“ชัยวัฒน์” หาเสียงตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา รับฟังปัญหาโครงการระบายน้ำไม่ได้มาตรฐาน-เศรษฐกิจซบ ชูยกเครื่องมาตรฐานงานก่อสร้าง กทม. สกัดผู้รับเหมาหละหลวม-ลดอุบัติเหตุเมือง ย้ำบทบาท กทม. ช่วยพัฒนาพื้นที่กระตุ้นการค้า ก่อนร่วม Bangkok Pride ย้ำนโยบายลดอาชญากรรมทั่วกรุง ชูเมืองปลอดภัย-เท่าเทียม
วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัคร สก. พรรคประชาชน ร่วมหาเสียงและพบปะประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ พร้อมพูดคุยถึงแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหาของชาวกรุงเทพมหานครฯ ในแต่ละเขต
โดยในช่วงเช้า ชัยวัฒน์ ได้ร่วมหาเสียงกับ กันตพงศ์ ดีชัยยะ ผู้สมัคร สก.เขตตลิ่งชัน พรรคประชาชน ที่บริเวณตลาดสวนผัก เขตตลิ่งชัน ดูสภาพปัญหาการจราจรบน ถ.สวนผัก และปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียลงคลองศาลเจ้า ซ.สวนผัก 17/1 ที่เกิดจากผู้รับเหมาที่ดำเนินการไว้ไม่เรียบร้อย จนเกิดปัญหาการระบายน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเมื่อเวลาที่มีฝนตกมาโดยเสมอ
หลังจากที่ได้พบปะประชาชนและดูปัญหาหน้างานแล้ว ชัยวัฒน์ได้แสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่าปัญหานี้เป็นปัญหาพื้นฐานที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปในหลายเขตของกรุงเทพมหานครฯ อันเนื่องมาจากการก่อสร้างที่ไม่มีมาตรฐานควบคุมอย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากการดำเนินงานที่ไม่เรียบร้อยแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยทั้งระหว่างและหลังการก่อสร้างด้วย
ด้วยเหตุนี้ นโยบายหนึ่งที่สำคัญของทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน ก็คือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในโครงการก่อสร้าง โดยเฉพาะของหน่วยงานภาครัฐในกรุงเทพมหานครฯ ซึ่ง กทม. มีอำนาจหน้าที่ที่จะสามารถออกข้อบัญญัติต่างๆ ให้เกิดการบังคับต่อผู้รับเหมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับติดตั้งและเปิดเผยข้อมูลกล้องวงจรปิด CCTV ในทุกพื้นที่เขตก่อสร้าง, การกั้นเส้นทางเดินเท้าพร้อมไฟส่องทางเดินให้ชัดเจนทุกพื้นที่เขตก่อสร้าง
ชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่าที่สำคัญคือในกระบวนการคัดเลือกผู้รับเหมาในอนาคต ต้องมีการนำข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุ ความล่าช้า และการกระทำผิด มาใช้ในการคัดเลือก, การเปิดเผย Checklist ความปลอดในใบอนุญาตก่อสร้างให้ตรวจสอบได้ง่าย, การจัดทำระบบรีวิวทั้งจากการประเมินผลจากผู้ร่วมงานและการร้องเรียนปัญหาจากประชาชน
รวมถึงบังคับเปิดเผยข้อมูลสัญญาประกันภัยบุคคลที่ 3 กรณีเกิดความเสียหายต่อประชาชน โดยที่ผู้เสียหายไม่ต้องฟ้องร้องเป็นคดีความ และการบังคับให้ผู้รับเหมาต้องใส่รายการงานชั่วคราว (Temporary Works) และงานป้องกันพื้นที่หน้างาน (Site Protection) ลงไปใน BOQ ให้ชัดเจน หากตรวจพบว่าไม่มีจะถูกระงับการทำงาน ลงโทษผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงานของ กทม.ทันที
ชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่าปัญหามาตรฐานในการก่อสร้างคือเรื่องหนึ่งของความยากที่ชาวกรุงเทพมหานครฯ ทุกคนต้องเจออยู่ในทุกวัน ระหว่างก่อสร้างก็มีปัญหาความปลอดภัยและความไม่สะดวก หลังก่อสร้างเสร็จก็มีปัญหางานที่ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งหมดส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากโครงสร้างการกำกับงานก่อสร้างในกรุงเทพมหานครฯ ที่ไม่ได้บังคับให้ผู้รับเหมาต้องคำนึงถึงปัญหาที่อาจะก่อให้เกิดขึ้นกับชาวกรุงเทพมหานครฯ ได้
และนี่คือสิ่งที่ กทม. สามารถออกข้อบัญญัติเพื่อบังคับทุกมาตรการข้างต้นที่ตนพูดถึงไปให้เกิดขึ้นได้ ที่ผ่านมาเราปล่อยให้ผู้รับเหมาดำเนินงานได้แบบหละหลวมมานานเกินไปแล้ว จนกลายเป็นปัญหาสะสมในหลายพื้นที่ และนี่คือสิ่งที่ทีมผู้ว่าฯ ประชาชนจะต้องทำในทันทีที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เพื่อไม่ให้ กทม. ต้องมาแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูกทุกครั้งไป แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นกับชาวกรุงเทพมหานครฯ แบบที่เป็นมาอีก
หลังจากนั้นในช่วงสาย ชัยวัฒน์ได้ร่วมหาเสียงกับ ณัฐนนท์ นาคหล่อ ผู้สมัคร สก.เขตทวีวัฒนา พรรคประชาชน ที่ตลาดธนบุรี เขตทวีวัฒนา ชัยวัฒน์กล่าวว่ายังขาดขนส่งสาธารณะและพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสำหรับออกกำลังกาย นี่เป็นวาระที่เราจะเข้ามาร่วมผลักดัน โดยผู้สมัคร สก. เขตทวีวัฒนาจะผลักดันวาระทำเมืองให้เย็นลง โดยใช้ประโยชน์จากนโยบายเมกะโปรเจกต์คลองกรุงเทพฯ พร้อมปรับปรุงทางเดินและทางจักรยานริมคลอง
ร่วมดูแลและรับฟังปัญหาด้านเศรษฐกิจและการค้าขายจากผู้ค้ารายย่อยในตลาดและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งหลายส่วนได้สะท้อนปัญหาออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าสภาวะการค้าขายในปัจจุบันมีความฝืดเคืองและเงียบเหงากว่าที่เคยเป็นมา และอยากให้ชัยวัฒน์หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่า กทม. ช่วยดูแลปัญหาเกี่ยวกับการค้าขายและเศรษฐกิจด้วย
ชัยวัฒน์ระบุว่าสิ่งที่ตนได้พบเจอมาในหลายพื้นที่เวลาหาเสียงและพบปะประชาชน โดยเฉพาะในย่านการค้าที่ควรจะมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคัก ควรมีการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าและชุมชนเพิ่ม คือเสียงบ่นจากบรรดาผู้ค้าว่าช่วงนี้ตลาดเงียบ ไม่คึกคักเหมือนแต่ก่อน ซึ่ง กทม. แม้จะไม่ได้มีอำนาจบริหารเศรษฐกิจโดยตรง แต่ก็สามารถมีนโยบายเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นและกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่
โดยเฉพาะการพัฒนาให้พื้นที่ต่างๆ ที่มีศักยภาพอยู่แล้วแต่ยังไม่เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปหรือเข้าถึงยาก สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบอื่น ซึ่ง กทม. สามารถเข้ามาสนับสนุนได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับปรุงหรือจัดให้มีระบบขนส่งสาธารณะเพื่อเพิ่มการเข้าถึง การประชาสัมพันธ์ การเป็นผู้อำนวยการสนับสนุนให้ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่มาร่วมออกแบบทิศทางในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน รวมถึงการพัฒนาสร้างแลนด์มาร์กหรือภูมิทัศน์ใหม่ ๆ ได้
ชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่า เราได้เสนอนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าระดับรากหญ้า เช่น นโยบายหวยใบเสร็จ SME เวอร์ชัน กทม. ให้ประชาชนมาซื้อร้านค้ารายย่อย ก็สามารถสะสมยอดทุก 20 บาทได้คะแนน 1 พอยท์ และเอาพอยท์ไปแลกรางวัล ที่ กทม. จะจัดสรรงบประมาณเป็นเงินรางวัลเดือนละประมาณ 10 ล้านบาท สามารถลุ้นรางวัลได้ทั้งคนซื้อและคนขาย เรายังมีนโยบายพัฒนาย่านเศรษฐกิจที่เป็นย่านการค้าของชุมชนด้วย โดยให้เอกชนและประชาชนในชุมชั้นนั้น ๆ ดึงศักยภาพที่เป็นสเน่ห์ของย่านนั้นออกมา โดย กทม. เป็นผู้สนับสนุนเรื่องงบประมาณและสนับสุนนให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ให้กลับมาคึกคักได้
จากนั้นในช่วงบ่าย ชัยวัฒน์และผู้สมัคร สก. พรรคประชาชน จะเข้าร่วมกิจกรรมกับคณะทำงานด้านความหลากหลายทางเพศของพรรคประชาชน ในการเดินขบวน Bangkok Pride Festival 2026 โดยร่วมรณรงค์การยกระดับความเสมอภาคทางเพศด้วย
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ผู้ว่าฯกทม #เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม69











