วาระครบรอบ #16ปีเมษาพฤษภา53
เมื่อ 19 พ.ค. 69 ณ ราชประสงค์
19 พฤษภาคม เหตุการณ์สังหารหมู่คนเสื้อแดง กลางเมือง ผ่านมา 16 ปี เหตุการณ์นี้ยังคงไม่ได้รับความยุติธรรม
อายุความของคดีนี้เหลืออีก 4 ปี ซึ่งภายใต้รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยนี้ แน่นอนว่าเราก็อาจจะยังไม่ได้เห็นความยุติธรรม
เรายังพอมีโอกาสที่จะทวงความยุติธรรมคืน หากเรามีรัฐบาลชุดใหม่ที่ให้คุณค่าหลักกับความยุติธรรม เพราะหลังหมดวาระของรัฐบาลชุดนี้ แม้จะมีเวลาไม่มาก แต่ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง ที่รัฐบาลชุดใหม่สามารถเดินหน้าคืนความยุติธรรมได้หากเขาต้องการทำ
ซึ่งเราคงไม่สามารถฝันถึงปลายทางนั้นได้อย่างเบาใจ หากรัฐสภายังคงถูกกินรวบด้วยกลุ่มการเมืองใด กลุ่มการเมืองหนึ่ง หากองค์กรอิสระยังคงไม่อิสระและมีปัญหาเรื่องความโปร่งใส หากรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการยังคงถูกใช้ และหากรัฐธรรมนูญใหม่เป็นของสีน้ำเงิน เราคงไม่สามารถฝันถึงปลายทางที่จะทวงความยุติธรรมคืนได้จริง ๆ
วันนี้พรรคภูมิใจไทยได้ประกาศโรดแมพการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ดูเร่งมาก จนอาจทำให้เราต้องไปลงประชามติช่วงเดือนมกราปี 70 และได้พูดถึงสาระสำคัญของโมเดลในการเลือกคนมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่า
- สสร. จำนวน 100 สำรองอีก 300 คนจะมาจากการคัดเลือกของรัฐสภา หมายความว่าเขาตัดโอกาสประชาชนในการเลือกตั้งสสร.ทิ้ง แล้วให้รัฐสภาที่พวกเขาได้เปรียบกว่าใครเป็นคนจิ้มเลือก
- กมธ.ยกร่าง 45 คน และ กมธ.รับฟังความเห็น 45 คน ก็จะมาจากสสร. 100 คนและสสร.สำรอง 300 คนที่พวกเขาจิ้มเลือกมาในตอนต้น
- และสุดท้ายคือการเพิ่มสิทธิพิเศษให้สว.ในการเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญ หมายความว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะออกสู่การทำประชามติได้ต้องผ่านเสียงสว. 1 ใน 4 หรือราว 50 คน จึงจะผ่านได้
ซึ่งสว.เสียงข้างมากมีอยู่ราว 160 คน จาก 200 คนนั่นหมายความว่า ไม่ว่าร่างจะดีต่อประชาชน หรือไม่ดีต่อประชาชน สว.เสียงส่วนใหญ่ก็จะอนุญาตให้เดินหน้าต่อ หรือจะเบรคหัวทิ่มก็ได้หมด
เห็นโมเดลแบบนี้แล้ว ฝันที่จะไปสู่รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนยิ่งริบหรี่ ซึ่งหลักการสำคัญที่เราคิดว่าหากจะออกแบบร่าง ต้องยึดถือหลักการที่ว่าประชาชนคือหัวใจของการจัดทำ รัฐธรรมนูญใหม่นี้จึงจะดีกับประชาชนจริง
- ประชาชนต้องมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำร่างของพรรคภูมิใจไทย ประชาชนไม่ได้เลือกแต่ต้น และมีประชาชนเป็นเสมือนตราประทับเฉย ๆ ดังนั้นรัฐธรรมนูญใหม่ภายใต้กระบวนของพรรคภูมิใจไทย จึงไม่มีความชอบธรรมมากพอที่จะบอกว่าการเร่งนี้ ทำไปเพราะเห็นแก่ประชาชน 21.6 ล้านเสียง มันจะไม่ใช่รัฐธรรมนูญของประชาชนเลย
- การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องป้องกันการกินรวบ การผูกขาด ไม่ให้กลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่งคุมทิศทางในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งแนวทางของพรรคภูมิใจไทนคือ หากใครมีเสียงข้างมากในสภา ก็จิ้มเลือกคนได้มาก แล้วใครเสียงมากสุด ก็ภูมิใจไทยอีก
- ต้องไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้สว. เพราะสว.มาจากการเลือกกันเอง ต้องไม่มีสิทธิพิเศษมากกว่าสส.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน
** การไม่ให้อำนาจสว.เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ใช่การตัดอำนาจ สว. แต่อย่างใด เพราะเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่เคยมีระบุไว้ในรัฐธรรมนูญแต่ต้น ตามรัฐธรรมนูญระบุแค่ สว.มีอำนาจในการเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่เกี่ยวกันกับการทำฉบับใหม่
ดังนั้นสว.อย่ามางอแง ว่าคนอื่น ๆ จะตัดอำนาจตนทำไม? เพราะพวกคุณยังไม่ได้มีอำนาจนั้นเลยด้วยซ้ำ
จาก 3 ข้อที่พูดมา โมเดลที่ภูมิใจไทยพูดวันนี้ ขัดทุกเรื่อง
นี่จะไม่ใช่การทำรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อประชาชน แต่เป็นการทำเพื่อสีน้ำเงิน และชนชั้นนำให้อยู่ได้อย่างสุขสบายเท่านั้น
ซึ่งการทวงคืนความเป็นธรรม การทวงคืนความยุติธรรม จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อกลไกทางการเมืองมีประชาชนเป็นหัวใจหลัก มีกลไกที่ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้ โดยไม่ต้องขูดรีดตัวเองเพื่อร้องขอ มีฝ่ายบริหารที่สำนึกถึงหน้าที่ต่อประชาชน มีรัฐสภาที่พร้อมเพิ่มช่องทางให้ประชาชนปกป้องตัวเองได้และมีองค์กรอิสระที่คอยเป็นตัวช่วยปกป้องประชาชน ไม่ใช่ตัวขัดขวางประชาชนเช่นทุกวันนี้
ดังนั้น เราคงไม่สามารถยอมให้มีรัฐธรรมนูญใหม่แบบฉบับสีน้ำเงินเกิดขึ้นได้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าสุดท้ายประชาชนจะอยู่ตรงไหนในรัฐธรรมนูญสีน้ำเงินนี้ หรือแท้จริงอาจเป็นได้เพียงตัวประกอบของการแบ่งเค้กของชนชั้นนำเสียด้วยซ้ำ
ซึ่งหากไม่มีพรรคไหนเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน นั่นอาจจะถึงเวลาที่เราต้องทำเอง และหากเราพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ไม่สามารถหยุดยั้งสีน้ำเงินได้ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องไปทำประชามติปี 70
การออกไปโหวตโนโมเดลของสีน้ำเงิน คงจำเป็นอย่างมากที่ต้องทำ เพื่อยืนยันตามระบอบประชาธิปไตย ที่ว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #16ปีเมษาพฤษภา53 #คปช53 #รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ #รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
