Con
for All ยกขบวนทวงคะแนน กกต. ขอให้เผยแพร่ผลนับคะแนน สส. - ประชามติ
ให้ครบทุกหน่วย
วันที่
8 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
ถนนแจ้งวัฒนะ ไอลอว์และเครือข่ายภาคประชาชนจัดกิจกรรม “ยกขบวนทวงคะแนน กกต.”
เพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เผยแพร่ผลการนับคะแนนรายหน่วยของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2569
และการออกเสียงประชามติให้ครบทุกหน่วยออกเสียง
กิจกรรมเริ่มต้นจากการแถลงของตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน
ก่อนจะตะโกนว่า “คะแนนประชามติอยู่ไหน” และ “คะแนนเลือกตั้ง 100% กี่โมง”
คะแนนประชามติหาย
คะแนนเลือกตั้งไม่สมบูรณ์ทุกหน่วย
ชยพล
ดโนทัย ตัวแทนไอลอว์ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่า หลังจากที่ กกต.
ทยอยเผยแพร่ผลการนับคะแนนออกเสียงเลือกตั้ง สส. รายหน่วย ที่เรียกว่า แบบ ส.ส. 5/18 และแบบ
ส.ส. 5/18 (บช) ตามลำดับ พบว่า
ยังมีบางเขตเลือกตั้งที่ยังอัปโหลดคะแนนไม่สมบูรณ์ โดยมีทั้งไฟล์หายไป
การอัปโหลดผิดพลาด และการอัปโหลดซ้ำ โดยจากคำให้สัมภาษณ์ของแสวง บุญมี
เลขาธิการกกต. ว่า ทุกเขตเลือกตั้งรายงานผลแก่กกต. ทราบ ก็จริงอยู่ แต่ไม่ครบถ้วน 100%
เช่น จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 ตำบลไผ่
อำเภอเมือง หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ขาดผลการนับคะแนนทั้งหน่อวย
ในขณะที่การออกเสียงประชามติ
ประชาชนทราบเพียงว่า มีเสียงเห็นชอบ 21.6 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ 11.2
ล้านเสียง และไม่แสดงความคิดเห็น 3 ล้านเสียง
แต่ไม่เคยเห็นว่า ผลการออกเสียงในแต่ละเขต
แต่ละหน่วยเป็นอย่างไรจึงขอเรียกร้องอย่างจริงจังให้เปิดเผยผลการนับคะแนนเลือกตั้งให้ครบทุกเขต
และเปิดเผยผลคะแนนการออกเสียงประชามติในประเด็นรัฐธรรมนูญ ในทุกเขต
ทั่วประเทศโดยเร็ว และสะดวกต่อการเข้าถึงของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
พงศธร
กันทวงค์ ตัวแทนวีวอทช์กล่าวว่า
ในการเลือกตั้งล่วงหน้าพบปัญหาการกรอกรหัสจังหวัดผิด
ทำให้อาจส่งผลถึงการนับคะแนนที่ผิดพลาด
และยังพบว่ามีการใช้ซองบัตรเลือกตั้งเก่าที่มีรหัส 5 หลักแทน
โดยยังไม่ได้รับคำชี้แจงจากกกต.
อีกทั้งยังมีการฟ้องประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง
จึงขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อประชาชนด้วย
นอกจากนี้
พงศธรยังเสนอให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในหน่วยเลือกตั้ง
แม้อาจมีข้อกังวลว่าอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ
แต่ก็เลือกมุมในการติดตั้งกล้องดังกล่าวได้
เพื่อประโยชน์ในตรวจสอบการทำงานของกรรมการประจำหน่วย
อีกทั้งหากคนที่แจ้งความผิดปกติอาจเข้าใจผิด
ภาพในกล้องวงจรปิดก็เป็นข้อยืนยันตรวจสอบการแจ้งความผิดปกติได้
กระบวนการสู่รัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่จบ
ภาคประชาชนรอติดตามการมีส่วนร่วมเต็มที่
ภัสราวลี
ธนกิจวิบูลย์ผล ตัวแทนเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญกล่าวว่า การจัดการเลือกตั้ง สส.
ปี 2569 มีปัญหาอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากบทบาทขององค์กรอิสระอย่าง กกต.
ซึ่งเป็นผู้จัดการเลือกตั้งที่มีข้อกังขาว่าจัดการเลือกตั้งไม่โปร่งใส
เธอมองว่า
การทำงานของกกต. ดูราวกับจะยึดหลักความ “ชอบด้วยกฎหมาย” มากกว่าความโปร่งใส
อีกทั้งยังมีข้อสงสัยว่ามีการจัดวางคนที่จัดการเลือกตั้งหรือไม่
แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากกกต. ในประเด็นเหล่านี้ อีกทั้งในช่วงหลังมานี้
ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ มักจะมาจากผู้ที่มาจากสังกัดกระทรวงคมนาคมเป็นส่วนใหญ่
จึงไม่มั่นใจว่าจะมีความสามารถในการการเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด
และเมื่อมีคำถามจากประชาชน กรรมการ กกต.
เหล่านี้ก็ไม่ได้เข้ามาตอบคำถามหรือแสดงความรับผิดชอบใด ๆ มีเพียงเลขาธิการกกต.
เท่านั้นที่ออกมารับหน้า
ณ
ตอนนี้ ประชาชนได้เห็นตรงกันแล้วว่าต้องการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เมื่อครม.
มีมติไม่นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ที่เคยพิจารณาก่อนยุบสภา
ภัสราวลีกล่าวว่า แม้กระบวนการจะช้าลง แต่อาจเป็นผลดีกับประชาชนมากกว่า
เปิดทางให้อาจมีผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนมากกว่า
ถ้าหากจะรีบเร่งไปโดยที่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลังก็คงไม่ให้ผลดีเท่ากระบวนการที่ช้า
แต่มีส่วนร่วมจากประชาชนจริง ๆ
จากนี้ไปภาคประชาชนจึงติดตามกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญที่จะต้องมีส่วนร่วมจากประชาชน
และหากมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดที่มาของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญแบบไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
ภาคประชาชนจะรณรงค์เข้าชื่อเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีสาระสำคัญว่า ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน
เตรียมจับตากกต.
ชุดใหญ่สั่งฟ้องคดีโกงเลือกสว. ชี้ควรเป็นบุรุษไปรษณีย์ส่งเรื่องต่อศาลฎีกา
ขณะที่ยิ่งชีพ
อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ระบุว่า ในเวลาประมาณ 30 วันข้างหน้านี้ กกต.
จะต้องวินิจฉัยและมีคำสั่งในคดีโกงเลือกสว.
ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปมาถึงตอนนี้ก็ปรากฏว่า กกต.มากกว่าครึ่งหนึ่งมีที่มาจากสว.
กลุ่มนี้ที่กำลังถูกตั้งข้อกล่าวหาอยู่ ทางเลือกปัจจุบันมีอย่างเดียวคือ กกต.
ต้องไม่ใช้อำนาจการวินิจฉัยส่วนตน และออกคำสั่งเพื่อส่งเรื่องไปให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยในคดีนี้
ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่มีความชอบธรรมและได้รับการยอมรับ
เขาเรียกร้องว่า
กกต. ควรทำหน้าที่เพียงบุรุษไปรษณีย์
ส่งคดีไปยังศาลฎีกาที่มีที่มาชอบธรรมกว่าเพื่อให้ศาลพิจารณาคดี
และผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิจะสู้คดีได้อย่างเปิดเผย
ถ้าต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใสและรักษาคุณภาพ กกต. ก็ควรส่งคดีไปให้ศาลวินิจฉัย
ในฐานะที่ติดตามสังเกตการณ์กระบวนการเลือก
สว. มาอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งชีพกล่าวว่ายังมีข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกันจัดตั้งคะแนนเสียง
เส้นทางการโอนเงิน สถานที่และบุคคลที่เข้าร่วมประชุมเตรียมการโกงขนาดใหญ่ครั้งนี้
ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งมอบข้อมูลให้หน่วยงานที่สอบสวนเรื่องนี้แล้ว แต่หากกกต.
ใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมทำให้คดีนี้จบไป
ก็จำเป็นต้องนำข้อมูลทั้งหมดที่มีเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อฟ้องต่อประชาชน
และให้สังคมทำหน้าที่พิพากษาสว. เหล่านี้แทนกระบวนการทางกฎหมายที่ กกต.
สร้างทางตันขึ้นมา
และถ้าหากในเวลาไม่กี่วันข้างหน้านี้
กกต. มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีโกงเลือก สว. ที่เลือกกกต. มา
ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงจากข้อครหาจากสังคมถึงการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันในหมู่
“สีน้ำเงิน” ไปได้ หากสิ่งนี้เกิดขึ้นเราจำเป็นต้องดำเนินคดีต่อกกต.
ในฐานที่ใช้อำนาจโดยมิชอบเท่าที่กฎหมายจะมีช่องให้ทำได้ต่อไป
จากนั้น
ตัวแทนภาคประชาชนได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ผ่านการตัดริบบิ้นเพื่อเรียกร้องให้ กกต.
เปิดเผยผลการนับคะแนนให้ครบถ้วนทั้งการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ
และได้เข้ายื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อแจ้งเรื่องต่อกกต. ต่อไป
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #กกต #เลือกตั้ง2569 #ประชามติ2569






















