเท่าเที่ยมสำหรับทุกคน พร้อมมีข้อเรียกร้องให้ทั้งสามหน่วยงานร่วมมือในการบริการเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ มูลนิธิทำทางและเครือข่ายระบุว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้เป็นการติดตามและสะท้อนปัญหาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวเป็นครั้งที่ 4 แล้ว หลังจากในปี 2568 เคยเข้าพบและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้ว 3 ครั้ง เพื่อสะท้อนสถานการณ์การเข้าถึงสิทธิยุติการตั้งครรภ์ของผู้ประกันตน แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังคงพบปัญหาว่าผู้ประกันตนจำนวนมากยังไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้จริง
ตัวแทนเจ้าหน้าที่รณรงค์เชิงนโยบาย ของมูลนิธิทำทาง ได้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวด้วยว่า “วันนี้เราใช้โอกาสเนื่องในวันสตรีสากลมายื่นข้อเรียกร้องกับ 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นการคุมกำเนิดการยุติการตั้งครรภ์ หน่วยแรกที่ไปก็คือกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อคุยเรื่อง "การส่งต่อบริการยุติการตั้งครรภ์ทั่วประเทศ" และ "ทำอย่างไรให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการยุติการตั้งครรภ์มีทัศนคติที่ดีขึ้น" ซึ่งกรมอนามัยรับเรื่องและกล่าวถึงขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลทั่วประเทศ โดยเขาเห็นว่าเป็นแนวโน้มที่ดีที่กรมอนามัยรับเรื่องนี้
“ต่อมาเราได้เข้าพบสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นการพูดคุยครั้งที่ 4 แล้ว และปัญหาหลักยังคงเป็น "ผู้ประกันตนไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติการตั้งครรภ์ตามสิทธิของตนเองได้" โดยผู้รับบริการมักเจอกับอคติและสถานพยาบาลไม่ยอมออกใบส่งตัวให้” เจ้าหน้าที่รณรงค์ฯ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่สำนักงานประกันสังคมเคยแจ้งกับเครือข่ายว่า "จะไม่มีคนมารับหนังสือ" ทำให้มูลนิธิประกาศยกระดับการรณรงค์เป็นการปราศรัย แต่ในการเข้าพบครั้งนี้มีผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมมาชี้แจงว่าจะรับเรื่องไปดำเนินการ
“สุดท้ายที่ สปสช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ โดยมีการพูดคุยเรื่องสิทธิและปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีประเด็นสำคัญคือ ‘การขึ้นทะเบียนหน่วยงานเฉพาะสำหรับการยุติการตั้งครรภ์’ อย่างไรก็ตาม คำตอบที่ได้คือไม่สามารถทำได้แค่เรื่องยุติการตั้งครรภ์ แต่ สปสช. ต้องดูแลทั้งการส่งเสริมและป้องกัน ครอบคลุมสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ รวมถึงการป้องกันและการคุมกำเนิดด้วย ทางเครือข่ายจึงเสนอให้ สปสช. ช่วยขยายสิทธิและเป็นพี่เลี้ยงให้สำนักงานประกันสังคมเกี่ยวกับโมเดลการบริการด้วย” เจ้าหน้าที่รณรงค์ฯ กล่าว
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ทำแท้งเป็นสิทธิรักษา #ประกันสังคม #สปสช





















