วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

‘ตี๋ ภัทรพงษ์’ โต้คำแถลง ‘สถานทูตจีน’ เหตุลุ่มน้ำโขงสารพิษเกินมาตรฐานนานแล้ว ถ้าอยากช่วยแก้ปัญหาจริง ต้องทำทันที 3 เรื่อง คือเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าแร่ “แรร์เอิร์ธ” เข้าจีน พร้อมข้อมูลการตรวจสอบ และข้อมูลห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ

 


‘ตี๋ ภัทรพงษ์’ โต้คำแถลง ‘สถานทูตจีน’ เหตุลุ่มน้ำโขงสารพิษเกินมาตรฐานนานแล้ว ถ้าอยากช่วยแก้ปัญหาจริง ต้องทำทันที 3 เรื่อง คือเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าแร่ “แรร์เอิร์ธ” เข้าจีน พร้อมข้อมูลการตรวจสอบ และข้อมูลห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ


วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน เผยหลังเห็นคำแถลงของโฆษกสถานเอกอัครราชทูต​จีนถึงเรื่องมลพิษแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง​ ที่บอกว่าทางจีนให้การสนับสนุนประเทศลุ่มน้ำโขงมาโดยตลอด​ และจะเสริมสร้างความร่วมมือเพิ่มขึ้นเพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อม​ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง


ภัทรพงษ์กล่าวว่า ตนขอให้ความเห็นสั้น ๆ ว่า​ หากทางจีนต้องการเสริมสร้างสิทธิในสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศในลุ่มน้ำโขง​ ช่วยกันแก้ปัญหาที่ประชาชนต้องใช้น้ำเป็นพิษ ที่คุณภาพน้ำไม่ได้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปลอดภัยตามที่จีนอ้าง สิ่งแรกที่ทางจีนสามารถทำได้เลย​ คือ​ เปิดเผยข้อมูลของการนำเข้า​ Rare earth จากเหมืองในแต่ละประเทศเข้ามายังประเทศจีน​ ที่ตามกฎหมายจีนต้องมีข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว​ ตาม​ Rare Earth Management Regulations (June 22, 2024)


เปิดเผย​ (1) ข้อมูลและจำนวนเหมืองในพื้นที่ประเทศลุ่มน้ำโขง​-สาละวิน​-กระบุรี​ ที่มีการทำเหมืองและส่ง​ Rare​ Earth​ ให้กับประเทศจีน​


เปิดเผย​ (2) ข้อมูลการตรวจสอบ​ ตาม​ Article 12 ที่ระบุในกฎหมายนี้ว่า​ ผู้ประกอบการต้องไม่กระทำการใดๆให้กระทบกับสิ่งแวดล้อม​ และก่อให้เกิดมลพิษ​ รวมถึงต้องจัดทำมาตรการควบคุมมลพิษ​ จากทุกกระบวนการการทำ​ Rare Earth


เปิดเผย​ (3) ข้อมูลการตรวจสอบตาม​ Article 13 ที่ระบุว่าห้ามผู้ใดรับซื้อ​ แต่งแร่​ ขาย​ หรือส่งออกแร่ที่มาจากเหมืองเถื่อนหรือเหมืองผิดกฎหมาย​ ซึ่งแม้ว่าใน​ Article 2 ระบุว่ากฎหมายนี้บังคับใช้ในจีน​ แต่ก็ไม่สามารถละเว้นการตรวจสอบการนำเข้าได้


เปิดเผย​ (4) ข้อมูลห่วงโซ่อุปทาน​ (The​ Rare​ Earth​ Product Traceability Information System) ตาม Article 14


ภัทรพงษ์กล่าวว่า ทั้ง​ 4 ข้อนี้คือการเปิดเผยเพื่อให้ทางประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขงสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นถึงแหล่งที่มาของมลพิษ​ และสามารถนำมาปรับกับกฎหมายของแต่ละประเทศ​ให้ครอบคลุมกับแร่ที่สำคัญทุกชนิดไม่เพียงแต่​ Rare​ Earth เพื่อให้แนวคิด​ Green​ Supply Chain ของทุกประเทศเกิดขึ้นได้จริง​ ไม่เป็นเพียงแค่คำพูดที่ไร้การตรวจสอบ


พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนจะผลักดันให้รัฐบาลไทยเร่งเจรจาและใช้กลไกพหุภาคี​เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ​ พร้อมศึกษาและติดตามการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย​ Rare Earth Management Regulations ที่ทางจีน​เป็นผู้ตรากฎหมายนี้ออกมาเองอย่างใกล้ชิดต่อไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #สารพิษลุ่มน้ำโขง