วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“ชัยวัฒน์” โชว์วิสัยทัศน์เปลี่ยนกรุงเทพเป็นเมืองที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ดันนโยบายเส้นเลือดใหญ่ แก้โครงสร้างเพิ่มอำนาจ กทม. ผ่านร่าง พ.ร.บ.กรุงเทพฯ ของพรรคประชาชน

 


ชัยวัฒน์” โชว์วิสัยทัศน์เปลี่ยนกรุงเทพเป็นเมืองที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ดันนโยบายเส้นเลือดใหญ่ แก้โครงสร้างเพิ่มอำนาจ กทม. ผ่านร่าง พ.ร.บ.กรุงเทพฯ ของพรรคประชาชน


วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนากรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าการที่เริ่มตั้งแคมเปญว่า “กรุงเทพง่ายๆ” เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ตั้งคำถามว่า “อะไรง่าย” เพราะที่จริงแล้วมันยากไปหมด


ตั้งแต่ตื่นลืมตา ก้าวขาออกจากบ้าน การเดินทางไปทำงาน เรียนหนังสือ ต้องเผื่อเวลารถติด การเลี้ยงลูกในปัจจุบัน คนวัยทำงานก็มีความลังเล ไม่กล้าที่จะเลี้ยงลูก เพราะไม่สามารถหาคนมาช่วยเลี้ยงดูลูกได้ หาโรงเรียนให้ลูกหรือการดูแลพ่อแม่ที่ชรา ก็เป็นเรื่องลำบาก การไปหาหมอ หากใช้สิทธิในการรักษาพยาบาล ก็ต้องเสียเวลารอใช้สิทธิ ขอใบส่งตัว เข้าคิวหาหมอ รถติดก็รอไป 2 ชั่วโมง รอหมออีก 3 ชั่วโมง ทั้งหมดเป็นหนึ่งวัน การทำงานต้องลางาน ขาดรายได้ ค่าครองชีพสูง อาหารก็แพง การมีบ้านสักหลังหนึ่งแทบเป็นได้แค่ความฝัน เพราะค่าบ้านในเมืองก็เอื้อมไม่ถึง จำเป็นต้องอยู่ห่างไกลออกไป


พรรคประชาชนจึงอยากชวนคิดว่า ทุกอย่างมันยาก และทุกคนชินกับมันแล้ว เพราะไม่ได้คาดหวังที่จะทำให้เมืองนี้ดีขึ้น หรือเมืองจะช่วยให้เราสบายขึ้นได้ ง่ายขึ้นได้ เมืองขโมยเวลาจากเราไปวันหนึ่งไม่รู้กี่ชั่วโมงในการใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้จึงเป็นที่มา และทำให้ตน รวมถึงทีม ส.ก. ของพรรคประชาชน 50 คน และทีมบริหารของพรรคประชาชน ต้องการเสนอวาระที่ทำให้เมืองนี้ง่ายขึ้น เป็นเมืองที่จะสนับสนุนการใช้ชีวิตและให้โอกาสกับผู้คนได้ลืมตาอ้าปากในการทำงาน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


โดยนอกจากนโยบาย 4 ง่ายเพื่อสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ง่ายสำหรับทุกคนและมีความยั่งยืนไปสู่อนาคต พรรคประชาชนยังต้องการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านการแก้ไข พ.ร.บ.กทม. โดยเพิ่มอำนาจให้ กทม. สามารถจัดการตัวเองได้มากขึ้น สาระสำคัญของกฎหมายระบุว่ากรุงเทพฯ ทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นสิ่งที่ห้าม (Negative list) จากเดิมที่ระบุแค่ว่าทำอะไรได้บ้าง (Positive list) รวมถึงแก้ไขอำนาจของ กทม. ที่ปัจจุบันหลายเรื่องก็ยังมีอำนาจไม่เพียงพอ


เช่น การเข้าถึงบริการการรักษาพยาบาล การใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค โดยทาง กทม. สามารถเป็นเจ้าภาพไปคุยกับ สปสช. เพื่อแก้ปัญหาได้มากกว่านี้ เนื่องจากปัจจุบันคนกรุงเทพฯ กำลังติดปัญหาเรื่องใบส่งตัวกับคลินิกปฐมภูมิ หาก กทม. สามารถนำศูนย์บริการสาธารณสุขที่ กทม. บริหารเองให้การใช้สิทธิดังกล่าวมีมากขึ้น แล้วให้ประสานกับโรงพยาบาล 9 แห่งของ กทม. การส่งตัวก็จะไม่ติดขัด โดยก่อนหน้านี้เราสามารถรองรับผู้ใช้สิทธิได้เป็นล้านคน ต่อมาลดลงเหลือ 800,000 คน และยังลดลงเรื่อยๆ เนื่องจาก กทม. ไม่ได้ทำตรงนี้อย่างเพียงพอ ซึ่งต้องอาศัยความกล้าหาญและเจตจำนงที่จะผลักดัน


อีกเรื่องคือการบริการขนส่งสาธารณะ ที่ทาง กทม. ยังทำได้ไม่เพียงพอ ยังมีถนนหลายสายที่ยังเป็นปัญหา ซึ่งหากคนไม่มีรถจะเดินทางอย่างไร มีถนนใหม่เกิดขึ้น แต่ไม่มีรถเมล์มาวิ่ง แม้กระทั่งรถเมล์สายเดิมก็ลดลงเรื่อยๆ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของคน กทม. บางเส้นทางได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้รถเมล์มาวิ่งแล้ว ทาง กทม. ทำได้เลยภายในกรอบอำนาจปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้ทำ


สำหรับเมกะโปรเจกต์เพื่อ กทม. ชัยวัฒน์กล่าวว่า ทีมพรรคประชาชนต้องการพัฒนาคลองซึ่งมีจำนวนมากในกรุงเทพฯ ให้ใช้ประโยชน์ได้ทั้งการสัญจรของประชาชน การเป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ริมคลองให้สามารถเดินทางได้โดยใช้ขนส่งสาธารณะ นี่คือการทำคลองให้เป็นถนน ทำคลองให้เป็นขนส่งสาธารณะ ทำคลองให้เป็นย่านท่องเที่ยว ทำคลองให้เป็นชุมชน ซึ่งการพัฒนาตามแนวทางนี้จะทำให้เกิดรายได้ทั่วทั้งกรุงเทพฯ


ส่วนวาระเร่งด่วนที่จะผลักดันทันทีหากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ชัยวัฒน์กล่าวว่า อันดับแรกคือปัญหาโรงขยะอ่อนนุชที่ส่งกลิ่นเหม็น มีผู้ได้รับความเดือดร้อนกว่า 400,000 คน เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของ กทม. สามารถทำได้ทันที รวมถึงการแก้ไขปัญหาสิทธิบัตรทอง โดยใช้ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. เข้ามาแก้ปัญหา ลดเรื่องใบส่งตัว เพื่อความสะดวกของประชาชน

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ผู้ว่าประชาชน