พรรคประชาชนยื่นร่างนิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าฉบับใหม่
หลัง ครม. ทิ้งร่างจากสภาชุดก่อน
ย้ำเป้าหมายคืนความเป็นธรรมประชาชนผู้อาศัยบนที่ดินบรรพบุรุษตนเอง
ไม่นิรโทษนายทุน-ผู้บุกรุกใหม่
วันที่
14 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล
สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมแถลงข่าวยื่นร่าง
พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ
หรือกฎหมายนิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า ฉบับใหม่ของพรรคประชาชน
ภายหลังมีความชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ได้รับรองร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าฉบับที่สภาชุดที่แล้วมีมติรับหลักการและผ่านการพิจารณารายมาตราเสร็จแล้ว
ส่งผลให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกว่า 30,000 รายถูกลอยแพต่อ
โดยเลาฟั้งกล่าวว่า
เป็นเรื่องน่าเสียดาย สภาฯ ชุดที่แล้วพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ใกล้เสร็จแล้ว
แต่ยุบสภาเสียก่อน
แม้รัฐธรรมนูญเปิดทางให้สามารถนำร่างมาพิจารณาต่อได้ในสภาชุดปัจจุบัน
แต่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่กลับไม่รับรอง ร่างกฎหมายนี้จึงตกไปทันที ทำให้ต้องนำกลับมายื่นใหม่อีกรอบ
เลาฟั้งกล่าวต่อว่า
หลังการรัฐประหารปี 2557
มีคำสั่ง คสช.ที่ 64/2557 เรื่องทวงคืนผืนป่า
ทำให้ทหารและเจ้าหน้าที่ป่าไม้อ้างคำสั่งนี้สนธิกำลังตรวจยึดและจับกุมดำเนินคดีชาวบ้านทั่วประเทศ
โดยไม่ได้มุ่งดำเนินการกับนายทุนและผู้มีอิทธิพลตามที่ระบุในคำสั่ง คสช.
เมื่อชาวบ้านธรรมดาถูกจับกุมจำนวนมาก
ภาคประชาสังคมจึงออกมาคัดค้าน นำมาสู่การออกคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 โดยเพิ่มเติมว่า
“การดำเนินการใดๆ จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย
และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อยู่อาศัยในพื้นที่นั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
ยกเว้นผู้บุกรุกใหม่” ความหมายคือเน้นย้ำว่าเจตนารมณ์ของนโยบายทวงคืนผืนป่า
มุ่งปราบปรามเฉพาะนายทุน ผู้มีอิทธิพล และผู้บุกรุกใหม่เท่านั้น
ไม่ให้จับกุมชาวบ้านที่ทำกินมานานแล้ว
อย่างไรก็ตาม
ทหารและกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ ก็ยังเดินหน้าสนธิกำลังจับกุมดำเนินคดี
ตรวจยึดและตัดทำลายไม้ยืนต้นของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง
แม้ในเวลาต่อมาจะมีการกลั่นกรองคนก่อนบ้าง
แต่ผู้ที่ถูกดำเนินการยังเป็นชาวบ้านผู้ยากไร้อยู่นั่นเอง
จากรายงานของกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ พบว่า ระหว่างปี 2557-2562 มีการตรวจยึดและดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าไปแล้ว 29,190 คดี มีที่ดินถูกยึดไปประมาณ 800,000 ไร่
ในขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เปิดเผยว่า เป็นคดีที่บุกรุกใหม่ประมาณ 80,000
ไร่ หรือคิดเป็น 10% ของพื้นที่ที่ถูกดำเนินคดีเท่านั้น
เมื่อผู้ที่ถูกดำเนินคดี
ส่วนใหญ่เป็นประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ที่พวกเขาอยู่อาศัยบนที่ดินดังกล่าวมาก่อน
หรือแม้อยู่ภายหลังแต่ก็มีนโยบายผ่อนผันและอยู่ระหว่างดำเนินการออกหนังสืออนุญาตตามนโยบายของรัฐบาล
หรือได้รับการยกเว้นตามคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 อยู่แล้ว
เลาฟั้งกล่าวว่า
ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้
จึงมีความประสงค์ที่จะคืนความเป็นธรรมให้แก่ราษฎรผู้ที่ได้อยู่อาศัยและทำกินมาแต่เดิมหรือได้รับการคุ้มครองตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว
พร้อมกำหนดให้ล้างมลทิน และปลดล็อกที่ดินที่ถูกตรวจยึดอย่างไม่เป็นธรรม ให้สามารถนำกลับมาเข้ากระบวนการพิสูจน์สิทธิ์หรืออนุญาตตามนโยบายของรัฐบาลที่มีอยู่
ซึ่งนโยบายขณะนี้คือการจัดที่ดินให้ชุมชนแบบแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ หรือ คทช.
ต่อไป
กลุ่มเป้าหมายตามร่างกฎหมายฉบับนี้
คือผู้ถูกดำเนินคดีในฐานความผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้ ประกอบด้วย
(1)
ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ก่อนถูกประกาศเป็นพื้นป่า
(2)
ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ภายหลังวันที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่ป่า
แต่ได้รับการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน
พ.ศ. 2541
(3)
ผู้ที่ได้รับการยกเว้นตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 66/2557
คือ เป็นผู้ยากไร้ มีรายได้น้อย หรือไร้ที่ดินทำกิน
ที่ไม่ใช่ผู้บุกรุกใหม่
สำหรับกรณีที่พิสูจน์ได้ว่ามาอยู่อาศัยหลังคำสั่ง
คสช. ที่ 66/2557
หรือเป็นนายทุน ผู้มีอิทธิพล คนต่างถิ่นที่เข้ามาใหม่
คนกลุ่มนี้จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมแต่อย่างใด
เลาฟั้งทิ้งท้ายว่า
ร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องการให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม
ซึ่งมีจำนวนมากทั่วประเทศ
ให้พวกเขาหลุดพ้นจากการถูกดำเนินคดีและเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิหรือออกหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินตามกฎหมายปกติ
เนื้อหาในร่างเป็นเนื้อหาเดียวกันที่ผ่านการพิจารณาของทุกฝ่ายในสภาชุดที่แล้ว
จึงหวังว่าทุกพรรคการเมืองที่เห็นแก่ความเป็นธรรมที่จะเกิดกับประชาชน
จะให้การสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ร่วมกัน
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน



