วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ธิดา ถาวรเศรษฐ : นำผู้รักประชาธิปไตยยืนอธิษฐานจิต สดุดีวีรชน เผยความจำเป็นในการทำรัฐประหารปี 57 ฝาก 3 ข้อเรียกร้องทวงความยุติธรรมกับสส.ประชาธิปไตย

 


ธิดา ถาวรเศรษฐ : นำผู้รักประชาธิปไตยยืนอธิษฐานจิต สดุดีวีรชน เผยความจำเป็นในการทำรัฐประหารปี 57 ฝาก 3 ข้อเรียกร้องทวงความยุติธรรมกับสส.ประชาธิปไตย


วาระครบรอบ #16ปีเมษาพฤษภา53

เมื่อ 19 พ.ค. 69 ณ ราชประสงค์

#นับถอยหลัง4ปีคดีหมดอายุความ


สวัสดีค่ะ ท่านที่มาร่วมงานในวันนี้ ดิฉันขอขอบพระคุณทุกท่าน รวมทั้งที่ติดตามทางออนไลน์ ดิฉันอยากจะให้พวกเรา ณ ที่นี้ ได้ยืนขึ้นพร้อมกันเพื่อทำการอธิษฐานจิต รำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 16 ปี มาแล้ว ขอเชิญมารวมกันอยู่ใกล้ ๆ เราจะนับตั้งแต่บัดนี้นะคะ ขอให้ยืนแล้วอธิษฐานจิตเพื่อสดุดีวีรชนและให้ท่านทั้งหลายไปสู่สุคติพร้อมกันค่ะ (ทุกคนยืนสงบนิ่ง 1 นาที) ขอบพระคุณค่ะ


ก่อนอื่นดังที่ดิฉันได้กล่าวว่า ดิฉันขอขอบพระคุณท่านที่มา ณ ที่นี้ ทั้งที่มีความยากลำบาก เป็นฤดูฝน และนอกจากนั้นมันเป็นวันทำงาน วันนี้เราจึงจัดงานในรอบเย็นเพื่อรอเพื่อนที่ยังทำงานอยู่และมาไม่ได้ จะได้มาร่วมอย่างน้อยก็ตอนจุดเทียน ตอนใกล้ปิดงานในเวลาประมาณ 19.30 น.


ดิฉันอยากจะเรียนท่านว่า เราผ่านมา 16 ปีแล้ว ในการทวงความยุติธรรม ซึ่งดูแล้วเหมือนกับไม่มีความหวัง แต่ดิฉันได้เรียนกับท่าน สส. สว. จำนวนหนึ่ง รวมทั้งนักการเมืองที่ก้าวหน้า ก็คือว่าเราเหลือแต่การแก้กฎหมาย เราทวงความยุติธรรมมานานมากแล้ว หลายคนบอกว่าเราพ่ายแพ้ถูกปราบในปี 53 แต่ประชาชนต่อสู้ให้ได้รับชัยชนะทางการเมืองในปี 54 พรรคเพื่อไทยได้ popular vote ถล่มทลายร่วม 15 ล้านเสียง นั่นคือวิถีการต่อสู้อย่างสันติโดยใช้รัฐสภา


จากนั้นการเมืองก็ไม่ได้ราบรื่น แม้จะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างชอบธรรม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 53 นั้น มันร้ายแรง คดีก็ดำเนินไป ดิฉันอยากจะเรียนว่า เมื่อวันที่ 10เมษา คำแถลงของเราเมื่อ 10 เมษา ก็ยังเป็นคำแถลงวันนี้ (ลิ้งค์คำแถลงของ คปช.53 https://udd-news.blogspot.com/2026/04/2553-16-2553.html)  ว่าเรามีข้อเรียกร้องอะไรบ้าง ซึ่ง 10 กว่าปีมาแล้วมันไม่ได้ผล ทำไมมันไม่ได้ผล? เพราะระบอบการเมืองมันยังเป็นระบอบอำมาตยาธิปไตย ยังเป็นระบอบที่ฝั่งจารีตนิยมอำนาจนิยมสามารถแทรกแซงและครอบงำกระบวนการยุติธรรมได้


ดังนั้น คดีความจึงถูกฟรีซเมื่อปี 57 การทำรัฐประหารปี 57 เป็นคำตอบให้ชัดเจนว่าทำไมเขาถึงทำ? ทำไมเขาจึงจำเป็นต้องทำรับประหารปี 57? เหตุผลก็คือว่าชัยชนะของพรรคการเมือง (พรรคพลังประชาชน/พรรคเพื่อไทย) ในขณะนั้น มันทำให้คดีความที่คนเสื้อแดงถูกกระทำสามารถคืบหน้า และการคืบหน้าไปจนกระทั่งจากต้นทางถึงปลายทาง ความคืบหน้านี้สร้างความหวาดกลัวให้แก่ฝั่งจารีตอำนาจนิยมว่าจะถูกเช็คบิล ทั้งในเวทีกระบวนการยุติธรรมไทยและในเวทีต่างประเทศ เพราะอาจารย์ธิดาไป ICC มาแล้ว อัยการ ICC มารับ หมายถึงว่ามาจนถึงประเทศไทย ขอแต่เพียงว่าให้รัฐบาลเซ็นว่าให้อำนาจ ICC มาสืบสวนสอบสวน แต่รัฐบาลในขณะนั้นของพรรคเพื่อไทยไม่ยอมเซ็น เรารู้อยู่แล้วว่าจะไปแสวงหาความยุติธรรมในประเทศนั้น มันยากและมันเป็นไปไม่ได้ เมื่อระบอบการเมืองยังเหมือนเดิม


แต่อย่างไรก็ตามมันก็มีความคืบหน้า จากคนตาย 90 กว่าคนทั้งหมด มันก็มีความคืบหน้าได้รับการไต่สวนการตายไป 32 ศพ แล้วในจำนวนนี้ก็มีกว่าครึ่งที่ศาลระบุเลยว่าคนตายตายจากการที่โดนกระสุนจากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่วัดปทุมวนาราม ที่วัดปทุมฯ นั้น รู้ทหาร รู้ชื่อ รู้หน่วย แล้วในคำไต่สวนนั้นบอกเลยว่า ที่เอาอาวุธไปโยนไว้ในสระ บอกว่าเป็นการสะสมอาวุธนั้น ไม่จริง!!! แล้วอาวุธที่ทหารเอามาให้ศาลตรวจ ก็เป็นอาวุธที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว นี่คือคำวินิจฉัยของศาล แล้วบอกชัดเจนว่าคนที่ตายในวัดปทุมวนารามตายจากเจ้าหน้าที่รัฐ บอกตรง ๆ ว่ารู้ชื่อ รู้หมดเลย


นี่จึงเป็นเหตุผลในทัศนะของอาจารย์ธิดาว่า เป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่จำเป็นต้องมีรัฐประหารปี 57 และด้วยคำพูดของคุณธาริต เพ็งเดิษฐ์ ซึ่งเป็นอธิบดี DSI (ขณะนั้น) แล้วติดคุกไปแล้ว ก็คือถูกขู่จากเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงว่า มึง...อย่าสืบสวนสอบสวนต่อ ให้ยุติ ถ้ามึงไม่ทำ พวกกูปฏิวัติ มึงเสร็จแน่!!! แล้วก็จริง ดังนั้น อธิบดี DSI เข้าคุก แต่คนสั่งฆ่า คนฆ่า พ้นผิดลอยนวล นี่คือความเป็นจริงประเทศไทยที่บัดนี้มันชัดเจนว่า การรัฐประหารปี 57 เป็นสิ่งสำคัญ จำเป็นที่ต้องยุติคดี DSI, อัยการ, แม้กระทั่งศาล ก็โยนไปให้ ป.ป.ช. ให้นักการเมืองถูกตัดสินคดีด้วยศาลคดีอาญานักการเมือง ซึ่งต้องผ่านองค์กรอิสระ ทุกคนก็ทราบว่าเป็นอย่างไร ป.ป.ช. ก็ทำตัวเป็นศาล ก็ไม่ส่ง ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารก็ให้ส่งไปยังอัยการทหาร อัยการทหารก็ให้ยุติ


ดังนั้น ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เราบอกตรง ๆ ว่าการทวงความยุติธรรมสำหรับคนตายในประเทศไทยนั้นค่อนข้างสิ้นหวัง แต่เราเป็นคนที่คำนึงถึงประเทศ เราไม่ต้องการให้ลูกหลานข้างหน้าจะต้องมาตายแบบคนเก่า ๆ ปี 16, 19, 35, 53 โดยเฉพาะเดือนพฤษภา มีกรณีพฤษภาที่เรียกว่า พฤษภาประชาธรรม หรือพฤษภาอย่างอื่น 35 ก็เช่นกัน มีคนตายประมาณ 40 คน คนสูญหาย 40 คน ICC ยอมรับทั้ง ๆ ที่ว่าเขาไม่ใช่ยอมรับง่าย ๆ ยอมรับที่จะเข้ามาไต่สวน เพราะเราบอกเขาว่ามันเป็นฆาตกรซ้ำซาก จำนวนคนตายอาจจะน้อยไม่เหมือนประเทศอื่น แต่ว่ามันซ้ำซาก มันเกิดแล้วเกิดอีก


ดังนั้น เมื่อเรายื่นไปที่พรรคการเมือง ที่รัฐบาล ที่รัฐสภา เราทำทุกอย่าง จนในที่สุดเราเสนอ พ.ร.บ. เอง พ.ร.บ. ที่ให้นักการเมืองที่ทำความผิดอาญาต่อประชาชน ไม่อยู่ในอำนาจศาลแผนกคดีอาญานักการเมือง และทหารที่ทำความผิดอาญาต่อประชาชน ไม่ให้ขึ้นศาลทหาร ให้ขึ้นศาลยุติธรรมพลเรือน เพราะคนเท่ากัน มันต้องขึ้นศาลแบบเดียวกัน รับโทษหนักพอ ๆ กัน ไม่มีอภิสิทธิ์ไม่มีอภิสิทธิ์ว่าเป็นอดีตนายกฯ หรือนายกฯ รัฐมนตรี ไม่มีอภิสิทธิ์ว่าเป็นนายพลเอก แล้วได้เลื่อนขึ้นไปเป็นลำดับ


ประเทศนี้ยังยากลำบาก เราเหมือนกับเราถอยหลังไปจำนวนหนึ่ง แต่นั้นคือภาววิสัยที่เหมือนกับเราถอยหลัง แต่ในความจริงดิฉันคิดว่าประชาชนเติบโต เพราะเรามองเห็นได้เลยว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ 21 ล้านคน ปรบมือให้เขาด้วย มันมากกว่าพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง กระทั่งรวมกัน แปลว่าถึงแม้จะเลือกพรรคการเมืองต่างกัน แต่ก็อยากจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ แปลว่าไม่ต้องการรัฐธรรมนูญที่มาจากทหาร ไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ อันนี้มันก็เหมือนกับเหตุการณ์ปี 35 ซึ่งตอนทำรัฐประหารคนไม่ได้ออกมานะ แต่ตอนที่ “สุจินดา” ตระบัดสัตย์ คนก็ออกมา แต่ว่าอันนั้นเป็นม็อบคนในเมืองกรุง เรียกว่าม็อบมือถือ


เวลาเปลี่ยน แต่ว่าความขัดแย้งหลักระหว่างอำนาจของพวกจารีตนิยมและอำนาจนิยมที่ครอบงำสังคมไทยก็ยังไม่ยอมแพ้ ยังขัดแย้งกับประชาชนที่ต้องการทวงอำนาจมาเป็นของประชาชน ความขัดแย้งหลักนี้ยังดำรงอยู่ แม้ยุทธวิธีจะเปลี่ยน เปลี่ยนจากการปราบปราม มาจับกุมคุมขัง แล้วก็มีการลงโทษ การปราบปรามเข่นฆ่าครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายก็คือกรณีปี 53 ซึ่งเราสูญเสียประชาชนวีรชนจำนวนมาก ดิฉันไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ถูกบิดเบือน การต่อสู้ของประชาชนในปี 53 เรียกร้องให้ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน และเป็นขบวนการประชาชนที่ไม่ได้เป็นอันเดียวกันกับพรรคการเมือง


ดิฉันอยากเรียน ณ ที่นี้ว่า ถ้าเราไม่สามารถแยกขบวนการประชาชนกับการที่เป็น FC พรรคการเมืองได้ เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก เพราะจะทำให้ขบวนการประชาชนนั้น อาจดูเหมือนถูกย่อยสลายด้วยความคิดที่อาจจะไม่ถูกต้อง เพราะแทนที่จะสามัคคีกันก้าวไปข้างหน้า แต่เอาความคิดที่แตกต่างในการที่เป็นแฟนคลับของพรรคการเมืองเข้ามาด่าทอกันอย่างรุนแรง เราเคยบอกว่าต่อสู้ 2 ขา ขาหนึ่งคือนอกเวทีรัฐสภา อีกขาหนึ่งในเวทีรัฐสภา และไอ้นอกเวทีรัฐสภากับในเวทีรัฐสภาขณะนี้ลำบากทั้งคู่ อยู่ในคุก แล้วก็ถูกยุบพรรค ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง


ดังนั้น ดิฉันคิดว่าขอให้ประชาชนซึ่งมีความเข้าใจว่าเราต้องการระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ ดิฉันไม่ได้พูดลอย ๆ เสียงที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทย 10 ล้านเสียงเมื่อปี 66 แล้วก็ประมาณ 14-15 ล้านเสียงของพรรคประชาชน ปี 66 ในเวลานั้นคือคนที่ก้าวหน้า ถ้าไม่เชื่อตัวเลขนั้นก็เอาตัวเลข 21 ล้านเสียงของคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ นี่คือคนส่วนใหญ่ 21 ล้านจากประมาณ 30 กว่าล้าน เพราะฉะนั้น พัฒนาการทางความคิดก้าวไปข้างหน้า แต่ว่าถ้าประชาชนยังแยกไม่ออก ก็คือมองเห็นการเป็นแฟนคลับพรรคการเมืองสำคัญกว่าขบวนการประชาชนในการต่อสู้กับระบอบอำมาตย์ ก็เป็นเรื่องน่าเศร้า


แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันก็มีความหวัง และที่ฝากเอาไว้กับพรรคการเมืองซึ่งเราก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าเราไปมาแล้วสำหรับพรรคฝ่ายประชาธิปไตยทั้ง 2 พรรค (พรรคเพื่อไทย-พรรคประชาชน) แต่ความจริงก็คือ ณ บัดนี้ ทั้งพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยเขาเสนอชุดความคิดคนละอย่างกัน ก็คือให้ญาติฟ้องเอง มันก็โอเค ไม่เป็นไร แต่มันทำไม่ได้ ดิฉันขอสนับสนุนข้อเสนอของพรรคประชาชนที่ให้คดีอาญาที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อประชาชน ไม่มีอายุความ ขอให้ยืนหยัด มันอาจจะไม่ได้ผลกับคนเสื้อแดง ไม่เป็นไร ขอให้ต่อไปข้างหน้าอย่าให้มันฆ่าประชาชนแล้วลอยนวลพ้นผิดไปตลอด เราทำเพื่อลูกหลาน


ส่วนข้อที่เราเสนอ 2 ข้อก็คือ นักการเมืองทำความผิดอาญาต่อประชาชนต้องขึ้นศาลยุติธรรมพลเรือน ข้อนี้ดิฉันก็ขอฝากไว้สำหรับ สส. ซึ่งพูดตรง ๆ ก็เป็น สส.พรรคประชาชนนั่นแหละ แต่ถามว่าเราเสนอเฉพาะในส่วนพรรคนี้หรือเปล่า? ไม่ใช่!!! เราเสนอพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 เราไปมาหมดแล้ว ตำรวจ DSI กระทรวงยุติธรรม ที่ทำการพรรค ไปทำเนียบรัฐบาล ไปรัฐสภา เพื่อที่จะต้องการให้นักการเมืองที่มือเปื้อนเลือดต้องขึ้นศาลพลเรือนเหมือนกับประชาชนทั่วไป


และข้อที่ 2 ที่สำคัญมากก็คือว่า ทหารที่ทำความผิดอาญาต่อประชาชน ขอให้ขึ้นศาลยุตะรรมพลเรือนเหมือนประชาชนทั่วไป ดิฉันขอต่อ สส. ถ้าพรรคเพื่อไทยสามารถมีดวงตาเห็นธรรม ก็ขอให้สนับสนุนด้วย เพราะทุกวันนี้อะไรมันก็เป็นสีน้ำเงินไปหมด เราก็หวังว่าแม้อะไร ๆ จะเป็นสีน้ำเงิน แต่ประชาชนนั้นไม่ใช่ ประชาชนนั้นก้าวหน้า และไม่ได้เป็นของตายของพรรคไหน อาจารย์ภูมิใจที่สุดที่คนเสื้อแดงในการต่อสู้เมื่อมาต่อสู้พลีชีวิตแล้ว ในเวทีรัฐสภาเขาตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง ว่าเขาจะเลือกพรรคไหน ไม่ใช่อาจารย์ธิดาไปยุ ไม่จริง!!! แล้วต่อให้ใครที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณมาพูด มันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าเขารู้จักประชาชนน้อยเกินไป


ความหวังของเราก็คือประชาชนไทยขณะนี้อย่าท้อถอย ความจริงประชาชนก้าวหน้า และเครื่องมือต่าง ๆ โดยเฉพาะในยุคนี้สื่อออนไลน์ ไม่ใช่สมัยอาจารย์ปี 16 ต้องเอากาว/แป้งเปียกไปติดโปสเตอร์ตอนดึก ๆ เรามีสื่อออนไลน์ ปี 35 ก็มีเพจเจอร์ แล้วก็มีโทรศัพท์มือถือ (เพิ่งมี) แต่ตอนนี้อาวุธประชาชนออนไลน์สำคัญมาก แต่ขออย่างเดียว พรรคการเมืองอย่าทำ IO เหมือนกองทัพ พรรคหนึ่งก็ทำ IO มาด่าคนหนึ่ง หรืออีกพรรคหนึ่งทำ IO ไปด่าอีกคนหนึ่ง มันรังแต่จะทำให้เกิดความแตกแยกของประชาชน ให้ทุกอย่างมันเป็นไปเอง คุณไม่ต้องทำ IO หรอก ต่อให้คุณทำ IO ถ้าประชาชนไม่เลือก เขาก็ไม่เลือก 15 ล้าน เหลือ 5 ล้าน แล้ว 5 ล้าน จะเหลือเท่าไหร่ในอนาคต ถ้ามีความก้าวหน้าประชาชนจะเดินไปกับคุณ


อาจารย์ก็ขอขอบพระคุณและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความยุติธรรมที่ยังมาไม่ถึง แต่เราไม่ต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในอนาคต เรามาเพื่อศักดิ์ศรีของวีรชนที่เสียสละ และเราต้องการที่จะให้ลูกหลานของเราข้างหน้าปลอดภัย ไม่ให้มีการฆ่าคนกลางถนนแล้วลอยนวลพ้นผิดเหมือนกับที่แล้วมา ดังนั้น ที่เราต้องมาต่อสู้และมารำลึกในขณะนี้ ซ้ำ ๆ 10 กว่าปี คือเพื่อกู้เกียรติยศของคนเสื้อแดงที่ถูกย่ำยีว่าเขาไม่ใช่วีรชนจริง แต่สำหรับอาจารย์ธิดา คนเสื้อแดงที่ต่อสู้ในวันนั้น เขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อใคร แต่เขาต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยมีอำนาจเป็นของประชาชนจริง ๆ ดังนั้น ประชาชนก้าวหน้า แต่ขณะนี้ประเทศชาติล้าหลัง คนก้าวหน้าขอให้สามัคคีกันและช่วยกับคนรุ่นใหม่


เวทีนี้ทำมาเพื่อที่จะเป็นสะพานเชื่อมให้กับคนรุ่นใหม่ เราก็ขอขอบพระคุณทุกคน ขอให้คนที่จะดำเนินงานต่อไป เพราะดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าในปีต่อไปเราจะจัดงานกี่งาน เพราะว่านี่ก็เท่ากับงาน 2 งานหรือ 3 งาน ก็หวังว่าให้คนรุ่นใหม่เขาได้เข้าใจประวัติศาสตร์ความเป็นจริงไม่ให้ถูกบิดเบือน และนั่นคือความพอใจของอาจารย์ธิดา เพราะอาจารย์ธิดามีความเชื่อมั่นว่า ประชาชนไทยต่อให้ถูกเหยียบ ต่อให้ถูกจัดการอย่างไร แต่เขาเป็นพลังที่ก้าวหน้าแล้ว และจะไม่ยอมให้ประเทศย้อนหลังเหมือนเดิม ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีค่ะ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คปช53 #คนเสื้อแดง #16ปีเมษาพฤษภา53 #นับถอยหลัง4ปีคดีหมดอายุความ