วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“เอกราช” ผิดหวังสภาคว่ำร่างศาลทหาร ซัด โหวตผ่านชุดที่แล้ว แค่ละครแนวตั้ง - กิตติพงษ์ ขอโทษพี่น้องเสื้อแดงที่ยังทวงคืนความยุติธรรมไม่ได้ ยืนยัน เดินหน้ายื่น พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ใหม่สมัยประชุมหน้า

 


“เอกราช” ผิดหวังสภาคว่ำร่างศาลทหาร ซัด โหวตผ่านชุดที่แล้ว แค่ละครแนวตั้ง - กิตติพงษ์ ขอโทษพี่น้องเสื้อแดงที่ยังทวงคืนความยุติธรรมไม่ได้ ยืนยัน เดินหน้ายื่น พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ใหม่สมัยประชุมหน้า


วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. เขต 10 และกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แถลงแสดงความผิดหวังในฐานะผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พร้อมกับคณะ จากกรณีที่รัฐบาลคว่ำร่างกฎหมายดังกล่าวในฉบับของพรรคประชาชน


เอกราชกล่าวว่า พวกตนมีเจตนาดีในการปฏิรูปกองทัพ และทำให้ศาลทหารปรับปรุงเรื่องเขตอำนาจศาลทหารให้สอดรับกับหลักการสากล และตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน


โดยหลังจากที่พวกตนไปทำงานตั้งแต่ชั้นอนุกรรมาธิการจนเป็นกรรมาธิการ ร่างกฎหมายนี้เป็นร่างเดียวกันกับสภาชุดที่แล้ว ตนจึงคิดดีไม่ได้ว่า สภาชุดที่แล้วที่รับหลักการกันไป คือละครคุณธรรมของพรรคภูมิใจไทยที่หลอกลวง และแสดงเสมือนหนึ่งว่าให้ความร่วมมือ ซึ่งตนก็ได้อธิบายไปในวาระหนึ่งแล้วว่า ในวันนี้ตนมาทวงบุญคุณ


พวกตนอยากจะเห็นร่างกฎหมายต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและการปฏิรูปกองทัพเข้าสู่การพิจารณาของสภา และร่างดังกล่าวได้เคยถูกพิจารณาในชั้นกรรมาธิการมาแล้ว บางมาตราตกลงกันได้ด้วยดี ร่างทำนองเดียวกัน แต่พอเมื่อเวลาเปลี่ยนไป พรรคภูมิใจไทยและพรรครัฐบาลกลับลงความเห็นไม่รับหลักการในร่างดังกล่าว ตนจึงขอตั้งคำถามว่า เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ การกระทำแบบนี้ไม่จริงใจต่อการปฏิรูปกองทัพ


และการที่พรรครัฐบาลทำละครฉากใหญ่ตอนนั้น ก็เพื่อรักษาอำนาจของตนเอง แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ที่มีอำนาจในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้ทำจริง ดังนั้น ตนจึงขอแสดงความเสียใจ แล้วก็ฟ้องต่อพี่น้องสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนว่า พวกตนทำเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังไม่หมดหวัง


อย่างไรก็ดี สำหรับร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว พวกตนก็จะปรับปรุงแล้วก็ยื่นเข้ามาใหม่ ในเรื่องของการยื่นเข้ามาใหม่ก็เป็นไปตามข้อกฎหมายว่า ถ้าร่างใดถูกตกไปแล้วก็ต้องไปยื่นในสมัยประชุมหน้า พวกตนก็จะไม่ย่อท้อ และจะยืนยันปักหลักให้ได้ว่า พวกตนต้องการปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปศาลทหาร ทหารทุจริตทำผิดต้องขึ้นศาลพลเรือน ทหารทำผิดอาญาต่อพี่น้องประชาชนต้องขึ้นศาลพลเรือน


ด้านกิตติพงษ์กล่าวว่า วันนี้ตนต้องมาขอกล่าวแสดงคำขอโทษพี่น้องประชาชน ที่พวกเราไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวจนสำเร็จได้ ต้องขอโทษต่อพี่น้องชาวเสื้อแดงที่ได้รับผลกระทบในปี พ.ศ. 2553 จากการล้อมปราบ ที่ตนไม่สามารถทวงคืนความยุติธรรมให้ได้ในครั้งนี้ รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ถูกกระทำโดยการถูกล้อมปราบจากการชุมนุมครั้งอื่น ๆ ต้องขอโทษพี่น้องพลทหารหลายท่านที่เสียชีวิตจากการถูกซ้อมทรมาน ที่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่สามารถปกป้องสิทธิ์ของท่านได้ ตนต้องขอโทษแทนพี่น้องทหารเรือที่ทุกคนได้ฝากความหวังไว้กับพวกตนในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เพราะกฎหมายฉบับนี้ที่ภาคประชาชนได้เสนอ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปราบปรามการทุจริตในกองทัพ


เพราะในขณะนี้ หากเกิดการทุจริตในกองทัพ หรือผู้กระทำความผิดเป็นทหาร ก็จะต้องขึ้นศาลทหาร ซึ่งทำให้เกิดความย่ามใจขึ้นภายในผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ การจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์ของกองทัพซึ่งไม่เป็นไปตามข้อกฎหมาย ทำให้ยุทโธปกรณ์ของกองทัพในปัจจุบันถดถอยไปมาก หากเราไปดูเรือในกองทัพเรือปัจจุบัน อีก 5 ปีข้างหน้า กองทัพเรืออาจจะไม่มีเรือใช้ด้วยซ้ำ เพราะเราไม่รู้ว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภายในกองทัพเรือมีความโปร่งใสมากน้อยขนาดไหน เพราะสุดท้ายแล้วกระบวนการตรวจสอบก็จะไปขึ้นอยู่กับศาลทหาร


กิตติพงษ์กล่าวปิดท้ายว่า ครั้งนี้จะไม่ใช่ความพยายามครั้งสุดท้ายของพรรคประชาชนที่จะผลักดันร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน ส่งคืนความยุติธรรมให้กับพี่น้องทหาร และสร้างความโปร่งใสให้กับกองทัพ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน