วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

นพ.เหวง โตจิราการ : วันนี้คนเสื้อแดงเปลี่ยนไปแล้ว! 16ปี สลายชุมนุม นปช.ได้แต่ฝากความหวังไว้ที่พรรคประชาชน ?

 


นพ.เหวง โตจิราการ : วันนี้คนเสื้อแดงเปลี่ยนไปแล้ว! 16ปี สลายชุมนุม นปช.ได้แต่ฝากความหวังไว้ที่พรรคประชาชน ?


รายการ MATItalk โดย มติชนสุดสัปดาห์ - MatichonWeekly

เผยแพร่เมื่อ 17 พ.ค. 69


คำถาม : เมื่อเราดูประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน พูดกันตรง ๆ ความเข้มแข็งของภาคประชาชนมันเริ่มเบาบางจางลง คุณหมอมองอย่างไร


นพ.เหวง โตจิราการ : ผมเองไม่ได้มองร้ายขนาดนั้น เพราะผมดูแล้วกลับกลายเป็นว่าความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนเขามีการจำแนกแยกแยะมากขึ้น ถ้าดูให้ดี ๆ ฝ่ายตรงข้ามเขาประเมินตอนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ยุบสภาเมื่อปี 54 เขาหวังว่าเขาจะชนะการเลือกตั้งนะ เพราะว่าเสื้อแดงถูกกวาดหมดเลย เข้าคุกหมดเลย และถูกฆ่าไปเยอะแยะ แต่กลับกลายว่ากระแสตีกลับ คุณยิ่งลักษณ์ได้คะแนนตั้ง 15.7 ล้าน แปลว่าคนเขามีวิจารณญาณแยกแยะทางการเมืองว่าเขาไม่เห็นด้วยกับที่รัฐบาลใช้ทหารฆ่าประชาชนสองมือเปล่า นี่คือการตัดสินใจทางการเมืองนะ


พอปี 62 เพื่อไทยได้คะแนนหล่นลงเลย จาก 15 ล้าน มาเป็น 7 ล้าน แทนที่ถ้าหากว่าเชื่อมั่นว่าเสื้อแดงเป็นของเพื่อไทยทั้งหมด มันก็ต้อง 15 ล้านเท่าเดิม ถึงแม้จะเป็นบัตร 1 ใบ มาแค่ 7 ล้านเอง หายไหน??? จะอธิบายเรื่องซื้อเสียง ผมว่าไม่ใช่! จะไปดูหมิ่นดูแคลนประชาชนทั้งหมดนี่ไม่ได้ ก็แปลว่าการตัดสินใจในปี 62 ของคนมีสิทธิเลือกตั้งเขาตัดสินใจจากอุดมการณ์ทางการเมืองของประชาชน เขามีการจำแนกแยกแยะ และในปี 62 ก็มีพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นแล้ว ได้คะแนนตั้ง 6 ล้าน แปลว่าประชาชนเขาฉีกจากเพื่อไทย จาก 15 ล้าน ฉีกไปตั้ง 8 มี 6 ล้านมาเทให้อนาคตใหม่ เพราะว่าเขาเลือกโดยมีวิจารณญาณ ไม่ใช่เลือกโดยคลั่งไคล้ลุ่มหลงอย่างปักตัวปักใจไปเลย แล้วพรรคจะมองเขาแบบของตายไม่ได้


พอมาเป็นพรรคก้าวไกลก็ได้คะแนนเพิ่มขึ้นมาอีก ได้ถึง 14 ล้านเลยนะ ทั้ง ๆ ที่เพื่อไทยได้แค่ 10 ล้าน หายไปแล้ว ที่ผมไล่มาเพื่อเรียนให้ทราบว่าประชาชนเขาใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจทางการเมือง และล่าสุดเสียงของอนาคตใหม่-ก้าวไกล ที่มาเป็นประชาชนต้องหลุดไป เพราะคุณตัดสินใจยุทธศาสตร์ทางการเมือง “ผิด” คือ MOA ของคุณที่ไปจับมือกับอนุทิน เปิดช่องให้อนุทินเขาเติบใหญ่ทันที เพราะว่าคุณผิดทางยุทธศาสตร์ แต่ประชาชนก็ไม่ถึงกับปฏิเสธเลย ก็เข้าใจว่าความผิดทางยุทธศาสตร์อาจจะวิเคราะห์ผิด เพราะการให้มีการยุบสภา แทนที่จะปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยเขาทะเลาะเบาะแว้งกันจนล่มไปเลย แต่คุณกลับชูคุณอนุทินขึ้นมาเพื่อให้อนุทินยุบสภา ซึ่งมันผิด!!! ใคร ๆ ก็บอกทั้งนั้น ว่าเอา 14 ล้านไปให้อนุทิน ซึ่งมันผิด!!!


มันจึงเกิดจากการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ผิด แต่ตั้งอยู่บนความปรารถนาดีคือต้องการให้มีการยุบสภา ประชาชนยังไม่ได้ทิ้งนะ ฉะนั้นในปี 69 พรรคประชาชนยังได้ 10 ล้านเสียง แต่หาย 4 ล้าน แต่ว่าเพื่อไทยหายไปเยอะเลย จาก 15 สมัยยิ่งลักษณ์ เหลือ 5 ล้าน หายไป 10 ที่พูดมาทั้งหมดเพราะว่าประชาชนเขามีดุลยพินิจทางการเมือง ผมไม่เชื่อว่าประชาชนจะอ่อนแอ อ่อนค่า อ่อนด้อยลงไป คือการเมืองไทยผมต้องเรียนว่าเราเดินบนเส้นทางของรัฐสภา การตัดสินใจในวันเลือกตั้งจะชี้ขาด ถ้าหากพรรคประชาชนทำถูกต้องทางยุทธศาสตร์โดยไม่ทำผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ อย่างครั้งที่แล้วสมมุติว่าเขาปล่อยให้เพื่อไทยกับภูมิใจไทยทะเลาะเบาะแว้ง คุณทักษิณมาไล่คุณอนุทินทุกวันเลยนะ ให้แตกกันไปเลย เมื่อไปกันไม่ได้มันก็มีการยุบสภา เลือกตั้งใหม่ คุณจะได้มาเลย 280 – 300 นี่แน่นอน คุณจะได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียวเพื่อทำสิ่งที่ต้องการ


วันนี้ก็เหมือนกัน คุณต้องไม่ทำผิดทางยุทธศาสตร์อีกแล้วนะ การตัดสินใจทางการเมืองต้องไม่ผิดทางยุทธศาสตร์ ขณะเดียวกันการบริหารการจัดการภายในของพรรคประชาชน ต้องไม่มีช่องโหว่ ต้องไม่มีพวกผิดกฎหมาย ประเด็น สส. ต้องไม่มีพวกที่ผิดจริยธรรมทางเพศ และต้องไม่มีพวกงูเห่า มีคนเขาบอกว่ารับขนมรับกล้วย 10 กว่ากิโล อย่างนี้เป็นต้น คุณต้องไปเคี่ยวพรรคประชาชนให้มีคุณภาพขึ้นมาให้ได้ เพราะฉะนั้น ผมไม่เชื่อว่าประชาชนจะอ่อนแอลง


ขณะเดียวกันเรื่องเสื้อแดง ผมขออนุญาตอธิบายนิดหนึ่ง คือคนพยายามจะพูดถึงเรื่องเสื้อแดง ๆ ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูก คือคนเสื้อแดงเกิดขึ้นประมาณต้น ๆ ปี 50 มั้ง คือตอนที่มีการรณรงค์เพื่อรับ/ไม่รับรัฐธรรมนูญ 50 เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ทั่วทั้งประเทศ หนูหริ่งก็เลยเสนอให้คนที่ปฏิเสธ/ต่อต้านรัฐธรรมนูญ 50 ใส่เสื้อแดง เพราะฉะนั้นเสื้อแดงจึงปรากฏ นั่นแปลว่าคำว่า “คนเสื้อแดง” คือคนที่ต่อต้านรัฐประหาร ต่อต้านเผด็จการ ต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง


พอปี 62 พรรคเพื่อไทยคะแนนต่ำลงมาถึง 7 พอเลือกตั้งปี 66 เขาก็เลยหวังที่จะดึงคะแนนเข้ามามาก ๆ ก็เลยคิดว่าคนเสื้อแดงยังจงรักภักดีต่อเพื่อไทย ก็เลยเอาสีแดงมาปักเป็นโลโก้เลย เพื่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคสีแดง มีการตั้งครอบครัวเสื้อแดง คุณอุ๊งอิ๊งเป็นหัวหน้าครอบครัว คุณณัฐวุฒิเป็น ผอ.ครอบครัวฯ โดยหวังว่าด้วยวิธีการเช่นนี้จะดึงเอา 15 ล้านเทมาให้พวกเขาอีก ซึ่งวันนั้นก็ยังไม่เสียหายเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าเขาต้องรู้ว่าวันนั้นมีพรรคการเมืองใหม่ที่ชูเรื่องอุดมการณ์ชัดเจน เพราะวันนั้นความผิดพลาดที่สำคัญที่สุดคือคุณไม่ได้ตอบชัด ๆ ฟันธงตั้งแต่วินาทีแรกว่าไม่เอา 2 ลุง คุณมาพูดเอาหลังจากที่คนเขากดดันคุณ ๆ ๆ ๆ ไม่เอา 2 ลุง แล้วพอคุณมีโอกาสตั้งรัฐบาล กลับกลายเป็นว่าคุณไม่รักษาคำมั่นสัญญา ไม่รักษาสัญญาประชาชนที่คุณให้กับประชาชนไว้ ประชาชนก็ผิดหวังกับคุณซิครับ


ในวันนั้น ทั้ง ๆ ที่คุณใช้สีแดงแล้ว คะแนนยังหายไป 5 ล้านเลย วันนี้คุณจะมาตีขลุมบอกว่าคนเสื้อแดงเป็นของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด ไม่ใช่แล้ว!!! และวันนี้ความที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจทางการเมืองผิดคือข้ามขั้ว หรือจะใช้คำว่าตระบัดสัตย์ก็ได้ เพราะไม่รับผิดชอบต่อคำมั่นสัญญาที่ให้กับประชาชนเป็นสัญญาประชาคมไว้ เพราะฉะนั้น ก็เลยทำให้สิ่งที่เรียกว่าคนเสื้อแดง มันต้องนิยามกันใหม่ เพราะคนเสื้อแดง นิยามว่า คือคนต่อต้านเผด็จการ ต้องการประชาธิปไตย แต่ในวันนี้ถ้าคุณจะบอกว่าสีแดงเนี่ย พรรคที่เอาสีแดงไปใช้มันทำให้เกิดความสับสนอลหม่านเลอะเทอะไปหมด แล้วคุณยังไปจมปลักว่าคนเสื้อแดงในอดีตทั้งหมดจะมาเลือกคุณ มันไม่ใช่!!!


คนเสื้อแดงในวันนั้น เดี๋ยวนี้เขามีการจำแนกแยกแยะชัด คนที่ยังจงรักภักดีต่อนายกฯ ทักษิณ เนื่องจากนายกฯ ทักษิณ แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เขาได้ ยังมีจำนวนหนึ่ง แต่ผมว่าน้อยไปเรื่อย ๆ และดูครั้งสุดท้ายเหลือ 5 ครั้งหน้าอาจจะเหลือน้อยกว่านี้อีก แปลว่ามีคนอีกส่วนหนึ่งตัดสินใจโดยใช้อุดมการณืประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น ประชาชนแบ่งเป็นแค่ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ก็คือกลุ่มที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่แท้จริงและเป็นเสรีนิยม จะเรียกว่าเป็นเสรีประชาธิปไตย หรือประชาธิปไตยแบบเสรีก็ได้ อีกกลุ่มก็คือว่าจงรักภักดีต่อคุณทักษิณ เนื่องจากคุณทักษิณแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เขาได้ อีกส่วนหนึ่งก็ไปนิยมชมชื่นต่อพวกขวาจัดหรือพวกอนุรักษ์นิยม


นิยามของคนเสื้อแดงเปลี่ยนไปแล้ว ในขณะนี้ความหมายของคนเสื้อแดงเก่ามันจางไปแล้ว มันกลายเป็นว่าคนที่เคยต่อสู้เผด็จการ ต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง กลับมาสู่จุดเดิม นิยามของประชาชนต้องกลับไปใช้นิยามเดิมก่อนที่จะเกิดเป็นคนเสื้อแดงขึ้นมา


คำถาม : แปลว่าขบวนการภาคประชาชน คุณหมอคิดว่ายังประมาทไม่ได้ ในอนาคตก็อาจจะเกิดขึ้นอีก


นพ.เหวง โตจิราการ : แน่นอนเลยฮะ เพราะว่าในวันนี้ง่ายดายกว่าสมัยก่อน กระทั่งง่ายดายกว่าปี 49 ด้วยนะ ตอนปี 49 ที่นัดชุมนุมกันยังลำบาก วันนี้มีโซเชียล และมีออนไลน์ ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้สามารถแสดงความคิดเห็นของคนได้ทันที และหากว่าคนที่เขามีความคิดเห็นทางการเมืองที่แหลมคมและเป็นประโยชน์ต่อประชาธิปไตย พอแสดงความเห็นผ่านโซเชียลก็จะมีคนมาตอบรับเยอะ ดี/ไม่ดี มีคนเข้าไปอ่านเป็นล้านนะ ผมเชื่อว่าโซเชียลจะช่วยทำให้ประชาชนที่รักประชาธิปไตยรวมกลุ่มกันได้อีกครั้งหนึ่ง มันอยู่ที่พรรคประชาชนต้องปรับตัวเอง เพราะขณะนี้ดูแล้วพรรคการเมืองทั้งหมด ประชาชนเขาฝากความหวังไว้แค่พรรคเดียวคือพรรคประชาชน เพราะว่ามีพรรคนี้ที่แสดงท่าทีชัดเจนที่จะปรับโครงสร้าง เช่น ปรับโครงสร้างรัฐธรรมนูญ ปรับโครงสร้างทหาร ปรับโครงสร้างตำรวจ ปรับโครงสร้างงบประมาณ


และในวันนี้ที่สำคัญที่สุดก็คือว่ามีแต่พรรคประชาชนที่เขาพูดชัดว่า รัฐที่ฆ่าประชาชนที่เห็นต่างต้องไม่มีอายุความ อันที่สองก็คือว่า ทหารที่ฆ่าประชาชนสองมือเปล่าที่เห็นต่างด้วยอาวุธต้องขึ้นศาลพลเรือน คือต้องไปแก้พระธรรมนูญศาลทหาร อันที่สามก็คือว่า นักการเมืองที่ฆ่าประชาชนที่เห็นต่างต้องขึ้นศาลพลเรือน คือทั้งหมดนี้เป็นการปูทางเพื่อไปเอา ศอฉ.ก็ดี หรือ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ดี ที่ฆ่าประชาชนสองมือเปล่า เพราะในวันนี้ศาลวินิจฉัยจนถึงที่สุดแล้วนะครับว่าไม่มีชายชุดดำ ต้องรับโทษทางกฎหมาย และต้องขึ้นศาลพลเรือน ไม่ใช่ไปขึ้นศาลทหาร หรือไม่ได้ไปขึ้น ป.ป.ช.


คำถาม : คุณหมอมีคำแนะนำถึงน้อง ๆ พรรคประชาชนมั้ยครับ?


นพ.เหวง โตจิราการ : ผมเองไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเขานะ ผมก็เป็นประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ผมก็อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศโดยผ่านระบบรัฐสภา สันติวิธี ในขณะนี้ผมวางแนวไว้ว่าต้องไปยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยให้มีการเลือกตั้ง สสร. ขณะเดียวกันก็คือต้องเอานักการเมือง พรรคการเมือง ทหารที่ฆ่าประชาชนสองมือเปล่าเมื่อปี 53 มารับโทษทางกฎหมาย เพราะเหลือกรณีเดียว ดูทั้งหมดแล้วก็เหลือแต่พรรคส้มพรรคเดียว


ฉะนั้น ผมก็มีความจำเป็นที่จะฝากความหวังไว้กับพรรคส้ม ไม่ต้องการให้พรรคเขาพินาศเสื่อมถอยไป แต่อย่างไรก็ตามถ้าเริ่มจากความเป็นจริงในวันนี้ 44 คนของเขา สำหรับผมนะ ผมมองโลกในแง่ร้าย ผมว่าชะตากรรมเขาแย่แน่ เพียงแต่ว่าจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตทั้ง 44 คนหรือเปล่า ผมไม่รู้ แต่ว่าหลายสิบคนคงจะโดนแน่นอน และเท่าที่ผมติดตามการทำงานทางการเมืองโดยการอภิปรายในสภา โดยการแสดงความเห็นต่อสาธารณะหรือในการโพสต์เฟซบุ๊ก ผมว่าแถว 2 แถว 3 แถว 4 มีคุณภาพเยอะเลยนะครับ ถ้า 44 คนนี้หลุดออกไปก็ให้แถว 2 แถว 3 แถว 4 ขึ้นมา


แต่ประเด็นคือคุณต้องปรับโครงสร้างภายในของคุณ อย่าให้มีความน้อยเนื้อต่ำใจ อย่าให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันแบบเอิกเกริกออกมานอกพรรค มีอะไรก็ให้แก้ไขกันภายในพรรค และต้องพยายามอย่าให้เกิดงูเห่าขึ้นอีก ข้อต่อมาก็คือว่าเวลาจับงานทางการเมืองต้องจับเรื่องยุทธศาสตร์ใหญ่ ๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ต้องระมัดระวังอย่าให้เกิดความผิดพลาดในการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์เช่นเดียวกับ MOA ที่คุณตัดสินใจผิดพลาดไปแล้ว


ในวันนี้คุณรักชนกเขาโดนวิจารณ์หนักเลยในเรื่อง THACCA ผมว่าเป็นเรื่องดี คุณรักชนกต้องรับทราบ รับรู้ เรียน แล้วก็ศึกษา ในพรรคเขาต้องศึกษาและเรียนว่า สำหรับพรรคการเมืองในประเทศไทย หัวหน้าพรรคสำคัญ ผมไม่ได้หมายความว่าคุณเท้งไม่ดี แต่ผมคิดว่าหัวหน้าพรรคจะต้องมีบทบาทที่แหลมคมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยได้อย่างมากมาย แต่ผมดูแล้วว่าคุณเท้งอาจจะไม่รอด 44 คน นี่ผมเดาของผมเองนะ ผมไม่ทราบเรื่องราวเป็นยังไง


คำถาม : ครบ 16 ปี การสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง คุณหมออยากจะให้เกิดอะไรขึ้นจากนี้


นพ.เหวง โตจิราการ : อ.ธิดา เขาได้ตั้ง “คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553” และเสนอคำขวัญว่า “นิรโทษกรรมให้คนเป็น ทวงความยุติธรรมให้คนตาย” เรายังเดินต่อใน 2 เรื่องนี้ การทวงความยุติธรรมให้คนตายจะทำได้ก็ต่อเมื่อมาถึงวันนี้ก็คือต้องไปแก้กฎหมายก่อน คือความผิดอาญาที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือคนที่ใช้อำนาจรัฐ ต้องไม่มีอายุความ อันนี้ก่อนเพื่อจะได้หยุดเรื่อง 20 ปี เพราะมันเหลือแค่ 4 ปี 4 ปีทำอะไรไม่ได้ เพราะคดีความต่าง ๆ หลังจากรัฐประหาร 57 คสช.ก็ไปแทรกแซง DSI จนทำให้ DSI หยุดการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ 33 ศพ เหลืออีกตั้ง 67 ศพ หยุดเลย เพราะฉะนั้น 1) คดีต้องไม่มีอายุความ 2) ก็คือว่าทหารที่ฆ่าประชาชนสองมือเปล่าไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไรก็ตาม ประชาชนสองมือเปล่า คุณฆ่าเขาไม่ได้ ต้องขึ้นศาลพลเรือน


ที่ผ่านมาศาลมีคำสั่งการตายอย่างน้อยหลายศพว่าตายโดยทหาร แต่พอเดินเรื่องฟ้องศาลยุติธรรมพลเรือน ท่านบอกว่ามันอยู่ในอำนาจของศาลทหาร แต่พอไปยื่นเรื่องศาลทหารต้องผ่านอัยการทหาร อัยการทหารท่านยกฟ้อง แปลว่าสะดุดหมดแน่นอน ต้องไปแก้กฎหมายพระธรรมนูญศาลทหาร ก็คือให้ทหารที่ฆ่าหรือทำความผิดอาญาต่อพลเรือนต้องขึ้นศาลพลเรือน อีกอันหนึ่งก็คือว่ารัฐมนตรีหรือคณะรัฐบาล จะเรียกว่ารัฐบาลก็ได้ นักการเมืองที่ทำผิดอาญาต่อประชาชนต้องขึ้นศาลพลเรือน เพราะปัจจุบันไปขึ้นศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมมุติว่าท่านพิพากษาว่าผิดจริงนะ รับโทษแค่ 157 รู้สึกจะ 5-10 ปีแค่นั้นเอง ทั้ง ๆ ที่มันจงใจฆ่า ต้องประหารชีวิตหรือติดคุกตลอดชีวิตด้วยซ้ำไป


ต้องไปจัดการ 3 เรื่องนี้ ถ้าจัดการเสร็จเราก็เดินหน้าต่อเลย เพราะฉะนั้นกฎหมายทั้ง 3 ฉบับมันจ่ออยู่แล้ว แต่ว่ามีการยุบสภา แต่ขณะนี้พรรคประชาชนเขารับไปเป็นนโยบาย แล้วเท่าที่ผมทราบมาว่าเขากำลังผลักดันให้กฎหมายที่ผ่านการรับรองวาระ 2 ไปแล้ว แต่ต้องตกไปเพราะยุบสภา เขาจะผลักเข้าไปใหม่ในก่อนสิ้นปีนี้ เพราะฉะนั้นต้นปีหน้าก็เป็นไปได้ที่กฎหมายจะผ่าน ก็คือไม่มีอายุความ, ก็คือทหารต้องขึ้นศาลพลเรือน, ก็คือนักการเมืองต้องขึ้นศาลพลเรือน ปีหน้า (ปี 70) ถ้ามันผ่านนะ หมดอายุความคือปี 73 ฉะนั้นปี 72, ปี 73 เราสามารถจะยื่นฟ้องได้ พอยื่นฟ้องตูม อายุความมันสะดุดลงทันที เรายังมีความหวังครับในการที่จะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไปครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเหวง #คนเสื้อแดง #คปช53