‘ตี๋ ภัทรพงษ์’ โต้คำแถลง ‘สถานทูตจีน’ เหตุลุ่มน้ำโขงสารพิษเกินมาตรฐานนานแล้ว ถ้าอยากช่วยแก้ปัญหาจริง ต้องทำทันที 3 เรื่อง คือเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าแร่ “แรร์เอิร์ธ” เข้าจีน พร้อมข้อมูลการตรวจสอบ และข้อมูลห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ
วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน เผยหลังเห็นคำแถลงของโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนถึงเรื่องมลพิษแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง ที่บอกว่าทางจีนให้การสนับสนุนประเทศลุ่มน้ำโขงมาโดยตลอด และจะเสริมสร้างความร่วมมือเพิ่มขึ้นเพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง
ภัทรพงษ์กล่าวว่า ตนขอให้ความเห็นสั้น ๆ ว่า หากทางจีนต้องการเสริมสร้างสิทธิในสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศในลุ่มน้ำโขง ช่วยกันแก้ปัญหาที่ประชาชนต้องใช้น้ำเป็นพิษ ที่คุณภาพน้ำไม่ได้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปลอดภัยตามที่จีนอ้าง สิ่งแรกที่ทางจีนสามารถทำได้เลย คือ เปิดเผยข้อมูลของการนำเข้า Rare earth จากเหมืองในแต่ละประเทศเข้ามายังประเทศจีน ที่ตามกฎหมายจีนต้องมีข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว ตาม Rare Earth Management Regulations (June 22, 2024)
เปิดเผย (1) ข้อมูลและจำนวนเหมืองในพื้นที่ประเทศลุ่มน้ำโขง-สาละวิน-กระบุรี ที่มีการทำเหมืองและส่ง Rare Earth ให้กับประเทศจีน
เปิดเผย (2) ข้อมูลการตรวจสอบ ตาม Article 12 ที่ระบุในกฎหมายนี้ว่า ผู้ประกอบการต้องไม่กระทำการใดๆให้กระทบกับสิ่งแวดล้อม และก่อให้เกิดมลพิษ รวมถึงต้องจัดทำมาตรการควบคุมมลพิษ จากทุกกระบวนการการทำ Rare Earth
เปิดเผย (3) ข้อมูลการตรวจสอบตาม Article 13 ที่ระบุว่าห้ามผู้ใดรับซื้อ แต่งแร่ ขาย หรือส่งออกแร่ที่มาจากเหมืองเถื่อนหรือเหมืองผิดกฎหมาย ซึ่งแม้ว่าใน Article 2 ระบุว่ากฎหมายนี้บังคับใช้ในจีน แต่ก็ไม่สามารถละเว้นการตรวจสอบการนำเข้าได้
เปิดเผย (4) ข้อมูลห่วงโซ่อุปทาน (The Rare Earth Product Traceability Information System) ตาม Article 14
ภัทรพงษ์กล่าวว่า ทั้ง 4 ข้อนี้คือการเปิดเผยเพื่อให้ทางประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขงสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นถึงแหล่งที่มาของมลพิษ และสามารถนำมาปรับกับกฎหมายของแต่ละประเทศให้ครอบคลุมกับแร่ที่สำคัญทุกชนิดไม่เพียงแต่ Rare Earth เพื่อให้แนวคิด Green Supply Chain ของทุกประเทศเกิดขึ้นได้จริง ไม่เป็นเพียงแค่คำพูดที่ไร้การตรวจสอบ
พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนจะผลักดันให้รัฐบาลไทยเร่งเจรจาและใช้กลไกพหุภาคีเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ พร้อมศึกษาและติดตามการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย Rare Earth Management Regulations ที่ทางจีนเป็นผู้ตรากฎหมายนี้ออกมาเองอย่างใกล้ชิดต่อไป
