วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นเรื่องระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะปัญหาระบบบัตรทองในกรุงเทพฯ โดยเล่าถึงการร่วมหารือกับ สปสช. วานนี้ (20 มีนาคม 2569) ว่า ตนพร้อมด้วย สส.กรุงเทพฯ จากพรรคประชาชน ประกอบด้วย ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์, ปวิตรา จิตตกิจ, ภูริวรรธก์ ใจสำราญ, ธีรัจชัย พันธุมาศ, ภัสริน รามวงศ์, เอกราช อุดมอำนวย, ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ และ ชลณัฏฐ์ โกยกุล ร่วมกันเข้ายื่นข้อเสนอต่อ สปสช. เขตกรุงเทพมหานคร เพื่อผลักดันการปฏิรูประบบบัตรทองในกรุงเทพฯ ให้สอดคล้องกับต้นทุนและสภาพจริงของเมืองใหญ่
โดยนายเอกภพ ระบุว่าปัญหาในระบบบัตรทองกรุงเทพฯ วันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณ แต่เป็นปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งการถูกปฏิเสธใบส่งตัว การต้องเดินทางไกลเพื่อไปรักษา หรือบางกรณีต้องควักเงินจ่ายเอง ทั้งที่นี่คือสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับอย่างเป็นธรรม
ระบบบริการสุขภาพในเมืองหลวงต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนลำบากแบบนี้ต่อไป เพราะกรุงเทพฯ มีต้นทุนสูงกว่าหลายพื้นที่ ทั้งค่าเช่าสถานที่ ค่าบุคลากร และต้นทุนการให้บริการ แต่กลับยังใช้วิธีคิดงบแบบใกล้เคียงกับทั้งประเทศ ทำให้คลินิกจำนวนมากแบกรับภาระไม่ไหว บางแห่งเริ่มถอนตัวจากระบบ และสุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบก็คือประชาชน
นายเอกภพระบุว่า ตอนนี้ยังมีคลินิกชุมชนอบอุ่นหลายแห่งกำลังพิจารณายกเลิกสัญญา ซึ่งอาจกระทบประชาชนในระบบบัตรทองมากกว่า 50,000 คน ที่เสี่ยงจะไม่มีหน่วยบริการประจำ และต้องไปรอรับบริการในระบบที่แออัดกว่าเดิม
โดย สส. พรรคประชาชนเสนอให้มีการปฏิรูประบบอย่างจริงจัง 7 ด้าน ทั้งเพิ่มอำนาจให้ สปสช. คุ้มครองสิทธิการส่งต่อผู้ป่วยได้จริง ทบทวนงบเหมาจ่ายรายหัวให้สะท้อนต้นทุนจริงของกรุงเทพฯ แยกงบส่งต่อผู้ป่วยออกจากงบรายหัว จัดทำสัญญากลางระหว่างคลินิกกับโรงพยาบาล ตั้งกลไกตรวจสอบข้อพิพาทเรื่องงบ ยกเลิกการเรียกเงินคืนย้อนหลังในกรณีที่หน่วยบริการทำโดยสุจริต และจัดระบบเครือข่ายบริการให้คลินิกเชื่อมกับโรงพยาบาลประจำเขตอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อเสนอหลายอย่างที่พรรคประชาชนผลักดัน เริ่มได้รับการตอบสนองแล้ว เช่น การเพิ่มบทบาทสายด่วน 1330 ในบางกรณี การเสนอเพิ่มงบเหมาจ่ายรายหัว การพัฒนาระบบส่งตัวระหว่างหน่วยบริการ รวมถึงการผลักดันเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์และการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบ และนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
นายเอกภพ ทิ้งท้ายว่า ถึงเวลาแล้วที่กรุงเทพฯ ต้องมีการปฏิรูประบบบริการสุขภาพครั้งใหญ่ และกรุงเทพมหานครต้องมีบทบาทนำมากกว่านี้ เพื่อให้คนกรุงเทพฯ เข้าถึงการรักษาได้จริง ไม่ถูกปฏิเสธสิทธิ และไม่ต้องรู้สึกว่าระบบนี้ทิ้งเขาไว้ข้างหลัง
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #สปสช #บัตรทอง #คนเมือง













