วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565

กลุ่มเยาวชนปฏิวัติการศึกษาไทย บุก กระทรวงศึกษาฯ วางหรีดอาลัยครบ 1 ปีดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. แต่แก้ปัญหาการศึกษาได้ล้มเหลว ยื่นหนังสือร้อง ปัญหาเด็กไทย รมว.ศธ. ไม่เคยเหลียวแล

 


กลุ่มเยาวชนปฏิวัติการศึกษาไทย บุก กระทรวงศึกษาฯ วางหรีดอาลัยครบ 1 ปีดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. แต่แก้ปัญหาการศึกษาได้ล้มเหลว ยื่นหนังสือร้อง ปัญหาเด็กไทย รมว.ศธ. ไม่เคยเหลียวแล 


วันนี้ (29 มี.ค. 65) เวลา 8.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเยาวชนปฏิวัติฯ นำโดย น.ส. อันนา อันนานนท์ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แสดงออกถึงความล้มเหลวของการบริหารกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของ นางตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยการนำพวงหรีดระบุข้อความ"ด้วยความยินดียิ่ง" พร้อมกับยื่นหนังสือแสดงความยินดีในการดำรงตำแหน่งครบ 1 ปี ถึง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ โดยมีดร.วิสิทธิ์ ใจเถิง หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีศธ. เป็นตัวแทนรับเรื่อง

.

น.ส. อันนา กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย การปราศรัย การอ่านแถลงการณ์ รวมทั้งสาดสีแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ นอกจากนี้ ยังมีการนำพวงหรีดมาเพื่อแสดงความยินดีกับโอกาสครบรอบ 1 ปี ของนางตรีนุช เทียนทอง ทั้งนี้ การบริหารตลอด1ปีที่ผ่านมา ของกระทรวงศึกษาธิการ ถือว่าแย่ที่สุด

.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งกลุ่มเยาวชนฯได้นำขวดน้ำสีแดงมาสาดบริเวณหน้ากระทรวง แล้วทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์นำเชือกผูกคอตัวเอง ก่อนนำพวงหรีดมาวางไว้ เพื่อแสดงว่านักเรียนกำลังจะตายจากระบบการศึกษา พร้อมตะโกนเรียกร้องให้ รมว.ศึกษาธิการ ออกมารับข้อเรียกร้องและรับฟังปัญหาของนักเรียน

.

ด้านดร.วิสิทธิ์ ใจเถิง หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี เป็นตัวแทนออกมารับฟังข้อเรียกร้อง และรับหนังสือจากกลุ่มเยาวชนปฏิวัติฯด้วย

.

โดยข้อความในหนังสือระบุว่า เรียน รมว.ศึกษาธิการ เรื่อง ขอแสดงความยินดีในการดำรงตำแหน่งครบรอบ 1  ปี เนื่องในวาระโอกาสครบรอบปี การดำรงตำแหน่งของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ

.

กลุ่มเยาวชนปฏิวัติการศึกษาไทย ขอร่วมแสดงความยินดีกับท่านรัฐมนตรี ขอแสดงความยินดี สำหรับเค้กก้อนใหม่ เค้กที่ผู้ใหญ่ในกระทรวงกินจนอิ่มหนำสำราญ เค้กที่นักเรียนไม่ได้แม้แต่จะชายตามอง และหยิบมาชิม เรายินดีด้วยที่ท่านได้พรากอิสรภาพทางความคิด เสรีภาพทางการแสดงออกของเยาวชนที่พวกท่านพล่ามบอกว่า เป็นอนาคตของประเทศ เราอยากแสดงความยินดีที่ท่านได้บอกกับนักเรียนว่า เราต้องได้เจอกันบ่อย ๆ แต่ท่านก็เดินหนีนักเรียน และขอแสดงความยินดีที่ท่านได้เป็นผู้ผลักไสนักเรียนให้หลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยมือท่านเอง

.

เรายินดีด้วยที่ในรอบปีของการเป็นรัฐมนตรี มีเด็กมากกว่าสิบคนฆ่าตัวตายจากสภาวะความเครียดจากการเรียนออนไลน์ ขอแสดงความยินดีอย่างสุดซึ้งที่ท่านไม่สามารถแก้ไขปัญหาอำนาจนิยม ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็น ตีเด็ก กล้อนผม หรือคุกคามทางเพศ และสืบเนื่องจากที่กล่าวมา

.

เราขอแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ ที่ระบบรับเรื่องร้องเรียนของท่าน ไม่สามารถให้ข้อมูลนักเรียนได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งการตามเรื่องร้องเรียนยังเป็นไปได้อย่างยากลำบาก ขอแสดงความนับถือ ที่ในขณะที่ประเทศอยู่ท่ามกลางการล็อกดาวน์ ท่านมีความสุขกับการเดินแฟชั่นโชว์ ท่ามกลางแสงสี และเสียง ท่ามกลางนักเรียนผู้ที่เจ็บปวดกับระบบการศึกษา


#เยาวชนปฏิวัติการศึกษาไทย #UDDnews #ยูดีดีนิวส์




วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565

"ราษฎรฟ้องกลับ" ประชิดทำเนียบ รำลึก 1 ปีสลายชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้า เตรียมฟ้องกลับรัฐ จากกรณีใช้อํานาจโดยมิชอบ เป็นจำนวนเงิน 9 ล้านบาท

 


"ราษฎรฟ้องกลับ" ประชิดทำเนียบ รำลึก 1 ปีสลายชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้า เตรียมฟ้องกลับรัฐ จากกรณีใช้อํานาจโดยมิชอบ เป็นจำนวนเงิน 9 ล้านบาท


วันนี้ (28 มี.ค. 65 ) กลุ่มทะลุฟ้า จัดกิจกรรมถึงเวลาโต้กลับ #ราษฎรฟ้องกลับ วาระครบรอบ 1 ปีการสลายหมู่บ้านทะลุฟ้าช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 มีนาคม 2564 โดยนัดหมายจัดกิจกรรม 17.30 น.


ขณะที่ก่อนเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแนวแผงเหล็กและรั้วลวดหนามหีบเพลงบริเวณฝั่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และฝั่งโรงเรียนราชวินิต  ปิดกั้นเส้นทางสู่ทำเนียบ และนำตู้คอนเทนเนอร์ มาวางบนสะพานชมัยมรุเชฐ พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูงหลังเครื่องกีดขวาง เพื่อสกัดมวลชนทะลุฟ้าประชิดทำเนียบ


เวลา 17.40 น.กลุ่มทะลุฟ้าตั้งขบวนบริเวณแยกนางเลิ้ง ด้วยขบวนริ้วธง

3 ข้อเรียกร้อง และ 1 เงื่อนไข คือ 1. ปล่อยเพื่อนเรา 2. เขียนรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชน 3. ยกเลิกมาตรา 112 และนายกฯต้องลาออกโดยทันที  พร้อมรถเครื่องเสียงที่ผู้ปราศรัยได้กล่าวว่า การชุมนุมของทะลุฟ้า เป็นการชุมนุมโดยสงบสันติตลอดมา ได้เคลื่อนมาประชิดแนวรั้วลวดหนามฝั่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 


จากนั้นตัวแทนทะลุฟ้าเข้าเจรจาขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเส้นทางให้เข้าพื้นที่เพื่อไปจัดกิจกรรม บริเวณที่เคยตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้าเมื่อปีที่แล้วที่อยู่บริเวณด้านข้างกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ใกล้ ๆ กับเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์รำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุม  


ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจยอมเปิดทางให้เข้าไปจัดกิจกรรมใกล้ ๆ ในพื้นที่เดิมเมื่อปีที่แล้วได้ แต่ขอให้อยู่นอกแนวรั้วลวดหนาม เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ


18.00 ตำรวจนอกเครื่องแบบสองรายเดินมาปลดล็อคแนวรั้วหน้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตัดลวดหนามแล้วรื้อแนวรั้วออก ก่อนจะเดินฝ่าแนวรั้วข้ามไปประชิด แนวรั้วแยกพานิชยการ ใกล้ ๆ กับบริเวณเดิมที่เคยตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้า โดยผู้ปราศรัยบนรถเครื่องเสียงประกาศแจ้งพี่น้องมวลชนว่า จะไม่มีการรื้อแนวรั้วที่แยกพาณิชยการ โดยได้มีการปูผ้าใบสีฟ้าบริเวณหน้ารั้วแผงเหล็กลวดหนามเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ


จากนั้นเวลา 18.15 น. ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า อาทิ น.ส.ปนัดดา ศิริมาศกูล หรือ ต๋ง ทะลุฟ้า นายสิรภพ อัตโตหิ หรือแรฟเตอร์ เป็นต้น ร่วมกันอ่านรายละเอียดบอกเล่าถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้าช่วงเช้ามืด วันที่ 28 มี.ค.เมื่อปีที่แล้ว ที่มีผู้ถูกจับกุมถึง 99 คน และร่วมอ่านแถลงการณ์ ระบุว่าการสลายการชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้า และจับกุมผู้เข้าร่วมชุมนุมที่ไม่ได้แสดงการต่อต้านโดยไม่มีเหตุใด ๆ นอกจากการอ้าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อปีที่แล้ว เป็นการละเมิดเสรีภาพของประชาชนและใช้อำนาจล้นเกินจากรัฐ ที่ป่าวประกาศว่า เป็นประชาธิปไตย เรายืนยันว่าผู้กระทำผิดต้องไม่ลอยนวล ประชาชนมีสิทธิและความชอบธรรม ที่จะฟ้องรัฐได้เช่นกันและถึงเวลาโต้กลับแล้ว เราจะฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ใช้อำนาจเกินขอบเขต


จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ให้การฟ้องกลับนี้เกิดขึ้นได้จริงเพื่อสร้างบรรทัดฐานว่าการใช้อำนาจ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยจะมีการฟ้องเรียก ร้องค่าเสียหายจากกรณีใช้อํานาจโดยมิชอบนี้ เป็นจํานวนเงิน 9 ล้านบาท และด้วยตัวเลขที่เราจะเรียกร้องนี้จําเป็นต้องวางเงิน จำนวน 180,000 บาท เพื่อเป็นหลักประกันในการยื่นฟ้อง เราอยากให้พ่อแม่พี่น้องร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน


โดยมีเสียงเพลงบรรเลงประกอบกับมวลชนร่วมถือป้ายรูปเรื่องราวกิจกรรมทะลุฟ้ายืนบนผ้าใบสีฟ้า ตลอดเวลาขณะที่ตัวแทนกำลังอ่านแถลงการณ์


จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมหันหน้าไปทางทำเนียบรัฐบาล พร้อมตะโกน "ราษฎรฟ้องกลับ" และให้พี่น้องวางรูปเรื่องราวกิจกรรมที่ทะลุฟ้าได้เคยทำมา รวมถึงรูปที่บอกเล่าเรื่องราวในวันที่ถูกสลายมาวางเรียงบนผืนผ้าใบสีฟ้า


ในเวลาต่อมา ผู้ร่วมชุมนุมร่วมกันร้องเพลง อาทิ "เราคือเพื่อนกัน" "บทเพลงของสามัญชน" และเปิดแฟลช ร้องเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา" เพื่อรำลึกเหตุการณ์ครบรอบ 1 ปี รัฐสลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า ก่อนจะประกาศยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 19.00 น. 


#ทะลุฟ้า #ม็อบ28มีนา65 #UDDnews #ยูดีดีนิวส์




รัสเซียกับกลยุทธ์ “สลับแขกเป็นเจ้าบ้าน”

 


รัสเซียกับกลยุทธ์ “สลับแขกเป็นเจ้าบ้าน”


ในตอนนี้ที่รัสเซียตกอยู่ในสภาพ “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก” จนต้องประกาศเปลี่ยนเฟสสงคราม เรื่องนี้มีความหมายว่าอย่างไร?


ผมคิดว่ารัสเซียหวังจะ “สลับแขกแขกเป็นเจ้าบ้าน” กล่าวคือทำให้ยูเครนเป็นฝ่ายเข้าตีรัสเซียแทนโดยการพยายามสร้างเสริมความแข็งแรงในพื้นที่ยึดครองของตัวเอง บวกกับกลยุทธ์เหี้ยมโหดต่างๆเพื่อสร้างความหวาดกลัวและเกลียดชังให้กับประชาชนยูเครนทั้งในและนอกพื้นที่ยึดครอง ทั้งการยิงขีปนาวุธเข้าไปในพื้นที่พลเรือน การปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงในเขตยึดครอง หรือกระทั่งการเดินเกมให้แคว้นลูกังส์ที่แยกตัวออกจากยูเครนทำ”ประชามติ”เอาดินแดนไปรวมกับรัสเซีย


ถ้าประธานาธิบดีเซเลนสกีหยุดไม่สั่งบุกเอาดินแดนคืนจากรัสเซียทั้งที่สามารถต้านยังรัสเซียจะกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองมหาศาลกับเซเลนสกี ทั้งเรื่องการเอาดินแดนที่เสียไปคืน การสูญเสียชีวิตและการถูกกดขี่ของพลเมืองยูเครนภายใต้น้ำมือรัสเซีย ถ้าไม่พยายามเอาดินแดนคืนเท่ากับทำลายศรัทธาประชาชน ส่วนรัสเซียก็คงจะใช้วิธีเดิมคือพยายามรักษาพื้นที่ ปิดล้อมและยิงถล่มเมืองใหญ่ต่างๆให้”น่วม” เมืองไหนน่วมได้ที่ค่อยยึด ตรึงกำลังบางส่วนไว้ใกล้ๆเคียฟให้ยูเครนต้องระมัดระวังไม่สามารถส่งไปช่วยที่อื่นได้


แต่ถ้ายูเครนจะเป็นฝ่ายรุกก็จะต้องระวังเช่นเดียวกัน เพราะอาวุธที่ทางนาโต้ส่งให้ก็ยังเป็นอาวุธเชิงรับเช่นจรวดต่อสู้รถถัง จรวดต่อสู้อากาศยาน แต่ก็ยังไม่ได้ส่งอาวุธเชิงรุกเช่นรถถัง เครื่องบินรบ ฯลฯ จากนาโต้ จนประธานาธิบดีเซเลนสกีแห่งยูเครนบ่นหลายครั้งในเรื่องนี้ การบุกเข้าไปในพื้นที่ที่รัสเซียถือครองไว้หลายจุดเช่นในแคว้นไครเมีย ดอเนียสก์ และลูกังสก์ก็คงยากพอๆกับที่รัสเซียพยายามบุกยูเครนนั่นเอง เพราะรัสเซียก็เริ่มลอกเลียนแบบกลยุทธ์ของยูเครนเช่นการใช้โดรนชี้เป้าและทำลายเป้าหมาย หรือการใช้กองกำลังพื้นที่ นอกจากนั้นรัสเซียยังเลือกทำลายแหล่งทรัพยากรที่จะต้องใช้ในการบุกอย่างเช่นคลังน้ำมันในเมืองลวีฟ และซีโตมีร์อีกด้วย

ยูเครนจะโจมตีตอบโต้กลับหรือไม่?และทำได้ดีแค่ไหน? เราคงต้องมาดูและเอาใจช่วยกันครับ


ภาพประกอบ : ภาพคลังน้ำมันของยูเครนที่เมืองลวีฟ ถูกขีปนาวุธของรัสเซียโจมตีจนไฟไหม้เมื่อวานนี้


ที่มา : fb. สลักธรรม โตจิราการ


#สงครามรัสเซียยูเครน #รัสเซีย #ยูเครน

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565

"ชาญวิทย์ เกษตรศิริ" อดีตอธิการบดี มธ.เผย ถูกชาย 4 รายติดตามถึงที่พัก กล้องวงจรปิดพบขับรถกระบะ ปิดป้ายทะเบียน ชี้ คือการคุกคาม เบื้องต้นปรึกษาทนายความแล้ว

 


"ชาญวิทย์ เกษตรศิริ" อดีตอธิการบดี มธ.เผย ถูกชาย 4 รายติดตามถึงที่พัก กล้องวงจรปิดพบขับรถกระบะ ปิดป้ายทะเบียน ชี้ คือการคุกคาม เบื้องต้นปรึกษาทนายความแล้ว


วันนี้ (27 มี.ค. 65) ศาสตราจารย์ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ เผยถูกชายแต่งกายคล้ายนอกเครื่องแบบติดตามถึงคอนโดฯที่พัก ขึ้นลิฟต์ไปถามหาถึงหน้าห้องพัก 


โดยเปิดเผยข้อความและภาพกล้องวงจรปิดผ่านเฟซบุ๊คระบุว่า


ผมถูก harassment – stalking…


เมื่อวันอังคารที่ 23 มีนา ฯ ที่ผ่านมา มีชาย 4 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ ฯ นอกเครื่องแบบ ตัดผมสั้น ใส่เสื้อยืดคอกลม ขับรถปิ๊กอัพ ที่ป้ายถูกปกปิด “เบลอ” เป็นสีขาว มองไม่เห็นเลขทะเบียน เข้ามาที่คอนโดบ้านพักของผม

 

สองคนลงจากรถ เข้ามาถามหาผม แล้วขึ้นลิฟต์ไปจนถึงหน้าห้อง เคาะประตู 


เมื่อรู้ว่าผมไม่อยู่ ก็จัดการถ่ายรูปหน้าห้อง แล้วกลับออกไป 


ผมได้รับบอกเล่าในภายหลังว่า พวกเขาติดตามหาคนหลายคนที่ “ไปเกี่ยวข้องกับม๊อบเด็ก ๆ” ครับ


ผมได้ปรึกษากับนักกฎหมายบางท่าน และได้รับการชี้แจงว่า การกระทำนี้ คือรูปแบบหนึ่งของการคุกคาม หรือ harassment – stalking 


อาจเข้าข่ายความผิด ฐานพยายามกระทำผิดต่อเสรีภาพ 

ตามประมวลอาญา ม. 309 และ 80 


ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

ธนบุรี


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565

เจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัด เครือข่ายคัดค้านร่างกฏหมายควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชน มุ่งทำเนียบ ยื่น 3 ข้อเรียกร้องและ 13,379 รายชื่อถึงนายกฯ เพื่อค้านพ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่มฯ ทำให้ต้องทำกิจกรรมเชิงสะพานชมัยฯ ไร้ตัวแทนรัฐรับหนังสือ

 



เจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดเครือข่ายคัดค้านร่างกฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชนมุ่งทำเนียบ ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง และ 13,379 รายชื่อถึงนายกฯ เพื่อค้าน พ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่มฯ ทำให้ต้องทำกิจกรรมเชิงสะพานชมัยฯ ไร้ตัวแทนรัฐรับหนังสือ


วันนี้ (25 มี.ค. 65) เวลา 9.40 น. เครือข่ายคัดค้านร่างกฏหมายควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชน นำโดยน.ส.สุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง ผู้แทนเครือข่ายฯ และประชาชน ตั้งขบวนหน้ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมกลุ่มเข้ายื่น 13,379 รายชื่อจากแคมเปญ https://t.co/PHgG27a9Px ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการคัดค้านและไม่เอาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นการควบคุมประชาชน ซึ่งรัฐบาลต้องให้ความสำคัญเรื่องหลักความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ต้องเปิดโอกาสให้บุคคลสามารถรวมตัวกันและจัดตั้งสมาคมได้ และจะต้องปราศจากการแทรกแซงที่ไม่เหมาะสมของภาครัฐเพื่อความเป็นอิสระและมีประสิทธิภาพ


ทั้งนี้ตัวแทนจากเครือข่ายคนพิการได้กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นเสียงส่วนหนึ่งจากทุกคนที่กำลังจะถูกละเมิดสิทธิ เราจะไม่เสียเวลาอธิบายข้อเสียอีกเเล้วเพราะมันไม่มีอะไรดีเลยในร่างกฎหมายนี้ ในฐานะองค์กรคนพิการเราขอค้านเรื่องนี้อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู


โดยเวลา 10.00 น. อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเป็นตัวเเทนรับหนังสือและรายชื่อทั้งหมด จากนั้นเครือข่ายฯ ได้มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือ พร้อมนำรายชื่อประชาชนจำนวน  13.379 รายชื่อส่งถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อคัดค้าน พ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชนทุกรูปแบบต่อไป


กระทั่ง 10.20 น. เครือข่ายคัดค้านฯได้เดินทางมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ถนนพิษณุโลก ซึ่งพบกับแนวแผงเหล็กกั้นจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ต้องเจรจาขอเปิดทาง ต่อมาเจ้าหน้าที่ยอมเปิดทางให้เดินขึ้นไป กระทั่งถึงบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งติดเแนวกั้นเจ้าหน้าที่อีกชั้น


ขณะที่นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนรออยู่บริเวณแนวแผงเหล็กกั้น สะพานชมัยฯ ตัวแทนเครือข่ายฯ ระบุว่า ได้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อจะยื่นหนังสือที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาลและได้รับหนังสือตอบรับแล้ว แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายกลับพบว่า เจ้าหน้าที่ได้ปิดถนน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังโดยรอบตั้งแต่เชิงสะพานฯ และนำแผงเหล็กร้อยลวดสลิง มาวางกั้นขวางเชิงสะพาน นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) ตรึงกำลังด้วย จึงตั้งคำถามว่า เจ้าหน้าที่เล่นใหญ่ไปหรือเปล่า และยืนยันว่าจะเข้าไปยื่นหนังสือที่ประตูสี่ ทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น 


อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่เปิดแผงกั้น ขณะที่นายสมพาศ เดินกลับเข้าไปด้านใน กล่าวเพียงว่าติดประชุม 


ทำให้เครือข่ายคัดค้านฯ ต้องทำกิจกรรมที่เชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ โดยไม่มีผู้รับหนังสือ 


นางสุนทรี กล่าวว่า ทางเครือข่ายคัดค้านร่างกฎหมายควบคุมภาคประชาชนเห็นว่า รัฐบาลไทยต้องยืนยันหลักความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ซึ่งเปิดโอกาสให้บุคคลทุกคนสามารถรวมตัวกันและจัดตั้งสมาคมได้  ให้การประกันว่าสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากร สิทธิในการดำเนินงาน ต้องปราศจากการแทรกแซงที่ไม่เหมาะสมของรัฐ ทั้งนี้เพื่อความเป็นอิสระและความมีประสิทธิภาพในการสมาคม


“วันนี้ได้ติดต่อขอยื่นหนังสือและได้รับการตอบรับมาแล้วจากเจ้าหน้าที่ แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปยื่นด้านในทำเนียบรัฐบาลได้ ซึ่งเห็นได้ว่าแม้ยังไม่มีพ.ร.บ. ดังกล่าว แต่การรวมกลุ่มแสดงความเห็นประชาชนยังถูกปิดกลั้นถึงเพียงนี้ หากพ.ร.บ. นี้ได้ออกมาใช้จะเกิดอะไรขึ้น” นางสุนทรี กล่าว


ขณะที่นางสาวปิยนุช โคตรสาร ผอ.แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องจะรับฟังปัญหาของประชาชน และทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม ไม่ควรใช้กฏหมายมารังแกประชาชน และกล่าวถึง 3 ข้อเรียกร้องที่มายื่นหนังสือต่อนายกฯ ดังนี้


1. ยกเลิกกระบวนการร่างและผลักดันพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ....โดยทันที


2. เรียกร้องให้ทุกขั้นตอนในการร่างกฎหมายมีการสร้างระบบและพื้นที่รับฟังความคิดเห็น อย่างโปร่งใส เข้าถึงได้ และไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งประเมินผลกระทบต่อสาธารณะและองค์กรประชาชนซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงอย่างแท้จริง


3. ประกันว่าสิทธิในการสมาคมรวมทั้งการเข้าถึงทรัพยากร สิทธิในการดำเนินงาน ต้องสอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของประเทศไทย และปราศจากการแทรกแซงที่ไม่ได้สัดส่วนของรัฐ เพื่อความเป็นอิสระและประสิทธิภาพในการสมาคม


จากนั้นทางเครือข่ายคัดค้านฯจึงได้ยื่นหนังสือรวมทั้งรายชื่อประชาชนผ่านหน้ากากพล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม


พร้อมระบุว่า หากมีการนำร่างกฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชนเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีก จะมีการรวมกลุ่มของเครือข่าย เพื่อออกมาคัดค้านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวต่อไป ก่อนที่จะแยกย้ายในเวลาประมาณ 11.30 น.


#หยุดพรบควบคุมการรวมกลุ่ม

#ไม่เอาพรบควบคุมภาคประชาสังคม

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ม็อบ25มีนา65




วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2565

ภาคประชาชนบุกกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ยื่นหนังสือรัฐมนตรีฯ ไม่เอาร่าง พ.ร.บ. ควบคุมการรวมกลุ่มประชาชน ชี้ ละเมิดสิทธิฯ ประกาศหากยังดื้อเจอกันทำเนียบ

 


ภาคประชาชนบุกกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ยื่นหนังสือรัฐมนตรีฯ ไม่เอาร่าง พ.ร.บ. ควบคุมการรวมกลุ่มประชาชน ชี้ ละเมิดสิทธิฯ ประกาศหากยังดื้อเจอกันทำเนียบ 


วันนี้ (24 มี.ค. 65) เวลา 9.00 น. ที่หน้า "บ้านมนังคศิลา" ถนนหลานหลวง ขบวนประชาชนต่อต้านร่างกฏหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน นัดรวมตัวเพื่อแสดงออกคัดค้าน ร่างพ.ร.บ.การดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร หรือร่างพ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่ม โดยเคลื่อนขบวนมุ่งไปที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) 


โดยก่อนเคลื่อนขบวนนั้น นุชนารถ แท่นทอง จากเครือข่ายสลัมสี่ภาคได้อ่านแถลงการณ์ เกี่ยวกับขบวนประชาชนต่อต้านร่างกฎหมายทําลายการรวมกลุ่มของประชาชน ขอประกาศยืนหยัดต่อต้าน กฎหมายทําลายสิทธิและเสรีภาพในการรวมกลุ่มทุกฉบับ และขอประกาศคัดค้านทุกกฎหมายที่มีเจตนา ออกมาเพื่อควบคุม กํากับ และทําลายสิทธิเสรีภาพประชาชน


จากนั้น 9.15 น. ขบวนการประชาชนฯได้เคลื่อนขบวนพร้อมป้ายข้อความต่าง ๆ อาทิ เรามีเสรีภาพในการรวมกลุ่ม หยุดกฎหมายควบคุมองค์กรเอกชน, การวมกลุ่มคือพื้นฐานประชาธิปไตย ใยมาทำลายแบบเผด็จการ? เป็นต้น


โดยขบวนได้ใช้เส้นทางถนนหลานหลวง เลี้ยวซ้ายที่แยกสะพานขาวเข้าถนนกรุงเกษม


กระทั่ง เวลา 9.42 น. หัวขบวนได้เคลื่อนเข้ากระทรวงพัฒนาสังคมฯ โดยแถวหน้าของขบวนนั้น ประชาชน 4 รายถือพวงหรีดข้อความ "ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ...." เดินเข้ามา ด้านนายจำนงค์ หนูพันธ์ุได้ประกาศย้ำเรื่องมาตรการป้องกันโควิด 19 พร้อมแจ้งมีเจลแอลกอฮอล์ บริการ 


จากนั้นได้มีการสลับสับเปลี่ยนกันปราศรัยข้างรถเครื่องเสียง ระหว่างที่รอทะลุฟ้าเซตเวทีหน้าประตูทางเข้ากระทรวงฯ ด้านใน


ทั้งนี้ พรุ่งนี้ (25 มีนาคม 2565) จะเป็นวันสุดท้ายที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.การดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร กระทรวงพม. เปิดรับฟังความเห็นทางออนไลน์แต่ไม่ลงมารับฟังความคิดเห็นประชาชนตัวเป็น ๆ วันนี้ขบวนการประชาชนฯ จึงต้องมาเพื่อแสดงออกว่าไม่เอากฎหมายควบคุมประชาชน หนึ่งในผู้ปราศรัยกล่าว


จากนั้นเมื่อทะลุฟ้า ตั้งเวทีเรียบร้อยแล้ว ธัชพงศ์ แกดำ หรือบอย รับหน้า ที่ผู้ดำเนินรายการ โดยเปิดเวทีให้ตัวแทนจากเครือข่ายต่าง ๆ ขึ้นปราศรัย 


ด้านธนพร วิจันทร์ หรือไหม จากเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวบนเวทีบางส่วนว่า ยุคสมัยนี้ พวกเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย เราไม่ได้อยู่ใต้อำนาจของชนชั้นปกครอง รัฐบาลอ้างความมั่นคงอย่างเดียว เราต้องมีเสรีภาพในการรวมกลุ่ม มีเสรีภาพในการเจรจาต่อรอง ปัญหาที่เรารวมกลุ่มกันขึ้น มันเกิดจากโครงการของรัฐที่เหยียบย่ำพวกเรา รัฐสวัสดิการที่จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากมีพ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่ม การรวมกลุ่มจึงเป็นทางออกของประชาธิปไตย เพราะจะทำให้เกิดเวทีเจรจาต่อรอง ทำให้อยู่ร่วมกันได้


ขณะที่ สุริยา แสงแก้วฝั้น จากเครือข่ายผู้พิการภาคเหนือ กล่าวถึง 8 ปีผ่านไป ถึงแม้จะมีการเลือกตั้ง แต่ใช่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้น พ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่ม กฏหมายฉบับนี้ไม่ควรจะต้องใช้ เพราะมาจากผู้นำเผด็จการ และหากผู้นำเป็นประชาธิปไตย ต้องฟังเสียงประชาชน หากอ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง ต้องฟังเสียงประชาชน เพราะประชาชนเป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง


ในส่วน ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือแอมป์ จากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้กล่าวถึงพ.ร.บ. ควบคุมการรวมกลุ่มในฐานะกลไลของรัฐที่ไม่ส่งเสริมประชาธิปไตย คือเครื่องมือที่เอาไว้เตะถ่วง สกัด ขัดขา การออกมาแสดงเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของประชาชน คือพ.ร.บ.ที่เกื้อหนุนให้รัฐยังเป็นเผด็จการ


ณวรรษ ย้ำว่า"การเห็นต่างกับรัฐบาลไม่ใช่อาชญากรรม" และ "การทำกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลไม่ใช่กบฏ"


จากนั้นเวทีได้เปิดช่วงรับฟังความเห็นของประชาชนที่มีต่อร่าง พ.ร.บ. การดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ... โดย สุภาภรณ์ มาลัยลอย จาก EnLaw และ นิมิตร์ เทียนอุดม จาก เครือข่ายรัฐสวัสดิการ


ตัวแทนจากเครือข่ายความหลากหลายทางเพศกล่าวถึงปัญหาที่ประสบจากการที่กฎหมายหลงลืมคนหลากหลายทางเพศแต่ในทางกลับกันก็ถูกควบคุมด้วย โดยระบุว่า “ปกติแล้ว คนหลากหลายทางเพศไม่ถูกคุ้มครองอยู่แล้ว” และ “เมื่อพวกเราขายตัว ก็ถูกควบคุมร่างกายอยู่แล้ว แล้วถ้ามีกฎหมายนี้ออกมา เราจะขายให้ใคร จะประกอบอาชีพได้อย่างไร”


“ที่ผ่านมาเราถูกปิดสถานบริการกว่าห้าร้อยแห่ง และกว่าสองปีที่เราไม่มีรายได้มาดูแลครอบครัว เราเรียกร้องความชดเชย ไม่ใช่การเยียวยา ที่ผ่านมาเราถูกกระทำจากกฎหมายออกโดยรัฐบาลทุกฉบับ กฎหมายที่เอาเปรียบประชาชนต้องหมดไป”


ในเวลาต่อมา บอย ธัชพงศ์ ได้ประกาศข้อเรียกร้อง โดยขอให้นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงมารับหนังสือและฟังข้อเรียกร้องจากเครือข่ายด้วยตนเองเท่านั้น หากไม่มาภายใน 10 นาที ประชาชนจะไปพบที่หน้าห้องทำงาน


กระทั่ง 14.20 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินออกมาจากอาคารกระทรวงพม. เพื่อมารับหนังสือ 


จากนั้นตัวแทนกลุ่ม ได้อ่านแถลงการณ์ จากขบวนการประชาชนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน โดย รมว.พม.ยืนรับฟัง ระบุว่า ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร ที่กระทรวงพม. กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น มีเนื้อหากว้าง คลุมเครือ และมีการกำหนดบทลงโทษ นอกจากนี้ยังมีข้อน่าห่วงกังวลว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวให้อำนาจปลัดกระทรวงพม. ในฐานะนายทะเบียน ระงับการกระทำขององค์กรไม่แสวงหากำไรได้หากกระทำการที่กระทบความมั่นคง 


เห็นได้ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้มีเจตนารมณ์สนับสนุนให้องค์กรไม่แสวงหากำไรทำงานง่ายขึ้น แต่มุ่งเน้นจำกัดเสรีภาพในการรวมกลุ่มของประชาชนรวมถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งจะส่งผลต่อนักสิทธิมนุษยชนและประชาชนในการตรวจสอบภาครัฐ 


จึงขอให้นายกฯ และรัฐมนตรี ยุติกระบวนการเสนอร่างพระราชบัญญัติ และเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และองคาพยพ ลาออกเพื่อเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนกำหนดอนาคตตนเองและสร้างหนทางสู่ประชาธิปไตย


จากนั้น นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขึ้นเวทีไปรับหนังสือจากตัวแทนภาคประชาชน และกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ตนได้ตั้งใจฟังความเห็นจากพี่น้องประชาชนแล้ว จะนำความคิดเห็นพี่น้องประชาชนเพื่อไปเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป


จากนั้นกิจกรรมบนเวทียังดำเนินต่อไป โดย มีแม่ช้อย ทะลุฟ้า และ ปูน ทะลุฟ้า เป็นผู้ปราศรัยคนสุดท้าย ด้านบอยประกาศ จะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์


16.00 น. บิ๊กเซอร์ไพรส์ เครือข่ายประชาชนที่มาร่วมในการคัดค้าน พ.ร.บ.การควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชน ต่างร่วมกันชูกระดาษขนาด A4 ที่มีข้อความ อาทิ "การวมกลุ่มคือพื้นฐานประชาธิปไตย ใยมาทำลายแบบเผด็จการ? " แล้วหันไปทางป้ายสีเหลืองขนาดใหญ่ที่หันหน้ามาทาง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยในป้ายสีเหลืองขนาดใหญ่ มีข้อความว่า "หยุดพ.ร.บ.ควบคุมรวมกลุ่มของประชาชน NO NPO BILL พวกเราจะซวยกันหมด" บนตึกสำนักงานธนานุเคราะห์


ต่อมา เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ ใจความว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ผลักดันร่างพ.ร.บ.การดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร เพื่อขจัดพลังของประชาชน แบ่งกลุ่มองค์กรขบวนประชาชนที่ดีในสายตาของรัฐแยกออกจากกลุ่มองค์กรที่เลวในสายตาของรัฐออกจากกัน นี่คือการกระทำที่มองเห็นประชาชนเป็นศัตรู 


ภารกิจของประชาชนในการคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ยุติแค่เพียงวันนี้ แต่จะทำงานทางความคิดและขยายเครือข่ายประชาชน เพื่อให้ประชาชนเห็นผลกระทบของร่างกฎหมายและไปเรียกร้องยังหน้าทำเนียบรัฐบาล เราจะไม่หันหลังกลับจนกว่ารัฐบาลจะยุติการผลักดันร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน


ตามด้วยกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แสดงออกไม่รับร่างกฏหมายฉบับนี้ ด้วยการเผากระดาษจำลองร่าง พ.ร.บ.การควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชน ป้ายกระดาษปรากฏข้อความมากมายอาทิ "ขอรัฐสวัสดิการแต่ได้กฏหมายสามานย์ควบคุมการรวมกลุ่มประชาชน" , "พัฒนาสังคมยังไม่ดียังกดขี่การรวมกลุ่มประชาชน", "การรวมกลุ่มคือพื้นฐานประชาธิปไตย ใยมาทำลายแบบเผด็จการ? " และวางพวงหรีด “ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม


ทั้งนี้ขณะที่ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ วงสามัญชนด้วยขึ้นเวทีเล่นดนตรี เพลง"โซลิดาริตี้" ต่อด้วย "บทเพลงของสามัญชน" โดยปูนทะลุฟ้าได้ขึ้นไปกล่าว บทกวี "ปฐพีกวีดิน" ประกอบเพลง จากนั้นสามัญชนได้กล่าวส่งพี่น้องประชาชนโดยบอกว่าขอส่งพี่น้องประชาชนด้วยเพลง"อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้"


ด้านบอย ธัชพงศ์ กล่าว ขอบคุณประชาชนทั้ง 18 เครือข่ายรวมถึงประชาชนทั่วไปที่มาร่วมคัดค้านการ ออกกฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มประชาชนในครั้งนี้ และขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมกระเป๋าเตรียมร่างกายเตรียมรองเท้าให้พร้อมแล้วเราจะไปพบกันที่ทำเนียบรอการนัดหมายอีกครั้ง และยุติกิจกรรมในเวลา 16.20 น


#ม็อบ24มีนา65 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ 

#ไม่เอากฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มประชาชน 

#หยุดพรบควบคุมการรวมกลุ่ม 

#ขบวนประชาชนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน




ศาลยกฟ้อง “6 จำเลย” คดีตระเตรียมก่อการร้าย เชื่อมโยงเหตุปาระเบิดศาลอาญา ถนนรัชดาฯ เมื่อ 7 มี.ค. 2558

 



ศาลยกฟ้อง “6 จำเลย” คดีตระเตรียมก่อการร้าย เชื่อมโยงเหตุปาระเบิดศาลอาญา ถนนรัชดาฯ เมื่อ 7 มี.ค. 2558


วันนี้ (24 มี.ค. 65) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รายงานทางทวิตเตอร์ โดยระบุว่า “ศาลอาญามีคำสั่งยกฟ้อง ในคดีของ  #สุภาพรและพวก รวม 6 คน ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่า ตระเตรียมก่อการร้าย เชื่อมโยงเหตุปาระเบิดศาลอาญา รัชดาฯ เมื่อปี 2558

 

[ย้อนอ่าน] ข่าวได้ที่ https://tlhr2014.com/archives/5032


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์