ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
เรื่องคำว่า “พฤษภาทมิฬ”
จากอาจารย์
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่ท่านได้ฝากมาถึงดิฉัน ก็ยินดีที่จะเป็นอีกแรง
ช่วยชี้แจงเพิ่มเติม
คำว่า
“พฤษภาทมิฬ” ก็จะหมายถึงเหตุการณ์ทหารปราบปรามประชาชนในวันที่ 17 พฤษภาคม 2535
โดยที่คณะนำชุดขับเคลื่อนมวลชน คือ “สมาพันธ์ประชาธิปไตย” เป็นคณะนำที่นำมวลชน
แล้วถูกปราบปรามที่ถนนราชดำเนิน ทั้งการตบตีกระทืบในโรงแรมรัตนโกสินทร์และบนถนนราชดำเนินกลาง
มีผู้สูญเสียชีวิตและสูญหาย ขณะนี้ก็มีสถูปอนุสรณ์อยู่ที่สวนสันติพร
สมาพันธ์ประชาธิปไตยเป็นคณะนำ มีคุณจำลอง ศรีเมือง คุณหมอสันต์ หัตถีรัตน์ คุณครูประทีป
อึ้งทรงธรรม คุณหมอเหวง โตจิราการ คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข และคุณฉลาด วรฉัตร
แต่ละคนต่างเป็นตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ ทว่าก่อนหน้านี้มีการนำหลายกลุ่ม เป็นกลุ่ม NGO
และพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งด้วย แต่ท้ายสุดคณะนำคือสมาพันธ์ประชาธิปไตย
ซึ่งก็แยกทางกันเดินไปคนละสี โดยคุณจำลองและคุณสมศักดิ์ไปหนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
(พธม.) และ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(กปปส.) อาจารย์ปริญญา ก็ไม่ถึงกับไปเป็นผู้นำฝ่ายสีเหลืองและกปปส.
นอกจานั้นที่เหลือ 3 ท่านก็ยืนหยัดต่อต้านรัฐประหาร 2549
เท่ากับจบคณะสมาพันธ์ประชาธิปไตย
คำว่า
“พฤษภาทมิฬ” ในเหตุการณ์ปี 2535 นี้ ใครริเริ่มเรียกก่อน ดิฉันก็ไม่ทราบ แต่ที่ปรากฏจาก
Facebook ของท่านอาจารย์ ชาญวิทย์ คือสถาบันพระปกเกล้า กรณีนี้ดิฉันขอสรุปว่า
บุคคลที่มีโลกทัศน์และชีวทัศน์ที่ก้าวหน้าพึงระวัง
(แม้แต่พวกที่มีโลกทัศน์และชีวทัศน์แบบอนุรักษ์นิยม/จารีตนิยม ก็พึงระวัง)
1.
การเหยียดเชื้อชาติที่สืบทอดต่อ ๆ กันมา ทั้งโดยความคิด วาจา
และการกระทำล้วนเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง
ดิฉันเห็นด้วยว่าหลีกเลี่ยงใช้ชื่อชนชาติในการดูถูกเหยียดหยาม
2.
การเหยียดคนต่างความเชื่อ ต่างศาสนา นี่ไม่ใช่ทัศนะของฝ่ายก้าวหน้าเช่นกัน และทั้ง
2 กรณีนี้นำไปสู่ความเสียหาย กระทั่งรบราฆ่าฟันจนเกิดสงครามใหญ่
3.
การเหยียดเพศสภาพ เหยียดสตรี หรือผู้ที่มีความหลากหลายในเรื่องเพศ
ก็แสดงถึงความคิดจารีต ล้าหลัง เห็นคนไม่เท่าเทียมกัน
4.
การเหยียดคนที่ระดับการศึกษา เป็นที่มาของปริญญาปลอม วุฒิการศึกษาปลอม ด็อกเตอร์ปลอม
ๆ ทำให้ผู้ที่เข้ามาทำงานมีบทบาทนำ เป็นพวกปลอม ๆ ไม่มีความรู้จริง สร้างภาวการณ์นำพาประเทศและแม่พิมพ์เยาวชนปลอม
ๆ ไม่มีความรู้จริง
5.
การเหยียดทางชนชั้นและผู้ด้อยโอกาสทั้งปวง นี่คือข้อสำคัญที่สุด
และทำให้ชนชั้นกลางบนขึ้นไปถึงกลุ่มชนชั้นนำประมาณ 10%
ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและอำนาจรัฐในระบบ/นอกระบบ คือกลุ่มชนชั้นนำเป็นใหญ่
ไม่ยอมให้ประชาชน มวลชนส่วนใหญ่ที่ยากจนขาดโอกาส มีอำนาจตามระบอบประชาธิปไตยจริง
ทั้งหมดนี้คือคำว่า
“คนเท่ากัน” ไม่อยู่ในความคิดจิตวิญญาณ ดังนั้นเป็นข้อที่พึงสังวรว่า ขอให้ตรวจสอบว่าจุดยืนทางชนชั้นและอื่น
ๆ เป็นจุดยืนที่ก้าวหน้าจริงหรือไม่?
แน่นอนว่าเราทุกคนอาจมีความผิดพลาดบกพร่องจากการสืบทอดอดีตของฝ่ายจารีตนิยม
แต่ถ้ารู้ว่าไม่ถูกก็แก้ไขได้ เช่น คำว่า “พฤษภาทมิฬ” ก็เปลี่ยนเป็น พฤษภา ปี 35
หรือ เมษาพฤษภา ปี 53 ตามคำเตือนของผู้ใหญ่ที่กรุณาเตือนมา
ธิดา
ถาวรเศรษฐ
14
พ.ค. 69
