“เครือข่ายคนทำงาน” รวมตัวรัฐสภา ทวงคืนกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ แม้ผิดหวังรัฐบาลปัดตก ยันประกาศเจตจำนงอย่างแน่วแน่ว่า
จะเดินหน้าผลักดันกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ต่อไป
วันนี้
(15 พฤษภาคม 2569) เวลา 07.30 น.
ที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา ฝั่งทางเข้าสส. เครือข่ายคนทำงานจากหลายจังหวัด อาทิ
สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี รวมตัวกัน ประกาศเมื่อรัฐบาลไม่เห็นหัวคนทำงาน
การออกไปทวงคืนกฎหมาย จึงเป็นหน้าที่ของประชาชน
โดยมี
นายเซีย จำปาทอง นางสาวธนพร วิจันทร์ สน.บัญชีรายชื่อ นายเทพฤทธิ์ ภาษี สส.สมุทรปราการ
พรรคประชาชน ให้การต้อนรับ โดยมีการสับเปลี่ยนกันปราศรัยกับพี่น้องแรงงาน
โดยระบุว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานของพรรคประชาชน
2 ฉบับ ได้แก่ “ฉบับมีเวลาพักผ่อน” และ “ฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”
กำลังจะถูกปล่อยให้ตกไปในไม่กี่วัน ทั้งๆ
ที่ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนจากหลายฝ่าย
และผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการมาแล้วอย่างรอบคอบ
กฎหมายเหล่านี้
คือความหวังของคนทำงานทั้งประเทศ
ที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงานที่ดีกว่าเดิม เช่น
ลดเวลาทำงานเหลือ 40
ชั่วโมง/สัปดาห์
ทำงาน
5 วัน หยุด 2 วัน วันลาพักร้อน 10 วัน/ปี สิทธิลาปวดประจำเดือน สิทธิลาไปดูแลคนในครอบครัว
แต่วันนี้
รัฐบาลกลับเพิกเฉยไม่หยิบยกกฎหมายเหล่านี้กลับเข้าสู่การพิจารณาใน ครม.
ปล่อยให้เสียงของผู้ใช้แรงงานทั้งประเทศต้องหล่นหายไปอย่างไร้ความรับผิดชอบ
จึงมารวมพลังกันในวันนี้
และทางเครือข่ายฯ
ได้ออกแถลงการณ์เครือข่ายคนทำงานเรื่อง
จุดยืนและความผิดหวังต่อกรณีคณะรัฐมนตรีปฏิเสธร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ใจความว่า
ในนามของ
"เครือข่ายคนทำงาน" พวกเรามายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้
เพื่อสื่อสารให้รัฐบาลและสังคมได้รับรู้ว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ตัดสินใจที่จะ
"หันหลัง"
ให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างชัดเจน
จากกรณีที่ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้ง
2 ฉบับ ได้แก่ "ฉบับมีเวลาพักผ่อน" และ
"ฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"
ต้องยุติการพิจารณาไปอย่างน่าเสียดายและน่าผิดหวัง
เพียงเพราะคณะรัฐมนตรีไม่เห็นความสำคัญของสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากลอย่างที่ควรจะเป็น
ที่ผ่านมา
พวกเราต้องทนฟังทัศนะจากรัฐมนตรีในหลายรัฐบาลที่มักอ้างถึงความกังวลต่อผลกระทบด้านภาคธุรกิจในยามวิกฤตเศรษฐกิจ
ทัศนคติเหล่านี้สะท้อนถึงการละเลยปัญหาที่คนทำงานต้องเผชิญอย่างหนักหน่วง
คำพูดของพวกท่านบาดลึกเข้าไปในหัวใจของคนทำงานที่ต้องทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ
เพื่อแลกกับค่าแรงอันน้อยนิด
พวกเราจึงขอตั้งคำถามต่อรัฐบาลว่า
ในยามที่ประเทศเผชิญวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ
ใครคือผู้ที่ใช้แรงานแรงกายเพื่อประดับประคองเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้
หากไม่ใช่พวกเราคนทำงานที่ท่านกำลังทอดทิ้งทิ้งอยู่ในขณะนี้
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือ
ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ
พวกท่านมักเร่งออกมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือภาคธุรกิจอย่างเต็มกำลัง
แต่หากเป็นเรื่องสิทธิพื้นฐานของคนทำงาน อาทิ การลดชั่วโมงทำงาน
การเพิ่มสิทธิวันหยุดวันลา หรือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี พวกท่านกลับมองว่าเป็นเพียง
"ภาระ" และ "ต้นทุน" ที่ต้องตัดทิ้งอยู่เสมอ
เช่นเดียวกับร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้ง
2 ฉบับ ที่ท่านได้ปัดตกไป สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า ในสายตาของพวกท่าน
"คนทำงาน" คงเป็นเพียงต้นทุนตัวเลข ที่ไร้ชีวิตจิตใจ
ไร้ซึ่งเลือดเนื้อและความรู้สึกเท่านั้น
ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ เปรียบเสมือนความหวังในการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยให้ก้าวหน้าไปสู่มาตรฐานสากลอย่างแท้จริง อีกทั้งยังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ และผ่านวาระที่ 1 ด้วย มติเห็นชอบจากหลายพรรคการเมือง รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่สุดท้ายกลับถูกรัฐบาลปัดทิ้งไปอย่างไร้ความรับผิดชอบ ซึ่งถือเป็นการเพิกเฉยต่อเสียงของประชาชนอย่างไม่อาจยอมรับได้
พวกเราเครือข่ายคนทำงานจึงขอแสดงความผิดหวังต่อรัฐบาลที่เพิกเฉยและทอดทิ้งต่อความหวังของคนทำงานทั้งประเทศที่ต้องการเพียงแค่คุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานที่ดีกว่าเดิมเท่านั้น
ทั้งนี้ แม้ร่างกฎหมายจะถูกปัดตกลง แต่พวกเราขอประกาศเจตจำนงอย่างแน่วแน่ว่า จะเดินหน้าผลักดันกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ต่อไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะเราเชื่อมั่นเสมอว่า ประเทศไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง หากคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญยังไม่สามารถกินอิ่มนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ
"การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนทำงานไม่ใช่ภาระของใคร
หากแต่คือรากฐานเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยพื้นตัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
อีกทั้งจะเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจทั้งระบบในอนาคต"
เครือข่ายคนทำงาน
15
พฤษภาคม 2569
ก่อนที่เวลา
10.00 น. ทั้งหมดเดินเข้าไปยื่นหนังสือต่อรัฐบาล เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันว่า
“แม้รัฐบาลจะไม่ฟังเสียงคนทำงาน
แต่เครือข่ายคำทำงานก็จะเดินหน้าผลักดันกฎหมายต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ
เพราะคนทำงานต้องได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้” ด้วยความสมานฉันท์
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เครือข่ายคนทำงาน #กฎหมายคุ้มครองแรงงาน






















