วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“ปชน.” เดินหน้ายื่น 6 ร่างกฎหมายกลับเข้าสภา “พริษฐ์” หวังเปิดพื้นที่พิจารณากฎหมายจาก สส. ตามที่ประธานสภาเคยให้วิสัยทัศน์

 


ปชน.” เดินหน้ายื่น 6 ร่างกฎหมายกลับเข้าสภา “พริษฐ์” หวังเปิดพื้นที่พิจารณากฎหมายจาก สส. ตามที่ประธานสภาเคยให้วิสัยทัศน์


วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน และ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน พร้อมกับ กมนทรรศน์ กิตติสุนทรกุล สส.ระยอง เขต 1, กฤช ศิลปชัย สส.ระยอง เขต 2, เอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. เขต 10, เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล และเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้แถลงเดินหน้ายื่น 6 ร่างกฎหมายที่ ครม. ไม่รับรองจากสภาชุดที่แล้ว ให้กลับเข้าสภาฯ อีกครั้ง โดยประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ, ร่าง พ.ร.บ.โรงงาน, ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่ามรดก คสช., ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน, ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ


พริษฐ์กล่าวว่า วันนี้พวกตนมาเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของพรรค การยื่นหกร่างกฎหมายกับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งค้างมาจากสภาชุดที่แล้ว และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เป็นที่ปรากฏชัดว่า ครม. ไม่มีมติยืนยัน ทำให้ 6 ร่างดังกล่าวตกไป ซึ่งพวกตนได้อภิปรายถึงเหตุผลว่าทำไมทั้ง 6 ร่างดังกล่าวควรได้ไปต่อที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่คำชี้แจงของรัฐบาลยังไม่สมเหตุสมผล พวกตนจึงมาแถลงในวันนี้ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการนำ 6 ร่างดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา โดยอาจมีบางร่างที่เป็นการยื่นร่างเดิมกลับเข้าไป และอาจมีบางร่างที่มีการปรับปรุงเนื้อหาเพิ่มเติมเล็กน้อย


กมนทรรศน์กล่าวว่า สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ คือการจัดทำระบบข้อมูลมลพิษและสารเคมี โดยผู้ที่ถือครองสารเคมีและปล่อยมลพิษ จะต้องจัดทำรายงานส่งให้หน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้กรมควบคุมมลพิษเป็นผู้รวบรวมข้อมูลดังกล่าว และเปิดเผยต่อสาธารณชน ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและไม่มีค่าใช้จ่าย ข้อดีของการจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าวคือจะทำให้ประเทศไทยมีระบบฐานข้อมูลสารมลพิษและสารเคมีอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปประเมินการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และประเมินความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย


ในแง่ของภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการที่มีการปล่อยมลพิษหรือครอบครองสารเคมีอันตราย การจัดทำข้อมูลดังกล่าวจะสร้างระบบธรรมาภิบาลที่ดี และเป็นฐานข้อมูลที่โปร่งใส เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ โดยสร้างความแข็งแกร่งและความมั่นคงให้กับผู้ประกอบการภาคเอกชนด้วย สำหรับประเทศไทย กฎหมายดังกล่าวมีความจำเป็นและสำคัญ เนื่องจากการเข้าเป็นสมาชิก OECD มีการแนะนำระบบ PRTR ให้ประเทศสมาชิกจัดทำระบบดังกล่าว เพื่อให้มีการเปิดเผยข้อมูลและจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส


ส่วนเนื้อหาสำคัญจากร่างเดิมที่ยื่นตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการในสภาชุดที่แล้ว ซึ่งมีการปรับปรุงร่างกฎหมายเพื่อให้เกิดความร่วมมือกับทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานกำกับดูแล เป็นร่างที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ในครั้งนี้ พรรคประชาชนจะยื่นร่างที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเข้าสู่สภาอีกครั้ง


ด้านกฤช กล่าวว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.โรงงาน พรรคประชาชนเห็นถึงความสำคัญของประเด็นดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาโรงงานก่อมลพิษในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะโรงงานอันตราย ซึ่งสุดท้ายไม่มีผู้รับผิดชอบ และต้องนำเงินภาษีของประชาชนไปบำบัดและฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน


สาระสำคัญของร่างนี้คือการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน ให้ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารว่าโรงงานที่จะตั้งขึ้นเป็นโรงงานประเภทใด และกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณาอนุญาต ว่าโรงงานประเภทใดสามารถตั้งได้บ้าง รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโรงงาน โดยจะนำระบบการต่อใบอนุญาตโรงงาน โดยเฉพาะโรงงานอันตราย กลับมาใช้ ซึ่งเดิมเคยมีการบังคับใช้อยู่แล้ว แต่ภายหลังได้ยกเลิกการต่ออายุไป


ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น และสร้างความเป็นมิตรกับชุมชน เพื่อไม่ให้ชุมชนต้องได้รับผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมเช่นที่ผ่านมา โดยตนในฐานะผู้รับผิดชอบกฎหมายฉบับนี้ จะยื่นกฎหมายดังกล่าวกลับเข้าสู่สภาฯ อีกครั้ง


ด้านเซีย กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่า กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับของพรรคประชาชนที่ผ่านมา มีกระบวนการจัดทำที่เป็นไปตามเจตจำนงของพี่น้องประชาชนคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น หรือการที่ประชาชนเข้ามายื่นหนังสือสะท้อนปัญหาต่าง ๆ กับพวกตน ซึ่งพวกตนได้นำมารวบรวมจัดทำเป็นกฎหมายและยื่นเข้าสภาแต่กฎหมายฉบับดังกล่าวถูกปัดตกไปเมื่อปี 2567 พวกตนจึงยื่นเข้าสภาใหม่อีกครั้ง และครั้งล่าสุดได้ผ่านวาระที่ 1 ของสภา พร้อมมีการตั้งคณะกรรมาธิการจากทุกพรรคการเมืองพิจารณา ซึ่งกรรมาธิการก็เห็นชอบว่าเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนคนทำงานอย่างแท้จริง แต่เมื่อมีเหตุยุบสภา จึงต้องรอให้ ครม. ชุดใหม่ นำกฎหมายดังกล่าวกลับมาพิจารณาทบทวน ตนรู้สึกผิดหวังที่ ครม. ไม่รับรองกฎหมายดังกล่าว และทำให้พี่น้องประชาชนคนทำงานรู้สึกผิดหวังเช่นกัน


สาระสำคัญของกฎหมาย ได้แก่ การปรับลดชั่วโมงการทำงาน การเพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์เป็น 2 วันต่อสัปดาห์ การเพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็น 10 วันต่อปี จากเดิม 6 วัน การห้ามเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การจัดให้มีมุมปั๊มนมในสถานประกอบการสำหรับคุณแม่หลังคลอด การลาเพื่อดูแลคนใกล้ชิดที่ป่วย และการลาประจำเดือน ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนคนทำงานฝากความหวังไว้กับพรรคประชาชน แม้ที่ผ่านมาอาจรู้สึกผิดหวัง แต่พวกตนจะไม่ย่อท้อ และจะเดินหน้าเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภาใหม่อีกครั้ง โดยหวังว่าสภาชุดนี้จะบรรจุวาระและพิจารณากฎหมายเพื่อนำไปสู่การบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน


ด้านเลาฟั้ง กล่าวว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่ามรดก คสช. มีวัตถุประสงค์เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกตรวจยึดและดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกหรือครอบครองพื้นที่ป่าอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งที่พวกเขาอยู่มาก่อน หรือแม้จะอยู่ภายหลัง แต่ก็มีนโยบายของรัฐที่ผ่อนผันให้ใช้ประโยชน์ชั่วคราวระหว่างรอพิสูจน์สิทธิอยู่แล้ว กลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่ถูกดำเนินคดีตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2541 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 โดยเป็นผู้ที่ครอบครองพื้นที่ก่อนประกาศเขตป่า หรือเป็นผู้ที่ได้รับการคุ้มครองตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วจึงมีความจำเป็นต้องออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน


ด้านเอกราช กล่าวว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดรัฐประหารหลายครั้ง และทุกครั้งกลไกศาลทหารถูกใช้รองรับวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด เมื่อมีการสั่งล้อมปราบประชาชน ผู้สั่งการไม่เคยต้องรับผิด รวมถึงนักการเมืองบางส่วนด้วย ดังนั้น หนึ่งในกลไกที่รองรับปัญหาดังกล่าวอย่างศาลทหาร จึงถึงเวลาต้องปฏิรูป โดยร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ฉบับของพรรคประชาชน มีหัวใจสำคัญ 2 เรื่อง คือ 1. ผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีเองได้ เพื่อทวงคืนความยุติธรรม 2. กรณีทหารกระทำผิดฐานประพฤติมิชอบ จะตัดอำนาจศาลทหารในการพิจารณาคดี และโอนไปให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบแทน


ที่ผ่านมา มีหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของทหาร แต่คดีถูกดองอยู่ในศาลทหาร รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.อุ้มหาย หรือการซ้อมทรมานในค่ายทหาร หลักการทั้งสองข้อนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูปกองทัพ เพื่อป้องกันไม่ให้ศาลทหารถูกใช้รองรับการกระทำผิดของทหารในอนาคต


ด้านพริษฐ์ กล่าวถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 ซึ่งเป็นกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า หลักการของร่างฉบับใหม่ที่พรรคประชาชนจะยื่นเข้าสู่รัฐสภา เป็นไปตามที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เคยแถลงไว้ โดยยึด 3 หลักการ คือ 1. สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยต้นทางคือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2. ป้องกันการผูกขาด เพื่อไม่ให้เนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกกำหนดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว เพื่อให้กติกาเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย 3. ไม่เพิ่มเงื่อนไขหรืออำนาจพิเศษให้สมาชิกวุฒิสภาเข้ามาชี้ขาดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นเช่นใด ในเชิงรูปธรรมไม่เพิ่มเงื่อนไขว่าหากรัฐสภาจะให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนจะทำประชามตินั้นจะต้องได้เสียงเกินเท่าไหร่ของสมาชิกวุฒิสภา


พริษฐ์กล่าวว่า ร่างของพรรคภูมิใจไทยมีความแตกต่างพอสมควร อย่างน้อยขัดกับสองหรือสามหลักการตามที่ตนได้กล่าวไปก่อนหน้า ในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนทางพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีกระบวนการที่เปิดให้มีคูหาให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้ หลักการที่สาม เรื่องการเพิ่มอำนาจพิเศษให้วุฒิสภา ร่างของพรรคภูมิใจไทยได้มีการกำหนดให้มีการเพิ่มอำนาจวุฒิสภา โดยการบอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะผ่านความเห็นชอบรัฐสภาได้ต้องได้เสียงสนับสนุนจาก สว. อย่างน้อย 1 ใน 4 หรือ 50 คน ซึ่งหากเรามีความเชื่อว่ามีกลุ่มการเมืองใดสามารถกุมเสียงได้เกิน 150 สว.ในวุฒิสภา ก็หมายความว่า กลุ่มนั้นจะสามารถชี้ขาดเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ นั่นจึงเป็นสามหลักการที่พรรคประชาชนยึดถือและมีความแตกต่างจากร่างของพรรคภูมิใจไทย


ทั้งหมด 6 ร่าง พรรคประชาชนจะเสนอกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา คือกฎหมาย PRTR กฎหมายโรงงาน กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายที่ดิน กฎหมายศาลทหาร และร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยหกร่างนี้จะไปสมทบกับอีกกว่า 30 ร่างกฎหมาย ที่ สส.พรรคประชาชนจากสภาชุดก่อนเคยเสนอไว้ก่อนหน้านี้


พริษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้มีร่างกฎหมายของ สส.พรรคประชาชนหลายฉบับ ที่ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นแล้ว และหวังว่าการประชุมสภาในสัปดาห์หน้าซึ่งจะมีการประชุม 3 วัน จะมีการจัดสรรเวลาเพื่อพิจารณากฎหมายที่เสนอโดย สส. ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะกฎหมายที่เสนอโดย ครม. เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ประธานสภาเคยแสดงไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานสภา

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน