“พิจารณ์” ผิดหวัง “เสรีพิศุทธ์” สิ้นไร้ไม้ตอกถึงขั้นกุข่าวรับเงินโหวตนายกฯ ย้ำจุดยืน ปชน. พร้อมพาประเทศไทยออกจาก “ระบอบสีน้ำเงิน” แต่ไม่ใช้ทางลัดยื่นดาบให้ศาลรัฐธรรมนูญผูกขาดฟันมาตรฐานจริยธรรม
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ตอบโต้กรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช กล่าวอ้างว่ามีการจ่ายเงินให้แกนนำพรรคประชาชนในการโหวตเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำถึงเหตุผลที่ไม่ร่วมลงชื่อในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยประเด็นจริยธรรมของนายกรัฐมนตรี
พิจารณ์ระบุว่าคำกล่าวหาดังกล่าวเป็นคำกล่าวหาที่ไร้หลักฐาน ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากผู้ที่อ้างตนว่าเป็นคนตงฉินและหนักแน่นในทางการเมือง แทนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะโต้แย้งด้วยหลักการ กลับหันมาใช้เกมการเมืองสาดโคลนแบบเดิมๆ ที่การเมืองไทยเป็นมาตลอดหลายทศวรรษ และทำให้ประชาชนหมดศรัทธากับนักการเมือง ตนเข้าใจว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เติบโตมาในระบบการเมืองแบบเก่า เคยชินกับการเมืองที่ใช้เงินซื้อตัวและต่อรองผลประโยชน์ จนมองว่าทุกคนต้องทำการเมืองแบบเดียวกัน แต่ตนยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่ได้ทำการเมืองแบบนั้น
พิจารณ์กล่าวต่อไปว่า ตนต้องย้ำอีกครั้งว่าการที่พรรคประชาชนไม่ร่วมลงชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นจริยธรรม เพราะเราไม่เห็นด้วยกับการขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นผู้ผูกขาดมาตรฐานจริยธรรมตามดุลพินิจของตัวเอง จนเสี่ยงถูกใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
พรรคประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลอนุทินเช่นกัน และย้ำมาโดยตลอดว่าระบอบสีน้ำเงินกำลังผูกขาดกินรวบประเทศไทย แต่การพาประเทศไทยออกจากระบอบสีน้ำเงินจำเป็นต้องใช้วิธีการและอำนาจที่ชอบธรรม นั่นคือฉันทามติของประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่การเลือกวิธีอะไรก็ได้ขอเพียงได้กำจัดคู่แข่งทางการเมือง แต่จะส่งผลเสียต่อสังคมไทยในระยะยาวข้างหน้า
พิจารณ์กล่าวต่อไปว่า ในขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตั้งคำถามต่อจุดยืนของพรรคประชาชน ซึ่งเรายืนยันว่ายืนอยู่จุดเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตนขอตั้งคำถามถึงจุดยืนทางการเมืองของคุณเสรีพิศุทธ์เช่นกัน วันหนึ่งท่านเคยยืนยันหนักแน่นว่าอยู่ “ฝ่ายประชาธิปไตย” แต่วันหนึ่งก็ยอมไปรวมกับอีกขั้วการเมืองหนึ่งที่เคยอยู่ตรงข้าม หันมาขอให้เด็ก “สละเรือ” ให้ นี่คือตัวอย่างการทำการเมืองแบบคนตงฉินของท่านหรือ
“น่าผิดหวังที่คุณเสรีพิศุทธ์เป็นผู้อาวุโสทางการเมือง กลับกุข่าวที่ไม่มีมูลความจริงเพียงเพื่อดิสเครดิตกัน แต่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนมองออกว่าใครเป็นอย่างไร และตัดสินได้ว่าควรเชื่อถือคุณเสรีพิศุทธ์ต่อไปหรือไม่” พิจารณ์ทิ้งท้าย
