วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

นพ.เหวง โตจิราการ : ยัน ไม่เลิกจนกว่าความยุติธรรมจะปรากฎ! หาก 4 ปีผ่านไปและพรรค ปชน. ได้เป็นรัฐบาล ขอให้เซ็นรับรองเขตอำนาจศาล ICC เฉพาะกรณีเมษาพฤษภา ปี 53


นพ.เหวง โตจิราการ : ยัน ไม่เลิกจนกว่าความยุติธรรมจะปรากฎ! หาก 4 ปีผ่านไปและพรรค ปชน. ได้เป็นรัฐบาล ขอให้เซ็นรับรองเขตอำนาจศาล ICC เฉพาะกรณีเมษาพฤษภา ปี 53


วาระครบรอบ #16ปีเมษาพฤษภา53

เมื่อ 19 พ.ค. 69 ณ ราชประสงค์

#นับถอยหลัง4ปีคดีหมดอายุความ


พี่น้องครับ วันนี้พวกเราทุกคนก็มาร่วมกัน ก็ชัดเจนนะครับ เราทวงความยุติธรรมให้กับวีรชน เมษาพฤษภา ปี 53 พวกเราจะเลิกทวงความยุติธรรมหรือเปล่า เราจะไม่เลิกจนกว่าความยุติธรรมมันจะปรากฏ จริง ๆ มันใกล้เต็มทีเลย ผมขออนุญาตด้วยความเคารพ ผมไม่ได้รัก ไม่ได้ชังใครเป็นการเฉพาะหรือส่วนตัว แต่ความรักความชังของผมมันผูกติดกับอุดมการณ์ทางการเมือง นั่นก็คืออุดมการณ์ประชาธิปไตย ใครทำเพื่อประชาธิปไตยผมก็จะรัก แต่ถ้าใครไม่ได้ทำเพื่อประชาธิปไตยหรือทำเพื่อเผด็จการแต่ซ่อนรูปในประชาธิปไตยผมก็จะเกลียดครับ


คือคุณซ่อนรูป พวกซ่อนรูปน่ากลัวกว่าพวกเผด็จการแท้ ๆ เสียอีก เผด็จการแท้ ๆ เราต่อสู้โจมตีได้ง่าย แต่พวกซ่อนรูปต่อสู้โจมตียาก ใช่หรือเปล่า? ฉะนั้น ทางการเมืองนี่น่าเสียดายนะ ผมรักพรรคการเมืองทุกพรรคที่ทำเพื่อประชาธิปไตย พรรคการเมืองที่ทำเพื่อประชาธิปไตยชัดเจนผมรักแน่นอน ไม่ใช่ว่าผมเป็นลูกน้องเขา สยบยอมเขา เป็นทาสบริวารเขา ผมรักเขาเพราะผมรักประชาธิปไตย ในรัฐบาลที่ผ่านมามันเห็นชัด เอ่ยชื่อก็ได้เพราะมันเห็นชัดแล้ว “รัฐบาลเศรษฐา” “รัฐบาลอุ๊งอิ๊ง” มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นหลายชุด ผมคงไม่พูดยาวแต่ว่าทบทวนนิดหน่อยเพื่อให้พี่น้องเห็นชัด ๆ นะครับว่าพรรคการเมืองไหนบ้างเขาทำเพื่อประชาธิปไตย


มีพรรคการเมืองนั่นก็คือ พรรคประชาชน ผมมาพูดนี่ไม่ได้หมายความว่าผมไปสยบยอมกับพรรคประชาชน ไม่ใช่นะ!!! ผมรู้สึกเสียดายจริง ๆ เลย ที่จริงมันเดินมาไกลมากแล้วนะ พวกเราเกือบจะได้ความยุติธรรมคืนให้กับวีรชนของเราแล้ว แต่น่าเสียดาย อยู่ ๆ พรรคประชาชนเกิดทำผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ คือพรรคประชาชนทำดี 3 เรื่อง เรื่องที่ 1 พรรคประชาชนเขาผลักดันไปแก้กฎหมายว่า รัฐที่ฆ่าประชาชนสองมือเปล่าที่เห็นต่าง ไม่มีอายุความ เรื่องที่ 2 พรรคประชาชนเขาผลักดันให้ทหารที่ฆ่าประชาชนสองมือเปล่าที่เห็นต่าง ต้องขึ้นศาลพลเรือน เรื่องที่ 3 นักการเมืองที่มีส่วนร่วมในการฆ่าประชาชนสองมือเปล่าที่เห็นต่าง ต้องขึ้นศาลพลเรือน


ใกล้จริง ๆ เลย ใกล้เข้าไปแล้ว แต่ฉับพลันทันใดไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับพรรคประชาชน เพราะผมไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเขา ไม่ได้คุยกับผู้บริหารพรรคเขา ได้แต่ดูอยู่ข้างนอก ได้แต่ลุ้น แต่ลุ้นแล้วเสียใจมาก อยู่ ๆ เขาไปเสนอ MOA แล้วก็ไปเอาอนุทินขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี จบเลยครับ ที่จริงตอนนั้นผมได้แต่พูดอยู่ข้างนอก แต่เหมือนไม่ถึงหูเขา จริง ๆ โดยหลักการตอนนั้นอดีตนายกฯ ทักษิณ ท่านไม่พอใจอนุทินอย่างรุนแรง ท่านวิพากษ์วิจารณ์คุณอนุทิน ชาญวีรกูล เกือบจะทุกวัน สุดท้ายถึงขนาด ขออนุญาตใช้ภาษาชาวบ้านก็คือ ขับออกจากรัฐบาล นี่ไงสถานการณ์ที่เป็นจริงมันเป็นอย่างนี้ ที่จริงพรรคประชาชนควรจะส่งเสริมเลย ให้สองฝ่ายเขาทะเลาะเบาะแว้งกันจนบ่อนแตกไปเลย เวลาเขาทะเลาะแบะแว้งจนจบไม่ลงมันก็ต้องยุบสภาอยู่แล้ว นี่ไปเสนอ MOA ก็เลยกลายเป็นว่าพรรคอนุทินเติบใหญ่อย่างมหาศาล อันนี้ก็เป็นความผิดพลาดที่พรรคประชาชนจะต้องสรุป ผมไม่ได้มาโจมตี แต่มองสถานการณ์การเมืองที่ผ่านมาในอดีต เสียดายมาก


เมื่อเป็นเช่นนี้ กฎหมาย 3 ฉบับที่พร้อมที่จะทวงความยุติธรรมให้กับวีรชนของเราก็เลยหายไปเลย คือถ้าไม่นำกลับมาก็เท่ากับมันหายไปเลย ตอนนี้ผมยังเป็นห่วงนะ ดูเหมือนว่าการแก้พระธรรมนูญศาลทหาร ทางรัฐบาล/สส.ชุดปัจจุบัน เขาไม่เอา เขาจะมีฉบับของเขา แล้วอีก 2 เรื่องผมก็ไม่แน่ใจ เพราะว่าผมติดตามอ่านหนังสือพิมพ์ ก็ไม่ได้เขียนรายละเอียดว่าเรื่องทหารขึ้นศาลพลเรือน ตกไปแล้วหรือยัง? และเรื่องนักการเมือง ต้องขึ้นศาลพลเรือน ตกไปแล้วหรือยัง? ถ้าตกไปก็อยากให้พรรคประชาชนผลักดันเข้าไปในสภาอีกครั้งหนึ่ง และขอให้ สว. ไปผลักดันเรื่องนี้เพราะเรื่องนี้มันจำเป็นต้องผ่านสว.ด้วย ดังนั้น ให้ สว. ของฝั่งประชาชนไปเจรจากับ สว.สีน้ำเงิน บอกว่าเรื่องอย่างนี้มันเป็นผลประโยชน์ประเทศชาติและเป็นประวัติศาสตร์ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องทำเพื่อประวัติศาสตร์ นี่คือ 3 เรื่องใหญ่ที่น่าเสียดาย ที่จริงวันนั้นถ้าหากว่าพรรคประชาชนไม่ไปเสนอ MOA แต่เราเดินเรื่องในการผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับ ปล่อยให้เขาทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่ต้องไปยุยงเขาก็ได้ ผมดูแล้วมันแตกหักอยู่แล้ว เรานั่งดูเฉย ๆ คนโบราณเขาเรียกว่า “นั่งบนภูดูเสือกัดกัน” แต่น่าเสียดาย เรื่องมันผ่านไปแล้วไม่เป็นไร


ขอให้พรรคประชาชนเก็บรับเป็นบทเรียน นี่เป็นเหตุให้พรรคสีน้ำเงินก็เลยเติบใหญ่กะทันหันทันทีเลย ซึ่งทำให้เป็นอุปสรรคในการที่จะเดินเรื่องต่อไป เพราะขณะนี้การแก้รัฐธรรมนูญเขาออกมาพูดทีหลัง ตอนแรกบอกว่าเขาปัดตกไปเลย ก็คือจะไม่พิจารณาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ตอนนี้เขาบอกเขาจะนำมาพิจารณาใหม่ เขาจะเสนอของเขาเองใหม่ ก็ไม่เป็นไร อย่าลืมนะครับว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นปมสำคัญที่สุดอันหนึ่งที่เราจะทวงความยุติธรรมให้กับวีรชนของเรา เพราะว่าถ้าหากว่ามี สว.ฮั้ว ซึ่งเรื่องไปถึงไหนก็ไม่รุ้แล้ว ซึ่งถ้ามี สว.ฮั้ว แล้วก็มีนักการเมืองฝั่งกลุ่มสีน้ำเงิน เขาฮุบอำนาจเด็ดขาดอยู่ในสภา เราก็ไม่มีหวังอะไร


ดังนั้น เราต้องผลักดันให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ นั่นก็คือต้องให้มีการเลือก สสร. โดยพี่น้องประชาชนโดยตรงจากทั่วทั้งประเทศ ส่วนตัวผมนะ ผมเห็นว่าไม่ควรจะมี สว. แล้ว ถ้าจะมี สว. ก็ให้มี สว. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ และองค์กรอิสระทั้งหมดต้องตรวจสอบโดยประชาชน ต้องสามารถวิพากษ์วิจารณ์โดยประชาชน ต้องสามารถถอดถอนโดยประชาชน รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญด้วย


คราวนี้ผมต้องเรียนพี่น้องประชาชนว่าผมไม่แน่ใจว่าเราจะสำเร็จหรือเปล่า ทั้งนี้เนื่องจากว่าจุดยืนทางการเมืองของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เราก็เห็นชัดอยู่แล้ว เขาเป็นจุดยืนทางการเมืองฝ่ายขวา โอกาสที่เขาจะร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ผมว่ามันริบหรี่เหลือเกิน ขณะเดียวกันที่จะผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับก็ริบหรี่เหลือเกิน เพราะฉะนั้นผมต้องเรียนพรรคประชาชนว่าจะต้องเก็บรับบทเรียนที่พวกท่านทั้งหลายตัดสินใจพลาดทางยุทธศาสตร์ จากวันนี้ไปต้องเดินให้ถูกต้องทางยุทธศาสตร์ เพื่อว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปพี่น้องประชาชนจะได้ทุ่มคะแนนเสียงให้กับคุณ แต่มันผ่านไปแล้ว ไม่เป็นไร เริ่มต้นกันใหม่ แต่ต้องเก็บรับบทเรียน อันนี้เป็นความผิดพลาด เป็นรอยด่างของพรรคประชาชน


ผมเรียนว่าถ้า 4 ปีมันหมดไปแล้ว ผมไม่แน่ใจว่า 4 ปี มันจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้า 4 ปีผ่านไปโดยยังไม่สำเร็จ ผมอยากจะเรียนไปยังพรรคการเมืองที่มุ่งมั่นในการรับใช้ประชาชน มุ่งมันในการที่จะสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ถ้าหากพรรคนั้นยังเป็นพรรคประชาชน ถ้าพรรคประชาชนยังยืนอยู่บนจุดยื่นที่ทำเพื่อประชาธิปไตย ทำเพื่อประชาชน ผมฝากไว้เลยว่า หาก 4 ปีผ่านไป พรรคประชาชนต้องกลับมาเป็นรัฐบาลให้ได้ พี่น้องประชาชนต้องช่วยกันเลือกให้พรรคประชาชนกลับมาเป็นรัฐบาลให้ได้ แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าพรรคประชาชนต้องทวงความยุติธรรมคืนให้กับวีรชน


วิธีการทวงง่าย ๆ เลยครับก็คือว่าขอให้คุณไปเซ็นรับรองเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ ฟังดี ๆ นะครับ ไม่ใช่ไปให้สัตยาบัน แต่ว่าไปเซ็นรับรองเขตอำนาจศาลเฉพาะกรณีเมษาพฤษภา ปี 53 ทันทีที่เซ็นรับรองเขตอำนาจศาล ICC เฉพาะกรณีปี 53 เท่านั้นเอง ICC ก็จะเข้ามาดำเนินเรื่องทันที ผมฝากไว้แค่นี้ครับ สวัสดีครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คปช53 #16ปีเมษาพฤษภา53 #คนเสื้อแดง